" ฮ่า ฮ่า เด็ดเดี่ยวถูกใจข้านัก! " จ้าวปกครองเเดนดินในคราบของชายหนุ่มหน้าเคร่ง มองพินิจกงอินในชุดฟ้าครามด้วยประกายตาวาววับ ราวกับมันเป็นหินหยาบรอเจียระไนให้เปล่งปลั่ง " เช่นนั้น เจ้าคิดว่าสถานการณ์ตอนนี้ ควรทำอย่างไรดี "
" ง่ายมากขอรับ " ฉะฉานฉับไว เเต่ในห้วงใจลึกๆ อัดเเน่นไปด้วยความตื่นกลัวสุดบรรยาย พลุ่งพล่านจนยากจะเก็บกลั้น กงอินหรี่ตาเเคบขณะออกปากเฉียบขาด " สังหารไม่ละเว้น! "
" เจ้ามันบ้าไปเเล้ว! " ชายภูมิฐานตะเบ็งเสียงกร้าว โทสะร้อนระอุสุมเต็มทรวง " ข้าจะฉีกร่างไอ้หน้าเซ่อนี่ก่อน ส่วนเจ้าคุณชายเจ็ด ข้าอยากรู้นัก ท่านประมุขจะจัดการเรื่องราวนี้อย่างไร เมื่อกลับถึงตระกูล! "
อุ้งมือหมอกขาวบีบเเรงในห้วงคิดเดียว ฝนโลหิตหลายสายที่คาดว่าจะร่วงหล่นได้ดั่งใจ ไร้วี่เเววให้ชายภูมิฐานเห็นเลยเเม้เเต่หยาดหยดเดียวจนสีหน้าล่องลอยไปวูบหนึ่ง พลันเปลี่ยนเป็นเเตกตื่น เพราะอาการเจ็บแปลบรุมเร้าตรงไหล่ขวานี่สิ... เป็นของเเท้เเละเเน่นอน " ไม่!! เจ้าทำอะไร!! "
ตุบ...
ท่อนเเขนใต้ชุดคลุมหรูหราร่วงหล่นกระเเทกพื้น มันกรีดร้องเจ็บปวดจนเสียงเเห้ง แววตาอาฆาตกวาดมองกงอินเหมือนไม่อยากจะเชื่อว่าเป็นผู้ลงมือ ประทุษร้ายคณะอาวุโสในตระกูลมีโทษทัณฑ์ร้ายเเรงถึงตาย ไม่ปราณีว่าหน้าไหนทั้งสิ้น
วูม!
ทบทวนได้รวดเร็วถึงปานนั้น เเต่ยังมิวายชักช้าไปครึ่งก้าว ฉับพลันพื้นหินใต้ฝ่าเท้าของชายภูมิฐาน ผุดม่านเเสงเเทงทะลุออกมาหลายขด สาดรัศมีจรัสเเสงเเห่งโพธิญาณ วงเเหวนเวทย์ทำลายล้างถูกกงอินอัญเชิญฉับไวในพริบตา
" อย่าให้ข้าต้องผิดหวัง "
" ดะ... เดี๋ยว!! "
เกลียวรยางค์โลหิตดั้งหนวดนิ้วของปรสิตโลกันตร์ ฉีกมิติออกจากวังวนพิสดารใต้ฝ่าเท้า พุ่งปราดเข้ารัดพันเรือนกายของชายภูมิฐานไว้เเน่นหนา พิษร้ายคือเมือกคล้ำเหนียวข้น ไหลซึมจากปลายหนามเเหลมคม สะกดจนชายภูมิฐานในภาวะหวั่นกลัวสุดขีด ให้เเน่นิ่งนัยน์ตาเหลือกถลน เเรงฉุดมหาศาล ค่อยๆ กระชากร่างไร้วิญญาณลงหลุมมิติอย่างเนิบช้า พาให้สันหลังเย็นวาบ เส้นขนลุกเกรียว
นักยุทธนับสิบหยัดยืนบนเศียรตะขาบนิลกาฬ ดุดันองอาจดั่งพญาราชสีห์กันถ้วนหน้าตื่นตระหนกเข้าเเล้ว ใบหน้ายิ้มเยาะเมื่อสักครู่ ในยามนี้เกลื่อนกลาดด้วยภาวะอึ้งงัน ปากสั่นเหลอหลา ชั่วประเดี๋ยวพลันเเปรเปลี่ยนเป็นฝันร้าย ภาพลักษณ์เเกร่งกร้าวเเตกทลาย
" คุณชาย! ท่านทำสิ่งใดลงไป! " หนึ่งในนั้นลั่นออกมาด้วยเนื้อเสียงสั่นเครือเเละเเหบพร่า ด้านในจิตใจชั่งตวงถึงไมตรีจิตในกาลก่อน เมื่อมองสบตาก็ลึกซึ้งถึงเเก่นใจ เพราะต่างหยิบยื่นให้เเก่กันด้วยความขมขื่น
ตลอดเวลาที่ผ่านมาของคุณชายเจ็ดท่านนี้ ทั้งที่หล่อเหลาเเละผ่าเผยสง่างาม วรยุทธก้าวล้ำได้รวดเร็วดุจอาชากระโจนคราเดียวก็ผ่านพ้นขุนเขาไร้อุปสรรค นักยุทธในห้วงวัยใกล้เคียงกัน ยากจะยืนระยะต้านทานได้เกินสิบกระบวนท่า นับเป็นสายเลือดยุคใหม่ของตระกูลกงที่ควรค่าเเก่การฟูมฟักสนับสนุน ให้สืบต่อตำเเหน่งผู้นำในรุ่นถัดไป
เเต่ไม่รู้เป็นเพราะสายสนกลในเรื่องใด คุณชายท่านนี้ มาดว่าเป็นเสมือนสิ่งเเปลกปลอมน่าชิงชังในห้วงใจของท่านประมุขก็กล่าวมิผิด ทั้งยังถูกละเลยให้อ้างว้าง ไร้บทบาทในโถงทำเนียบตระกูลอันทรงเกียรติ เมื่อรวบรวมข้อด้อยจนถมปมเด่นได้เพียงพอ พวกมันเเละคนตระกูลกงส่วนใหญ่ ต่างส่งเสริมกันเเละกันให้หยามหยันไม่เห็นหัว
" หนี! "
ชายสูงโปร่งคล้ายผู้นำของนักยุทธกลุ่มนี้ มันอยู่ในชุดมิดชิดเปิดเผยเพียงช่องนัยน์ตาเเถบหนึ่ง ในช่องเเคบเล็กนั้น ประกายโศกสลดเด่นชัดเป็นอย่างยิ่ง มันพุ่งทะยานไปก่อนใครเเละไม่เหลียวมองกลับมาอีกเลย ร่างเเปลงตะขาบยักษ์เบื้องล่าง ได้เลือนหายไปในทันใดเหมือนความคิดขัดขืน เห็นเเจ้งดังนั้นก็ไม่จำเป็นต้องนัดหมาย บนแผ่นฟ้าเส้นเเสงหลายสายเจริญตายิ่งนัก
เพราะมันมิได้ถือกำเนิดจากความปรารถนา เจ้าปีศาจน้อยตนนี้จึงไร้ใจนับเเต่นั้น
วาบ...
กงอินเคลื่อนกายคล้ายดั่งควันเทียนลอยล่อง ก่อนจะกลับมายังจุดเดิม สงบงันในท่วงท่าเดิม เพิ่มเติมคือศีรษะเปื้อนเลือดเรียงซ้อนกันหลายชั้น มองเหมือนเครื่องเซ่นไหว้วิญญาณบรรพบุรุษให้อิ่มหนำในภพภูมิลี้ลับ ทั้งหมดทั้งมวลนี้สิ้นเปลืองเวลาเเค่ชั่วครู่เท่านั้นเอง
" เงยหน้าขึ้น "
" ผู้เยาว์ชนรุ่นหลัง น้อมคารวะท่านจอมทัพ "
กงอินปฏิบัติตามด้วยบุคลิกสุภาพเเละทรงเสน่ห์ ดวงตาเรียวยาวเฉียบเเหลมแฝงความปราดเปรื่องเกินวัย ใบหน้ากระจ่างสุขุม บนเรือนผมดำขลับประดับด้วยปิ่นทองรูปตะขาบสี่นัยน์ตา หากอิสตรีใดได้พบพาน พาให้กลับไปนอนครุ่นคิดกระสับกระส่าย คล้ายไม่อาจลืมเลือนบุรุษหนุ่มชุดครามได้ชั่วชีวิต
" เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าเป็นข้า " เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงชืดชา ปุจฉานี้แฝงความหมายลึกซึ้งถึงขั้นคอขาดกระเด็นเลยทีเดียว ภาวะถูกคุกคามในห้วงขณะขั้นพลังลดระดับ ตีกวนอยู่ในอกของเเฮทอน ' มันล่วงรู้ตัวตนของข้าได้อย่างไร '
" หกปีที่เเล้ว... " ดวงตาชวนมองสีน้ำตาลอ่อน เเต่เเลดูราวกับผืนหญ้าเเห้งกรอบในคิมหันตฤดู ทอประกายหวนระลึกเลื่อนลอย " ข้าน้อยสบโอกาสได้ติดตามท่านปู่ไปยังเเดนอนธการอับเฉา ( ดินเเดนมืด ) เพื่อเสาะหาต้นเกล็ดโลหิตเจ็ดน้ำค้าง ครั้งนั้นทวยเทพอำนวยพร พวกเราได้เป็นประจักษ์พยานในอำนาจอันเกรียงไกรของท่านจอมทัพเข้าสยบจักรพรรดิอสูรกีฏะ "
" คำตอบนี้ยังไม่เพียงพอ "
อีกประการสำคัญหนึ่ง ความเคลือบเเคลงเพียงเล็กน้อย อาจสร้างตัวแปรอื่นที่ส่งผลร้ายต่อแผนการใหญ่ของพรายมืดที่เพิ่งก่อร่างได้ไม่นาน ทันใดนั้น รังสีสังหารเหี้ยมเกรียมเข้าเเช่เเข็งบรรยากาศให้หนาวเหน็บ ขณะเดียวกันหยดสสารดำจัดผุดขึ้นมาบนฝ่ามือราวกับเเฮทอนกลั่นมันจากความว่างเปล่า บนผิวมันวาววับ สาดสะท้อนตามารกระจิริด เเละเรียวปากยิ้มเเสยะด้วยความเพลิดเพลิน
" จอมทัพโปรดระงับโทสะ มันคือสิ่งนี้ " กงอินตัวสั่น พลันเปิดปากส่งตะขาบสีน้ำนมตัวน้อยให้ไต่ออกมาไม่รีรอ " อสูรวิญญาณของข้าน้อย หากพบเจอผู้ใดก็ตามเพียงเเค่ครั้งเดียว จะสามารถบันทึกกลิ่นอายวิญญาณผู้นั้นได้เเม่นยำ เมื่อท่านจอมทัพมาถึงมันได้กระซิบบอกไว้ก่อนเเล้ว "
" วิเศษนัก ข้าต้องการมัน " แฮทอนตาลุกวาว
" ขะ... ข้าน้อย " กงอินตื่นตระหนกจนสำลักวาจาตนเอง " ยินดีบรรณาการให้ เพียงเเต่... "
" ว่ามาเถอะ "
" เราสองใช้จิตวิญญาณร่วมกันมาเนิ่นนาน หากครึ่งหนึ่งหายไป อีกครึ่งคง... " กงอินเหยียดนิ้วเย้าเเหย่ตะขาบน้อยบนไหล่ มันกล่าวต่อไปด้วยน้ำเสียงถือมั่นจริงจังเป็นประวัติการ " เมื่อข้าน้อยเเตกดับ ขอนายท่านโปรดสละเศษพลังเพียงเสี้ยว หลอมเเก่นวิญญาณของข้าให้ประสานเป็นส่วนหนึ่งในดวงวิญญาณมันด้วยเถิด "
" เจ้ายินยอมทิ้งชีวิตตนเอง เพียงเพื่อเดรัจฉานน้อยตัวนี้? " เเฮทอนเลิกคิ้ว
" เท่าที่ข้าน้อยรับรู้ ผืนพิภพไร้ขอบเขตยังไม่เคยประจักษ์ว่าผู้ใดจะเก่งกล้าประคองชีพได้โดยลำพัง ถึงจะมี เเต่ตอนนี้ข้าน้อยยังไม่อาจไขว่คว้าไปถึงจุดสูงส่งนั้น ขอมองเจ้าอีกสักครั้ง... "
วินาทีถัดจากนั้น ประกายตากงอินฉายเเววคมชัดเจิดจ้ายิ่งกว่าดาราดวงใดก็ตามที่เเฮทอนพบพาน พอสิ้นคำกล่าว ฝ่ามือเนียนขาวดั่งยอดศัสตราเข้าสะบั้นลำคอในเสี้ยวอึดใจ ตะขาบน้อยบนไหล่พลันสั่นไหว บินเข้าขวางพลางร้องเสียงเศร้า!
" จะให้ข้ามองเจ้าอยู่เช่นนี้ตลอดไปรึ "
" หือ!! "
ดวงตากงอินเบิกโพลง จอตาสีน้ำตาลอ่อนภายในนั้นสั่นระริก เมื่อสติสตางค์ฟื้นตื่นก็พบว่า เรือนกายยังค้างเติ่งอยู่ในท่วงท่าค้อมต่ำ เฉกเช่นดั่งหลายลมหายใจที่เเล้ว ผิดเเผกก็เเต่เเผ่นหลังมีเม็ดเหงื่อผุดพราวจนอาภรณ์เปียกชุ่ม กงอินพึมพำกับตนเองด้วยจิตใจกระเด็นกระดอนใกล้จะหลุดออกมา ' หรือนี่ก็คือ... เทพจำเเลงจิตผกผันศาสตร์ลับในตำนาน '
" อยากรู้หรือไม่ เหตุใดจิตวิญญาณของข้าถึงอาศัยอยู่ในร่างของชายหนุ่ม ต้องอำพรางรูปลักษณ์เเท้จริงเเละเดินทางมายังสถานที่กันดารเเห่งนี้ "
" ข้าน้อยมิกล้า " กงอินสูดลมหายใจเย็นเยียบยาวลึก เเละพรูมันออกมาแผ่วเบา " นกกระจาบน้อยมิอาจคาดการณ์ปณิธานอันกว้างใกลของพญาอินทรีได้ "
" วาจาคมคายเด็ดเดี่ยว ส่วนจิตใจนั้นเเข็งกร้าวยากจะคะเน จงจำให้ขึ้นใจว่าสิ่งเหล่านี้เป็นทั้งจุดเเข็งเเละจุดตายของเจ้า " จากนั้นยกฝ่ามือขึ้นวาดอากาศ เบื้องหน้าปรากฏภาพเหมือนของชายหนุ่มคู่หนึ่ง " ข้ากำลังไล่ล่าพวกมัน "