ข้ามโลกมาเป็นเซียนกระบี่ยอดนักต้มตุ๋น

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 47 จำข้าได้หรือไม่?

            เมืองจูเซียน ภายในคุกน้ำลับของตระกูลเนี่ย

            องค์หญิงโยวเยว่ถูกขังกรงในคุกน้ำสายตาเย็นชาของนางจ้องมองไปยังเนี่ยเทียนป้าที่อยู่นอกกรง

            “องค์หญิง คิดไม่ถึงจริงๆนี่ผ่านไปไม่กี่เดือนเท่านั้นเอง? เจ้าก็กลับมาถูกข้าขังอีกแล้ว?”เนี่ยเที่ยนป้าแสดงสีหน้าพึงพอใจ

            “เนี่ยเทียนป้า อย่าดีใจเร็วเกินไปหน่อยเลย!”องค์หญิงโยวเยว่เอ่ยเสียงเย็น

            “ดีใจเร็วไป? หือข้าน่ะหรือดีใจเร็วเกินไป ข้าดีใจช้าเกินไปต่างหาก!ข้าเองก็เพิ่งจะรู้ว่าตัวเองมีท่านอาหญิงทวดที่ครองตำแหน่งสูงส่งในพรรคเทพหมาป่าสวรรค์เหมือนกัน?อาศัยอะไร? อาศัยอะไรไม่แยแสตระกูลเนี่ยของข้า?เจ้ารู้หรือไม่ว่ากว่าข้าจะปกครองตระกูลเนี่ยรอดมาได้ถึงปีนี้มันแสนเข็ญปานไหน?ข้าไม่อาจกราบสำนักเซียนแต่นางที่ดำรงตำแหน่งสุดสูงในสำนักเซียนกลับไม่แยแสพวกข้า? อาศัยอะไร?อาศัยอะไรถึงเพิ่งโผล่มาหาพวกข้าเอาป่านนี้?” เนี่ยเทียนป้านัยน์ตาทอแววเคียดแค้นอาฆาต

            “เนี่ยเมี่ยเจวี๋ยมาหาเจ้า? เจ้ากลับไม่พอใจอีก?”องค์หญิงโยวเยว่ถามอย่างงุนงง

            “ขอเพียงนางมาเร็วกว่านี้สักครึ่งปีจะดีขนาดไหน?มาเร็วกว่านี้จะวิเศษสักปานใด?” ดวงหน้าเนี่ยเทียนป้าทอประกายหม่นทะมึนวูบหนึ่ง

            “เจ้าไม่ใช่ศิษย์พรรคมารเสียหน่อยยังพร่ำบ่นไปเพื่ออะไร? จากนี้เนี่ยเมี่ยเจวี๋ยสามารถพาเจ้าเข้าพรรคเทพหมาป่าสวรรค์นี่มิใช่ดีเลิศประเสริฐศรีแก่เจ้าแล้วหรือ?” องค์หญิงโยวเยว่ขมวดคิ้วไม่เข้าใจ

            เนี่ยเทียนป้าส่งสายตาเย็นเยือกต่อองค์หญิงโยวเยว่โดยไม่กล่าววาจา

            “ช่างเถอะ! ถือซะว่าไม่มีคนอย่างนางอีกสองวันนางจะส่งคนมารับตัวเจ้าแล้ว! ถึงตอนนั้นเจ้าก็รีบๆ ไปซะ เฮอะ!”เนี่ยเทียนป้าแค่นเสียงเย็น

            “เนี่ยเมี่ยเจวี๋ย? นางเสียสติไปแล้ว!กลับปล่อยให้เจ้ามาเฝ้าคุกขังข้า?” องค์หญิงโยวเยว่เอ่ยเสียงเคร่ง

            “เจ้าบอกนางเองก็แล้วกัน แต่ดูแล้ว เจ้าคงรอดไม่ถึงสองวันหรอก!”เนี่ยเทียนป้าหัวเราะเย็น

            “ไม่มีทาง จะต้องมีคนมาช่วยข้าแน่นอน!”องค์หญิงโยวเยว่ยังไม่หมดกำลังใจ

            “ช่วยเจ้า? ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าเจ้ารู้หรือเปล่าว่าที่นี่ที่ไหน? นี่คือคุกน้ำตระกูลเนี่ยไม่มีใครเอาตัวเจ้าออกไปได้ทั้งนั้น!” เนี่ยเทียนป้าเอ่ยอย่างเย็นชา

            “ครั้งก่อนข้าก็ออกไปได้ไม่ใช่หรือไง? ครั้งก่อนทำได้ ครั้งนี้ก็ย่อมทำได้!” องค์หญิงโยวเยว่ยังคงเชื่อมั่น

            “ครั้งก่อน?” สีหน้าเนี่ยเทียนป้าพลันหม่นทะมึน

            เรื่องครั้งที่แล้วที่มันถูกต้มตุ๋นจนทำนางหลุดมือไปเป็นเรื่องอัปยศอดสูอย่างที่สุด

            “ไม่มีทาง ครั้งที่แล้วข้าเชื่อคำโป้ปดของหวังเค่อเนื่องจากถูกเสียงร่ำลือจากภายนอกเข้าโยกคลอนจิตใจครั้งนี้ข้าปิดกั้นสถานที่ไว้หมดแล้ว เสียงจากภายนอกไม่อาจลอดเข้ามาได้ข้าจะไม่ได้ยินเสียงล่อลวงอะไรอีก ไม่ว่าใครก็อย่าหวังหลอกเอาตัวเจ้าไปได้!”เนี่ยเทียนป้าเอ่ยเสียงเย็น

            “เจ้า…!” องค์หญิงโยวเยว่สีหน้าแปรเปลี่ยน

            “ภายในสองวัน ท่านอาหญิงทวดข้าจะมารับตัวเจ้าถึงตอนนั้นถ้าเจ้าตายไปก็ไม่ใช่เรื่องของข้าแล้ว! วางใจเถอะข้าจะหาเพื่อนร่วมทางให้เจ้าเอง!” เนี่ยเทียนป้ากล่าว

            “เพื่อนร่วมทาง? ใครกัน?”องค์หญิงโยวเยว่สังหรณ์ร้าย

            “จะเป็นใครได้อีก? แน่นอนว่าต้องเป็นหวังเค่อกับจางเจิ้งเต้าน่ะสิเหอ พวกมันบุญหล่นทับได้กราบเข้าเป็นศิษย์พรรคเทพหมาป่าสวรรค์พวกมันดูห่วงใยเจ้าจะเป็นจะตายเหลือเกินนี่?” เนี่ยเทียนป้าเสียงเย็นชา

            “เจ้าหมายความว่ายังไง?” องค์หญิงโยวเยว่วิตก

            “ไม่หมายความอะไรทั้งนั้น พวกมันต้องการช่วยเจ้าทันทีที่พวกมันออกจากพรรค ข้ารับรองว่าพวกมันจะต้องตายไร้ที่กลบฝัง!”เนี่ยเทียนป้าแค่นเสียงเย้ย

            “เป็นไปไม่ได้ เจ้าไม่ใช่คู่มือพวกมัน!”องค์หญิงโยวเยว่เอ่ยอย่างร้อนรน

            องค์หญิงโยวเยว่ทิ้งลูกปัดโหยหาไว้ด้วยความหวังว่าหวังเค่อและจางเจิ้งเต้าจะแกะรอยตามมาช่วยเหลือนางพวกมันจะเกิดเรื่องได้อย่างไร?

            “ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า เจ้ารอดูเถอะ!”เนี่ยเทียนป้ายิ้มลำพองในชัยชนะ

            “เนี่ยเทียนป้า เจ้าบอกมา จะเกิดเรื่องกับพวกหวังเค่อที่ออกจากพรรคเทพหมาป่าสวรรค์ได้ยังไง?เจ้าบอกมานะ!” องค์หญิงโยวเยว่ร่ำร้องผ่านซี่กรง

            แต่เนี่ยเทียนป้าไม่แยแส แต่กลับสาวเท้าไปทางด้านหนึ่งของคุกน้ำแทน

            ทางด้านนั้นมีศิษย์ตระกูลเนี่ยยืนอยู่

            “ท่านประมุข วันนี้ท่านจะออกจากคุกน้ำหรือไม่ขอรับ?”ศิษย์ตระกูลเนี่ยเอ่ยถาม

            “ไม่ออก ท่านอาหญิงทวดของข้ากำลังจะกลับมาในสองวันนี้ไม่อาจให้เกิดเรื่องเหนือความคาดหมายใดๆ เด็ดขาดเรื่องนี้เองก็ห้ามแพร่งพรายผู้ใดทั้งนั้น ไม่งั้นเราอาจเสียลาภลอยก้อนนี้ไป!”เนี่ยเทียนป้าเอ่ยเสียงหนัก

            “ท่านประมุขโปรดวางใจ เรื่องคุกน้ำเป็นที่คุมขังองค์หญิงโยวเยว่ในตระกูลเนี่ยเรามีเพียงสามคนที่ทราบ ศิษย์คนอื่นล้วนไม่มีใครรู้ ครั้งนี้พวกเราไม่มีทางถูกหลอกอีกแล้ว!” ศิษย์ตระกูลเนี่ยตอบด้วยความเคารพ

            “อืมครั้งที่แล้วพวกเรารับฟังข่าวลือของหวังเค่อมากเกินไปจนข้าเองก็ถูกมันตบตา ครั้งนี้ข้าไม่มีทางฟังข่าวลืออะไรอีกแล้ว!ข้าจะคุมอยู่ในคุกน้ำนี้จนกว่าท่านอาหญิงทวดของข้าจะกลับมา!”เนี่ยเทียนป้าเอ่ยเสียงเข้ม

            “ขอรับ!” ศิษย์ตระกูลเนี่ยรับคำหนักแน่น

            “ท่านอาหญิงทวดข้ามอบกระบี่บินเอาไว้ให้ข้าต้องใช้เวลาทำความคุ้นเคย พวกเจ้าเองก็จัดการสะสางเรื่องราวภายนอกของตระกูลไปไม่อาจให้เกิดเรื่อง!” เนี่ยเทียนป้าเอ่ยเสียงเย็น

            “ขอรับ!”

            “ไป นอกจากอาหญิงทวดของข้ากลับมาห้ามใครเข้ามาในนี้อีก ยังมี หลังจากปิดผนึกคุกน้ำแล้วข้าไม่ต้องการได้ยินเรื่องใดๆ จากข้างนอกทั้งนั้น!” เนี่ยเทียนป้าเอ่ยหนักแน่น

            จากนั้น ศิษย์ตระกูลเนี่ยออกจากคุกน้ำไปประตูศิลาของคุกน้ำลับก็ถูกปิดตายลง

            เนี่ยเทียนป้านั่งขัดสมาธิที่มุมหนึ่งของคุกน้ำกระบี่บินปรากฏขึ้นบนฝ่ามือก่อนมันจะเริ่มฝึกฝน

            ส่วนองค์หญิงโยวเยว่ในคุก เนี่ยเทียนป้ายังไม่ลงมือเนื่องจากนางถูกอาทวดหญิงของมันลงอาคมเอาไว้ ตัวมันไม่สามารถเข้าใกล้ได้!

            “เนี่ยเทียนป้า เจ้าบอกข้ามาให้ชัดๆ ซิทำไมหวังเค่อถึงจะเกิดอันตราย เพราะอะไร?” องค์หญิงโยวเยว่ร้อนใจ

            ทว่า เนี่ยเทียนป้าไม่แยแส ยังคงทำการศึกษากระบี่บินของมันต่อไป

            องค์หญิงโยวเยว่ยิ่งร้อนรน ตนเองทิ้งลูกปัดคำนึงไว้ให้ตามแกะรอยจะกลายเป็นการชักนำเภทภัยมาสู่อีกฝ่ายหรือ?

            นี่ก็ผ่านมาร่วมเดือนแล้ว หรือว่าหวังเค่อจะ…? 

            ยิ่งครุ่นคิดยิ่งหวาดหวั่น ทว่าขณะนางกำลังวิตกกลับพลันได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง

            “ทุกท่าน? ยังจำข้าหวังเค่อได้หรือไม่?”

            น้ำเสียงบางเบาคลุมเครือไม่ชัดเจนอย่างยิ่งคล้ายแว่วออกมาจากในห้วงดวงจิต องค์หญิงโยวเยว่ตะลึงงันไป

            “เสียงหวังเค่อ? นี่เป็นไปได้ยังไง?”องค์หญิงโยวเยว่อุทานด้วยความตื่นตะลึง

            นางสงบจิตลงอย่างรวดเร็ว ปิดตาเปิดสัมผัสหยั่งลึกในดวงจิตฉับพลันนางก็สามารถมองเห็นภาพนิมิต เป็นหวังเค่อสวมชุดสีดำยืนอยู่บนเวทีที่ห้อมล้อมไปด้วยผู้คน คล้ายกำลังกล่าวสุนทรพจน์?

            หวังเค่อกล่าวสุนทรพจน์? นี่มันเรื่องอะไรกัน? แล้วภาพพวกนี้จู่ๆเข้ามาในหัวข้าได้ยังไง? 

            ฉับพลันสีหน้าขององค์หญิงโยวเยว่แปรเปลี่ยนไป นางพลันระลึกได้

            “ข้าเข้าใจแล้ว ลูกปัดโหยหาเป็นสมบัติที่เสด็จแม่มอบให้ส่วนลูกปัดคำนึงนี่? ครั้งกระโน้นเสด็จแม่เป็นคนช่วยข้าหลอมสร้างขึ้นมาเองข้าสามารถสื่อสารทางจิตกับลูกปัดคำนึงได้ ขอเพียงลูกปัดนั้นอยู่ใกล้ๆ ข้าข้ายังสามารถสัมผัสภาพและเสียงที่ลูกปัดถ่ายทอดมาด้วย? ลูกปัดที่ถูกเนี่ยเมี่ยเจวี๋ยโยนทิ้งไว้ในวังของพวกมนุษย์ตอนนี้มาอยู่ใกล้ๆ ข้าแล้วสินะ? แล้วภาพที่ข้าเห็น? หวังเค่อ? หวังเค่อตามหาลูกปัดคำนึงเจอดังนั้นคงหาที่นี่เจอด้วยสินะ? หวังเค่อมาช่วยข้าแล้ว?เขาไม่เป็นไร เขาไม่เป็นไร? เนี่ยเทียนป้าหลอกลวงข้า?”

            องค์หญิงโยวเยว่น้ำตาหลั่งพรั่งพรูออกมา นางปาดเช็ดใบหน้า 

            เนี่ยเทียนป้าที่กำลังฝึกกระบี่บินห่างออกไปงุนงงสับสนมันสงสัยว่าองค์หญิงท่านนี้จู่ๆ เป็นอะไรขึ้นมา? 

            องค์หญิงพยายามสื่อสารกับลูกปัดคำนึง น่าเสียดายที่ไม่ว่าอย่างไรล้วนไม่อาจส่งข้อความผ่านไปได้อย่างมากสุดคือสามารถรับรู้ภาพและเสียงโดยรอบของลูกปัดคำนึงเท่านั้น

            ลูกปัดคำนึงถูกหวังเค่อสวมใส่ไว้ที่ข้อมือ ชายหนุ่มยืนบนเวทีกำลังกล่าววาจาต่อผู้คนมากมาย

            “หวังเค่อ? ขอบคุณที่มาช่วยข้า!”องค์หญิงโยวเยว่นั่งลงอย่างตื่นเต้นยินดีปิดตาสื่อสัมผัสมองดูภาพของหวังเค่ออย่างอ่อนโยน

            เมืองจูเซียน ห้องโถงใหญ่สำนักฝึกฌานแห่งหนึ่ง

            เพล้ง!

            เสียงถ้วยชาแตกกระทบพื้นบรรดาศิษย์ตระกูลกลุ่มหนึ่งมองดูท่านประมุขที่ขว้างถ้วยชาทิ้ง

            “หลอกลวงคนเกินไปแล้ว เนี่ยเทียนป้า! กลับบอกให้ข้าไปทวงเงินคืนกับหวังเค่อ?ข้าให้เนี่ยเทียนป้ายืมเงินไป มันไม่คืนเงิน พวกเราไปทวงพวกมันยังรุมทำร้ายพวกเจ้ากลับมาอีก?” ประมุขตระกูลด่าทอ

            “ขอรับท่านประมุข! ไม่เพียงแค่พวกเรา ตระกูลอื่นๆที่มันติดค้างเงินทองอยู่ต่างก็ทวงไม่ได้ ทั้งยังถูกพวกมันทุบตีทำร้ายมาทั้งสิ้นแต่ศิษย์ตระกูลเนี่ยของพวกมันเองก็บาดเจ็บไปไม่น้อย พวกเรา…!”ศิษย์ผู้นั้นหน้าตาบิดเบี้ยวเหยเก

            “ท่านประมุข ครั้งก่อนที่ฆ่าสัตว์อสูรได้ของที่ตกมาคือสมุนไพรตัวยา ท่านบอกว่าตระกูลจะจ่ายรางวัลให้ตอนนี้ข้าจำเป็นต้องใช้ศิลาวิญญาณ ท่านประมุข ท่าน...!”

            “ท่านประมุขเบี้ยหวัดของเดือนนี้เมื่อไหร่จะได้รับแจกจ่าย? ข้าฝึกฝีมือมาถึงขั้นหนึ่งแล้วตอนนี้ต้องใช้ศิลาวิญญาณไปซื้อโอสถมาทะลวงด่าน!”

            “ท่านประมุขแล้วข้าจะเบิกเงินที่ฝากไว้กับตระกูลได้เมื่อไหร่? ตอนนี้ไม่มีเงินจะซื้อข้าวกินแล้ว!”

            “ท่านประมุข ข้าก็ไม่มีเงินไปซื้อวัตถุดิบหลอมสกัดแล้ว!”

            บรรดาศิษย์ทั้งหลายต่างประท้วง

            .........

            “พวกเจ้าทวงถาม ข้ารู้ว่าพวกเจ้าต้องกินต้องใช้ถ้าข้ามี มีหรือจะไม่เอาออกมาให้พวกเจ้า? เงินทองของพวกเราตอนนี้ไปอยู่กับตระกูลเนี่ยหมดแล้ว!”ท่านประมุขลั่นวาจาด้วยโทสะ

            “ท่านประมุข ตอนท่านให้เนี่ยเทียนป้าหยิบยืมเงินไปจัดการกับหวังเค่อ!ท่านไฉนไม่บอกต่อพวกเราก่อน!” มีคนเอ่ยอย่างไม่พอใจ

            ศิษย์ในตระกูลทั้งหลายตอนนี้ไม่เหลือข้าวสารจะกรอกหม้อแล้วดังนั้นลุกขึ้นมาประท้วงก่อหวอดต่อประมุขไม่ว่างเว้นยิ่งเรื่องราวของประมุขตระกูลยิ่งวุ่นวาย ความขัดแย้งภายในยิ่งขยายเริ่มต้นความเปลี่ยนแปลงของตระกูล

            ตอนนี้เอง ขณะที่ภายในห้องโถงกำลังทุ่มเถียงเซ็งแซ่ผู้ดูแลทางด้านนอกพลันวิ่งเข้ามา 

            “ท่านประมุข มีจดหมายส่งมาจากทางด้านนอกเมื่อครู่บอกว่าสามารถคลี่คลายปัญหาของท่านได้!”  ผู้รับใช้น้อมส่งจดหมาย  

            “แก้ปัญหาให้ข้า? นอกจากเนี่ยเทียนป้าจ่ายเงินคืนจะแก้ยังไง!”ประมุขตระกูลแกะจดหมายอ่านด้วยความสิ้นหวัง

            มีตัวอักษรแถวเดียวเขียนอยู่บนจดหมายนั้น

            “อยากได้เงินลงทุนคืนหรือไม่? อยากได้เงินที่เนี่ยเทียนป้าฮุบไปคืนมาหรือไม่?เที่ยงตรงวันนี้ เรือนน้ำชากงอี้ แจกจ่ายเงินทองก้อนใหญ่!ไม่พบไม่เลิกรา!”

            อักษรแถวเดียว ทว่าประกายตาประมุขพลันสว่างวาบทันทีที่ได้อ่านมันกำหมัดแน่น

            เที่ยงตรง? เรือนน้ำชากงอี้? แบ่งปันเงินทองก้อนใหญ่? เงินทองก้อนใหญ่? หรือว่า…?

            “ท่านประมุข หรือว่าท่านจะเชื่อ?” ศิษย์ในสำนักเอ่ยด้วยความสงสัย

            “มีเงินแล้ว? จะได้เงินแล้ว?เร็ว เรียกรวมศิษย์ตระกูลซ่างมาทั้งหมด ไปเรือนน้ำชากงอี้ข้าจะไปดูว่าเงินนี้มาจากไหน!” ประมุขออกคำสั่งทันควัน

            ศิษย์ตระกูลซ่างทั้งหลายตะลึงลานไปชั่ววูบเมื่อได้ยินว่ามีเงิน จากนั้นรีบฉวยเอาจดหมายไปอ่านดูทันทีใครส่งมา? แต่ไม่ว่ามันจะเป็นใครเที่ยงตรงวันนี้ทุกอย่างย่อมกระจ่างแจ้ง ไม่ว่ายังไงก็ไม่มีอะไรจะเสียแล้วหากจดหมายนี้ทำให้ได้เงินคืนมาจริงๆ? ไป ! ยังไงก็ต้องไป!

            ภาพเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นไม่เพียงตระกูลซ่าง แต่แทบทุกตระกูลใหญ่ในเมืองจูเซียนไม่เพียงเท่านั้นบรรดาผู้ฝึกฌานทั่วไปที่ซื้อแผนการลงทุนของหวังเค่อไปก็ได้จดหมายเหล่านี้เช่นกัน

            ก่อนช่วงเวลาเที่ยงวัน เรือนน้ำชากงอี้ก็ห้อมล้อมไปด้วยฝูงคน

            บรรดาผู้รับใช้ของเรือนน้ำชากงอี้เองก็ดูเหมือนจะรู้อยู่แล้วพวกมันทยอยนำทางผู้มาเยือนไปยังสวนด้านหลังติดต่อกัน

            สวนหลังของเรือนน้ำชากว้างใหญ่ไพศาล ราวกับจัตุรัสใหญ่สามารถจุผู้คนได้นับพัน

            ตระกูลใหญ่มากมายในเมืองต่างก็มารวมตัวกันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆทีละคนสองคน พวกมันต่างก็สงสัยการเรียกคนมารวมตัวกันของเรือนน้ำชาพร้อมกันนั้นก็พากันจับจ้องมองดูเวทีสูงหนึ่งเดียวที่ตั้งอยู่

            “เถ้าแก่ร้านเล่า? มันเรียกพวกเรามารวมกันทำไม?” 

            “ใช่ ไม่ใช่บอกว่าจะมีการแจกเงินหรอกหรือ?”

            “พวกเจ้าจะจ่ายหนี้ของหวังเค่อกับเนี่ยเทียนป้าคืนพวกเราใช่มั้ย?ไหนล่ะเงิน?”

            “ถ้าวันนี้ไม่ได้เห็นเงินข้าจะถล่มเรือนน้ำชาพวกเจ้าให้ยับ!”

            สวนหลังของเรือนน้ำชากงอี้กลายเป็นอื้ออึงอลหม่านไปชั่วขณะท่ามกลางเสียงร้องตะโกนทวงหนี้ บรรดาผู้นำตระกูลใหญ่ต่างๆปล่อยให้ศิษย์ของพวกมันร่ำร้องโวยวาย หากทว่าพวกมันไม่ออกปากเพียงหรี่ตาด้วยความสงสัยไปยังม่านหลังเวทีเบื้องหน้า

            มันเป็นใครกัน? เจ้าตัวการที่เขียนจดหมายเรียกรวมตระกูลใหญ่ของเมืองมาได้มากมายขนาดนี้?มันไม่กลัวกว่าทุกคนจะโมโหจนโดนรุมประชาทัณฑ์หรือไง?

            “เที่ยงแล้ว!” ผู้ดูแลเรือนน้ำชาขานเวลาดังลั่น

            ทันใดนั้น สวนหลังกลายเป็นเงียบสงัดในพริบตา ม่านบนเวทีค่อยๆ เปิดออก

            บนโต๊ะประธานหลังม่านกั้น บุรุษชุดดำสนิทตลอดร่างค่อยๆ ยืนขึ้น

            เมื่อเห็นใบหน้าของบุรุษชุดดำ ทุกผู้คนเบิ่งตาแทบถลนคล้ายสุนัขโหยได้กลิ่นเนื้อสด แทบไม่อาจอดใจเข้าขย้ำกลืนทั้งเป็น

            “ทุกท่าน ยังจำข้าหวังเค่อได้หรือไม่?” 

            บุรุษชุดดำมิใช่ใครอื่น หากแต่เป็นหวังเค่อมันวางถ้วยน้ำชาของตนเองลง มองดูทุกผู้คนด้วยรอยยิ้ม

            จำหวังเค่อเจ้าได้หรือไม่? ต่อให้เจ้าเหลือแต่เถ้ากระดูกก็ไม่มีทางลืมไอ้จอมลวงโลก ยังกล้าบากหน้ากลับมา?

            เงิน เอาเงินคืนมา!!

             

    คล้ายกับเรื่องข้ามโลกมาเป็นเซียนกระบี่ยอดนักต้มตุ๋น ที่คุณอ่าน