ลิขิตเลือด พันธการหลานสาว

    EP. 30: บทบาทที่พลิกผัน

    วินาทีที่ร่างสูงใหญ่และแข็งแกร่งของคาอินทรุดลงในอ้อมแขน โลกทั้งใบของเอลาร่าก็ราวกับจะหยุดหมุน ความตื่นเต้นยินดีในพลังใหม่ที่เพิ่งได้รับมลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยความเย็นเยียบของความกลัวที่เกาะกุมหัวใจอย่างฉับพลัน ร่างที่เคยเป็นดั่งภูผาหินแกร่งที่คอยปกป้องเธอจากพายุทุกทิศทาง บัดนี้กลับอ่อนปวกเปียกและเปราะบางราวกับแก้วอยู่ในอ้อมแขนของเธอ น้ำหนักตัวของเขาที่เธอแทบจะรับไว้ไม่ไหวคือเครื่องย้ำเตือนถึงการเสียสละอันยิ่งใหญ่ที่เขาเพิ่งมอบให้เธอ

     

    "คาอิน! ท่านได้ยินหนูไหม! คาอิน!" เธอเรียกชื่อเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เสียงของเธอสั่นเครือด้วยความตื่นตระหนก เธอตบแก้มที่ซีดเซียวของเขาเบาๆ แต่ไม่มีการตอบสนองใดๆ เปลือกตาของเขายังคงปิดสนิท ลมหายใจแผ่วเบาราวกับจะขาดห้วง ผิวที่เคยเย็นแต่ยังคงความมีชีวิตชีวา บัดนี้กลับเย็นชืดราวกับหินอ่อนในสุสาน

     

    ความสิ้นหวังถาโถมเข้าใส่เธออย่างรุนแรง เธอจะทำอย่างไร? เธอไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับการรักษาแวมไพร์ โดยเฉพาะแวมไพร์ที่สูญเสียพลังชีวิตไปมหาศาลเช่นนี้ น้ำตาเริ่มเอ่อคลอขึ้นมาในดวงตาสีมรกตคู่สวย แต่แล้ว...เธอก็สะบัดศีรษะอย่างแรงเพื่อไล่ความอ่อนแอออกไป

     

    ไม่ใช่...ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาร้องไห้!

     

    เสียงภายในใจของเธอดังก้องขึ้นมาอย่างหนักแน่น เขาปกป้องเรามาตลอด ถึงตาเราแล้วที่จะต้องปกป้องเขา!

     

    เอลาร่าหลับตาลงแล้วหายใจเข้าลึกๆ ความสับสนและความตื่นตระหนกที่ครอบงำใจเธอเมื่อครู่นี้เริ่มค่อยๆ จางหายไป แทนที่ด้วยความสงบและความมุ่งมั่นที่เธอไม่เคยรู้สึกมาก่อน มันเป็นเหมือนกับว่ามีเสียงกระซิบเบาๆ ในหัวของเธอ บอกเธอว่าต้องทำอะไร เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของเธอเอง แต่เป็นเสียงที่มาจากสายเลือดเอลฟ์ที่เพิ่งตื่นขึ้น เป็นภูมิปัญญาโบราณที่สั่งสมมาหลายพันปี

     

    สัญชาตญาณใหม่ที่เพิ่งตื่นขึ้นบอกเธอว่าสิ่งแรกที่ต้องทำคือพาเขาไปที่เตียง เธอรวบรวมพละกำลังทั้งหมดที่มี ซึ่งมันมากกว่าที่เธอเคยมีมาทั้งชีวิตอย่างเทียบไม่ติด ค่อยๆ ประคองร่างที่หนักอึ้งของคาอินไปยังเตียงนอนอย่างทุลักทุเลและจัดท่าให้เขานอนหงายอย่างระมัดระวังที่สุด เธอจัดหมอนให้หนุนศีรษะของเขาและดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมกายที่เย็นชืดนั้นไว้

     

    ขณะที่เธอกำลังจัดผ้าห่มให้เขา เธอสังเกตเห็นว่าใบหน้าของคาอินซีดเซียวมากจนแทบจะขาวโพลน เส้นเลือดใต้ผิวหนังที่เคยมองไม่เห็นบัดนี้กลับปรากฏชัดเจนเป็นเส้นสีน้ำเงินเข้ม ริมฝีปากที่เคยเป็นสีแดงเลือดหมูบัดนี้กลับซีดจนเกือบจะไม่มีสี และที่น่าตกใจที่สุดคือเขี้ยวของเขาที่เคยแหลมคมและน่าเกรงขามกลับดูหดหู่และไม่มีชีวิตชีวา

     

    "พระเจ้า...เขาเสียพลังไปมากแค่ไหนกัน" เธอกระซิบกับตัวเอง ความรู้สึกผิดเริ่มกัดกินใจเธอ ถ้าเธอไม่ได้ยืนกรานให้เขาช่วยปลุกพลังเอลฟ์ในตัวเธอ เขาคงจะไม่ต้องมาอยู่ในสภาพแบบนี้

     

    จากนั้น เธอก็เริ่มสำรวจร่างกายของเขาอย่างละเอียดด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป พลังใหม่ที่ไหลเวียนอยู่ในกายทำให้เธอไม่ได้มองเห็นแค่สิ่งที่อยู่ภายนอกอีกต่อไป เมื่อเธอเพ่งสมาธิไปที่ร่างของเขา เธอก็สามารถ "มองเห็น" พลังงานที่ไหลเวียนอยู่ภายในได้ มันคือภาพของเส้นสายพลังงานสีเลือดแดงที่เคยสว่างไสวและทรงพลัง บัดนี้กลับหม่นหมองและริบหรี่ลงอย่างน่าใจหาย โดยเฉพาะบริเวณหัวใจที่เคยเป็นศูนย์กลางของพลัง บัดนี้กลับดูเหมือนถ่านไฟที่ใกล้จะมอดดับเต็มที

     

    ภาพที่เธอเห็นทำให้เธอสะดุ้งตกใจ เส้นสายพลังงานในร่างของคาอินไม่เพียงแต่จะริบหรี่เท่านั้น แต่บางเส้นยังขาดวิ่นไปเลย เหมือนกับเส้นใยแมงมุมที่ถูกลมแรงพัดขาด พลังที่เหลืออยู่ก็ไหลเวียนอย่างช้าๆ และไม่สม่ำเสมอ ราวกับลำธารที่กำลังจะแห้งขอด

     

    "เลือด..." คำๆ นี้ผุดขึ้นมาในหัวของเธอ "เขาต้องการเลือด...เพื่อฟื้นฟูพลัง"

     

    แต่เธอจะไปหาเลือดมาจากไหน? เธอไม่สามารถออกไปล่าสัตว์ได้ และถึงทำได้ เธอก็ไม่แน่ใจว่าเลือดสัตว์จะเพียงพอหรือไม่ ความคิดที่จะออกไปหาเหยื่อที่เป็นมนุษย์แวบเข้ามาในหัว แต่เธอก็รีบสลัดมันทิ้งไปทันที เธอไม่มีวันทำเรื่องเลวร้ายเช่นนั้นได้ลงคอ

     

    แล้วเลือดของเธอล่ะ? เขาเพิ่งดื่มเลือดของเธอไปเมื่อเช้านี้ และมันก็ทำให้เขามีความสุขอย่างเห็นได้ชัด แต่ตอนนี้ร่างกายของเธอเองก็เพิ่งผ่านการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่มา มันจะปลอดภัยหรือไม่?

     

    เธอมองลงไปที่มือของตัวเอง ผิวหนังที่เคยเป็นสีขาวนวลธรรมดาๆ บัดนี้กลับมีประกายแสงเรืองรองเล็กน้อย เหมือนกับมีแสงจันทร์ส่องผ่านผิวหนังออกมา เส้นเลือดใต้ผิวหนังก็ดูเข้มข้นกว่าเดิม ไหลเวียนด้วยพลังที่เธอรู้สึกได้ว่ามันแตกต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

     

    ในขณะที่เธอกำลังลังเลอยู่นั้นเอง เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นในความคิดของเธอ มันไม่ใช่เสียงพูด แต่เป็นความรู้สึก...เป็นสัญชาตญาณที่มาจากสายเลือดเอลฟ์...มันบอกเธอว่าเลือดของเธอในตอนนี้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว มันคือการหลอมรวมที่สมบูรณ์แบบระหว่างพลังแห่งชีวิตของเอลฟ์และพลังแห่งรัตติกาลของแวมไพร์ มันคือยาถอนพิษและยาชูกำลังชั้นเลิศในเวลาเดียวกัน

     

    ความรู้ที่ไหลเข้ามาในจิตใจของเธอทำให้เธอเข้าใจมากขึ้น เลือดของเธอตอนนี้ไม่ใช่เพียงแค่เลือดของมนุษย์ธรรมดาหรือแม้แต่เลือดของเอลฟ์เท่านั้น แต่เป็นเลือดที่ผสมผสานระหว่างสามสายพันธุ์เข้าด้วยกัน มนุษย์ เอลฟ์ และแวมไพร์ การผสมผสานนี้ทำให้เลือดของเธอมีคุณสมบัติพิเศษที่สามารถรักษาและฟื้นฟูพลังของแวมไพร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

     

    เมื่อตัดสินใจได้แล้ว เอลาร่าก็ไม่ลังเลอีกต่อไป เธอขึ้นไปบนเตียง นั่งคร่อมอยู่บนร่างที่แน่นิ่งของคาอิน เธอยกมือขึ้นมาดูฟันเขี้ยวของตัวเอง ซึ่งเธอเพิ่งจะสังเกตเห็นว่ามันงอกออกมาเล็กน้อยแล้ว ไม่ใหญ่โตเหมือนของคาอิน แต่ก็แหลมคมพอที่จะใช้งานได้ เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะรวบรวมความกล้าแล้วกัดลงบนข้อมือของตัวเองอย่างแรงจนเลือดสีแดงสดที่ดูเข้มข้นกว่าปกติไหลทะลักออกมา

     

    ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นทำให้เธอหวีดเบาๆ แต่เธอก็ไม่สนใจ เธอรีบยื่นข้อมือที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดนั้นไปจ่อที่ริมฝีปากที่แห้งผากของคาอิน กลิ่นหอมหวานของเลือดเธอลอยฟุ้งขึ้นมา มันไม่ใช่กลิ่นเลือดธรรมดา แต่เป็นกลิ่นที่ผสมผสานระหว่างความหวานของน้ำผึ้ง ความสดชื่นของใบไผ่ และความลึกลับของดอกไม้ที่บานในคืนเพ็ญ

     

    "ดื่มสิคะ คาอิน...ดื่มเลือดของหนู...แล้วกลับมาหาหนู" เธอกระซิบเสียงสั่น พลางบีบให้หยดเลือดไหลเข้าสู่ปากของเขาช้าๆ

     

    หยดแล้ว...หยดเล่า...

     

    เลือดสีแดงเข้มของเธอหยดลงบนริมฝีปากที่ซีดเซียวของคาอิน เธอเฝ้าดูอย่างใจจดใจจ่อ หวังว่าจะเห็นสัญญาณใดๆ ที่บ่งบอกว่าเขาตอบสนอง แต่ในตอนแรก ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ เกิดขึ้น เลือดของเธอเพียงแค่ไหลเปรอะเปื้อนใบหน้าที่ซีดเซียวของเขา ไหลลงไปตามคางและเปื้อนหมอนใต้ศีรษะ

     

    ความสิ้นหวังเริ่มคืบคลานเข้ามาในใจอีกครั้ง แต่เอลาร่าก็ไม่ยอมแพ้ เธอยังคงทำต่อไปด้วยความหวังทั้งหมดที่มี เธอบีบข้อมือของตัวเองให้แรงขึ้นเพื่อให้เลือดไหลเร็วขึ้น ความเจ็บปวดที่เพิ่มขึ้นทำให้เธอขมวดคิ้ว แต่เธอก็ไม่หยุด เธอใช้นิ้วมืออีกข้างแยกริมฝีปากของคาอินออกเล็กน้อยแล้วให้เลือดหยดลงไปข้างใน

     

    "ได้โปรด...ได้โปรดคะ..." เธอร่ำไห้เบาๆ น้ำตาเริ่มไหลลงมาอีกครั้ง "อย่าทิ้งหนูไป...หนูยังไม่ได้บอกท่านเลยว่า...ว่าหนู..."

     

    แล้วจู่ๆ...ปาฏิหาริย์ก็บังเกิดขึ้น

     

    ริมฝีปากของคาอินขยับเล็กน้อย...และปลายลิ้นของเขาก็ตวัดเลียหยดเลือดนั้นเข้าไปโดยสัญชาตญาณ!

     

    หัวใจของเอลาร่าพองโตขึ้นด้วยความยินดี "คาอิน! คาอิน! ท่านได้ยินหนูไหม!" เธอร้องเรียกด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความหวัง

     

    เธอบีบข้อมือของตัวเองแรงขึ้นเพื่อให้เลือดไหลเร็วขึ้น คราวนี้คาอินเริ่มดูดกลืนมันเข้าไปอย่างช้าๆ แต่สม่ำเสมอราวกับทารกที่หิวกระหายน้ำนมจากอกแม่ การเคลื่อนไหวของลิ้นและคอของเขาแม้จะเล็กน้อย แต่ก็เป็นสัญญาณที่ดีที่สุดที่เธอได้เห็นมาตั้งแต่เขาหมดสติ

     

    เอลาร่ามองเห็นภาพพลังงานในร่างของเขาอีกครั้งด้วยสายตาพิเศษของเธอ เส้นสายสีแดงที่เคยริบหรี่เริ่มกลับมาส่องสว่างขึ้นทีละน้อย...ทีละน้อย...ราวกับถ่านไฟที่ถูกลมเป่าให้คุโชนขึ้นมาอีกครั้ง เส้นสายพลังงานที่ขาดวิ่นไปเริ่มเชื่อมต่อกันใหม่ และพลังงานเริ่มไหลเวียนได้ราบรื่นขึ้น

     

    ขณะที่เขาดื่มเลือดของเธอ เอลาร่าก็รู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงในตัวเธอเองด้วย มันเป็นความรู้สึกแปลกๆ ที่เธอไม่เคยประสบมาก่อน เหมือนกับว่าพลังงานของเธอกำลังไหลออกไป แต่ในขณะเดียวกัน มันก็ไหลกลับเข้ามาในรูปแบบใหม่ เป็นการแลกเปลี่ยนพลังงานระหว่างเธอกับเขา การเชื่อมโยงที่ลึกซึ้งกว่าเพียงแค่การให้และรับ

     

    เธอปล่อยให้เขาดื่มเลือดของเธอต่อไปเรื่อยๆ โดยไม่สนใจความรู้สึกหน้ามืดที่เริ่มก่อตัวขึ้นจากการเสียเลือด ในใจของเธอมีเพียงความคิดเดียวคือต้องช่วยเขาให้ได้ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไरก็ตาม แม้จะเป็นชีวิตของเธอเอง

     

    ความรู้สึกอ่อนแอเริ่มคืบคลานเข้ามา เธอรู้สึกเหมือนพลังงานในร่างกายของเธอกำลังถูกดูดออกไปทีละน้อย แต่เธอก็ไม่หยุด เธอมองดูสีหน้าของคาอินที่เริ่มดีขึ้นเป็นรางวัลที่คุ้มค่ากับทุกสิ่งที่เธอเสียไป ผิวหนังของเขาเริ่มกลับมามีสีชมพูอ่อนๆ แทนที่ความซีดเซียวที่น่ากลัว เส้นเลือดใต้ผิวหนังที่เคยปรากฏชัดเจนเริ่มจางลงไป

     

    เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ อาจจะเป็นนาที อาจจะเป็นชั่วโมง เอลาร่าไม่สามารถบอกได้ เธอจมอยู่ในภาวะที่ไม่รู้สึกตัว ระหว่างการตื่นและการหลับ ระหว่างความเป็นและความไม่เป็น แต่เธอยังคงยื่นข้อมือให้เขาดื่มต่อไป เหมือนกับว่ามันเป็นสิ่งเดียวที่เธอรู้ว่าต้องทำ

     

    แต่ในที่สุด คาอินก็เริ่มได้สติ เขากระพริบตาช้าๆ พยายามปรับสายตาให้เข้ากับแสงสว่างในห้อง ความรู้สึกแรกที่เขามีคือความสับสน เขาไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน หรือเกิดอะไรขึ้น แต่แล้วความทรงจำก็ไหลกลับมา การถ่ายทอดพลัง การเสียสละ และความมืดมิดที่ตามมา

     

    สิ่งแรกที่เขาเห็นคือใบหน้าของเอลาร่าที่กำลังก้มลงมองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยและน้ำตาที่ไหลอาบแก้มทั้งสองข้าง ใบหน้าของเธอซีดเซียวกว่าปกติ และเขาสังเกตเห็นว่าเธอดูอ่อนแอลงมาก แต่ดวงตาของเธอยังคงเปล่งประกายด้วยความมุ่งมั่นและความรัก

     

    และสิ่งต่อมาที่เขารับรู้คือรสชาติอันหอมหวานและทรงพลังของเลือดที่กำลังไหลเข้าสู่ร่างกายของเขา รสชาติที่เขารู้จักดี แต่คราวนี้มันแตกต่างไป มันเข้มข้นกว่า ซับซ้อนกว่า และทรงพลังกว่าที่เคย เหมือนกับว่าเลือดของเธอได้รับการปรับปรุงให้เหมาะสมกับความต้องการของเขาโดยเฉพาะ

     

    "เอลาร่า..." เขาเรียกชื่อเธอเสียงแหบพร่า พยายามจะดันข้อมือของเธอออก "พอแล้ว...เจ้าจะเสียเลือดมากเกินไป"

     

    เขาพยายามจะลุกขึ้น แต่ร่างกายของเขายังอ่อนแอมาก เขารู้สึกเหมือนกับว่าพลังงานในร่างกายของเขากำลังกลับคืนมาทีละน้อย แต่ยังไม่เพียงพอที่จะให้เขาเคลื่อนไหวได้อย่างปกติ

     

    แต่เอลาร่ากลับส่ายหน้าและกดข้อมือของเธอไว้ที่เดิม "ไม่เป็นไรค่ะ...หนูไม่เป็นไร...ท่านต้องดื่มอีก...ดื่มจนกว่าท่านจะรู้สึกดีขึ้น"

     

    เสียงของเธอแผ่วเบา แต่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เขาเห็นความดื้อรั้นในดวงตาของเธอ ความเด็ดเดี่ยวที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน มันเป็นความแข็งแกร่งที่มาจากความรัก ความแข็งแกร่งที่พร้อมจะเสียสละทุกสิ่งเพื่อคนที่เธอห่วงใย

     

    คาอินมองลึกเข้าไปในดวงตาสีมรกตคู่นั้น และได้เห็นความดื้อรั้นและความเด็ดเดี่ยวที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน เขารู้ว่าคงไม่สามารถเปลี่ยนใจเธอได้ในตอนนี้ จึงยอมทำตามแต่โดยดี แต่เขาก็ตัดสินใจที่จะไม่ปล่อยให้เธอเสียสละมากเกินไป

     

    เขายกมือที่สั่นเทาของตัวเองขึ้นมาประคองข้อมือของเธอไว้และเริ่มดูดกลืนเลือดนั้นอย่างจริงจังมากขึ้น แต่เขาก็ระมัดระวังไม่ให้ดื่มมากเกินไป เขารู้สึกได้ถึงพลังที่ไหลเข้ามาในร่างกายของเขา มันไม่ใช่เพียงแค่พลังงานธรรมดา แต่เป็นพลังที่มีชีวิต มีความรัก และมีความหวัง

     

    พลังชีวิตที่สดใหม่ไหลเข้าสู่ร่างกายของเขาราวกับสายน้ำที่หลั่งไหลสู่ผืนดินที่แห้งแล้ง ความแข็งแกร่งเริ่มกลับคืนมาอย่างรวดเร็ว สีเลือดเริ่มกลับมาสู่ใบหน้าของเขาอีกครั้ง เส้นสายพลังงานในร่างกายของเขาเริ่มเปล่งแสงสว่างขึ้น และหัวใจของเขาเริ่มเต้นแรงขึ้น

     

    แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็เห็นว่าเอลาร่าเริ่มอ่อนแอลงเรื่อยๆ ใบหน้าของเธอซีดลง ริมฝีปากเริ่มไม่มีสี และมือที่ประคองข้อมือให้เขาดื่มก็เริ่มสั่น เขารู้ว่าเธอกำลังเสียเลือดมากเกินไป และถ้าปล่อยให้ดำเนินต่อไป เธออาจจะเป็นอันตราย

     

    เมื่อเห็นว่าเขาเริ่มดีขึ้นมากแล้ว และเขาก็กังวลเรื่องสุขภาพของเธอ คาอินจึงค่อยๆ ผลักข้อมือของเธอออกอย่างอ่อนโยน "พอแล้ว เอลาร่า...ข้าดีขึ้นแล้ว...เจ้าต้องหยุด"

     

    เอลาร่าจึงค่อยๆ ดึงข้อมือของเธอกลับ แผลที่ข้อมือของเธอเริ่มสมานตัวอย่างรวดเร็วจนแทบไม่เหลือร่องรอย นี่เป็นอีกหนึ่งพลังใหม่ที่เธอเพิ่งค้นพบ พลังการรักษาตัวเองที่มาจากสายเลือดเอลฟ์ แต่เธอยังคงรู้สึกอ่อนแอจากการเสียเลือดไปมาก

     

    คาอินค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง เขารู้สึกดีขึ้นมากแล้ว แม้จะยังไม่กลับมาเต็มร้อย แต่ก็พ้นขีดอันตรายแล้ว พลังในร่างกายของเขาไหลเวียนได้ปกติ และเขาสามารถเคลื่อนไหวได้แล้ว เขามองเอลาร่าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งความขอบคุณ ความรัก ความรู้สึกผิด และความประทับใจในความกล้าหาญของเธอ

     

    "ข้า...เป็นหนี้ชีวิตเจ้า" เขากล่าวเสียงเบา พลางยื่นมือไปลูบแก้มที่ซีดเซียวของเธออย่างอ่อนโยน

     

    เอลาร่าส่ายหน้าทันที แม้จะอ่อนแอ แต่เธอก็ยังยิ้มให้เขาได้ "ไม่เลยค่ะ...เราไม่ได้เป็นหนี้อะไรกันทั้งนั้น" เธอยื่นมือไปเช็ดคราบเลือดที่มุมปากของเขาออกอย่างอ่อนโยน "ท่านมอบชีวิตใหม่ให้หนู...หนูก็แค่...ดูแลชีวิตของท่านเป็นการตอบแทน...ตอนนี้...บทบาทของเราสลับกันแล้วนะคะ"

     

    คาอินรู้สึกซาบซึ้งในคำพูดของเธอ เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีใครที่พร้อมจะเสียสละเพื่อเขาถึงขนาดนี้ ตลอดชีวิตที่ยาวนานของเขา เขาเป็นคนให้ เป็นคนปกป้อง เป็นคนที่แข็งแกร่ง แต่วันนี้ เขาได้รับการดูแลจากคนที่เขารัก และมันทำให้เขารู้สึกอบอุ่นใจอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน

     

    รอยยิ้มเล็กๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของคาอินเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เขาฟื้นขึ้นมา "ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ" เขากล่าว "และข้าก็...ชอบการเปลี่ยนแปลงนี้"

     

    บรรยากาศที่น่าอึดอัดและตึงเครียดก่อนหน้านี้ได้ผ่อนคลายลง ทั้งสองคนนั่งมองหน้ากันเงียบๆ อยู่บนเตียง แต่ความเงียบในครั้งนี้กลับเต็มไปด้วยความเข้าใจและความผูกพันที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม มันเป็นความเงียบที่บอกเล่าถึงความรักที่ไม่ต้องใช้คำพูด ความเข้าใจที่ไม่ต้องอธิบาย

     

    คาอินยื่นมือไปจับมือของเอลาร่าไว้ "เจ้ารู้ไหมว่า...สิ่งที่เจ้าทำวันนี้...มันเปลี่ยนทุกสิ่งทุกอย่าง" เขากล่าวเสียงเบา "ไม่ใช่แค่การช่วยชีวิตข้า แต่เจ้าได้แสดงให้ข้าเห็นว่า...ความรักที่แท้จริงคืออะไร"

     

    เอลาร่ารู้สึกแก้มร้อนขึ้น แม้จะอ่อนแอ แต่เธอก็ยังรู้สึกมีความสุขที่ได้ยินคำพูดของเขา "หนู...หนูก็รักท่านค่ะ" เธอกระซิบเบาๆ "รักมากจนยอมทำทุกอย่างเพื่อท่าน"

     

    แต่แล้ว...ความเงียบที่อบอุ่นนั้นก็ถูกทำลายลงอีกครั้ง...ไม่ใช่ด้วยเสียงเคาะประตู...แต่เป็นเสียงหัวเราะคิกคักที่ดังมาจากมุมห้อง!

     

    ทั้งคาอินและเอลาร่าหันขวับไปมองที่ต้นเสียงพร้อมกันทันที!

     

    เงาในมุมมืดของห้องค่อยๆ ก่อตัวขึ้นเป็นร่างของอิซาเบลล่า เธอยืนกอดอกพิงกำแพงอยู่ตรงนั้นราวกับดูละครฉากสำคัญมาตั้งแต่ต้นแล้ว บนใบหน้าของเธอประดับไปด้วยรอยยิ้มที่ยียวนและพึงพอใจอย่างที่สุด ดวงตาของเธอเปล่งประกายด้วยความสนุกสนาน เหมือนกับว่าเธอเพิ่งได้ชมการแสดงที่น่าตื่นเต้นที่สุดในชีวิต

     

    "ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจอะไรอย่างนี้" เธอกล่าวพลางปรบมือเบาๆ "พ่อแวมไพร์ผู้ยิ่งใหญ่กลายเป็นเจ้าชายที่ต้องรอให้เจ้าหญิงมาจุมพิต...เอ๊ย...มาป้อนเลือดให้ฟื้นคืนชีพ...โรแมนติกเสียจนข้าน้ำตาแทบไหล"

     

    "อิซาเบลล่า!" คาอินคำรามเสียงต่ำ แววตาของเขากลับมาแข็งกร้าวอีกครั้ง พลังที่เพิ่งกลับคืนมาทำให้เขารู้สึกโกรธแค้นที่ถูกรบกวนในช่วงเวลาสำคัญ "เจ้าเข้ามาในนี้ได้ยังไง!"

     

    "โอ้...คาอินที่รัก...ท่านน่าจะรู้ดีที่สุดว่าไม่มีประตูหรือกำแพงไหนที่ขวางกั้นซัคคิวบัสที่อยากจะ 'แอบดู' เรื่องสนุกๆ ได้หรอกนะ" เธอยิ้มกว้าง ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้เตียงมากขึ้น "และข้าต้องยอมรับว่า...การแสดงของพวกท่านวันนี้...มันน่าติดตามมากเลยทีเดียว"

     

    เธอหันไปมองเอลาร่าตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาที่ทอประกายอย่างน่าขนลุก ราวกับกำลังประเมินสินค้าชิ้นใหม่ที่น่าสนใจ

     

    "และดูเหมือนว่า...ของขวัญของข้าจะได้ผลดีเกินคาดเสียด้วย" เธอกล่าว "ไม่เพียงแต่ปลุกพลังของเอลฟ์...แต่ยังผสมผสานเข้ากับพลังของแวมไพร์ได้อย่างลงตัว...เจ้ากลายเป็นสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่...ลูกผสมที่สมบูรณ์แบบ...น่าลิ้มลองยิ่งกว่าเดิมเสียอีก"

     

    อิซาเบลล่าเลียริมฝีปากของตัวเองอย่างเปิดเผย ก่อนที่สายตาของเธอจะจับจ้องไปที่รอยแผลเป็นจางๆ ที่ข้อมือของเอลาร่า

     

    "เลือดของเจ้า...คงจะหอมหวานน่าดู" เธอกระซิบเสียงพร่า "ข้าชักอยากจะ...ลองชิมดูบ้างแล้วสิ"

     

    พูดไม่ทันขาดคำ ร่างของอิซาเบลล่าก็หายไปจากที่เดิมและปรากฏขึ้นที่ข้างเตียงของเอลาร่าในชั่วพริบตา! ความเร็วของเธอเหนือกว่าสายตาธรรมดาจะตามทัน เธอยื่นมือที่เรียวยาวและมีเล็บที่แหลมคมออกมา หมายจะคว้าข้อมือของเอลาร่าไป!

     

    แต่ก่อนที่มือของเธอจะไปถึงเป้าหมาย...เถาวัลย์ที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กกล้าหลายเส้นก็พุ่งออกมาจากพื้นห้องและพันธนาการแขนของเธอไว้ได้อย่างทันท่วงที!

     

    อิซาเบลล่าชะงักไปเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ เธอมองลงไปที่เถาวัลย์ที่พันรอบแขนของเธอด้วยความสนใจ ก่อนจะหันไปมองเอลาร่าที่กำลังจ้องเขม็งมาที่เธอ ดวงตาสีมรกตคู่นั้นไม่ได้มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่อีกต่อไปแล้ว มีเพียงความแน่วแน่และพลังอำนาจที่พร้อมจะปกป้องคนที่เธอรัก

     

    "เขาเป็นของฉัน" เอลาร่ากล่าวเสียงเรียบแต่ทรงพลัง "และเลือดของฉัน...ก็เป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว...อย่า-คิด-จะ-แตะ-ต้อง"

    คล้ายกับเรื่องลิขิตเลือด พันธการหลานสาว ที่คุณอ่าน

    เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    นิยาย อีโรติก
    2.40M 1665
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577