ผมเป็นสมาชิกเว็บเทพบรรพกาล

    EP-33 ซื้อกิจการชานมไข่มุก

    เย่หลิงต้องการความเป็นส่วนตัวสูง อีกอย่างคือเรื่องนี้เป็นเรื่องของตระกูลเย่ เกี่ยวพันถึงความเป็นความตายของเย่ซูเหวิน ดังนั้นหล่อนจึงไม่อยากให้คนนอกได้ยิน เลยพาหลินอู๋เฉินออกมาคุยที่ร้านชานมหน้ามหาลัย

    “ชานมที่นี่อร่อยดีนะ ฉันผ่านตลอดแต่ไม่เคยได้กิน แบบนี้ซื้อร้านไว้ดีกว่าไหม มันน่าจะทำกำไรได้เยอะเหมือน” หลินอู๋เฉินกล่าวติดตลก

    “หลินอู๋เฉินคะ ชานมร้านนี้ถึงจะมองว่ามันเป็นเพียงร้านเล็กๆ แต่ก็มีเฟรนไชส์อยู่ทั่วชุนเหลียง มูลค่าในตลาดหลักทรัพย์มากถึง 50 ล้านหยวนเลยนะคะ เพราะงั้นหยุดล้อเล่นได้แล้ว” เย่หลิงไม่อยากเสียเวลา หล่อนรีบนวดขมับแล้วเล่าสิ่งที่เพิ่งเกิด

    หลินอู๋เฉินพยักหน้าเงียบๆ “เข้าใจละ แต่จากที่เธอพูดมารีบร้อนไปก็เปล่าประโยชน์”

    “หมายความว่ายังไงเหรอ” เธอเอียงศีรษะฉงน

    “หยางจื่อมุ่งเป้ามาที่ฉัน ในกรณีนี้ไม่ต้องตามหาเขาด้วยซ้ำ ไม่นานเดี๋ยวเขาก็จะมาหาฉันเอง เชื่อสิ” หลินอู๋เฉินดูดชานมด้วยท่าทีเอ้อละเหยไม่ทุกข์ร้อน

    เย่หลิงปวดใจ

    หล่อนไม่รู้ว่าทำไมชายหนุ่มตรงหน้าถึงมีความสำคัญกับตระกูลนัก

    มองยังไงก็มองไม่ออกเลยว่าเขาจะจัดการหยางจื่อ ฆาตกรที่โหดร้ายได้ยังไง

    “ไม่ต้องทำหน้าเครียด ยังไงซะตระกูลเย่ไม่มีทางเลือกอื่นอยู่แล้ว อาศัยหน้าบางๆ นั่น เป็นไปไม่ได้ที่เรื่องจะถึงหูตำรวจ” หลินอู๋เฉินยิ้มมุมปาก ถึงเขาเพิ่งรู้จักตระกูลเย่แต่ก็มองออกได้ไม่ยาก

    ในสังคมชั้นสูงการแจ้งตำรวจคือการกระทำที่ไม่ฉลาด นอกจากนั้นยังทำให้หลายตระกูลดูถูก

    “เอาล่ะฉันไม่รู้ว่าจะพูดยังไงกับนายต่อดี ตอนนี้เย่ซูเหวินตกอยู่ในอันตราย ถ้าหากหยางจื่อปรากฎตัว หวังว่านายจะจัดการกับเขา ตระกูลเย่มีรางวัลให้ 20 ล้านหยวนในการจัดการกับฆาตกร” เย่หลิงเริ่มหยิบยื่นผลประโยชน์

    เงินจำนวน 20 ล้านหยวนค่อนข้างมาก แม้เป็นตระกูลเย่ก็ตาม

    หล่อนไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมทางตระกูลถึงได้ทุ่มเงินมากขนาดนี้

    ผู้ชายตรงหน้ามีอะไรดี ฟังจากปากจินเฉินเขามันก็แค่ลูกหลานคนรวยรุ่นที่สอง ไม่เห็นต้องให้เกียรติเลยนี่นา

    “แค่เงินเล็กน้อย แต่ถ้าหากหยางจื่อมาหา ฉันจะจัดการให้ก็แล้วกัน” หลินอู๋เฉินโบกมือ

    แค่เงินเล็กน้อย...เย่หลิงแทบกระอักเลือด

    เงินจำนวนมากพอออกจากปากเขาก็เล็กน้อย ผู้ชายคนนี้หยิ่งผยองเกินไปแล้ว กล้าดียังไงมาพูดว่าเล็กน้อย

    เย่หลิงหยิบชานมของตัวเองที่สั่งมานานแล้วแต่ไม่ได้กินขึ้นมาดูด

    เห็นว่าเขาทำตัวเหนือกว่าก็รู้สึกไม่สบอารมณ์ อยากแกล้งสักหน่อย

    “นี่หลินอู๋เฉิน เมื่อกี้นายบอกว่าอยากได้ร้านชานมต้าไถไม่ใช่เหรอ รออะไรอยู่ล่ะ ซื้อเลยสิ” เย่หลิงกล่าว ดูเหมือนหล่อนสนับสนุนในความคิดของเขา แต่ในความจริงแค่อยากเห็นเขาหน้าแตก

    “โอ้...จริงด้วยสินะ ถ้าหากเธอไม่พูดฉันก็คงลืมไปแล้ว” หลินอู๋เฉินหยิบโทรศัพท์ออกมา เหมือนกับไม่ได้ล้อเล่น

    เย่หลิงหัวเราะมุมปาก ดูว่าเขาจะทำอย่างไรต่อไป

    หลินอู๋เฉินเข้ามาใน'เว็บเทพบรรพกาล'เขาไม่จำเป็นต้องเลื่อนหากระทู้ซื้อขายให้ยาก อาศัยตำแหน่งที่อยู่ในตอนนี้ที่กำลังเปิดอยู่ มันจะแสดงร้านค้าหรือบริษัทในบริเวณใกล้เคียงที่สามารถซื้อเป็นเจ้าของได้

    ชานมต้าไถ ซื้อหุ้น 40 เปอร์เซ็นต์ ราคา 5000 เหรียญ

    หุ้นดังกล่าวดูเหมือนว่าจะเป็นจำนวนมากสุดในผู้ถือหุ้นสามคน

    หลินอู๋เฉินไม่ลังเลกดซื้อเพื่อกลายเป็นเจ้าของทันที

    'ระบบจะใช้เวลาดำเนินการซื้อขาย 1 นาที โปรดรอ'

    ...

    ระหว่างนั้นจินเฉินและฉินเย่เดินเข้ามา เขาถือวิสาสะเข้ามานั่งบนโต๊ะด้วย พร้อมกับสั่งชานมมาสองแก้ว

    “เย่หลิง เขาไม่ได้ทำอะไรเธอนะ” ฉินเย่จ้องหน้าหลินอู๋เฉิน แสดงความเป็นปฏิปักษ์ชัดเจน

    คราวแรกหล่อนอยากจะไล่เขาออกไป แต่เพราะหลินอู๋เฉินเพิ่งพูดว่าจะซื้อร้านนี้เป็นของเขา จึงอยากเล่นสักหน่อย

    “ไม่ได้ทำอะไร” เย่หลิงกล่าว “จริงสิเมื่อกี้เขาบอกว่าจะซื้อชานมต้าไถ ตอนนี้เขาเป็นเจ้าของที่นี่แล้วรู้ไหม”

    “หา...ตลกน่า ชานมต้าไถมูลค่าทางตลาดมากถึง 50 ล้านหยวน มีสาขามากมายในชุนเหลียน จะซื้อขายง่ายๆ ได้ยังไง หลินอู๋เฉินนายโกหกหรือเปล่าเนี่ย” ฉินเย่แสร้งทำเป็นตกใจ

    “หลินอู๋เฉิน แกล้งทำตัวเป็นเจ้าของมันไม่ดีเลยนะ ในฐานะคนร่ำรวยรุ่นที่สอง ต่อให้นายจะชอบผู้หญิงแล้วต้องการแสดงให้เห็นถึงความร่ำรวย ก็ควรจะแสดงออกมาถึงสิ่งที่เป็นของตัวเองจริงๆ ไม่ใช่กล่าวอ้างของคนอื่น แบบนี้มันไม่ดีเลย”

    โดยปกติเย่หลิงไม่ชอบวิธีการคิดของเขา แต่เพราะการมีอยู่ของหลินอู๋เฉิน เธอจึงรู้สึกว่ามันน่าฟังพิเศษ

    “มดอย่างนายจะเข้าใจอะไร” หลินอู๋เฉินหัวเราะ

    ”อะไรนะ กล้าเรียกฉันว่า'มด'...งั้นเหรอ” ฉินเย่โกรธจนขบกรามแน่น ตบโต๊ะดังปัง ชี้หน้าตวาด “หลินอู๋เฉิน ฉันไม่รู้นายยิ่งใหญ่มาจากไหน แต่ฉันในฐานะคนตระกูลฉิน ไม่ปล่อยให้นายดูถูกเด็ดขาด!”

    “นายจะทำอะไรได้ อาศัยนาย...” หลินอู๋เฉินเลิกคิ้วข้างหนึ่ง มองหน้าชายหนุ่มเหมือนตัวตลก

    ฉินเย่กัดฟันกรอด เขาไม่สนใจสายตาของใครหลายคนที่กำลังมองมา ตอนนี้สนใจเพียงมุมมองของเย่หลิงที่มีต่อตัวเขาเท่านั้น

    “เมื่อกี้นายบอกว่าเป็นเจ้าของร้านชานมต้าไถใช่ไหม งั้นก็ดีเลย แสดงหลักฐานความเป็นเจ้าของซะสิ ไม่งั้นล่ะก็นายต้องชดใช้ด้วยการขอโทษฉันและเย่หลิง!” หลังจากคิดหาวิธีจัดการกับเขา ในที่สุดฉินเย่ก็รู้ว่าควรจะจัดการยังไง

    ใช้ความอวดอ้างของอีกฝ่ายเล่นงาน ในเมื่ออยากเป็นเจ้าของนัก งั้นเป็นไปซะสิ จะได้ขายหน้า แล้วขอโทษฉันซะ!

    เย่หลิงไม่ได้ห้าม หล่อนเองก็อยากจะเห็นหลินอู๋เฉินหน้าแตก

    ในขณะที่ถูกชี้หน้า หลินอู๋เฉินยังกินชานมไม่สะทกสะท้าน “หึหึ แล้วนายละ ถ้าพิสูจน์ว่าที่นี่เป็นของฉันจริง นายจะทำยังไง”

    “ฉันจะคุกเข่าแล้วขอโทษนาย พอใจไหม!” ฉินเย่กอดอกมั่น ท่าทางมั่นใจเต็มเปี่ยม

    “ดี การได้รับการกราบไหว้จาก'มด'ถึงจะน่าสะอิดสะเอียนไปบ้าง แต่ฉันจะรับไว้แล้วกัน”

    ฉินเย่โกรธจนมือไม้สั่น ไอ้สิ่งที่กำลังแสดงอยู่นั่นคืออะไร ทำราวกับว่าเขาเป็นหมูเป็นหมาที่จะโขกสับยังไงก็ได้งั้นแหละ

    “ดี ฉันจะรอให้นายคุกเข่าขอโทษเหมือนกัน!” ฉินเย่นั่งลงบนเก้าอี้กำลังจะเริ่มกินชานมของตัวเองทันใดนั้นประตูร้านก็ถูกเปิด แล้วมีเสียงพนักงานตะโกนว่า

    “ผู้จัดการเถา ยินดีต้อนรับครับ”

    ผู้จัดการเถาเป็นชายวัยสามสิบเศษ หน้าตาหล่อเหลารูปร่างสูงโปร่ง อยู่ในชุดสูทสีดำเข้ม

    “วันนี้เป็นไงบ้าง” ผู้จัดการเถาถาม

    “วันนี้ก็มีลูกค้าคึกคักเหมือนเดิมครับ”

    “อื้ม” ผู้จัดการเถาพยักหน้าก่อนที่สีหน้าจะเปลี่ยนไป รีบเดินไปที่โต๊ะ 5 ในร้านต้าไถ

    “โอ้นี่ผู้จัดการเถาไม่ใช่เหรอ” จินเฉินยิ้มหวาน เห็นฉินเย่สงสัยเธอเลยบอกว่า “นี่คือผู้จัดการร้านชานมต้าไถ่ เขามักจะมาที่นี่ในทุกๆ วันตอนบ่ายเพื่อสรุปยอด”

    “เป็นอย่างนี้นี่เอง” ฉินเย่กระชับเนคไทสีแดง กำลังจะลุกขึ้นยืนแนะนำตัว แล้วถามว่าเจ้าของของที่นี่เป็นใครเพื่อฉีกหน้าหลินอู๋เฉิน แต่อย่างใดก็ตามผู้จัดการเถากับเดินผ่านไปเสียอย่างนั้น

    “คุณหลิน มาที่นี่ทำไมถึงไม่บอกผมละครับ แล้วพนักงานบริการคุณดีหรือเปล่า ชานมถูกปากไหมครับ”

    เย่หลิงและฉินเย่เกิดลางสังหรณ์ที่ไม่ดี

    ทำไมผู้จัดการร้านชานมต้าไถถึงได้รู้จักกับหลินอู๋เฉิน แถมจากคำพูดยังดูเคารพมากด้วย

    “ชานมอร่อยมาก แต่วันนี้มีคนไม่เชื่อว่าฉันเป็นเจ้าของที่นี่ นายคิดว่าฉันควรทำยังไงดี” หลินอู๋เฉินหัวเราะร่า พร้อมกับส่งสายตามองทั้งสองคน

    ผู้จัดการเถาเข้าใจได้ไม่ยาก เขาหันไปมองคู่ชายหญิงพร้อมกับชี้แจง “นี่คือคุณหลิน ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของชานมต้าไถเรา! เขาเป็นเจ้าของที่นี่ ดูสิว่าใครกล้าพูดร้ายกับคุณหลิน”

    ฉินเย่ตกใจกลัว รวมถึงเย่หลิงเองก็เช่นกัน

    หล่อนไม่คิดเลยว่าหลินอู๋เฉินจะเป็นเจ้าของที่นี่ การเซอร์ไพรส์นี่มันคืออะไรกัน เป็นเจ้าของชานมที่มีมูลค่าทางตลาด 50 ล้านหยวนแถมยังอายุน้อยไม่ถึงสามสิบปี ต่อให้เป็นคนตระกูลเย่ก็ยังไม่มีใครมีคุณสมบัติเป็นเจ้าของกิจการ

    “ก็แค่ชานมเล็กๆ ที่มีมูลค่าทางตลาดแค่ 50 ล้านหยวน หากเทียบกับตระกูลฉินแล้วยังอ่อนอยู่นะ” คราแรกฉินเย่ก็กลัวจนใจสั่น แต่เมื่อคิดดูดีๆ ในฐานะลูกหลานคนรวยรุ่นที่สอง เขาไม่เห็นจะด้อยกว่าตรงไหน

    “ตระกูลฉิน...” ผู้จัดการเถาไม่ชอบเด็กชายตรงหน้า แต่ต้องจนด้วยเกล้าเมื่ออีกฝ่ายประกาศตัวว่าเป็นลูกหลานตระกูลดัง

    ที่ชุนเหลียนมีงูเจ้าถิ่นเยอะพอสมควร ตระกูลฉินเองก็เป็นหนึ่งในนั้น

    พวกเขายิ่งใหญ่กว่าชานมต้าไถอย่างไม่ต้องสงสัย ดังนั้นผู้จัดการเถาจึงไม่สามารถทำอะไรได้

    “หึหึ นายนี่มันตลกจริงๆ คุกเข่าและขอโทษฉันสิ เรื่องนี้จะได้จบๆ ไป หรือว่าพูดแล้วแต่ไม่กล้าทำ ไม่เอาน่าคนในร้านก็ได้ยินกันทั้งนั้น จะกลับคำพูดงั้นเหรอ” หลินอู๋เฉินไม่เคยให้ค่าลูกหลานคนรวย ในมุมมองของเขาก็แค่สวะที่เกิดบนช้อนทองแต่ทำอะไรไม่เป็น

    “หุบปาก! ฉันเป็นลูกหลานตระกูลฉิน นายกล้างั้นเหรอ” ฉินเย่ร้องเสียงดัง กล้าดียังไงมาดูถูกเขา

    “ตระกูลฉินแล้วยังไง เชื่อไหมว่ากิจการของตระกูลฉินทั้งหมดจะเป็นของฉัน แค่ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา”

    คล้ายกับเรื่องผมเป็นสมาชิกเว็บเทพบรรพกาล ที่คุณอ่าน