มหากาพย์ดาบอนันต์มนตรา ภาค : โลกมนตรากฤตยา (มี E-Book)

    ตอนที่ 62 อานนท์ตายแล้ว?! (1)

    ‘นั่นใครน่ะ? ชาวบ้าน? ทหาร?’



    ‘ซวยชะมัดเลยหมอนั่น ดันอยากมาพระราชวังในเวลาแบบนี้’



    ‘ไม่รู้หรอกว่าเป็นใคร แต่ช่วยรีบหนีไปตามคนมาช่วยหน่อย’



    ‘มีใครรู้จักเขามั่ง รีบตะโกนให้เขาหนีไปเร็ว’



    ‘ช่วยพวกเราด้วย ไปตามใครก็ช่วยที’




    ‘เจ้าโง่นี่มาจากไหน?’



    ‘มันเป็นใคร? เป็นคนรู้จักของใครหรือเปล่า?’



    ‘เจ้าพวกที่ลาดตระเวนอยู่นอกกำแพงหายไปไหน ปล่อยให้หมอนี่เข้ามาถึงนี่ได้ยังไง?’



    ‘หรือว่าชายนี้คือคนที่หลานธารารินทร์บอกว่ามีกษาปณ์มีนหรือเปล่านะ?’




    ‘นั่นมันอานนท์นี่ หัวหน้าพวกเรารอดแล้ว’



    ‘เงียบไปเลย เดี๋ยวพวกเขาก็รู้ตัวหรอก’



    ‘ไม่เห็นต้องกลัวเลยหัวหน้า คนพวกนี้สู้เจ้าหมอนั่นไม่ได้หรอก’



    ‘อย่าชะล่าใจไป พวกเรายังไม่รู้เลยว่าเขาทำอะไรได้บ้าง ครั้งนั้นอาจเป็นโชคดีหรือนาน ๆ ครั้งที่เขาจะทำแบบนั้นได้ก็ได้’



    ‘เยี่ยมเลย ความหวังของพวกเรามาแล้ว’



    ‘นี่นายติดกับดักของปลายฝนจริงดิ? เชื่อเขาเลย’




    หลายคนต่างความคิดเห็น เสียงกระซิบกระซาบเกิดขึ้นทั่ว ฝั่งที่ไม่รู้จักอานนท์ต่างสงสัยว่าเขาเป็นใคร เขาคนนี้เพียงบังเอิญผ่านมาหรือตั้งใจ แต่ต่างมั่นใจว่าเขาเพียงคนเดียวคงเปลี่ยนสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ในตอนนี้ไม่ได้



    ทางด้านทีมสองแม้แต่ดิเรกและธัญญ่าก็คิดว่าเขาคือหนทางรอดไปจากสถานการณ์ในตอนนี้ มีเพียงดารินเท่านั้นที่ไม่มั่นใจว่าจะเป็นอย่างไรต่อ จากที่เธอรู้จักอานนท์มา นิสัยของเขาไม่ค่อยสนใจใครทั้งนั้น เขาจะไม่ลงมือทำอะไรทั้งสิ้น เว้นเพียงอย่างเดียวที่สามารถกระตุ้นเขาได้ ปลายฝนคนเดียวเท่านั้น หากมีอันตรายต่อเธอ ชายหนุ่มคนนี้จะต้องลงมือทำอะไรสักอย่างแน่นอน แต่นั่นก็คือปัญหาเช่นกัน



    หากอีกฝ่ายไม่คิดลงมือทำอะไรต่อปลายฝนเลย แต่เลือกจัดการคนอื่นก่อน อาจเกิดการสูญเสียถึงขั้นชีวิตโดยที่ชายหนุ่มคนนี้ไม่เหลียวแลเลย มีความเป็นไปได้สูงที่แม้แต่เธอเองหรือกระทั่งพระราชาที่จะต้องเป็นคนที่ตาย เขาก็อาจนั่งมองดูเฉย ๆ โดยปล่อยให้ทุกคนตายไปยกเว้นปลายฝนเท่านั้น




    ‘ลุยเลยพวก จัดการพวกนี้ไม่หมดเลย’ เทพไทพยายามสื่อสารทางจิตกับอานนท์แม้ว่าจะเรื่องที่เป็นไม่ได้ก็ตาม เขาเห็นอานนท์ยืนนิ่งอยู่ไม่ขยับใด ๆ ฝ่ายกบฏก็ดูจะตกใจกับการปรากฏตัวของอานนท์เช่นกัน ต่างฝ่ายต่างเล่นเกมจ้องตากัน



    “ขอโทษด้วยครับ น่าจะมาผิดบ้าน”



    และแล้วในที่สุดอานนท์ก็เอ่ยออกมาเสียงไม่ดังแต่ทุกคนก็ได้ยินเนื่องจากความเงียบที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน



    ‘ให้ตายเถอะ มาผิดเวลาอีกแล้ว รีบไปดีกว่า’ อานนท์เหงื่อตกขณะคิด เขาไม่ได้คาดคิดว่าจะมาเจอเหตุการณ์อะไรแบบนี้ เขารู้สึกแปลก ๆ ตั้งแต่เริ่มก้าวเข้าสู่กำแพงเมืองแล้ว รอบนอกของกำแพงเขาเห็นหน่วยลาดตระเวนอยู่บ้าง จึงไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไร เนื่องจากเขาไม่อยากยุ่งวุ่นวายกับทหารมากนักจึงเลือกที่จะลอบเร้นเข้าเมืองมา เขาเพียงแค่คิดว่าคงมีเหตุการณ์บางอย่างจึงต้องย้ายชาวเมืองที่อื่นเท่านั้น เขาไม่ได้คาดคิดว่าจะมาเจอการก่อกบฏเช่นนี้



    ครืน ครืน...



    ในวินาทีที่อานนท์หันหลังกลับเตรียมตัวจะจากไป บังเกิดกำแพงน้ำควบแน่นปิดกั้นประตูรั้วพระราชวังไว้ ทางเข้าที่อานนท์เคยใช้ถูกปิดถูกกำแพงเวทมนตร์ขวางเอาไว้



    “อย่าเพิ่งไปสิ อยู่คุยกันก่อน พ่อหนุ่มแปลกหน้า” เจ้ากรมกลาโหมพูดด้วยท่าทางอวดดี



    อานนท์หันกลับมาพร้อมกับรอยยิ้ม เขาไม่ได้พูดอะไรตอบ



    ‘เอาเลย จัดการเลย’ เทพไทลุ้นตัวโก่ง แต่ไม่มีการตอบสนองใดออกมาจากอานนท์นอกจากยิ้มเท่านั้น



    “นายใช่อานนท์ไหม?” เจ้ากรมกลาโหมยิงคำถามตรงประเด็นทันที ไม่ว่าจะบังเอิญหรือไม่ก็ตาม คนที่น่าจะมาในเวลาเช่นนี้ ควรจะเป็นคนคนนี้เท่านั้น แล้วเขาก็กล่าวแนะนำตัวเพื่อไม่ให้เป็นการเสียมารยาท “ฉันคือเจ้ากรมกลาโหม ฉันเป็นอาของหลานธารารินทร์ พอดีหลานของฉันพูดถึงนายว่าเธอได้ฝากกษาปณ์มีนไว้ที่นาย”



    “ผมชื่ออรุณครับ” อานนท์ยังคงยิ้มขณะตอบ “และผมก็ไม่รู้จักคนที่ชื่อธารารินทร์ที่คุณพูดถึงด้วย ผมแค่จะแวะมาถามอะไรนิดหน่อยเพราะข้างนอกผมไล่เคาะทุกบ้านแล้วไม่มีใครอยู่เลย”

    คล้ายกับเรื่องมหากาพย์ดาบอนันต์มนตรา ภาค : โลกมนตรากฤตยา (มี E-Book) ที่คุณอ่าน