เมื่อถามทุกอย่างจบ ฉินเฟิงนิ่งไปชั่วครู่
ชายผอมเห็นเขาไม่พูดจึงรีบกล่าว
“คุณชายสาม ข้าพูดหมดแล้ว โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย ข้าจะออกจากเมืองคืนนี้ จะไม่กลับมาอีก”
ฉินเฟิงมองมัน
“เมื่อคืน เ้ารู้หรือไม่ว่าพวกมันจะไปฆ่าข้า”
ชายผอมใบหน้าซีด
“ข้า…”
“รู้หรือไม่”
มันหลบสายตา
“รู้…”
ฉินเฟิงถามอีกครั้ง
“แล้วเ้าช่วยเตรียมพิษหรือไม่”
คราวนี้ไม่มีคำตอบ
แต่ความเงียบก็เพียงพอ
ฉินเฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงสงบ
“หากข้าเป็คนเดิม ตอนนี้ข้าคงเป็ศพไปแล้ว”
ชายผอมรีบอ้าปาก
แต่ปลายมีดเคลื่อนผ่านลำคอก่อน
เืพุ่งออกมาอย่างรวดเร็ว
ชายผอมเอามือจับคอ ดวงตาเบิกกว้าง ก่อนล้มลงกับพื้นในเวลาไม่นาน
ฉินเฟิงไม่ได้มองศพนาน
ผู้ที่มีส่วนร่วมในการฆ่าเขา ย่อมต้องรับผลจากการกระทำของตน
เขาค้นตัวอีกครั้ง พบเงินสิบกว่าเหรียญและป้ายไม้เล็กหนึ่งชิ้น
บนป้ายสลักอักษรว่า “ลู่”
ฉินเฟิงเก็บทั้งหมดไว้
จากนั้นลากศพเข้าไปซ่อนหลังพุ่มไม้หนาในลานร้างใกล้เคียง
เมื่อจัดการเรียบร้อย เขาก็หันกลับไปทางเรือนพ่อบ้านลู่
ยังเหลือคนสำคัญอีกหนึ่งคน
แต่เขาไม่คิดบุกเข้าไปโดยตรง
ตอนนี้มีหลักฐานว่าพ่อบ้านลู่เกี่ยวข้องกับการลอบฆ่า และยังมีขวดยาพิษที่อาจเชื่อมโยงกับอาการของบิดา
ทว่าหากจับพ่อบ้านลู่ต่อหน้าคนในตระกูล ฝ่ายตรงข้ามย่อมมีเวลาหาข้อแก้ตัว
ฉินเฟิง้ารู้ว่าใครอยู่เื้ั
เขากลับไปยังเรือนพ่อบ้านลู่ทางเดิม
แสงในห้องยังไม่ดับ
พ่อบ้านลู่กำลังรอคนรับใช้กลับมารายงาน
ฉินเฟิงหยิบห่อผงหลับลึกออกมา
เขาเดินอ้อมไปหลังห้อง ซึ่งมีหน้าต่างบานเล็กเปิดไว้สำหรับระบายอากาศ
ด้านล่างหน้าต่างมีเตาถ่านสำหรับต้มน้ำ
เขาหยิบกระดาษบางม้วนผงหลับลึกไว้ภายใน แล้วจุดไฟตรงปลาย
ควันสีจางลอยขึ้น
ฉินเฟิงนำปลายม้วนกระดาษไว้ใกล้ช่องหน้าต่าง ปล่อยให้ควันไหลเข้าไปในห้องทีละน้อย
เขาไม่จำเป็ต้องให้พ่อบ้านลู่หลับ
เพียงต้องให้การตอบสนองช้าลง
ประมาณหนึ่งก้านธูปผ่านไป เสียงภายในห้องเริ่มเงียบ
จากนั้นมีเสียงไอเบา ๆ สองครั้ง
ฉินเฟิงรออีกครู่
แล้วจึงโยนก้อนหินไปกระทบประตูด้านหน้า
ก๊อก!
พ่อบ้านลู่ส่งเสียงทันที
“กลับมาแล้วหรือ?”
ไม่มีคำตอบ
ไม่นาน ประตูจึงเปิดออก
พ่อบ้านลู่เดินออกมาด้วยสีหน้าระแวดระวัง
เขามองซ้ายขวา
“ลู่ฉี?”
ยังไม่มีเสียงตอบ
เมื่อพ่อบ้านลู่ก้าวออกจากห้องอีกสองก้าว ฉินเฟิงจึงเดินออกมาจากมุมมืด
ชายวัยกลางคนชะงัก
เมื่อเห็นใบหน้าผู้มาเยือน ดวงตาก็เบิกกว้าง
“คุณชายสาม?”
ฉินเฟิงมองเขาอย่างสงบ
“พ่อบ้านลู่ ข้ามีเื่อยากถามเ้าสักสองสามข้อ”
สีหน้าพ่อบ้านลู่เปลี่ยนไปเพียงเสี้ยวหนึ่ง ก่อนกลับมาเป็ปกติ
“เวลานี้ดึกมากแล้ว หากคุณชายมีเื่ใด พรุ่งนี้ค่อย—”
ฉินเฟิงหยิบขวดกระเบื้องสีดำออกมา
“เ้าจำของนี้ได้หรือไม่”
สีหน้าพ่อบ้านลู่เปลี่ยนทันที
เพียงชั่วขณะเดียว
แต่ฉินเฟิงมองเห็นชัดเจน
“ข้าไม่เคยเห็น”
พ่อบ้านลู่ตอบทันที
“เช่นนั้นหรือ”
ฉินเฟิงเปิดฝาขวด
“แปลกนัก ลู่ฉีบอกข้าว่าเ้าเป็คนมอบให้เขา”
รูม่านตาพ่อบ้านลู่หดเล็กลง
“ลู่ฉีอยู่ที่ใด”
“ตายแล้ว”
คำตอบนั้นทำให้บรรยากาศรอบลานเงียบลงในทันที
พ่อบ้านลู่จ้องฉินเฟิงราวกับมองคนแปลกหน้า
“เ้าฆ่าเขา?”
ฉินเฟิงไม่ได้ตอบคำถามนั้น
“เมื่อคืนพวกเ้าส่งคนไปฆ่าข้า วันนี้เ้าคิดทำลายยาพิษที่อาจเกี่ยวข้องกับบิดาข้า”
“บอกมาว่าใครเป็คนสั่ง”
พ่อบ้านลู่มองไปรอบบริเวณ
เมื่อแน่ใจว่าไม่มีผู้อื่น ใบหน้าที่เคยมีท่าทีสุภาพก็เปลี่ยนไป
“คุณชายสาม ดูเหมือนท่านจะรู้มากเกินไปแล้ว”
ฉินเฟิงเห็นกระแสปราณเริ่มรวมอยู่บริเวณแขนขวาของอีกฝ่าย
ขั้นรับปราณขั้นสี่
แม้สูดควันผงหลับลึกเข้าไปแล้ว แต่ยังมีพลังมากกว่าเขาหลายเท่า
“น่าเสียดาย”
พ่อบ้านลู่เดินเข้ามาช้า ๆ
“เมื่อคืนท่านควรตายไปแล้ว”
ทันใดนั้น เขาพุ่งเข้าหาฉินเฟิง
ฝ่ามือขวาซัดตรงหน้าอก
แรงลมจากฝ่ามือทำให้เสื้อของฉินเฟิงสะบัด
ฉินเฟิงไม่รับตรง ๆ
เขาก้าวออกไปทางซ้ายตามตำแหน่งที่คำนวณไว้ล่วงหน้า
พ่อบ้านลู่เปลี่ยนทิศฝ่ามือตามทันที
แต่การเคลื่อนไหวช้ากว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด
ผงหลับลึกเริ่มออกฤทธิ์แล้ว
ฉินเฟิงถอยอีกครั้ง
ฝ่ามือของพ่อบ้านลู่เฉียดไหล่ไปเพียงเล็กน้อย
ถึงกระนั้น แรงปราณที่แผ่ออกมายังทำให้ไหล่เขาชาไปครึ่งแขน
ความแตกต่างของระดับพลังยังมากเกินไป
พ่อบ้านลู่หัวเราะ
“ข้ายังคิดว่าท่านซ่อนพลังไว้ ที่แท้ก็เพิ่งเริ่มฝึกปราณเท่านั้น!”
เขาัักระแสปราณจากฉินเฟิงได้แล้ว
ขั้นรับปราณขั้นหนึ่ง
แต่ทันทีที่กล่าวจบ สีหน้าก็เปลี่ยนอีกครั้ง
ขั้นรับปราณขั้นหนึ่ง?
คนทั้งตระกูลรู้ว่าฉินเฟิงไม่สามารถฝึกปราณได้
เหตุใดตอนนี้จึงมีพลังปราณ?
ความใเพียงเสี้ยวขณะทำให้การโจมตีครั้งต่อไปช้าลง
ฉินเฟิงหยิบผงชาเส้นเอ็นที่เหลือออกมาสะบัดทันที
พ่อบ้านลู่รีบใช้แขนเสื้อปัด
ส่วนใหญ่ถูกปัดออก
แต่มีผงบางส่วนติดบนผิวและเข้าจมูก
“พิษ?”
พ่อบ้านลู่ถอยหลังสองก้าว
ฉินเฟิงไม่ได้ให้เวลาตั้งตัว
เขาหยิบหินก้อนเล็กจากพื้นแล้วขว้างใส่ตะเกียงน้ำมันตรงผนัง
เพล้ง!
ตะเกียงแตก
เปลวไฟดับ
ลานด้านหลังตกอยู่ในความมืดเกือบทั้งหมด
พ่อบ้านลู่สบถแล้วพุ่งตามเสียงฝีเท้า
“ออกมา!”
ฉินเฟิงไม่ตอบ
เขาเคลื่อนตามเงากำแพง เปลี่ยนตำแหน่งตลอดเวลา
ประสบการณ์ต่อสู้ในหัวมีมากมาย แม้ร่างกายยังทำตามไม่ได้ทั้งหมด แต่เพียงใช้เพื่อหลบการโจมตีและเลือกทางหนีก็เพียงพอ
พ่อบ้านลู่โจมตีอีกสองครั้ง
ครั้งแรกพลาด
ครั้งที่สองกระแทกต้นไม้จนเปลือกแตก
แต่ทุกครั้งที่ใช้พลังปราณ ฤทธิ์ผงชาเส้นเอ็นจะไหลเวียนเร็วขึ้น
ลมหายใจของเขาเริ่มหนัก
แขนขาเริ่มไม่สัมพันธ์กัน
“เ้าวางยาไว้ั้แ่เมื่อใด!”
ฉินเฟิงยืนอยู่ห่างออกไปหลายก้าว
“ก่อนเ้าจะเปิดประตูเสียอีก”
พ่อบ้านลู่หน้าซีด
ตอนนี้จึงเข้าใจว่ากลิ่นแปลก ๆ ในห้องเมื่อครู่มาจากอะไร
“เ้า…”
เขาพยายามพุ่งเข้าใส่อีกครั้ง
แต่ขาขวาอ่อนแรงกะทันหัน
ร่างเซไปข้างหนึ่ง
ฉินเฟิงรอจังหวะนี้มานานแล้ว
เขาพุ่งเข้าด้านข้าง ใช้มีดสั้นที่ยึดมาจากลู่ฉีแทงเข้าใต้ชายโครง
พ่อบ้านลู่ยังสามารถตอบสนองได้
มือซ้ายฟาดเข้าหน้าอกฉินเฟิง
ปึก!
ฉินเฟิงถูกกระแทกถอยไปหลายก้าว
เืไหลออกจากมุมปาก
แต่มีดของเขาก็แทงเข้าไปแล้วเช่นกัน
พ่อบ้านลู่กุมาแ
เืไหลผ่านนิ้ว
“เ้ากล้าฆ่าข้า!”
ฉินเฟิงเช็ดเืที่มุมปาก
“เ้ากล้าส่งคนมาฆ่าข้า เหตุใดข้าจึงไม่กล้าฆ่าเ้า”
พ่อบ้านลู่กัดฟันแล้วพยายามรวบรวมพลังครั้งสุดท้าย
แต่ฤทธิ์ยาทั้งสองชนิดกำลังแผ่ทั่วร่าง
การหมุนปราณเริ่มติดขัด
ฉินเฟิงไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายฟื้น
เขาเข้าประชิดอีกครั้ง
หลบหมัดที่ช้าลงมากแล้วแทงมีดครั้งที่สองเข้าบริเวณหน้าท้องด้านขวา
พ่อบ้านลู่ร้องออกมา
ยังพยายามจับคอฉินเฟิง
ฉินเฟิงถอยหนึ่งก้าวแล้วใช้เท้าถีบหัวเข่า
พ่อบ้านลู่ทรุดลง
มีดสั้นจ่ออยู่ตรงลำคอ
“ผู้ใดสั่งให้เ้าฆ่าข้า”
พ่อบ้านลู่หอบหนัก
“เ้าคิดว่าข้าจะพูดหรือ”
ฉินเฟิงมองเขานิ่ง ๆ
“ถ้าเ้าไม่พูด ข้าก็จะหาคำตอบจากสิ่งของในเรือนเ้า”
สีหน้าพ่อบ้านลู่เปลี่ยนทันที
การเปลี่ยนแปลงนั้นทำให้ฉินเฟิงมั่นใจว่าภายในเรือนมีสิ่งสำคัญจริง
เขาจึงไม่ถามซ้ำ
มีดเคลื่อนผ่านลำคอในทันที
พ่อบ้านลู่เอามือจับาแ ดวงตาเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ
มันคงไม่เคยคิดว่าคุณชายสวะผู้ที่ตนเคยมองด้วยความดูิ่ จะเป็คนจบชีวิตมันด้วยมือของตนเอง
ไม่กี่ลมหายใจต่อมา ร่างก็ล้มลง
ฉินเฟิงยืนนิ่งเพื่อฟังเสียงรอบตัว
เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครกำลังเข้ามา เขาจึงลากศพเข้าไปในห้องแล้วปิดประตู
จากนั้นเริ่มค้นทันที
โต๊ะ
ตู้
ใต้เตียง
หลังฉาก
กล่องเอกสาร
่แรกไม่พบสิ่งใดน่าสนใจ
จนเมื่อเคาะพื้นใต้โต๊ะ เขาได้ยินเสียงกลวงผิดปกติ
ฉินเฟิงยกแผ่นไม้ขึ้น
ด้านล่างมีช่องซ่อนขนาดเล็ก
ภายในมีถุงเงินสามถุง ขวดยาหลายใบ และสมุดบัญชีหนึ่งเล่ม
เขาเปิดสมุดดู
หน้าต้น ๆ เป็บัญชีเงินทั่วไป
แต่่ท้ายกลับมีบันทึกเป็รหัส
ทุกเดือนมีการจ่ายเงินจำนวนหนึ่งให้คนชื่อย่อ “จ”
และทุกสามเดือนจะมีข้อความสั้น ๆ ว่า
รับยาจากศาลาเมฆาคราม
ฉินเฟิงเปิดหน้าถัดไป
วันที่เก่าที่สุดย้อนหลังไปเกือบหกปี
นั่นใกล้เคียงกับ่ที่อาการาเ็ของบิดาเริ่มทรุดลง
เขาหยิบขวดยาหนึ่งขึ้นมาดม
กลิ่นจางมาก
แต่ยังมีร่องรอยของรากเหมันต์หลงเหลือ
สิ่งที่ค้นพบคืนนี้เพียงพอแล้วที่จะยืนยันว่าเื่พิษของบิดาเกี่ยวข้องกับพ่อบ้านลู่จริง
แต่พ่อบ้านลู่ไม่ใช่ต้นเหตุ
มันเป็เพียงคนรับคำสั่ง
ฉินเฟิงเก็บสมุดบัญชี ขวดยาสองใบ และเงินส่วนหนึ่งเข้าเสื้อ
เขาไม่เอาเงินทั้งหมด เพราะหากห้องถูกพบว่าถูกค้นอย่างละเอียดเกินไป คนเื้ัจะรู้ทันทีว่าหลักฐานบางอย่างสูญหาย
ก่อนออกจากห้อง เขามองศพพ่อบ้านลู่อีกครั้ง
คืนนี้เขากำจัดคนที่มีส่วนในการลอบฆ่าตนได้แล้วหนึ่งคน
แต่เื้ัยังมีมืออีกคู่หนึ่ง
ฉินซวนเฮ่ออาจเกี่ยวข้อง
ศาลาเมฆาครามอาจเป็สถานที่ส่งต่อคำสั่ง
และพิษในร่างบิดาอาจเชื่อมไปถึงคนที่มีอำนาจสูงกว่าพ่อบ้านธรรมดามาก
ฉินเฟิงเปิดประตูหลังแล้วหายเข้าไปในความมืด
เขาไม่รู้เลยว่าในขณะเดียวกันนั้นเอง ที่ประตูตะวันออกของเมืองชิงหลาน รถม้าสีขาวเงินคันหนึ่งกำลังเคลื่อนเข้ามาภายใต้แสงจันทร์
ด้านข้างรถม้ามีตราดอกเหมยสีฟ้า
ผู้ฝึกยุทธ์บนถนนเมื่อเห็นตรานั้นต่างหลีกทางให้โดยไม่ต้องมีผู้ใดออกคำสั่ง
ภายในรถม้า หญิงสาวอายุราวสิบหกปีนั่งหลับตาอยู่บนเบาะขาว
เส้นผมดำยาวตกลงถึงเอว
ใบหน้างดงามเกินกว่าจะหาใครเทียบได้ในเมืองชิงหลาน
แม้นางเพียงนั่งนิ่งอยู่เช่นนั้น กลับมีบรรยากาศสง่างามและห่างไกลจากผู้คนทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด
หญิงรับใช้ด้านข้างเปิดม่านมองออกไป ก่อนกล่าวเบา ๆ
“คุณหนู ถึงเมืองชิงหลานแล้วเ้าค่ะ”
หญิงสาวค่อย ๆ ลืมตาขึ้น
ดวงตาสงบนิ่งราวผิวน้ำในคืนไร้ลม
“ถึงแล้วหรือ”
“เ้าค่ะ เดิมกำหนดมะรืน แต่ท่านเ้าสำนักส่งข่าวมาให้เราเร่งเดินทาง จึงมาถึงเร็วกว่าสองวัน”
หญิงสาวพยักหน้าเล็กน้อย
สาวใช้ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวต่อ
“พรุ่งนี้ตระกูลฉินคงได้รับข่าวว่าคุณหนูมาถึงแล้ว”
หญิงสาวไม่ได้ตอบทันที
เมื่อนามตระกูลฉินถูกกล่าวถึง ใบหน้าของชายหนุ่มผู้หนึ่งก็ปรากฏขึ้นในความทรงจำ
ชายหนุ่มที่คนทั้งเมืองเรียกว่าไร้ค่า
ชายหนุ่มที่เป็คู่หมั้นของนางตามคำสัญญาระหว่างบิดาทั้งสองฝ่าย
ฉินเฟิง
หญิงรับใช้มองสีหน้าของคุณหนูแล้วถามอย่างระมัดระวัง
“คุณหนู ท่านยังตั้งใจรักษาการหมั้นหมายจริงหรือเ้าคะ”
มู่ชิงหลันมองออกไปนอกหน้าต่างรถม้า
แสงจันทร์สาดลงบนถนนหินสีเทา
“คำสัญญาที่บิดาข้าให้ไว้ก่อนสิ้นใจ ข้าจะไม่เป็ผู้ทำลาย”
น้ำเสียงสงบ แต่เด็ดเดี่ยว
หญิงรับใช้ถอนหายใจเบา ๆ
“แต่คุณหนู ท่านได้รับเลือกจากตำหนักเหมันต์แล้ว อีกไม่นานก็จะกลายเป็ศิษย์สายตรงของผู้าุโ แม้แต่ผู้มีพร์จากเมืองใหญ่ยังไม่คู่ควรกับท่าน แล้วคุณชายฉินผู้นั้น…”
มู่ชิงหลันหันมามอง
สาวใช้จึงรีบหยุดคำ
“เื่ของเขา ข้าจะตัดสินด้วยตาของตนเอง”
กล่าวจบ นางก็หลับตาลงอีกครั้ง
รถม้าสีขาวเงินเคลื่อนผ่านถนนไปอย่างเงียบเชียบ
ไม่มีผู้ใดรู้ว่าในค่ำคืนเดียวกันนี้ คนสองคนซึ่งถูกผูกชะตาไว้ด้วยคำสัญญาของบิดา กำลังเข้าใกล้กันอีกครั้ง
คนหนึ่งเพิ่งเดินเข้าสู่เมือง
ส่วนอีกคนเพิ่งกลับจากการสังหารผู้ที่คิดเอาชีวิตตน
และเมื่อรุ่งอรุณของวันถัดไปมาถึง ข่าวสองเื่จะทำให้จวนตระกูลฉินเกิดความวุ่นวายพร้อมกัน
มู่ชิงหลันมาถึงเมืองชิงหลานก่อนกำหนด
และ
พ่อบ้านลู่หายตัวไปในค่ำคืนเดียวกัน
ทว่าไม่มีใครรู้ว่า ภายในแขนเสื้อของคุณชายสามผู้ถูกเรียกว่าสวะมาตลอดสิบหกปี มีสมุดบัญชีซึ่งอาจลากคนมากกว่าหนึ่งคนออกมาจากเงามืดซ่อนอยู่