หวนคืนอีกครา พลิกชะตาแห่งคำทำนายเลือด (จบ)

    เล่มที่ 3 บทที่ 73 ตอน พิธีใหญ่ 3

            อวิ๋นจื่อยิ้มและกล่าวว่า“พวกเจ้าสองคนไปหาอะไรมารองท้องเถิด ข้าจะซ้อมกู่ฉินสักหน่อย”

            สาวใช้ทั้งสองจากไปแล้วในห้องจึงเหลือเพียงอวิ๋นจื่อ

            ‘หากเจ้าทุ่มเทหัวใจให้กู่ฉินจะมีสหายกี่คนที่เต็มใจฟังเพลงจากกู่ฉินที่เจ้าบรรเลงจนสายขาด?[1]’

            จู่ๆ นางก็นึกถึงประโยคอันน่าเศร้านี้ขึ้นมา

            แต่เมื่อวางนิ้วลงบนสายของกู่ฉินจิตใจของนางกลับแจ่มใสเป็นอย่างยิ่ง

            “หมอกและฝนในทะเลสาบตงถิงตกลงมาทุกหนทุกแห่งหลายพันล้านลี้ จากท้องฟ้าดำดิ่งลงสู่ก้นบึ้งของวังมังกร เสียงอันไพเราะและน่าพึงพอใจนั่งเรือท้องแบนสำรวจตำนานฟ่านหลี่[2]และแม่น้ำหลี่เจียง คู่หูดินแดนแห่งสายน้ำสหายรู้ใจกับชาวประมงที่ไม่เคยใช้อวน โอ้อวดว่าตนมีชื่อเสียง

            แดดส่องกระทบน้ำใสในธารเงาเมฆบดบังความเปล่งประกาย สายลมพัดบางเบา ลอยกลางน้ำอาบแสงตะวันคลื่นขาวซัดมาราวกับวาฬตัวยาว ปล่อยวางและเข้าสู่สายธารแห่งสวรรค์มีเพียงความรู้สึกเงียบสงบ คลื่นกระหน่ำกระทบท้องฟ้า ฟื้นจากอาการมึนเมา มองเห็นน้ำใสและหาดขาว

            เมฆหนาเหนือน้ำใสไหลเชี่ยวบนท้องฟ้าเงาเมฆทอดตัวยาว มองเห็นยอดเขาจิ่วอี๋ ท้องฟ้าสีครามย้อมด้วยหมึกเมฆดำเสียงฟ้าร้องดังไกลถึงหลินเฉิน ภูเขาสามลูกและทะเลสาบทั้งห้าคือที่จับปลา มีแสงไฟและเรือประมงเป็นหลักฐานธารน้ำที่ใสราวกระจกสะท้อนเห็นท้องฟ้า

            ธารน้ำเชื่อมต่อกับท้องฟ้าเหมือนหยินหยางบรรจบเปรียบได้กับกระจกซึ่งคาดเดาไม่ได้และไม่ราบเรียบ เมฆใหญ่บังภูเขา แลดูเหงาและมองไม่เห็นกัน ชาวประมงมีความสุข จิ้งจอกเหม่อมองพระจันทร์ที่ปกคลุมไปด้วยหมอกปลุกเถาจู่ขึ้นมาดื่มสุราประชันกลอน

            เกลียวคลื่นเหมือนผมสีขาวของชายชราหยิบยืมแสงจันทราจากแดนไกล สงสัยว่าใครเป็นสหาย สวมรองเท้าฟาง ถือพัดขนนก และสวมผ้าพันคอสีขาวท้องฟ้าและธาราแบ่งครึ่ง กระแสน้ำงดงามทอดยาวถึงคุนหลุน

            ท้องฟ้าเต็มไปด้วยลมฝน ลมพายุทำให้คลื่นซัดแรงหยาดน้ำกระเซ็นอยู่ในอากาศ ทิวทัศน์ของเซียวเซียง หนึ่งเดียวไม่มีที่ใดเหมือน เปรียบดังภาพวาดสลักหยกมองดูกระแสน้ำที่อยู่ห่างออกไปหลายพันลี้ มีภูเขาสามลูกคั่นด้วยเกาะสิบเกาะ

            ทะเลสาบกว้างใหญ่ เหนือท้องน้ำมีไอหมอกชวนฝันสุดอนันต์คาดเดาไม่ได้ เมฆหลากสีงดงาม ม่านน้ำลดต่ำลงเมื่อพระจันทร์โผล่จากก้อนเมฆ

            แม่น้ำเย็นแสงจันทร์อุ่น หมู่ดาวเคลื่อนคล้อย น้ำใสราวกระจกลมและคลื่นสงบลง เมื่อขึ้นไปยังที่สูง เจ้าจะมองเห็นเงาคันเบ็ดในระยะไกลเสื้อขนแกะถูกสวมบนไหล่แคบ แถมยังมีหมวกทรงสูง ใช้ดวงจันทร์เป็นแม่สื่อ มีท้องฟ้าเป็นพยานโลกขุ่นมัวแต่ข้าสดใส ผู้คนมัวเมาแต่ข้าตื่นรู้ คลื่นลมและแสงเดือนผ่านไปข้าควบคุมจิตใจได้ด้วยบทกวี 

            คลื่นนับพันลี้ที่กระทบฝั่งมีสีขาวราวน้ำนมน้ำนิ่งจากกระแสน้ำวน ปราศจากสิ่งรบกวน ขับขานบทเพลงท่ามกลางแสงจันทราร่ำสุราท่องกวีเกี่ยวกับชาวประมง ลมและฝนทำให้ต้องลดใบเรือลง ผู้คนร้องเพลงตามใจปรารถนาหัวเราะให้กับความแตกต่างมากมายในโลก

            ในหนึ่งวันเมฆสีแดงสดปกคลุมทุกสิ่ง ดวงอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้าไปทางทิศตะวันตกปีกอีกาสะท้องแสงสีทอง ต้นอ้อขึ้นอยู่ริมน้ำ ท้องฟ้าที่มีเมฆฝนเต็มไปด้วยดาว สายลมพัดพาความเศร้าส่วนความสุขของผู้มาเยือนกลับมากมายไร้สิ้นสุด ภาพที่งดงามคู่ควรกับกระดาษชั้นดีพู่กันจุ่มหมึกโบกสะบัดเหมือนนกขมิ้น”

            สาวใช้สองคนดูเหมือนจะรู้ว่าอวิ๋นจื่อต้องการอะไร ไม่มีใครเข้ามาในห้องจนกว่าเพลงที่นางเล่นจะจบลงนางยังเล่นเพลงนี้ได้ไม่ดีเท่าเมื่อก่อน ถึงอย่างนั้นนางก็รู้สึกเหนื่อยเล็กน้อย นางจึงคิดที่จะพักผ่อน

            “เจ้าเป็นอะไรกับอวิ๋นเซียว?”

            ก่อนที่อวิ๋นจื่อจะทันได้ลุกขึ้นยืนนางก็ได้ยินเสียงที่ไม่คุ้นเคยแต่ทรงพลังมาก

            นางมองหาที่มาของเสียงและเห็นชายวัยกลางคนในชุดคลุมสีม่วงเขามีผิวคล้ำและดูเหมือนคนจากทางเหนือ นางงุนงงอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถามว่า“เจ้าเป็นใคร?”

            ชายวัยกลางคนเดินตรงไปหานางและกล่าวว่า“ข้าไม่ได้ยินเพลงนี้มายี่สิบปีแล้ว วันนี้นับว่าโชคดีจริงๆในเมื่อเจ้าสามารถเล่นเพลงนี้ได้ เช่นนั้นเจ้าคือทายาทของอวิ๋นเซียวใช่หรือไม่?”

            อวิ๋นจื่อก้าวถอยหลังไปสองสามก้าวก่อนจะทำความเคารพจากนั้นนางก็กล่าวว่า “ปี้เหยียนไม่เข้าใจสิ่งที่ท่านกำลังพูดท่านคงเป็นแขกของที่นี่กระมัง เรียนเชิญท่านที่ห้องโถงเจ้าค่ะ”

            จู่ๆสีหน้าชายวัยกลางคนก็เปลี่ยนเป็นเศร้าโศก เขากล่าวว่า “น่าเสียดายที่ยี่สิบปีให้หลังทายาทของอ๋องอวิ๋นเมิ่งคนก่อนจะยอมจำนนต่อโชคชะตาและขายตัวให้หอคณิกาเช่นนี้ตระกูลอวิ๋นคงถึงคราวล่มสลายแล้ว”

            หลังจากพูดจบเขาก็จากไปโดยไม่พูดอะไรอีก

            หลังจากที่เขาจากไปอวิ๋นจื่อก็รู้สึกอึดอัดมากร่างกายของนางสั่นสะท้านไปทั้งตัว

            นางทนไม่ได้อีกต่อไป นางรีบเข้าไปที่ห้องชั้นในเอนตัวลงบนตั่ง และพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะทำให้จิตใจของตนเองสงบลง

            ในขณะนั้นนางรู้สึกเพียงว่าโลกกำลังหมุนเคว้ง

            “ตระกูลอวิ๋นคงถึงคราวล่มสลายแล้ว”

            “ทายาทขององค์อวิ๋นเมิ่งคนก่อนขายตัวให้หอคณิกา”

            คำพูดเหล่านี้ทำร้ายจิตใจของอวิ๋นจื่ออย่างเหลือแสน 

            นางรู้สึกว่าหัวใจของตนเองถูกขย้ำโดยมือที่มองไม่เห็น

            ในไม่ช้าดวงตาของนางก็เอ่อไปด้วยน้ำตา

            นางร่ำไห้ น้ำตาไหลรินเปรอะเปื้อนแก้มนวล

            นางพยายามอดทดและอดกลั้นนิ้วของนางแทบจะจิกผ้าปูที่นอนขาด

            นางหลับตาลง

            นางยังคงนิ่งอยู่เช่นนั้นจนกระทั่งได้ยินเสียงฝีเท้าของไป๋จื่อและหงหลิง

            อวิ๋นจื่อพยายามสงบสติอารมณ์และทำสีหน้าให้เรียบเฉย

            เมื่อสาวใช้ทั้งสองเข้ามาจึงไม่สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติใดๆ

            อวิ๋นจื่อถามเบาๆ“มีอะไรให้ข้ากินบ้าง?”น้ำเสียงของนางสั่นเล็กน้อย

            หงหลิงเปิดกล่องอาหารและกล่าวว่า“ข้าเลือกแต่อาหารที่คุณหนูชอบ คุณหนูทานให้มากหน่อยเถิดเจ้าค่ะ”

            ไป๋จื่อรู้สึกว่าอวิ๋นจื่อมีท่าทีแปลกไปเล็กน้อยนางจึงยิ้มและกล่าวว่า “ข้าเห็นว่าคุณหนูมักชอบทานอาหารจากโรงเตี๊ยมฝั่งตรงข้าม แต่ข้าไม่รู้ว่าคุณหนูจะชอบอาหารที่ข้ากับหงหลิงนำมาหรือไม่หลังจากคุณหนูทานเสร็จก็เล่นกู่ฉินให้พวกเราฟังสักเพลงได้หรือไม่เจ้าคะ?”

            อวิ๋นจื่อไม่ตอบ

            นางไม่อยากพูดอะไรเลย 

            ทันใดนั้นหงจินก็กลับมาพร้อมกับกล่องอาหารเมื่อเห็นว่ามีอาหารวางอยู่ด้านหน้าไป๋จื่อและหงหลิง นางก็กล่าวด้วยรอยยิ้มว่า“คุณหนูข้าเอาอาหารมาส่งเจ้าค่ะ ในนี้มีแต่อาหารที่คุณหนูชอบทั้งนั้นเลย” หงจินวางกล่องอาหารลงและเปิดออกก่อนจะกล่าวว่า“บังเอิญเป็นอาหารแบบเดียวกันเสียแล้ว”

            อวิ๋นจื่อกล่าวเสียงเบา“เจ้ามาทันเวลาพอดี เรามาแบ่งกันกินเถอะ ข้ากินทั้งหมดนี้คนเดียวไม่ไหวหรอก มาเถอะข้าจะได้มีแรงเล่นกู่ฉินให้พวกเจ้าฟัง”

            เมื่อเห็นอวิ๋นจื่อกล่าวเช่นนี้หงจินก็รู้สึกไม่ดีนักจึงกล่าวว่า “คุณหนูมีอะไรบางอย่างอยู่ในใจหรือไม่เจ้าคะ?”

            อวิ๋นจื่อก้มหน้าลง นางหยิบขนมขึ้นมากินและกล่าวว่า“ไม่มีอะไร ข้าแค่หิวมากเท่านั้น”

            หลังจากพูดจบนางก็ยิ้มอย่างอ่อนโยนไม่ต่างจากปกติ

            เหล่าสาวใช้ต่างรู้สึกโล่งอกพวกนางช่วยกันจัดอาหารอย่างรวดเร็ว

            อวิ๋นจื่อคีบอาหารเข้าปากเงียบๆ

            นางกำลังครุ่นคิดในขณะที่เคี้ยวอาหารช้าๆ 

             

            ------------------------

            [1] “หากเจ้าทุ่มเทหัวใจให้กู่ฉิน จะมีสหายกี่คนที่เต็มใจฟังเพลงจากกู่ฉินที่เจ้าบรรเลงจนสายขาด?” เป็นคำกล่าวของเยว่เผิงจูซึ่งเป็นนายพลที่มีชื่อเสียงในราชวงศ์ซ่ง เขามีสหายคู่กายมากมายในสนามรบแต่สหายรู้ใจกลับหาได้ยาก เขาจึงรู้สึกโดดเดี่ยว

            [2] ฟ่านหลี่เป็นบุคคนในตำนานของอู๋ซีตามตำนานในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง ช่วงสงครามระหว่างรัฐเมื่อกว่า 2,400ปีก่อนฟ่านหลี่และซีซืออาศัยอยู่อย่างสันโดษริมทะเลสาบและมักออกไปล่องเรือในทะเลสาบด้วยเหตุนี้ทะเลสาบดังกล่าวจึงได้ชื่อว่าทะเลสาบสวนหลี่ ยังมีชื่อของสถานที่อีกหลายแห่งในอู๋ซีที่เกี่ยวข้องกับฟ่านหลี่เช่น แม่น้ำหลี่เหอ หลี่เฉียว หลี่หยวน และสะพานหลี่กัง นอกจากนี้ มีเพลงพื้นบ้านเพลงหนึ่งที่ผู้คนริมทะเลสาบไท่หูมักร้องกันท่อนหนึ่งของเพลงดังกล่าวร้องว่า “ปลูกไผ่และเลี้ยงปลาได้กำไรมากกว่าพันเท่าต้องขอบคุณซีซือและฟ่านหลี่”

    คล้ายกับเรื่องหวนคืนอีกครา พลิกชะตาแห่งคำทำนายเลือด (จบ) ที่คุณอ่าน

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808