(นิยายลงทุกวัน)Ghost CEO:ผีสร้างฉันให้เป็นเศรษฐี ฮาเร็ม

    ตอนที่ 35 ไปซื้อรถ

     

    ตอนที่ 35 ไปซื้อรถ

     

     

    หลังจากพีทได้ลงทะเบียนผู้พัฒนาในชื่อ ‘RayZen’ เสร็จเรียบร้อย ที่เหลือก็แค่ขอให้แพลตฟอร์มอย่าง App Store และ Play Store ที่เป็นของบริษัท Pineapple และ Gogle อนุมัติเข้าระบบ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 2-3 วัน

    ซึ่งในระหว่างนั้น พีทก็ได้กลับมาให้ความสนใจกับร้านขายไก่ทอดของเขาอีกครั้ง โดยหลังจากที่วิดีโอล่าสุดของรายการ WeAreOne เผยแพร่ในตอนที่ 2 ออกไปสู่สาธารณะร้านไก่ทอดของพีทตอนนี้ก็ได้กลายเป็นร้านไก่ทอดที่มีกระแสในจังหวัดธาราบุรีไปแล้ว

    ทุกคนที่อาศัยอยู่ในจังหวัดธาราบุรี ต่างตบเท้ากันมายังซอยข้างๆ มหาลัยกันอย่างแน่นขนัด เพื่อที่จะมาลิ้มลองไก่ทอดวิงค์แซ่บ ที่เป็นรสชาติใหม่ของร้าน

    รวมไปถึงลิ้มรสไก่ทอดสูตรออริจินอลและไก่ทอดเกาหลีที่ก็เป็นอีกหนึ่งเมนูที่ได้รับเสียงตอบรับที่ดีไม่แพ้ไก่ทอดวิงค์แซ่บเช่นเดียวกัน

     

    ผู้คนต่างทยอยกันมาเช็กอิน พลางถ่ายรูปลงในสื่อโซเชียลของพวกเขาอย่าง Ibook ที่ตอนนี้คือแพลตฟอร์มสื่อสารและพูดคุยที่กำลังมาแรงที่สุดในปัจจุบัน

     

    ‘วันนี้ ฉันได้มาลองไก่ทอดวิงค์แซ่บจากร้าน Chicky CPF แล้ว…บอกได้คำเดียวเลยว่า แซ่บสมชื่อจริงๆ ทุกคนต้องมาลองกันนะ’

    ‘ร้านคนเยอะมาก แต่ด้วยรสชาติของไก่ทอดทำให้ลืมความเหนื่อยที่ต้องต่อคิวไปเลย พูดตรงๆ อยากให้พวกเขามาเปิดสาขาอยู่ที่ในห้างจังเลย จะได้ไม่ต้องตากแดดรอคิว’

    ‘เห็นด้วย! ถ้ามาขายในห้างจะได้ตากแอร์เย็นๆ หรืออย่างน้อยๆ ก็ขยายสาขาเพิ่มเติมหน่อยเถอะ ฉันไปกินมาสองวันแล้ว ยังไม่มีโอกาสได้นั่งในร้านเลย’

     

    มีลูกค้าที่แสดงความคิดเห็นลงในสื่อโซเชียลกันเต็มไปหมด ทุกคนต่างชมรสชาติของไก่ทอดไปในทิศทางบวก หากแต่ก็มีข้อเสนอแนะและข้อติชมเกี่ยวกับร้านของเขาเป็นจำนวนมากเช่นเดียวกัน

    และส่วนใหญ่ก็จะพูดถึงจำนวนคิวที่ยาว หรือไม่ก็เรื่องของร้านที่เล็กไป จนไม่มีโต๊ะให้พวกเขานั่งกินไก่ทอดนั่นเอง

     

    พีท แชมป์และฝ้าย เองก็ไม่ได้มองข้ามปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ ตลอดหลายวันที่ผ่านมา พวกเขาที่ทำงานอยู่ที่ร้านไก่ทอดเกือบตลอดทั้งวัน มีหรือจะไม่ได้ยินเสียงบ่นของลูกค้าหรือแม้กระทั่งความเป็นจริงที่เกิดขึ้นที่ร้านของพวกเขา

    เพียงแต่ว่า เนื่องด้วยร้านของเขานั้นโตเร็วเกินไป อาจจะเพราะด้วยกระแสที่เกิดขึ้น ประกอบกับรสชาติที่ไม่เคยกินที่ไหนมาก่อน ก็พลันทำให้พวกเขาทั้งสามดูจะตั้งรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ทัน

    ให้พูดกันตามตรงขายไก่ทอดได้ไม่ถึง 1 เดือน แต่ตอนนี้มีหน้าร้านเป็นของตัวเอง อีกทั้งยังมีพนักงานพาร์ทไทม์ 2 คน ดูยังไงมันก็น่าเหลือเชื่อมาก

     

    “พีท วันนี้เมื่อตอนบ่ายมีคุณป้าคนหนึ่ง ได้มาติดต่อขอซื้อแฟรนไชส์ของเรา นายคิดว่ายังไง?” แชมป์พูดขึ้นกลางที่ประชุมโดยมี พีทและฝ้าย กำลังช่วยกันระดมความคิดเพื่อหาทางแก้ไขให้กับร้านของพวกเขา ที่ตอนนี้รับมือกับลูกค้าที่ล้นทะลักนี้ไม่ทันแล้ว

    “จริงค่ะพี่พีท ตอนที่หนูมาเปิดร้านก็มี คุณน้าคนหนึ่งมาถามถึงราคาเพื่อที่จะขอซื้อแฟรนไชส์เหมือนกัน” ลาเต้และโอม ที่เป็นพนักงานพาร์ทไทม์พูดขึ้นบ้าง

     

    “อืม งั้นฉันจะถามความเห็นพวกนายที่เป็นหุ้นส่วนก็แล้วกัน เพราะก็มีคนมาติดต่อขอซื้อกิจการของเราที่ราคา 500,000 บาท พวกนายสองคนคิดว่ายังไง?” ร้านไก่ทอดนี้เกิดจากพวกเขาทั้งสามคน ฉะนั้นมีอะไรก็ต้องตัดสินใจรวมกัน

    โดยวันนี้พีทเองก็ได้รับการติดต่อจากคนที่เขาเองก็ไม่รู้จัก ได้ติดต่อมาว่าจะขอซื้อกิจการร้านขายไก่ทอดของเขา ด้วยเงินจำนวนมากถึง 5 แสนบาท ดังนั้นเขาจึงได้นำเรื่องนี้ขึ้นมาพูดในที่ประชุมเลยเพื่อที่จะกำหนดแนวทางหลังจากนี้ว่าจะตัดสินใจกันเช่นไร

    “ทำไมนายถึงถามพวกพวกเราล่ะ ไก่ทอดนี้คือสูตรที่นายคิดค้นขึ้นมานะ ถึงพวกเราจะเป็นหุ้นส่วนแต่พวกเราก็แค่ลงทุนเท่านั้น สูตรทั้งหมดล้วนเป็นของนายที่ทำให้ร้านของเราเติบโตมาจนถึงวันนี้” แชมป์และฝ้าย ต่างก็รู้ว่าที่ร้านไก่ทอดของพวกเขา ขายดีจนทำสถิติขายได้วันละ 500 ชุดแบบนี้ ทั้งหมดเป็นเพราะพีท ที่เป็นคนคิดค้นสูตรไก่ทอดที่แสนอร่อยนี้ขึ้นมา

     

    พวกเขาแค่ลงเงินกับลงแรงเท่านั้น ถ้าหากจะให้เอาเสียงร่วมกัน พวกเขาขอเลือกที่จะให้พีทเป็นคนตัดสินใจเสียดีกว่า

     

    “เอาล่ะ ฉันก็แค่ถามความคิดเห็นของพวกนายดู ในส่วนของตัวฉันเอง ย่อมไม่อยากจะขายร้านของพวกเราอยู่แล้วและอีกอย่างเงิน 5 แสนก็น้อยเกินไปถ้าจะมาซื้อสูตรของฉัน อย่างน้อยๆ ก็ต้องสัก 5 ล้านถึงจะค่อยมาคุยกันได้” พีทพูดออกไป ซึ่งพอทุกคนได้ยินถึงตัวเลขที่พีทพูดว่าต้องใช้เงิน 5 ล้านถึงจะมาคุยกับเขา ก็ทำให้ทุกคนอ้าปากค้าง

     

    ‘5 ล้านเชียวนะ ใครจะมาบ้าซื้อสูตรไก่ทอดจากร้านเล็กๆ ในราคาแบบนี้?!’

    ฝ้ายและแชมป์อาจคิดว่าพีทพูดเล่น แต่ความเป็นจริงแล้วตัวเลข 5 ล้านที่พีทพูดออกไป ไม่ใช่เงินบาท หากแต่เป็นจำนวนดอลลาร์ต่างหาก

     

    สูตรไก่ทอดพวกนี้ ถ้าหากพีทมีเงินลงทุน เพื่อที่จะขยายร้าน เขาเชื่อว่าสูตรไก่ทอดของเขาจะสามารถตีตลาดไปทั่วโลกได้ ไม่ใช่แค่ในประเทศไทยเพียงอย่างเดียว

    เขาเชื่อว่าสูตรไก่ทอดที่มีทั้งเชฟมินแจกยูและผู้พันแซนเดอรอสอยู่เบื้องหลัง จะต้องกลายเป็นร้านไก่ทอดอันดับหนึ่งของโลกใบนี้ แต่การที่จะไปถึงยังจุดนั้น มันมีเรื่องอีกมากที่พีทต้องทำให้ได้

    นั้นก็คือแนวทางและภาพรวมทั้งหมดของร้านขายไก่ทอดต้องอยู่ในการควบคุมของเขาเท่านั้น…และมันจะเป็นเช่นนั้นได้ก็ต่อเมื่อ พีทถือสิทธิ์ควบคุมร้านไก่ทอดนี้ด้วยตนเอง

     

    เช่นนั้นก็หมายความว่า จะไม่มีการขายแฟรนไชส์ให้กับใครทั้งสิ้น เพื่อที่จะคงสูตรและสิ่งต่างๆ ให้อยู่ในมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งการทำเช่นนี้แม้จะเป็นเรื่องดี แต่ก็มีข้อเสียตรงที่พีทจะขาดเงินลงทุนจากนักลงทุนนั่นเอง

     

    “ฉันไม่อยากที่จะขายแฟรนไชส์เพราะมันอาจทำให้มาตรฐานของเราเสียหายได้ คนที่ซื้อแฟรนไชส์ของเราไป ก็เหมือนนักลงทุนคนหนึ่ง ในตอนแรกพวกเขาอาจจะทำตามมาตรฐานเพื่อที่จะถอนทุนคืนและเมื่อเวลาผ่านไป พวกเขาก็จะพยายามหาลู่ทางในการลดต้นทุนให้ได้ต่ำที่สุด เพื่อที่จะทำกำไรให้ได้เร็วขึ้น โดยไม่สนว่า ร้านไก่ทอด Chicky CPF จะเป็นยังไง ถ้าพวกเขาเจ๊งพวกเขาก็แค่ไปหาแฟรนไชส์ใหม่มาเปิด…แต่คนที่ต้องรับผลจากการกระทำของพวกเขาก็คือ Chicky CPF ของพวกเรา” พีทอธิบายถึงความคิดที่ไม่จะขายแฟรนไชส์ให้กับคนอื่นๆ ได้ฟัง

     

    “ฉันเห็นด้วยกับพีทนะ นี้คือร้านของพวกเราที่ร่วมกันเปิด มันคงจะไม่ดีแน่หากวันหนึ่ง ฉันเห็นมันต้องถูกด่าและต่อว่าโดยที่ไม่ได้เกิดจากพวกเรา” ฝ้ายเองก็คิดแบบเดียวกับพีท ส่วนทางด้านแชมป์ถึงจะไม่ได้แสดงความคิดเห็นอะไรออกมา แต่แชมป์ก็เห็นด้วยไปกับเพื่อนๆ ของเขา

    “ถ้าร้านมันจะเจ๊งก็ให้เจ๊งด้วยมือของเราเอง หรือถ้ามันจะโต ก็ให้มันโตด้วยหยาดเหงื่อของพวกเราเอง” คำพูดของพีทถือเป็นข้อสรุปของร้าน ซึ่งทุกคนต่างก็เห็นด้วยและการขยายสาขาต่อไปก็ดูจะเป็นทางเลือกที่ต้องเกิดขึ้นในระยะเวลาอันใกล้ แต่ก่อนหน้าที่จะมองไปถึงการเปิดสาขาสอง

     

    สิ่งแรกที่พวกเขาต้องมีก่อนเลยก็คือ รถยนต์ ที่ไว้ใช้เดินทางนั่นเอง นี้คือสิ่งแรกที่พีท แชมป์และฝ้าย ต่างตั้งใจกันไว้ตั้งแต่แรกแล้ว ซึ่งบางคนอาจจะมองว่าการซื้อรถถือเป็นสิ่งที่สิ้นเปลือง ควรใช้เงินตรงนี้ไปเปิดสาขาที่สองจะดีกว่า

    แน่นอนการที่ให้ความสำคัญกับการเปิดสาขาใหม่ก็คงไม่ผิด แต่คำถามเลยก็คือ พีทจะเดินทางข้ามไปมาระหว่างสองสาขายังไง ถ้าเขาไม่มีรถยนต์ขับ?

     

    พวกเขาอาจจะมีมอเตอร์ไซต์ แต่ลำพังมอเตอร์ไซต์คงไม่สามารถบรรทุกไก่หลายๆ กิโลหรือวัสดุดิบได้มากขนาดนั้น ดังนั้นแล้วรถยนต์นี้แหละคือสิ่งจำเป็นที่สุดสำหรับร้านของพวกเขาในตอนนี้…รถจะพาพวกเขาออกไปหาเงิน!

     

    “พรุ่งนี้พวกเราไปดูรถกันไหม?” พีทเสนอ พลางชวนเพื่อนทั้งสองคน หากแต่มีเพียงฝ้ายคนเดียวที่ว่าง ส่วนตัวของแชมป์นั้นติดเรียน เนื่องจากเป็นวิชาของหัวหน้าคณะที่นักศึกษาชั้นปีที่ 4 ทุกคนจำเป็นต้องเข้านั่นเอง

     

    พีทและฝ้ายได้มาเจอกันตอน 10 โมง พวกเขาได้นัดเจอกันที่ศูนย์รถยนต์ประจำจังหวัดธาราบุรี ที่ได้มาจัดบูธกิจกรรมตามนโยบายรถคันแรก โดยมีลูกค้าได้เข้ามาเลือกซื้อรถยนต์กันอย่างคึกคัก

     

    “พวกเราเดินดูสักรอบก่อนไหม?” พีทเองก็พอจะมีความรู้เรื่องรถอยู่บ้าง จากการที่เขาได้หาข้อมูลมาจากอินเทอร์เน็ตและได้ศึกษาถึงเรื่องสมรรถนะของรถกระบะ ที่เหมาะสมกับร้านไก่ทอดของเขา

     

    ซึ่งตัวของพีทก็ได้สนใจในรถยนต์ของยี่ห้อหนึ่งจากทางญี่ปุ่นมาตั้งแต่แรกแล้ว นั้นก็คือ Toyato Hilux Vigo 2012 (Toyota) ราคาอยู่ที่ประมาณ 550,000 และหากใช้สิทธิ์โครงการรถยนต์คันแรกของรัฐบาลตามข้อกำหนด ก็จะได้รับเงินคืนอีก 100,000 บาท เท่ากับว่ารถคันนี้จะมีราคาอยู่ที่ประมาณ4-450,000 เท่านั้น

     

    อย่างไรก็ตามพีทเดินวนดูรถรุ่นนี้อยู่นานแล้ว แต่ก็ยังไม่มีเซลล์หรือเจ้าหน้าที่คนไหน เข้ามาแนะนำรถให้กับเขาเลย อาจจะเพราะด้วยวันนี้มีลูกค้ามาที่ศูนย์จำหน่ายรถของพวกเขาเป็นจำนวนมาก ประกอบกับรัฐบาลได้ขยายระยะเวลาของโครงการอีก 1 ไตรมาส

     

    มีระยะเวลาอยู่อีกแค่ประมาณ 2-3 เดือนเท่านั้น ก่อนจะหมดระยะเวลาของโครงการ ทำให้ช่วงนี้จึงมีผู้คนที่อยากจะซื้อรถ แห่แหนกันมาซื้อรถกันมากมายนั่นเอง

     

    “พี่ครับ ผมสนใจรถรุ่นนี้ พี่ช่วยแนะนำสเปกให้หน่อยได้ไหมครับ?” ในชั่วขณะที่พีทกำลังเดินไปรอบๆ รถที่เขาสนใจ ก็ได้มีทางด้านของเซลล์คนหนึ่งที่สวมใส่เสื้อของบริษัท Toyato เดินผ่านพวกเขาไป

    พนักงานขายได้เหลือบมองพีทและฝ้าย ที่ยังดูเหมือนเด็กนักศึกษาแวบหนึ่ง “โบรชัวร์วางอยู่ใกล้ๆ น้องหยิบดูได้เลย พี่ขอไปคุยกับลูกค้าทางนู้นก่อน” พนักงานขายคนแรกเดินผ่านไป ก่อนจะเดินไปต้อนรับลูกค้าอีกคนที่น่าจะมีอายุราวๆ 40 ปี ที่พีทจดจำได้ว่า ลูกค้าคนนี้พึ่งจะเข้ามาที่บูธ หลังตัวเขาเสียอีก

     

    ในตอนแรกพีทก็ไม่ได้คิดสนใจอะไร พลางคิดในแง่ดีว่าลูกค้าคนนั้น น่าจะมาพูดคุยกับพนักงานขายอยู่ก่อนแล้ว จึงไม่ได้สนใจอะไร

     

    แต่ทว่า หลังจากนั้นก็ได้มีพนักงานขายจากบริษัทเดียวกันเดินผ่านเขาและพูดทำนองเดียวกันอีก โดยให้เขาหยิบโบรชัวร์ไปอ่านเอาเอง มาถึงตรงนี้พีทก็รู้แล้วว่าพนักงานขายกำลังเลือกปฏิบัติและมองเขาเป็นแค่เด็กมหาลัย ที่ไม่น่าจะมีศักยภาพในการซื้อรถได้นั่นเอง

     

    ช่วงปี 2012-2013 คือช่วงรุ่งโรจน์ของอาชีพพนักงานขายรถยนต์ เนื่องด้วยนโยบายรถยนต์คันแรกของรัฐ การขายรถจึงเป็นเรื่องง่าย ไม่นานก็สามารถปิดการขายได้แล้ว พวกพนักงานขายจึงคิดว่าพวกเขาไม่จำเป็นต้องสนใจลูกค้าให้มากนัก ในเมื่อพวกเขาเป็นฝ่ายที่ลูกค้าต้องมาหา ฉะนั้นพวกเขาจึงมีสิทธิ์เลือกลูกค้าที่มีศักยภาพในการซื้อได้และพีทนั้นที่เป็นเพียงแค่เด็กมหาลัย

     

    พนักงานขายได้ประเมินดูแล้ว พีทไม่น่าจะมีประสิทธิภาพในการซื้อ ไฉนเลยที่พวกเขาจะต้องสนใจ

     

    พีทและฝ้ายต่างส่ายหน้าให้กับพฤติกรรมนี้ของพนักงานขาย พวกเขาได้วางใบโบรชัวร์ไว้บนโต๊ะตามเดิม ก่อนจะเดินออกจากบูธไป

     

    “ช่างมันเถอะ ลองไปดูที่บูธอื่นก็แล้วกัน?” พีทชวน การถูกปฏิเสธเพียงแค่ครั้งเดียว ไม่ได้ทำให้เขาเสียอารมณ์ขนาดนั้น ในเมื่อพนักงานขายคิดว่าตัวเองสามารถเลือกลูกค้าได้ ตัวเขาก็มีสิทธิ์เลือกรถยนต์ที่พวกเขาต้องการได้เหมือนกัน

    รถกระบะในประเทศไทยไม่ได้มียี่ห้อเดียวเสียหน่อย ยังมีอีกหลากหลายบริษัทที่เข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทยอีกหลายเจ้า และถ้าทุกเจ้ายังคงทำให้พีทไม่พอใจอีก หากพีทเกิดบ้าเลือดขึ้นมา ดีไม่ดีเขาอาจจะผลิตรถยนต์ขึ้นมาขายแข่งด้วยเลย

     

    ใช่แล้ว ในขณะที่พีทได้ถูกพนักงานขายหมางเมิน ทันใดนั้นในระบบของเขาก็ดูเหมือนจะเดือดดาลแทนเขาเป็นพิเศษ

     

    โดยเฉพาะน้าผี ที่บ่นระงม ‘พนักงานขายพวกนี้ ไม่รู้สินะ ว่าหลังจากนี้อาชีพพนักงานขายจะไม่เรียบง่ายแบบนี้อีกต่อไปแล้ว…รถจะขายได้ยากมากขึ้น และในอนาคตจะมีตลาดใหม่เข้ามาและการเข้ามาของรถยนต์ไฟฟ้าอีกด้วย!’

     

    ทั้งนี้สตีเฟ่น จ๊อบส์ก็มีอารมณ์ไม่ต่างจากน้าผี ‘หึหึ เป็นการบริการที่แย่ที่สุดที่ฉันเคยเห็นมาเลย พีทเธอไม่ต้องสนใจคนพวกนี้ ถึงฉันจะไม่มีความรู้ด้านรถยนต์มาก่อน แต่ฉันจะช่วยเธอสร้างรถยนต์เป็นของตัวเองให้ได้’

    พีทเองก็ได้แต่แอบขำกับความเป็นเดือดเป็นร้อนแทนของเหล่าภูตผีในระบบแต่นั่นและยิ่งโกรธแทนเขามากเท่าไร พีทก็รู้สึกเหมือนกับว่าเป็นโชคดีของตนอย่างไรอย่างนั้น

     

    ‘เอาสิ! ถึงในประเทศไทยจะมีบริษัทรถยนต์มาเปิดโรงงานผลิตรถมากมาย แต่ทั้งหมดเป็นการลงทุนของต่างประเทศทั้งนั้น…มันจะดีแค่ไหน ถ้าประเทศไทยสามารถผลิตรถยนต์ที่เป็นของตัวเอง?’

     

     

     

    ...โปรดติดตามตอนต่อไป...

     

     

    นิยายลงทุกวันเวลา 18.00 นะครับ

    สามารถติดตามผู้แต่งเพื่อติดต่อสอบถามได้ที่แฟนเพจเลยนะครับ

    www.facebook.com/WritelazyV2

    นามปากกา.Writelazy

     

    คล้ายกับเรื่อง(นิยายลงทุกวัน)Ghost CEO:ผีสร้างฉันให้เป็นเศรษฐี ฮาเร็ม ที่คุณอ่าน