ตอนที่ 44
“ฯพณฯท่าน… พวกเราจะตอบรับกับข่าวนี้ยังไงดีครับ” ภายในห้องทำงานขนาดใหญ่ที่มีบานหน้าต่างสูงและกว้างมากพอจะทำให้ผู้ที่นั่งทำงานอยู่ด้านหลังมันสามารถมองเห็นเมืองทั้งเมืองของตนเองได้อย่างทั่วถึงนั้นกลับปรากฏร่างของนายทหารในชุดเครื่องแบบสีเขียวกำลังรายงานเรื่องของธิดาสวรรค์ที่เพิ่งจะประกาศตัวเป็นหัวหน้ากิลด์และยื่นข้อเสนอเข้าไปจัดการกับพื้นที่สีดำให้กับนานาประเทศ
“ผลการทดสอบยาของดอกเตอร์มาร์โก้ครั้งล่าสุดเป็นยังไง” ชายร่างผอมภายใต้เครื่องแบบเต็มยศยืนหันหลังให้กับนายทหารที่เข้ามารายงานโดยที่สายตาของเขายังคงมองทอดออกไปนอกหน้าต่างตลอดเวลาราวกับกำลังมองหาสิ่งผิดปกติภายในเมืองของเขาไม่มีผิด
“เรื่องนั้น… ผลออกมายอดเยี่ยมมากครับ ฮันเตอร์ของเราที่ดื่มยาของดอกเตอร์มาร์โก้เข้าไปได้รับค่าประสบการณ์จากการฆ่ามอนสเตอร์เพิ่มขึ้นมาก แม้แต่ฮันเตอร์ที่มีเลเวลสูงอยู่แล้วแต่ก็สามารถเพิ่มเลเวลของตัวเองได้มากกว่าสิบเลเวลในเดือนเดียวครับผม” นายทหารที่เข้ามารายงานเรื่องธิดาสวรรค์มีท่าทีงุนงงนิดหน่อยที่ท่านผู้นำไม่ได้สนใจข่าวของธิดาสวรรค์ที่ตนเอามาเลย แต่เขากลับถามเรื่องผลทดสอบของดอกเตอร์มาร์โก้แทนเสียอย่างนั้น
“อีกไม่นานฮันเตอร์ของเราก็จะแข็งแกร่งพอจะปิดเกทที่นังนั่นผนึกเอาไว้แล้ว ส่วนพื้นที่สีดำบนแผนที่พวกเราก็จะชิงกลับมาเอง แล้วทำไมพวกเราต้องไปฟังสิ่งที่ยัยนั่นร้องขอมาด้วยเล่า” ดวงตาของท่านผู้นำที่สะท้อนอยู่บนกระจกดูเดือดดาลเป็นอย่างมาก ตั้งแต่ที่รินรดาประกาศจะยื่นมือเข้าไปจัดการพื้นที่สีดำของประเทศอื่นก็มีเสียงคัดค้านออกมาไม่น้อย แม้สำหรับประเทศเล็กๆที่ไม่มีกำลังต่อต้านจะเป็นข่าวดีที่ประเทศพวกเขาจะได้พื้นที่สีดำคืนมาแม้จะต้องแลกกับการต้องจ่ายค่าทวงคืนให้กับกิลด์ดาราสมุทรก็ตาม แต่สำหรับประเทศที่พอจะทำอะไรเองได้กลับมีท่าทีตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง
.
.
.
“ข้าขอนอบน้อม แด่พระผู้มาโปรด ขอน้อมถวายกายและใจแด่ท่านผู้สูงส่งเหนือทุกสรรพสิ่ง” อีกด้านหนึ่งภายในประเทศขนาดเล็กที่มีชื่อว่า ลากอส เหล่านักบวชภายใต้ชุดผ้าคลุมสีขาวหลายพันคนกำลังก้มลงหมอบกราบอยู่เบื้องหน้าเสาสีขาวขนาดใหญ่ที่อยู่ภายในโดมทรงกลมที่เพิ่มถูกสร้างทับเอาไว้เมื่อไม่กี่ปีก่อน เสาสีขาวทรงกระบอกที่ดูราวกับเสากรีกโรมันที่สามารถเปล่งแสงสีขาวออกมาได้นั้นเป็นสิ่งเคารพบูชาของประเทศลากอสนับตั้งแต่ที่มันปรากฏขึ้นเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว แม้ตอนแรกพวกเขาจะหวาดกลัวเสาต้นนี้มากแต่ไม่ว่าอะไรจะเข้ามาใกล้เสาต้นนี้ก็มักจะเกิดปาฏิหาริย์ขึ้นและทำให้มันกลายเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของประเทศในเวลาไม่นาน
“เหลือเชื่อจริงๆ ขนาดพวกเราแค่ได้เข้ามาเคารพนอกโดมยังได้เพิ่มเลเวลเฉยๆเลย นี่พวกที่ได้เข้าไปในโดมจะได้อะไรบ้างเนี่ย” ระยะของปาฏิหาริย์ที่เสาศักดิ์สิทธิ์ส่งผลนั้นกว้างกว่าโดมที่สร้างครอบเอาไว้มาก หากออกมานอกโดมก็จะได้เจอกับเหล่าผู้คนนับหมื่นที่เข้ามาหมอบกราบเพื่อรับพรจากเสาศักดิ์สิทธิ์กันตลอดหลายปีที่ผ่านมา ขนาดพื้นที่รอบนอกที่ได้รับพรเพียงเล็กน้อยก็ยังต้องสร้างความดีความชอบให้แก่ประเทศเป็นอย่างมากถึงจะเข้ามาได้ แต่หลังจากฮันเตอร์พวกนั้นได้รับพรไปแล้ว พวกเขาก็มักจะพยายามสร้างผลงานให้มากขึ้นเพื่อจะกลายเป็นหนึ่งในผู้มีสิทธิ์ให้เข้าไปในโดมเพื่อรับพรจากเสาศักดิ์สิทธิ์โดยตรงให้ได้
.
.
.
ณ ทางเหนือของโลก บนพื้นที่ที่เต็มไปด้วยความหนาวเย็นและพื้นที่สร้างจากน้ำแข็งของแอนตาร์กติก้าในยามนี้นั้นกลายเป็นที่อยู่อาศัยของเหล่าผู้ถูกปลุกพลังที่ไม่สามารถใช้ชีวิตร่วมกับสังคมปัจจุบันได้ ในช่วงส่งผ่านระหว่างยุคเกิดความขัดแย้งระหว่างสังคมมนุษย์ธรรมดาและเหล่าผู้ถูกปลุกพลังไม่น้อย หลายๆประเทศไม่ได้โชคดีพอจะเกิดความสงบสุขได้ทันทีทำให้ในช่วงนั้นมีผู้ปลุกพลังกลุ่มหนึ่งแยกตัวออกมาและใช้ชีวิตร่วมกันภายใต้สภาพอากาศสุดขั้วที่คนธรรมดาไม่สามารถเข้ามาได้โดยง่าย แต่สำหรับผู้ปลุกพลังแล้วมันกลับไม่ใช่สภาพอากาศที่อยู่ไม่ได้เสียทีเดียว
ตึง!!
ชายร่างกายกำยำและสูงใหญ่เกินกว่าโครงสร้างของร่างกายมนุษย์จะมีได้โยนร่างของมอนสเตอร์ที่ถูกแช่แข็งเอาไว้จนขยับเขยื้อนไม่ได้ลงบนพื้น แต่ถึงเขาจะดูคล้ายมนุษย์มากแค่ไหนแต่เหล่าผู้ปลุกพลังที่ยืนรายล้อมอยู่โดยรอบต่างก็รู้ดีว่า ยักษ์แห่งแดนเหนือ ผู้นี้ไม่ใช่มนุษย์ของโลกใบนี้แต่เป็นมอนสเตอร์ที่มีรูปร่างคล้ายกับมนุษย์เท่านั้น
“ฆ่า…” แต่เดิมเจ้ายักษ์แห่งแดนเหนือไม่สามารถสื่อสารภาษามนุษย์ได้ แต่หลังจากเกทของมันกลายเป็นเกทเบรคมันก็เข้ามาในโลกและอยู่อาศัยภายในพื้นที่รอบๆหมู่บ้านของผู้ปลุกพลังเสียอย่างนั้น แถมมันยังมีลักษณะนิสัยที่แปลกประหลาดมาก เพราะแทนที่มันจะไล่ฆ่ามนุษย์บนโลก มันกลับเลือกที่จะไม่ทำอะไรกับคนบนโลกเลย ตรงกันข้าม ในช่วงที่เกทระดับสูงปรากฏขึ้นบ่อยกว่าแต่ก่อนมาก เจ้าคนยักษ์นั่นกลับใช้พลังที่เหนือชั้นกว่าเหล่าผู้ปลุกพลังปกติจัดการกับเหล่ามอนสเตอร์จากเกทพวกนั้นแล้วจับมันมายื่นให้กับเหล่าผู้ปลุกอย่างหน้าตาเฉย
“ครั้งนี้ข้าลงมือเอง” แม้ตอนแรกเหล่าผู้ปลุกพลังของแดนน้ำแข็งจะทำตัวกันไม่ถูก แต่ภายหลังพวกเขาก็เข้าใจเสียทีว่าคำสั่ง ฆ่า ของคนยักษ์คือการสั่งให้พวกเขาลงมือฆ่ามอนสเตอร์ที่มันจับมาได้ และด้วยการสังหารมอนสเตอร์ที่มีระดับสูงมากกว่าตัวเองหลายเท่าแบบนี้ก็ทำให้เลเวลของเหล่าผู้ถูกปลุกพลังในแดนเหนือแห่งนี้เพิ่มสูงขึ้นจนเกือบจะสามารถจัดการมอนสเตอร์จากเกทระดับสูงได้ด้วยตัวเองกันแล้วด้วยซ้ำ
.
.
.
“พี่… แบบนี้มันจะไม่แย่เอาเหรอ” หลังจากจูนกลับมาจากภายในเกทเมืองรกร้างพร้อมกับสมาชิกใหม่ของกิลด์ดาราสมุทรอย่างพวกพี่นิลและวิสต้า สิ่งที่รอจูนอยู่ในโลกภายนอกกลับเป็นการเคลื่อนไหวที่รุนแรงมากหลังจากธิดาสวรรค์ประกาศเรื่องพื้นที่สีดำออกไป และหนึ่งในข่าวที่ทำให้ผู้คนทั่วโลกตื่นเต้นที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นข่าวการยึดคืนพื้นที่สีดำของจีนกลับคืนมาได้สำเร็จด้วยกองกำลังของประเทศจีนเอง ตอนนี้เหล่าสำนักข่าวระดับโลกต่างก็ตีแผ่ข่าวเรื่องนี้กันอย่างสนุกสนาน ถึงขั้นปั่นข่าวเรื่องความสัมพันธ์ที่ไม่ลงรอยกันของฮันเตอร์ระดับพิเศษของจีนกับตัวธิดาสวรรค์เองขึ้นมาเลย บ้างก็นำข่าวการให้สัมภาษณ์ของผู้นำที่ปฏิเสธการยื่นข้อเสนอเข้าช่วยเหลือของธิดาสวรรค์ในเชิงขัดแย้งอีกต่างหาก
“ตอนนี้พวกเราต้องทำตามแผนเดิมไปก่อน” จูนนั่งลงบนเก้าอี้ภายในห้องประชุมของกิลด์ดาราสมุทรก่อนจะมองหน้าจอขนาดใหญ่ที่กำลังฉายภาพข่าวของประเทศจีนอย่างใจเย็น แผนเดิมของพวกเธอคือการยื่นมือเข้าช่วยเหลือแต่ละประเทศเพื่อชิงพื้นที่สีดำกลับคืนมาและอาศัยโอกาสนั้นส่งคนเข้าไปจัดการพวกของอิชไปด้วย แต่ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว เผ่าปีศาจจำแลงร่างไม่ใช่พวกเดียวที่เจ้าสายฟ้าสีขาวส่งมา ทำให้การกวาดล้างพวกมันก่อนที่โลกจะเข้าสู่โลกระดับ 2 นั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้อีกต่อไปแล้ว ยิ่งเห็นข่าวของประเทศจีนเธอก็ยิ่งมั่นใจว่าตอนนี้พวกของเจ้าสายฟ้าสีขาวนั้นได้ป้อนยาพิษให้กับโลกของเธอมานานแล้ว ต่อให้เธอกำจัดพวกของเจ้าสายฟ้าสีขาวนั่นจนหมด พวกมันก็ยังเหลือวิทยาการและวัสดุและไอเทมจากเกทระดับสูงเอาไว้อยู่ดี และสักวันโลกก็จะเข้าสู่ระดับ 2 อย่างเลี่ยงไม่ได้
“พวกเราจะเข้าช่วยเหลือประเทศที่ให้ความร่วมมือทั้งหมดก่อน หลังจากนั้นพวกเราจะเพิ่มเงื่อนไขสำหรับขอความช่วยเหลือเข้าไป…” ก่อนจะกลับออกมาจูนได้ปรึกษาหลายๆเรื่องกับพี่หยกมาพอสมควร ในระหว่างนั้นเธอได้ใช้ความคิดและตกตะกอนข้อมูลหลายๆอย่างที่เธอได้รับ และลองมองไปยังอนาคตที่กำลังจะเกิดหากเธอลงมือจะทำอะไรลงไปอย่างถี่ถ้วน
‘องค์ราชินี ท่านสามารถเปลี่ยนทุกชีวิตบนดาวดวงนั้นให้กลายเป็นซอมบี้ได้ทั้งหมดนะเจ้าคะ หากท่านทำแบบนั้นคนบนโลกก็จะกลายเป็นประชากรของท่านและเลเวลของโลกใบนั้นก็จะหยุดชะงักทันที’ คำแนะนำที่พี่หยกแนะนำเป็นสิ่งที่จูนเองก็เคยครุ่นคิดมาก่อน แต่การเปลี่ยนคนในโลกนี้ให้กลายเป็นซอมบี้เป็นสิ่งที่จูนไม่อยากทำที่สุด แม้จะสร้างจิตสำนึกใหม่ได้ แต่สุดท้ายเหล่าซอมบี้ทุกคนก็ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของจูนอยู่ดี ต่อให้เธอจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับจิตสำนึกของพวกเขาแค่ไหน แต่เหล่าซอมบี้ก็จะมีความรู้สึกเอนเอียงให้กับจูนเสมอ หากไม่ใช่ฟางเส้นสุดท้ายจริงๆเธอก็ไม่อยากเปลี่ยนใครให้กลายเป็นซอมบี้เลย
และด้วยการตัดสินใจแบบนั้นจูนก็ต้องให้น้ำหนักกับทางเลือกอื่นแทน ในเมื่อเธอห้ามไม่ให้โลกเลื่อนระดับไม่ได้เช่นนั้นก็ควรทำให้โลกกลายเป็นดวงดาวที่แข็งแกร่งพอจะรับมือกับโลกการเลื่อนเป็นระดับ 2 แทน แน่นอนว่าการทำแบบนั้นจะทำให้โลกของเธอแข็งแกร่งขึ้นไปอีกและอาจจะทำให้โลกก้าวเข้าสู่ระดับ 3 ไวกว่าแผนของเจ้าสายฟ้าสีขาวเสียอีก แต่มันก็ดีกว่าการปล่อยให้โลกเพิ่มระดับแบบไร้คุณภาพและต้องเจอเข้ากับศัตรูที่ไม่สามารถรับมือได้ ตอนนี้จูนล้มเลิกความตั้งใจจะต่อต้านแผนของเจ้าสายฟ้าสีขาวไปแล้ว แต่เธอจะไม่เสิร์ฟโลกอันแสนอ่อนนุ่มเข้าปากของมันเด็ดขาด ในตอนที่โลกใบนี้เลื่อนระดับอย่างที่เจ้าสายฟ้าสีขาวต้องการโลกใบนี้จะต้องพร้อมที่จะปะทะกับเจ้าสายฟ้าสีขาวนั่นภายใต้การนำของเธอ
“พะ…เพิ่มขนาดนี้เลยเหรอ แบบนี้ไม่มีใครยอมจ่ายหรอกนะจูน” รินรดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นตัวเลขที่จูนเปลี่ยนเข้าไปในเงื่อนไขสำหรับยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ เพราะตัวเลขที่จูนเพิ่มเข้าไปมันเยอะมากจนแม้แต่รินรดาที่อยู่ในฐานะธิดาสวรรค์เองก็ยังตกใจ
“ไม่ต้องห่วงค่ะพี่ริน อีกไม่นานราคานี้จะกลายเป็นราคาที่ถูกมาก พวกเขาจะต้องยอมจ่าย…ไม่สิ พวกเขาจะอ้อนวอนเพื่อขอจ่ายเงินให้พวกเราเลยล่ะ” จูนเหลือบไปมองภาพของเหล่าผู้นำที่ออกมาปฏิเสธการช่วยเหลือของธิดาสวรรค์ก่อนจะเผยรอยยิ้มชั่วร้ายออกมา ในเมื่อเธอตัดสินใจจะหันหน้าเข้าสู้แล้ว เธอก็ต้องจัดการความสัมพันธ์ภายในให้มันแน่นแฟ้นขึ้นอีกหน่อย ยังไงโลกใบนี้ก็กว้างกว่าดาวของเกทเมืองรกร้างเกือบ 4 เท่า ขืนมัวแต่แตกแยกกันเองคงรับมือกับโลกระดับสูงกว่านี้ไม่ได้กันพอดี