ทำให้หยางซีหยุนซึ่งยืนมองอยู่ไกลๆไม่อาจมองเห็นคนในกระท่อมได้ เขาเห็นเฉินมู่อิ๋งออกมารับปิ่นโตแล้วก็เบาใจเขาเดินกลับเรือนไผ่ไปอย่างเงียบเชียบ
เฉินมู่อิ๋งเก็บตัวอยู่ในกระท่อมไม่ออกไปไหนเขากำลังอ่านตำราอาคมอย่างขะมักเขม้นเขาคิดว่าหากแข็งแรงดีแล้วจะกลับไปหาอาจารย์เฟยเทียนเพื่อให้อาจารย์เฟยเทียนช่วยสอนอาคมให้หน่อยเขารู้สึกว่าอาจารย์เฟยเทียนน่าจะรู้เกี่ยวกับอาคมมากกว่าอาจารย์หยางกระมังแต่ตำราของอาจารย์หยางม้วนนี้ก็เขียนอธิบายอักษรแปลกตาเ่าั้ค่อนข้างละเอียดทีเดียวมีบางตัวที่ไม่มีคำอธิบายทำให้เขาไม่เข้าใจ
เวลาผ่านไปครึ่งเดือน เฉินมู่อิ๋งก็แข็งแรงดังเดิม ตลอดเวลาครึ่งเดือนที่ผ่านมาเลี่ยงจินก็มาส่งปิ่นโตให้เขาวันละ3 ครั้ง ทำให้เขาไม่จำเป็ต้องออกไปขุดหน่อไม้หรือตกปลามากินอีกเขากับเลี่ยงจินก็สนิทกันมากขึ้นทีเดียว
“ศิษย์น้องเฉินๆ”เลี่ยงจินร้องเรียกอยู่หน้ากระท่อม เฉินมู่อิ๋งเปิดประตูออกไป “ศิษย์พี่เลี่ยง”
“อาหารของเ้า”เลี่ยงจินวางปิ่นโตลงบนโต๊ะหน้ากระท่อม เฉินมู่อิ๋งยิ้ม “ขอบคุณศิษย์พี่เลี่ยง”
เขาเปิดปิ่นโตดูแล้วปิดฝาจากนั้นก็ชวนศิษย์พี่เลี่ยง“ศิษย์พี่ วันนี้ข้าจะไปตกปลาไฉ่หง ท่านไปกับข้าไหม? ข้าจะแบ่งให้ท่านตัวนึง”
“หา!” เลี่ยงจินใจนปากอ้าตาค้าง ครู่ต่อมาเขารีบปฏิเสธทันที“อ่า...ศิษย์น้องเฉิน เ้าไปคนเดียวเถอะ ข้าลาล่ะ”
เขาพูดจบแล้วก็รีบเดินเร็วๆจากไปจนแทบจะกลายเป็วิ่งเลยทีเดียว เฉินมู่อิ๋งมองตามแล้วยิ้มบางๆจากนั้นเขาก็เอาปิ่นโตไปเก็บในกระท่อมแล้วออกไปตกปลาไฉ่หงในเมื่ออาจารย์หยางหวงมันนักหนา เช่นนั้นเขาก็จะทำให้อาจารย์หยางปวดใจจนแทบกระอักเืเลยเชียว
หยางซีหยุนแอบมองอยู่ไกลๆเห็นเฉินมู่อิ๋งเดินไปทางธารน้ำที่เลี้ยงปลาไฉ่หงเขาก็หน้าตึงขึ้นมาทันที“หรือว่าเขาคิดจะไปจับปลาไฉ่หง? คงไม่หรอก”
เขาแอบตามไปห่างๆเฉินมู่อิ๋งจับััได้ว่ามีคนตามมาเขายิ่งกดมุมปากลึกขึ้น เท้ายังคงก้าวเดินไปอย่างมั่นคงเมื่อไปถึงธารน้ำที่มีปลาไฉ่หงอยู่เขาก็เอาเบ็ดตกปลาออกมาแล้วเดินไปหาขุดไส้เดือน เขาจับไส้เดือนมาตัวหนึ่งเกี่ยวกับเบ็ดแล้วเดินไปยืนริมน้ำหย่อนเบ็ดลงไปกลางฝูงปลาไฉ่หง ปลาไฉ่หงตัวหนึ่งฮุบเหยื่อเข้าไปทันทีเฉินมู่อิ๋งตวัดเบ็ดทันควัน เขาคว้าสายเบ็ดหมับ!พลันมือข้างนั้นของเขาก็ถูกจับหมับเช่นกัน!
“เ้าศิษย์ชั่ว!” หยางซีหยุนยืนอยู่ด้านหลังเฉินมู่อิ๋ง หน้าตาถมึงทึงยิ่งนักเฉินมู่อิ๋งหันไปมองอาจารย์หยางฉีกยิ้มให้แล้วพูดอย่างแย้มยิ้มว่า“ตัวนี้ข้าให้อาจารย์ก็ได้ เดี๋ยวข้าตกใหม่อีกตัวขอรับ”
“ตกใหม่! เ้ายังคิดจะตกปลาของข้าอีกรึ!สิ่งที่ข้าพูดไปไม่เข้าหูเ้าเลยซินะ” หยางซีหยุนตวาดลั่นมืออีกข้างก็รัดเอวเ้าศิษย์ชั่วหมับกันไม่ให้เขาวิ่งหนีไปเฉินมู่อิ๋งถูกรัดเอวก็ตกตะลึงไป “อาจารย์! ปล่อยข้านะ!”
เขาปล่อยมือจากคันเบ็ดทันทีแล้วพยายามแกะมืออาจารย์หยางออกจากเอวตัวเอง“ปล่อยข้า!”
“ปล่อย! ปล่อยเ้าก็หนีน่ะซิ!”หยางซีหยุนตวาดอย่างโมโหเดือดดาล เขายิ่งรัดเอวเ้าศิษย์ชั่วแน่นขึ้นจนแผ่นหลังเล็กแคบแนบกับแผงอกของเขาเฉินมู่อิ๋งยิ่งดิ้น “อาจารย์! ปล่อยข้า!”
แขนเขาก็ซ้อนอยู่เหนือแขนอาจารย์หยางกันไม่ให้แขนข้างนั้นถูกสิ่งที่ไม่ควรถูกเขาปล่อยมือจากสายเบ็ดทำให้ปลาไฉ่หงตัวนั้นร่วงตกลงพื้นไปดิ้นปัดๆ อยู่บนพื้นดินเมื่อทิ้งสายเบ็ดแล้วเขาก็หมุนข้อมือหวังให้หลุดจากอุ้งมือของอาจารย์หยางแต่อาจารย์หยางจับข้อมือแน่นมากทำให้หมุนไม่ได้เลยเขาตกอยู่ในสภาพอีหลักอีเหลื่อจริงๆ อาจารย์หยางปล่อยมือจากข้อมือเล็กๆ ผอมๆข้างนั้นแล้วจี้จุดอย่างไวยิ่งทำให้เ้าศิษย์ชั่วกระดุกกระดิกตัวไม่ได้มีเพียงส่วนศีรษะที่ยังขยับได้ เฉินมู่อิ๋งโมโหจนตาแดงก่ำตัวเองตกอยู่ในกำมืออาจารย์หยางอีกครั้งแล้ว!
หยางซีหยุนรัดเอวแล้วเดินไปอย่างนั้นเขาเหลือบเห็นปลาไฉ่หงดิ้นปัดๆอยู่บนพื้นจึงใช้พลังเซียนทำให้มันหลุดจากขอเบ็ดแล้วทำลายคันเบ็ดนั้นทิ้งไป ปุ๊! คันเบ็ดแหลกละเอียดเป็จุณทันที ปลาไฉ่หงตัวนั้นก็ดิ้นแถกๆจนกระทั่งลงน้ำไป มันรีบว่ายไปรวมกลุ่มกับพวกพ้องของมันหยางซีหยุนอุ้มเ้าศิษย์ชั่วกลับไปที่เรือนไผ่ เขากางอาคมผนึกรอบๆบริเวณเรือนไผ่แล้วจี้คลายจุดให้เ้าศิษย์ชั่ว เฉินมู่อิ๋งขยับตัวได้แล้วก็รีบก้าวถอยห่างไปทันทีตวาดอย่างโมโหหน้าแดงก่ำ “อาจารย์หยาง!”
“กล้าตวาดใส่ข้าเช่นนั้นข้าจะเพิ่มโทษเ้าอีก ขังเ้าเพิ่มอีก 1 วัน ตวาดอีกซิตวาดอีกข้าก็จะขังเ้าเพิ่มอีก 1 วัน” หยางซีหยุนบอกอย่างเ็าสายตาเย็นเยียบ“กล้าตกปลา 1 ตัวข้าจะขังเ้าไว้ 10 วัน!”
“ข้าไม่ใช่นักโทษนะ!” เฉินมู่อิ๋งตวาดใส่หยางซีหยุนยกนิ้วนับอย่างเ็า “12 วัน”
“อาจารย์หยาง!” เฉินมู่อิ๋งตวาดอีก หยางซีหยุนยกนิ้วนับ “13 วัน”
เฉินมู่อิ๋งไม่ตวาดเขาเดินไปที่ม่านอาคมผนึกแล้ววาดอักษรแปลกตาในตำราอาคมขึ้นมา หยางซีหยุนมองเฉยเฉินมู่อิ๋งวาดอักษรแปลกตาเสร็จก็ผลักวงอาคมใส่ม่านผนึกนั้นม่านผนึกส่งเสียงครืนครั่นครู่หนึ่งแต่ก็ไม่สลายหายไป เฉินมู่อิ๋งหันไปมองอาจารย์หยางตาวาววับอย่างแค้นเคืองเขาแน่ใจแล้วว่าตำราอาคมม้วนนั้นที่อาจารย์หยางให้เขาไม่ใช่ตำราฉบับสมบูรณ์
“หึ! เรียนรู้ได้เร็วดีนี่” หยางซีหยุนแค่นเสียงเ็าเฉินมู่อิ๋งถลึงตามองอาจารย์หยาง จากนั้นเขาก็เดินไปนั่งลงหลังฉากกั้นหยางซีหยุนเดินไปนั่งที่โต๊ะเขียนอักษร หยิบแท่งหมึกขึ้นมาฝนๆจากนั้นก็จับพู่กันจุ่มหมึกเขียนกลอนไปเรื่อยๆเฉินมู่อิ๋งมองอาจารย์หยางที่นั่งขีดเขียนอยู่ที่โต๊ะเขามองไปมองมาไม่รู้ว่าตัวเองเผลอหลับไปตอนไหน
หยางซีหยุนวางพู่กันลงมองเ้าศิษย์ชั่วเห็นเขาหลับอยู่บนพื้นก็ปล่อยให้เขาหลับอยู่ตรงนั้นที่เขาขังไว้ในเรือนเช่นนี้ก็เพราะเวลาศิษย์โรงครัวมาส่งอาหารย่อมส่งปิ่นโตเข้ามาข้างในได้ เพราะเดี๋ยวเขาจะเหลือช่องเล็กๆให้ส่งปิ่นโตเข้ามาอย่างไรล่ะเขาไม่อยากผนึกเ้าศิษย์ชั่วอีกเพราะกลัวว่าหากมีเหตุการณ์จำเป็อะไรขึ้นมาเขาออกไปข้างนอกเ้าศิษย์ชั่วจะได้ไม่อดน้ำอดข้าวอีกถึงอย่างไรศิษย์โรงครัวก็ต้องมาส่งอาหารวันละ 3 ครั้งอยู่แล้วดังนั้นจึงแน่ใจได้ว่าเ้าศิษย์ชั่วจะไม่อดน้ำอดข้าวเหมือนอย่างคราวก่อนแน่นอน
เลี่ยงจินมาส่งปิ่นโต เห็นผนึกอาคมกางอยู่รอบๆ เรือนไผ่ก็แปลกใจเขาจึงร้องเรียกอยู่นอกผนึกอาคม “อาจารย์หยางขอรับๆ”
หยางซีหยุนเดินออกไปเลี่ยงจินกุมมือคารวะ “อาจารย์หยาง”
“นับจากนี้ไม่ต้องไปส่งข้าวที่กระท่อมอีกแต่ให้วางไว้ที่นี่แทน จนกว่าข้าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง” หยางซีหยุนบอกเลี่ยงจินกุมมือรับคำสั่ง “ขอรับ”
หยางซีหยุนชี้นิ้วไปที่โต๊ะหินนอกผนึกอาคมสั่งว่า “วางไว้ตรงนั้น”
“ขอรับ”เลี่ยงจินรับคำสั่งแล้ววางปิ่นโต 2 เถาไว้บนโต๊ะจากนั้นก็กุมมือคารวะอีกครั้งแล้วเดินจากไปหยางซีหยุนยื่นมือไปทำให้ผนึกอาคมแหวกเป็ช่องพอให้ยกปิ่นโต 2 เถาเข้ามาได้ช่องนั้นแหวกค้างอยู่อย่างนั้น เขาถือปิ่นโต 2 เถากลับเข้าเรือนไปวางปิ่นโตไว้บนโต๊ะแล้วเดินไปปลุกเ้าศิษย์ชั่ว “เ้าหนูๆ”
เฉินมู่อิ๋งลืมตาตื่นทันทีเห็นอาจารย์หยางก็มองอย่างโกรธเคือง “หึ!”
“กินข้าว”หยางซีหยุนบอกแล้วเดินกลับไปที่โต๊ะเปิดปิ่นโตออก ยกอาหารข้างในออกมาวางเรียงรายเขานั่งกินข้าวไม่สนใจเ้าศิษย์ชั่วอีก เพราะคิดว่าเดี๋ยวหิวก็มากินเองนั่นแหละอาหารยังเหลืออีก 1 ปิ่นโต กินก็ช่าง ไม่กินก็ช่าง เขากินไปเรื่อยๆจนอิ่มก็เก็บจานชามใส่ปิ่นโตไว้แล้วยกออกไปตั้งไว้ที่โต๊ะนอกผนึกอาคมช่องนั้นยังคงแหวกค้างอยู่อย่างนั้นไม่หุบเข้ามาเพื่อเป็ช่องทางให้ส่งอาหารเข้ามาได้
เฉินมู่อิ๋งนอนอยู่บนพื้นจนกระทั่งรู้สึกหิวจึงลุกไปดูปิ่นโตที่วางอยู่บนโต๊ะเขาเห็นอาจารย์หยางนั่งอยู่ที่โต๊ะเขียนอักษรเขาจึงนั่งลงที่โต๊ะแล้วเปิดปิ่นโตหยิบอาหารข้างในออกมากินกินเสร็จแล้วก็เก็บจานชามใส่ปิ่นโตแล้วถือออกไปข้างนอก
เห็นที่โต๊ะนอกผนึกอาคมมีปิ่นโตเถาหนึ่งวางอยู่เขาจึงเอาปิ่นโตของเขาไปวางคู่กับปิ่นโตเถานั้น จากนั้นก็เดินไปนั่งใต้ต้นท้อเห็นลูกท้อออกเต็มต้นจึงยืนขึ้นเด็ดลูกท้อมากัดกินทันทีที่กัดลูกท้อรสชาติหวานอมเปรี้ยวก็แผ่ซ่านไปทั่วปาก เป็รสหวานๆ เปรี้ยวๆ ที่ลงตัวยิ่งกลิ่นก็หอมอบอวลไปทั่วทั้งปาก เขาจึงกินท้อลูกนั้นจนหมดแล้วโยนเมล็ดทิ้งไปจากนั้นก็ยื่นมือไปเด็ดมากินอีก
หยางซีหยุนมองไป เขาเห็นเฉินมู่อิ๋งกำลังเด็ดลูกท้อก็เบิกตาโต “เ้า!”
เขาลุกขึ้นเดินไปหาอย่างไวจับมือที่กำลังเด็ดลูกท้อไว้แน่น “เ้าเด็ดท้อของข้า”
“หึ!” เฉินมู่อิ๋งแค่นเสียงอย่างเ็าหยางซีหยุนเหลือบเห็นเมล็ดท้อถูกโยนทิ้งอยู่แถวนั้นหลายเมล็ดทีเดียวเขามองเมล็ดพวกนั้นอย่างปวดใจยิ่งนัก “เ้ารู้ไหมว่าท้อเซียนต้นนี้กว่าข้าจะปลูกจนออกลูกครั้งแรกก็ใช้เวลาถึง100 ปีเชียวนะ”
“อ่อ” เฉินมู่อิ๋งส่งเสียงรับรู้อย่างเ็าหยางซีหยุนรู้สึกจนคำพูดขึ้นมา เขาไม่รู้จะด่าเ้าศิษย์ชั่วนี่อย่างไรดีทั้งดื้อรั้น ทั้งขัดคำสั่งเขาเสมอ เฉินมู่อิ๋งสะบัดมือออกจากอุ้งมืออาจารย์หยางเขาปลิดผลท้อลงมาด้วยแล้วยกขึ้นกัดต่อหน้าต่อตาอาจารย์หยาง หยางซีหยุนโมโหยิ่งนัก ด่าอย่างเหลืออดว่า“เ้าตัวล้างผลาญ!”
“หึ!” เฉินมู่อิ๋งแค่นเสียงคำหนึ่ง เคี้ยวท้อเซียนแสนอร่อยอย่างถูกอกถูกใจหยางซีหยุนไม่รู้จะลงโทษอย่างไรดี เขารู้สึกจนปัญญากับเ้าศิษย์ชั่วคนนี้จริงๆเขาสะบัดแขนเสื้อเดินเข้าเรือนไปอย่างโมโหจนเส้นเืที่ขมับเต้นตุบๆไม่ให้กินปลาไฉ่หง มันก็มากินท้อเซียนของเขา เ้าศิษย์ล้างผลาญนี่!
เขาอยากผนึกเ้าศิษย์ชั่วให้อดข้าวอดน้ำยิ่งนักแต่ก็กลัวว่ามันจะตายเสียก่อน ที่เขาเอามันมาขังไว้ร่วมเรือนก็เพื่อจะได้สั่งสอนขัดเกลามันแต่ดูมันซิ มันกลับกินท้อเซียนที่เขาปลูกมาอย่างยากลำบากหน้าตาเฉย! เ้าเด็กนี่มันจงใจยั่วโมโหเขาชัดๆ หรือมันอยากให้เขาไล่มันออกจากสำนัก?ถ้ามันทำเช่นนี้เพื่อหาเื่ให้เขาไล่มันออกจากสำนักเช่นนั้นเขาจะไม่ไล่มันออกไปเด็ดขาดแต่จะต้องขัดเกลามันจนมันเชื่อฟังให้ได้! เขาจะต้องขัดเกลามันจนมันกลายเป็ศิษย์แสนดีเหมือนอย่างลูกศิษย์ของอาจารย์คนอื่นๆให้ได้!
เฉินมู่อิ๋งเห็นอาจารย์หยางโมโหยิ่งนักก็รู้สึกสะใจมากหึ! ขังข้า 13 วัน ข้าก็จะกินท้อเซียนต้นนี้ให้หมดต้นเลย!
หนึ่งศิษย์หนึ่งอาจารย์อยู่ร่วมกันอย่างไม่พูดจากันสักคำต่างคนต่างอยู่ เฉินมู่อิ๋งก็นอนอยู่ใต้ต้นท้อเซียน หยางซีหยุนก็อยู่ในเรือนเขียนอักษรไปเรื่อยๆเขามองดูเ้าศิษย์ชั่วทีไรก็เห็นมันเด็ดท้อเซียนกินทุกทีเขาจึงสะบัดหน้าไปอย่างโมโหยิ่งนัก เอาแต่กินๆๆกินให้ท้องแตกตายไปเลยนะเ้าศิษย์ชั่ว!
่ที่ถูกขังอยู่นี้ เฉินมู่อิ๋งก็เอาตำราโอสถเซียนของอาจารย์เฟยเทียนออกมาอ่านเขาอ่านทีละแถวอย่างช้าๆ ทำความเข้าใจกับเนื้อหาในตำราไปเรื่อยๆหยางซีหยุนก็เก็บตัวเงียบอยู่ในเรือน
เวลาผ่านไปจนครบ13 วัน ท้อเซียนก็ถูกกินจนหมดเกลี้ยงจริงๆหมดเกลี้ยงไม่เหลือแม้แต่ลูกเดียวทำให้หยางซีหยุนโมโหจนแทบกระอักเืเลยทีเดียวเขาสลายอาคมผนึกออกแล้วตวาดไล่อย่างโมโหจนโทสะท่วมฟ้าแล้ว“ไสหัวไปซะเ้าตัวล้างผลาญ!”
“หึ!” เฉินมู่อิ๋งแค่นเสียงเ็าคำหนึ่ง เดินจากไปอย่างสะใจยิ่งเขาเดินกลับกระท่อมของเขาไปแล้วเริ่มต้นศึกษาวิชาหลอมโอสถเซียนเขาลงเขาไผ่ไปยังยอดเขาหลัก ที่นั่นมีหอตำราเก็บไว้มากมายมีตำราทุกแขนงวิชาระดับพื้นฐานทั่วไปส่วนตำราขั้นสูงอาจารย์แต่ละวิชาจะเป็ผู้เก็บเอาไว้ที่ยอดเขาของตัวเองเฉินมู่อิ๋งเข้าไปในหอตำราแล้วหยิบตำราหลอมโอสถเซียนขั้นพื้นฐานมาอ่าน
เฉินมู่อิ๋งขลุกอยู่ในหอตำราถึง 10 วันเลยทีเดียวเขาอ่านตำราหลอมโอสถเซียนขั้นพื้นฐานจนหมดทุกม้วนแล้วจึงกลับเขาไผ่ไปเขาออกไปหาสมุนไพรมาหลอมโอสถแน่นอนว่าสมุนไพรที่เขา้าล้วนมีอยู่บนเขาไผ่แห่งนี้เขาจึงเก็บมาแล้วกลับกระท่อมไปลงมือหลอมโอสถเซียนตามตำราของอาจารย์เฟยเทียนตำราหลอมโอสถเซียนของอาจารย์เฟยเทียนแตกต่างจากตำราทั่วไปคือไม่ใช้หม้อหลอมโอสถแต่ใช้พลังเซียนควบคุมการหลอม ใช้พลังเซียนแทนเพลิงปฐี
เฉินมู่อิ๋งรู้สึกว่าวิธีการหลอมโอสถเซียนในตำราของอาจารย์เฟยเทียนช่างท้าทายยิ่งนักเขาปิดประตูกระท่อม เริ่มต้นหลอมโอสถเซียนอย่างขะมักเขม้น ครั้งแรกล้มเหลวทำสมุนไพรไหม้หมด แต่เขาก็ไม่ย่อท้อ ยังคงฝึกหลอมต่อไป
ครั้งที่ 2...ครั้งที่3...ครั้งที่ 4...ครั้งที่ 5...จนกระทั่งถึงครั้งที่ 186ในที่สุดเขาก็หลอมโอสถเซียนเม็ดแรกสำเร็จ เขารู้สึกดีใจมาก “ฮ่าๆๆๆ...สำเร็จแล้วๆ”
หยางซีหยุนแอบมองอยู่ไกลๆเขาได้กลิ่นสมุนไพรไหม้ลอยออกมาจากกระท่อมจึงเดาว่าเ้าศิษย์ชั่วของเขาคงกำลังหัดหลอมโอสถอยู่แน่นอนเขาเฝ้าดูอยู่ห่างๆ ไม่ได้เข้าไปรบกวนแม้แต่น้อยเขาเห็นเฉินมู่อิ๋งถอนสมุนไพรที่เขาปลูกเอาไว้ครั้งแล้วครั้งเล่าจนสมุนไพรสองสามชนิดนั้นแทบหมดจากเขาไผ่เลยทีเดียวนี่ทำให้เขาปวดใจยิ่งนัก แต่เพื่อความก้าวหน้าของศิษย์เขาจำต้องยอมทนดูอยู่เงียบๆเขาดูจากชนิดสมุนไพรที่เฉินมู่อิ๋งเก็บไปพอจะเดาได้ว่าเฉินมู่อิ๋งกำลังหลอมโอสถแก้ปวดสามัญทั่วไปโอสถแก้ปวดนี้หลอมไม่ยาก หัดหลอมไม่กี่ครั้งก็สำเร็จแล้ว ศิษย์ของอาจารย์จงฮ่วนหัดหลอมราวๆสองสามครั้งก็สำเร็จกันแล้ว แต่เ้าศิษย์ของเขาคนนี้หลอมโอสถชนิดนี้ล้มเหลวถึง 185ครั้งเชียวนะ นี่แสดงว่าเ้าศิษย์คนนี้ไม่มีพร์ในการหลอมโอสถเอาเสียเลยเฮ้อ...สมุนไพรของข้า!
เฉินมู่อิ๋งมองดูโอสถเม็ดนั้นอย่างภูมิใจเขาเก็บโอสถเม็ดแรกไปแล้วคิดว่าถ้าเขาหลอมโอสถอย่างเช่นพิษศิลาให้กลายเป็โอสถเซียนล่ะผลจะเป็อย่างไร? จะทำได้ไหมนะ?เขาแน่ใจว่าอาจารย์เฟยเทียนน่าจะปรับเปลี่ยนตำรายาของนางที่ขายในโลกมนุษย์ให้มีฤทธิ์อ่อนจางลงแน่นอนไม่เช่นนั้นมนุษย์ไม่อาจทนรับพิษที่รุนแรงระดับมารได้แน่ หากเขาใช้ตำรายาของอาจารย์เฟยเทียนมาหลอมเป็โอสถเซียนได้ล่ะก็นี่มันช่างน่าตื่นเต้นจริงๆ หึๆๆๆ...
ยาของอาจารย์เฟยเทียนที่ขายในโลกมนุษย์นั้นเขาเชี่ยวชาญยิ่งนักดังนั้นหากเอาตำรายาเ่าั้มาหลอมเป็โอสถเซียนเขาก็จะมีโอสถไว้ใช้สอยเหมือนเช่นตอนเป็มนุษย์นี่จะเป็การยกระดับกำลังรบของเขาเพิ่มขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง
เมื่อคิดแล้วเขาก็เริ่มลงมือทันทีเขาออกไปเก็บสมุนไพรมา แน่นอนว่าโอสถแรกที่เขาจะหลอมต่อจากนี้ย่อมเป็พิษศิลาถ้าหลอมพิษศิลาเป็โอสถเซียนสำเร็จ เขาจะเอาโอสถพิษศิลานี้ให้อาจารย์หยางได้ทดลองเป็คนแรกเลยทีเดียวฮี่ๆๆๆ...
หยางซีหยุนเห็นเฉินมู่อิ๋งออกไปเก็บสมุนไพรเขาก็ตามไปแอบดูอยู่ห่างๆ เขาเห็นเ้าหนูนั่นเก็บสมุนไพรพิษไปตั้งหลายอย่าง ทำให้เขาสงสัยใคร่รู้“จะเอาไปหลอมโอสถอะไรน่ะ?”
เฉินมู่อิ๋งได้สมุนไพรมาพอแล้วก็รีบกลับกระท่อมไปเขาปิดประตูกระท่อมเก็บตัวอยู่ในกระท่อม เริ่มหลอมโอสถพิษศิลาแน่นอนว่าครั้งแรกเขาล้มเหลว เขาเริ่มหลอมใหม่ครั้งที่ 2 แล้วก็ล้มเหลวอีกเช่นเคยเขาเริ่มหลอมใหม่ครั้งที่ 3...ครั้งที่ 4...ครั้งที่ 5 ในที่สุดเขาก็หลอมสำเร็จทำเขาหัวเราะลั่นเลยทีเดียว “ฮ่าๆๆๆๆ...”
หยางซีหยุนได้ยินเสียงหัวเราะดังออกมาเขาเดาว่าเฉินมู่อิ๋งน่าจะหลอมสำเร็จจึงอยากรู้ยิ่งนักว่าเขาหลอมโอสถอะไร?
เมื่อหลอมโอสถพิษศิลาได้แล้วแน่นอนว่าเฉินมู่อิ๋งต้องหลอมโอสถแก้พิษศิลาด้วยซิเขาเก็บสมุนไพรที่จะใช้หลอมโอสถแก้พิษศิลามาด้วยจึงลงมือหลอมทันที ครั้งแรกล้มเหลวครั้งที่ 2 ก็ล้มเหลวอีก ครั้งที่ 3 จึงหลอมสำเร็จ เขามองโอสถแล้วหัวเราะลั่น “ฮ่าๆๆๆๆ...”
หยางซีหยุนได้ยินเสียงหัวเราะดังออกมาจากกระท่อมจึงเดาว่าเฉินมู่อิ๋งหลอมโอสถสำเร็จอีกแล้วดูเหมือนว่าหลังๆ มานี้จะล้มเหลวน้อยลง เช่นนั้นบางทีเขาอาจจะมีพร์ด้านการหลอมโอสถกระมัง
เฉินมู่อิ๋งเก็บโอสถไปแล้วเดินไปเปิดประตูเขามองไปตรงจุดที่อาจารย์หยางยืนอยู่แล้วพูดว่า “อาจารย์หยาง ท่านแอบดูข้าตั้งนานจะแอบดูอยู่ทำไม มิสู้เข้ามาดูให้เห็นชัดๆ ไปเลยล่ะ”
หยางซีหยุนเดินออกจากจุดที่ยืนอยู่ตรงไปที่กระท่อม “ััของเ้านับว่าดีทีเดียว”
“อาจารย์หยางท่านดูโอสถที่ข้าหลอมซิ” เฉินมู่อิ๋งเอาขวดใส่โอสถพิษศิลาออกมายื่นให้อาจารย์หยางหยางซีหยุนรับมาดู
หยางซีหยุนเทโอสถออกมาใส่จานใบเล็กๆที่ไม่รู้ว่าหยิบออกมาจากถุงฟ้าดินตอนไหน เรียกว่าเร็วจนเฉินมู่อิ๋งมองแทบไม่ทันเลยหยางซีหยุนดูเม็ดโอสถบนจานแล้วใช้คีมคีบขึ้นมาดูแน่นอนว่าการจะตรวจสอบเม็ดโอสถจะไม่จับเม็ดโอสถด้วยมือตรงๆ เพราะจะทำให้เม็ดโอสถเปรอะเปื้อนได้เขาคีบโอสถเม็ดนั้นขึ้นมาดมกลิ่นครู่หนึ่งแล้วถาม “นี่โอสถอะไร?”
“โอสถศิลา”เฉินมู่อิ๋งตอบ หยางซีหยุนขมวดคิ้ว เขาไม่เคยได้ยินชื่อโอสถชนิดนี้เลย “เ้าเอาตำราโอสถนี้มาจากไหน?”
“ตอนข้าเป็คนข้าก็ได้ตำรานี้มาโดยบังเอิญ ข้าจึงเอามาหลอมเป็โอสถเซียนเพียงแต่ยังไม่รู้ว่าสรรพคุณจะเหมือนกับยาที่ข้าเคยทำไหม ข้าก็ยังไม่แน่ใจ”เฉินมู่อิ๋งบอก หยางซีหยุนคลายคิ้วออก เก็บโอสถใส่ขวดแล้วเก็บจานกับคีมคีบไป แต่พอเขาจะก้าวขาเดินหันหลังเขากลับก้าวขาไม่ออก เขาก้มลงมองขาตัวเอง “หือ?”
“โอ้! อาจารย์ เป็อะไรหรือ?” เฉินมู่อิ๋งถามน้ำเสียงยินดีในคราวเคราะห์ของผู้อื่นหยางซีหยุนถลึงตาใส่ “เ้าวางยาข้า!”
“อาจารย์ท่านกล่าวหาข้าอยู่นะ ข้าวางยาท่านตอนไหนกัน?” เฉินมู่อิ๋งย้อนถามสีหน้าซื่อๆ หยางซีหยุนถลึงตาจ้องเ้าศิษย์ชั่วช้า“เป็โอสถที่เ้าให้ข้าดูเมื่อกี้”
“ข้าก็แค่ให้ท่านดูไม่ได้ให้ท่านดมเสียหน่อย ท่านดมเองนะอาจารย์” เฉินมู่อิ๋งพูดอย่างเอื่อยเฉื่อย “ท่านก็ยืนอยู่ตรงนี้สักพักเถอะข้าจะไปหลอมโอสถต่อล่ะ”
เขาพูดแล้วก็เดินกลับเข้ากระท่อมไปหยางซีหยุนโมโหจนโทสะท่วมฟ้าเลยทีเดียว “เ้าเด็กสารเลว!”
เขาด่าแล้วหยิบโอสถแก้พิษออกมาจากถุงฟ้าดินแล้วกินเข้าไปทันทีเขารออยู่พักใหญ่ แต่ความรู้สึกที่ขากลับหายไปเรื่อยๆทั้งยังลามขึ้นมาสูงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เขาตกตะลึงพรึงเพริดยิ่งนักโอสถศิลาร้ายกาจถึงเพียงนี้เชียวรึ! แม้แต่โอสถแก้พิษของเขาก็ยังแก้พิษไม่ได้!
“เ้าศิษย์ชั่ว! หากเ้ายังไม่เอาโอสถแก้พิษมาให้ข้าอีก ข้าจะตีเ้าให้ตาย!” เขาตวาดลั่น เฉินมู่อิ๋งเปิดประตูออกมา ยกมือขึ้นแตะริมฝีปาก “ชู่ว! อาจารย์ ท่านเงียบๆ หน่อย ข้ากำลังจะหลอมโอสถแก้พิษโอสถพิษศิลาถ้าท่านเสียงดังเช่นนี้ข้าก็หลอมโอสถไม่ได้น่ะซิ”
“เ้า!” หยางซีหยุนโกรธจนหน้าแดงหน้าเขียวแล้วเฉินมู่อิ๋งปิดประตูไปแล้วยิ้มอย่างสะใจเหลือเกินได้แก้แค้นคืนย่อมทำให้เขาอารมณ์ดีจนแทบอยากจะผิวปากฮัมเพลงเลยทีเดียวหยางซีหยุนรู้สึกว่าพิษลามขึ้นมาเรื่อยๆ ทำให้เขาตัวแข็งทื่อขึ้นเรื่อยๆโอสถศิลานี้คล้ายกับอาคมผนึกของเขาที่เขาใช้ผนึกเ้าศิษย์ชั่วก่อนหน้านี้ยิ่งนักเขาแน่ใจว่านี่เป็การแก้แค้นของเ้าศิษย์ชั่วช้าแน่นอน หลอกให้เขาดมโอสถพิษจนถูกพิษตัวแข็งทื่อ“โอสถศิลา! โอสถศิลา! ฮึ่ม!”
เฉินมู่อิ๋งอยู่ในกระท่อมก็หลอมโอสถพิษศิลาอีก โอสถนี้มีประโยชน์กับเขามาก หากเจอศัตรูที่แข็งแกร่งเขาก็ใช้พิษศิลาถ่วงเวลาแล้วหนีไปดังนั้นหลอมไว้มากๆ หน่อยย่อมดีแน่นอน ยิ่งหลอมก็ยิ่งเชี่ยวชาญ หลังๆมานี้เขาหลอมโดยไม่ล้มเหลวเลย แต่ก็เฉพาะโอสถพิษศิลานะ ส่วนโอสถชนิดอื่นๆยังต้องอาศัยการฝึกหลอมบ่อยๆ จึงจะชำนาญเหมือนหลอมโอสถพิษศิลา
เมื่อเขาหลอมโอสถพิษศิลาเสร็จแล้วเขาก็เปิดประตูไปดูอาจารย์หยาง เห็นอาจารย์หยางยืนถลึงตาอยู่เช่นเดิมแต่ดูเหมือนว่าพิษจะแพร่ไปจนแขนทั้งสองข้างก็ขยับไม่ได้แล้วเขาจึงหยิบโอสถแก้พิษศิลาออกมาแล้วยัดใส่ปากอาจารย์หยาง หยางซีหยุนกลืนโอสถลงไปสายตาจ้องมองเ้าศิษย์ชั่วราวกับจะฆ่าให้ตาย เขาเสียท่าเ้าศิษย์ชั่วครั้งแรกนี่เป็เื่ที่เสียศักดิ์ศรีที่สุด! อัปยศที่สุด!
“อาจารย์ถ้าท่านลงโทษข้า ข้าแน่ใจว่าข้ามีวิธีทำให้ท่านรู้สึกเหมือนตายทั้งเป็เลยล่ะ”เฉินมู่อิ๋งพูดยิ้มๆ หยางซีหยุนตวาด “เ้ากล้าขู่ข้าเช่นนี้รึ!? เ้านี่มันชั่วช้ายากจะเยียวยาจริงๆ”
“ข้าไม่ได้อยากกราบท่านเป็อาจารย์ท่านก็บังคับข้า มาตอนนี้ท่านนึกเสียใจทีหลังก็สายไปเสียแล้วล่ะอาจารย์ข้าไม่ล่วงเกินใครก่อน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะยอมให้คนอื่นล่วงเกินท่านกับข้ามาตกลงกันดีๆ ดีกว่า พวกเราต่างคนต่างอยู่ ท่านไม่ยุ่งเื่ของข้าข้าไม่ยุ่งเื่ของท่านเป็อย่างไร?ข้าแค่้าฝึกฝนพลังเซียนเพื่อไปสู่ระดับสูงสุดเท่านั้น” เฉินมู่อิ๋งเสนอหยางซีหยุนถลึงตามองจ้องอย่างเดือดดาล “เ้า!”
Donate
เชิญบริจาคให้ไรท์ได้ทาง บัญชี ธ.กสิกรไทย
เลขบัญชี 084-3-79715-6
ชื่อบัญชี น.ส.แสงแข ช้วนใย
หรือทาง True Money wallet :098-651-1489
จะบริจาค 5 บาท 10 บาทก็ได้ค่ะ
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรท์เตอร์ได้ทาง
เพจ readfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
ทางเว็บไซต์ www.readfree.in ค่ะ
และทาง Line Official Account : https://lin.ee/qEBuZvK
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ