สำหรับของที่ใช้การไม่ได้อย่างเครื่องรางอาถรรพ์ หลังจากอธิบายผลเสียด้านลบไปแล้วหากฝ่ายนั้นยังยืนยันคำเดิม ก็อย่างที่บอก งานนี้มีแต่ได้กับได้ ไม่ว่าจะเป็นเงินทองหรือคอนเนคชั่น ตอนนี้มันอยู่ในกำมือของเจมส์แล้ว
หากมองมุมหนึ่งอาคมเป็นเพียงจอมขมังเวทย์ หากินกับศรัทธาของคน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้อยู่ดีว่าเป็นเพราะเขา เจมส์ถึงได้เชื่อมความสัมพันธ์กับนักธุรกิจเชียงใหม่
นอกจาก'สร้อยเรียกวิญณาณ'รองเท้าเปื้อนเลือด'ยังมีของอีกหลายสิ่งที่เจมส์หยิบยกขึ้นมาเสนอ
อาคมดูสนใจมาก เพราะธุรกิจที่เขาทำอยู่มีบางคนต้องการให้ลูกค้าหรือนายจ้างเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุลึกลับ จึงมาจ้างวาน ธุรกิจประเภทสีเทาที่ไม่สามารถสืบสาวเอาความได้ เพราะมันเป็นเรื่องที่อยู่เหนือสามัญสำนึกนั่นเอง
เจมส์ไม่อยากรู้ว่าอาคมจะเอาเครื่องรางอาถรรพ์ไปทำอะไร แต่ถึงรู้นั่นก็ไม่ใช่เรื่องของเขา เพียงใช้อีกฝ่ายเป็นสะพาน เหยียบไปให้ถึงฝั่งฝันเท่านั้น นั่นคือการร่วมงานกับฮอลลีวู้ด
วันจันทร์เขาไม่ได้ไปเรียน เพราะเหนื่อยจากการเดินทาง จึงใช้ช่วงนั้นพักผ่อนเสียเลย
ตกเย็นตื่นขึ้นมาเพราะเสียงโทรศัพท์ ยกหูขึ้นมาฟัง ค่อยรู้ว่าเป็นรุ่นพี่เบียร์ คณะวิศวกรรมอาหารนั่นเอง
ดูเหมือนเธอจะโทรมาบอกว่ากำลังเริ่มงาน แถมยังถ่ายรูปมาให้ดูผ่านกล่องข้อความ
ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า แต่รูปที่รุ่นพี่ต่างคณะรายนี้ส่งให้มา มองเห็นหน้าอกผ่านส่วนเว้าตรงกระดุมเสื้อ เห็นบราลายลูกไม้สีดำ ทำเอาชายหนุ่มเจ้าของถุงมือสีดำ หน้าร้อนผ่าวโดยไม่ทราบสาเหตุ
เบียร์อมยิ้มหน่อยนึงหลังจากถ่ายรูปให้ดู และไม่คิดเลยว่าเช้าวันถัดมา รุ่นน้องเจ้าของเรือยอร์ชสีขาวลำนั้น จะสั่งให้สุภาพบุรุษหัวล้านมาส่งปลาแซลมอนให้ถึงที่
ส่วนหนึ่งของปลาบอกว่าเอาไว้ทำงาน อีกส่วนคือให้เธอไว้กิน
การให้ของขวัญด้วยปลาแซลมอนนับว่าประหลาด การจีบผู้หญิงโดยส่วนใหญ่ผู้ชายมักจะซื้อเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้าหรือไม่ก็นาฬิกาฯ เพื่อแสดงว่าตัวเองเจ๋ง
นั่นเป็นสิ่งที่เบียร์มักจะได้รับจากรุ่นพี่หรือไม่ก็เพื่อนเรียนในคณะ พวกเขามักจะส่งของที่ว่ามา พร้อมกับการ์ดสารภาพรัก
ดังนั้นสิ่งที่เจมส์กำลังทำอยู่ จึงทำให้เบียร์ประหลาดใจไม่น้อย
เหนือสิ่งอื่นใดเธอชอบมาก เพราะอย่างน้อยเจมส์ก็เป็นคนรวยที่ไม่ขอเงินพ่อแม่ แต่เริ่มต้นธุรกิจด้วยลำแข้งของตัวเอง
“ยิ้มอะไรของเธอน่ะ อย่าบอกนะว่ามีแฟนแล้ว?” เพื่อนร่วมคณะถาม เมื่อเห็นเบียร์ ดาวประจำคณะยิ้มน้อยยิ้มใหญ่
“บ้าหรือเปล่า เธอก็รู้นี่ว่าฉันไม่เคยคิดเรื่องมีแฟน อีกอย่างคือปี 3 ค่อนข้างเรียนหนัก จะเอาเวลาที่ไหนไปคุยกับใคร”
ถึงเบียร์จะปฏิเสธไปแบบนั้น แต่ใบหน้าของหล่อนเวลานี้ดูมีความสุข คล้ายกับคนกำลังมีความรัก ดังนั้นเพื่อนในคณะจึงคิดว่าเธอมีแฟนแล้ว
กิจวัตรประจำวันของเจมส์ยังเหมือนเดิม นั่นคือล่าปลาในทะเล บริหารจัดการร้านหมูกระทะ ร้านนี้มีหอยและดำเนินการสร้างอนิเมชั่นสำหรับละคร'แดนพิศวง'
ในช่วงเดือนที่ผ่านมา เจมส์ได้รับข่าวจากอาคมว่า
“ฉันเห็นว่านายทำธุรกิจเกี่ยวกับทะเล ดังนั้นเลยอยากจะบอกข้อมูลเกี่ยวกับอุตสาหกรรมทางทะเลที่ดูน่าจะมีผลกำไรระยะยาวสักหน่อย”
“ในสัตหีบโรงงานอุตสาหกรรมลูกชิ้นปลานายสินเกิดล้มละลาย ด้วยการบริหารธุรกิจที่ล้มเหลว เขาไม่สามารถหาเงินมาใช้หนี้ธนาคารได้ คุณก้องภพจึงได้เข้าซื้อกิจการในราคาต่ำราคากว่าตลาด หวังทำกำไรก้อนโต ถ้านายสนใจอยากดีลก็บอกมาได้นะ หรือถ้าหากเงินไม่พอ บอกฉันได้เสมอ”
เกี่ยวกับข้อมูลที่ได้รับมานับว่าสนใจไม่น้อย ดังนั้นเจมส์จึงได้ตอบไปว่า
“คุณอาคม คุณนี่โจมตีได้ถูกจุดจริงๆ แต่อย่างที่คุณรู้ ผมเพิ่งเริ่มธุรกิจได้ไม่กี่เดือน สภาพการเงินไม่คล่องขนาดนั้น เกรงว่าเงินสดที่ผมมี คงไม่พอซื้อกิจการที่ว่า”
ถึงราคาที่อาคมบอกจะถูกแสนถูก แต่สินทรัพย์ของเจมส์ก็ไม่พอต่อเข้าซื้อกิจการอยู่ดี อย่างที่พูดไปก่อนหน้า เขาเพิ่งเริ่มต้นธุรกิจได้ไม่กี่เดือน มีเงินยี่สิบล้านขึ้นนับว่ารวยสุดๆ แล้ว
“ฮ่าฮ่า เรื่องนั้นไม่มีปัญหา บอกส่วนที่ขาดมา เดี๋ยวฉันจะจัดการให้เอง โดยแลกกับเครื่องรางอาถรรพ์นั่น”
จากคำพูดของอาคม ดูเหมือนว่าเขามีความต้องการต่อเครื่องรางเป็นอันมาก รวมถึงให้ค่าของมันสูง ถึงขนาดกล้าออกเงินส่วนที่ขาดให้เจมส์
แต่อย่างใดก็ตาม เจมส์ยังไม่ได้ตอบตกลง เพียงลองเชิงถามว่า
“ที่คุณอาคมเสนอ เป็นการขายขาดหรือร่วมหุ้นกันสามคนครับ?”
“ร่วมหุ้นกันสามคน ในจุดนี้พวกเราสองคนถือหุ้นคนละ 20 ส่วนนาย 60 ดังนั้นหากมองจากมุมนี้ ไม่ว่ายังไงนายก็มีแต่ได้กับได้”
“ใจปล้ำจังนะครับ ให้หุ้นผมตั้ง 60 แถมยังออกเงินส่วนที่ขาดให้ด้วย” เจมส์ขมวดคิ้วมุ่น ถามเข้าประเด็น
มันราวกับน้ำหวานอันโอชะ ล่อให้อสูรร้ายเข้ามาติดกับ แต่ถึงอย่างนั้นเขาต้องมั่นใจเสียก่อน ว่าธุรกิจนี้จะไม่มีลับลมคมใน
“ฮ่าฮ่า ว่าแล้วว่าต้องถาม เอาตรงๆ นะ ฉันกับคุณก้องภพไม่หวังผลกำไรในธุรกิจลูกชิ้นปลาหรอก โดยเฉพาะคุณก้องภพ เขาเป็นนักธุรกิจแถวหน้า เป็นผู้ทรงอิทธิพลโดยแท้จริง ที่เขาเสนอเนี่ยก็เพราะฉันขอ”
“ขอ...?”
“ใช่ ฉันอยากสร้างความสัมพันธ์กับนาย เรื่องนี้นายน่าจะเข้าใจได้ไม่อยากใช่ไหม” อีกฝ่ายหัวเราะและมอบคำตอบ
ใช่เข้าใจได้ไม่ยาก และด้วยคำพูดของอาคมก็ตีความได้หลายอย่าง
อย่างแรกเขามองว่าเจมส์มีศักยภาพพอให้ปลุกปั้น
อย่างที่สองคือเครื่องรางมีอำนาจเหนือธรรมชาติ จึงต้องเกรงใจหลายส่วน หรืออาจจะมองเป็นการลงทุนระยะยาว
ธุรกิจลูกชิ้นปลาที่เสนอจึงไม่ต่างจากการโยนหินลงไปในน้ำ
ส่วนจะได้ผลกำไรไหมนั่นคือเรื่องหลังจากนี้ และหากฟังจากคำบอกเล่าของอาคม นักธุรกิจเชียงใหม่คนนั้นไม่มัวมาสนใจเงินขี้ประติ๋วที่เสียไปด้วยซ้ำ อย่างน้อยก็ได้รู้ว่าคนคนนั้นมีมุมมองอย่างไร หรือไปได้ไกลแค่ไหน
“ขอผมดูโรงงานที่ว่าก่อนได้ไหมครับ” เจมส์ยังไม่กล้าตอบตกลง อย่างน้อยต้องเห็นโรงงานก่อน
“ได้สิ แต่ช่วงนี้ฉันไม่ค่อยว่างเพราะกำลังคุยธุรกิจกับพวกคนจีน” ฝ่ายนั้นว่า ตามด้วยเสียงเคาะนิ้วบนโต๊ะ สักพักให้คำตอบ “เอางี้ ฉันจะให้เนตรเดินทางไปที่นั่น ให้เธอพานายไปดูโรงงาน โอเคหรือเปล่า”
“ตกลงครับ”
“เยี่ยม! เอาล่ะฉันมีงานต้องกลับไปทำ ไว้ค่อยเจอกันถ้าว่าง”
“ขอบคุณครับ”
ถัดจากนั้นเจมส์หาข้อมูลเกี่ยวกับอุตสาหกรรมลูกชิ้นปลา กล่าวด้วยความสัตย์จริง เขากึ่งยอมรับข้อเสนอแต่ไม่มีความรู้ด้านนี้
ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะเจมส์สามารถล่าปลาในทะเลได้ไม่จำกัด
อีกส่วนคือมองว่ามันเป็นธุรกิจที่ทำกำไรได้ไม่ยาก เพราะไปที่ไหนก็มีร้านลูกชิ้นขายกันข้างทางให้เกลื่อน ดังนั้นหากบริหารดีๆ น่าจะเปลี่ยนเงินเพียงสิบล้าน เป็นร้อยหรือพันล้านได้ไม่ยาก
..........
เนตรมาถึงพัทยาในช่วงเย็นของอีกวัน หล่อนอยู่ในชุดไปรเวทสีดำ กางเกงยีนส์ขาสั้น สวมรองเท้าผ้าใบสีขาว
ดูจากเสื้อผ้าน้อยชิ้นอวดส่วนเว้าส่วนโค้ง เจมส์แทบไม่อาจละสายตาได้ และสิ่งที่ทำให้เขาชวนพิศวงที่สุดบนเรือนร่างของเนตร ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นลายสักตามส่วนต่างๆ
“มองอะไร ไม่เคยเห็นคนสักลายหรือไง?” เนตรที่เพิ่งลงจากรถเลิกคิ้วขึ้น แต่ไม่ถึงกลับโกรธ เพราะตัวตนของเจมส์จัดอยู่ในหมวดหมู่อันตราย
ชายอายุน้อยกว่า เจ้าของถุงมือสีดำหัวเราะกลบเกลื่อน ให้คำตอบว่า “ผมคิดว่ามันสวยดีน่ะ เลยมองเพลินไปหน่อย หวังว่าคุณคงไม่ถือสา”
เนตรไม่ได้พูดอะไร เพียงมองไปที่เรือลำนั้น ก่อนจะกล่าวขึ้นว่า “เรือสวยดีนี่ แล้วทำไมคุณถึงใช้แค่รถกระบะตอนเดียว?”
ไม่แปลกหากเนตรจะถามแบบนี้ มองจากตัวตนของเจมส์ เขาไม่ควรมีรถแค่คันเดียว หรือต่อให้มีก็ควรเป็นรถหรู ไม่ใช่รถราคาหลักแสน
“ผมไม่ชอบเล่นรถน่ะครับ ต่อให้ราคาของมันสิบยี่สิบล้าน ต้องติดไฟแดงเหมือนกัน แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นเรือมันสามารถแล่นไปที่ไหนก็ได้ ดังนั้นผมจึงเล่นเรือเป็นหลัก หากนับรวมลำนี้ก็ราว 5 ลำเห็นจะได้” เจมส์ค่อนข้างแถและไม่ลืมจะคุยโอ้อวด ไหนๆ ฝ่ายนั้นก็มองเขาไว้สูง ดังนั้นก็ควรขี้โม้ไว้เยอะๆ เดี๋ยวเขาจะหาว่าไม่มีอะไรเลย
“เจมส์ มาอยู่นี่เอง โทรไปก็ไม่รับว่าจะให้ดูแพคเกจที่เพิ่งทำสักหน่อย ไม่คิดเลยว่าจะได้เจอที่นี่...”
เจ้าของเสียงเพิ่งลงมาจากรถมอเตอร์ไซค์คันละสี่หมื่นบาท หล่อนอยู่ในชุดนักศึกษาสีขาว ถอดหมวกกันน็อคออกมาค่อยจำได้ว่าเป็นเบียร์ รุ่นพี่ต่างคณะนั่นเอง
“อ้าวจริงดิ” เจมส์หยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋า ค่อยทราบว่าเปิดสั่นเอาไว้ มิน่าเธอโทรมาถึงไม่ได้ยินเสียง
“จริงด้วยแฮะ ขอโทษนะครับพี่ พอดีช่วงนี้ผมนอนไม่ค่อยหลับ จึงเผลอไปกดสั่นทั้งข้อความและเสียงเรียกเข้า”
“ไม่เป็นไร” เบียร์ตอบ ในสภาพถือถุงกระดาษมือซ้าย หันไปมองผู้หญิงที่อยู่ข้างๆ เจมส์ด้วยนัยน์ตาไม่เป็นมิตร
เนตร เจ้าของรถสุดหรูอย่างแลนด์โรเวอร์หันศีรษะไปทางนักศึกษาในชุดรัดติ้ว ยื่นมือไปข้างหน้า กล่าวคำทักทายว่า
“สวัสดีฉันเนตร ยินดีที่ได้รู้จัก ไม่ทราบว่าเธอคือ...”