ข้ามโลกมาเป็นเซียนกระบี่ยอดนักต้มตุ๋น

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 44 บ้าบอเกินไปแล้ว

            จูเยี่ยนทรุดลงกองกับพื้นทันทีที่ถูกพิษจากสุราตนเองใบหน้าของมันบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด!

            หวังเค่อในตอนนี้ไหนเลยจะยังไม่เข้าใจสถานการณ์อยู่อีก?

            “จูเยี่ยน? เจ้าวางยาพิษข้าข้าไม่เป็นไร แต่เจ้าดันโดนพิษซะเอง? ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่ายังชั่วช้าสารเลวเหมือนเดิมไม่มีผิด! ข้ากำลังรำลึกความหลัง เจ้ากลับวางยาข้า?”หวังเค่อเสียงเย็น

            “ทำไม ทำไมเจ้าถึงไม่เป็นไร พรวด!”จูเยี่ยนกระอักเลือดออกมาอีกคำใหญ่

            หวังเค่อสีหน้าเย็นเยียบ ไหนเลยจะบอกเหตุผล

            กลับกันมันกลับยื่นมือออกมาปลดสร้อยลูกปัดคำนึงที่มือของจูเยี่ยน

            “ทำไมเจ้าไม่เป็นอะไรเลย!”จูเยี่ยนกรีดร้องพลางจ้องมองหวังเค่อเขม็ง

            สุราพิษชนิดนี้ชนชั้นเซียนเทียนทั่วไปไม่อาจต้านทานได้ จูเยี่ยนที่อยู่เซียนเทียนขั้นสูงสุดทั้งยังเข้าสู่วิถีมารที่การฝึกวิชาล้วนใช้พิษเพื่อเคี่ยวกรำดังนั้นมีความสามารถต้านทานพิษไม่เลว จูเยี่ยนคิดถ่วงเวลาสักเล็กน้อยผ่านไปชั่วครู่ ตนเองก็จะขับพิษออกจากร่างได้แล้ว

            “พรวด!”

            มันกระอักเลือดพิษคำที่สามออกมาอีกครั้งพิษในร่างของมันเวลานี้เหลือเพียงครึ่งแล้ว

            ทว่ายามนี้เองที่หวังเค่อปลดสร้อยลูกปัดออกจากข้อมือของมันได้

            “ทำอะไรน่ะ? เอาคืนมานะ!”จูเยี่ยนอุทาน

            “พลั่ก!”

            หวังเค่อเตะอัดร่างบนพื้นเต็มเท้า

            “เหอะ ตอนข้าจากไปเจ้ายังไม่มีปัญญาบรรลุเป็นเซียนเทียนด้วยซ้ำตอนนี้สังขารเจ้าเสื่อมโทรมลงเป็นสิบปี การทะลวงข้ามด่านเซียนเทียนยิ่งแสนเข็ญคิดทำร้ายข้า แถมยังวางยาพิษข้า? ดูท่าคงไม่มั่นใจในฝีมือตัวเองสินะยังไม่บรรลุเซียนเทียนด้วยซ้ำล่ะสิท่า? ยังกล้าคิดขัดขืนอีก?”หวังเค่อเอ่ยเสียงเย็น

            “อ่อก!”

            จูเยี่ยนถูกลูกเตะของหวังเค่อเข้าไปมันก็กระอักเลือดออกมาเป็นคำที่สี่

            โลหิตพิษทะลักออกจูเยี่ยนในตอนนี้เกือบขับสลายพิษออกจากร่างจนหมดสิ้นแล้ว

            จูเยี่ยนสะบัดหน้าอย่างแรง มันเอ่ย“หวังเค่อ เจ้าอยากตายหรือไง?”

            “อยากตาย? เจ้าน่ะสิอยากตาย!ตัวบัดซบ กล้าวางยาพิษในเหล้า? ถ้าไม่ใช่ว่าข้ารู้ล่วงหน้าเมื่อครู่คงถูกเจ้าวางยาพิษสำเร็จไปแล้ว! จูเยี่ยน เจ้ากำลังทดสอบความอดทนข้าสินะ?”หวังเค่อแค่นเสียงเย็น

            “เจ้าไม่ได้ดื่มเหล้า? มิน่าเล่า!”จูเยี่ยนอุทาน

            ไม่ได้ดื่มเหล้าพิษ? แน่นอนว่าหวังเค่อดื่มลงไปแล้วเพียงแต่มันจงใจสร้างความเข้าใจผิดแก่จูเยี่ยนเพื่อกลบเกลื่อนความลับตนเอง

            “จูเยี่ยน! ถ้าเจ้าอยากฆ่าข้าก็อย่ามาโทษว่าข้าไม่ปรานี! พูดมา เจ้าไปเอาลูกปัดนี่มาจากไหน?” หวังเค่อเค้นถาม

            พูดไป หวังเค่อก็ข่มขู่มันต่อด้วยการเตะโต๊ะด้านข้างจนคว่ำเสียงโต๊ะกระแทกพื้นดังสนั่นหวั่นไหว

            หวังเค่อคิดว่าพลังฝีมือของจูเยี่ยนยังไม่บรรลุขั้นเซียนเทียนทั้งยังถูกพิษร้าย ย่อมไม่อาจต่อต้านได้ ดังนั้นไม่คิดเปลืองน้ำลายสืบถามออกไปโต้งๆ อย่างนี้ล่ะ

            ทว่า จูเยี่ยนพลังฝีมือต่ำต้อยงั้นหรือ? นับแต่มันเข้าสู่วิถีมารดื่มกินเลือดและพลังฝึกปรือของศิษย์สำนักเซียนมาอย่างต่อเนื่องพลังฝีมือบรรลุถึงเซียนเทียนขั้นสูงสุดเรียบร้อยแล้วเมื่อครู่ยิ่งถูกลูกเตะขับเลือดพิษออกมาจูเยี่ยนเซียนเทียนขั้นสูงสุดในตอนนี้คิดตอบโต้หวังเค่อนับว่าง่ายดายยิ่ง

            “ฟุ่บ!”

            จูเยี่ยนสะบัดฝ่ามือ คิดตบฟาดใส่หวังเค่อ

            “แค่ก!”

            เสียงไอของสตรีนางหนึ่งดังขึ้นจากนอกตำหนักเสียงกระแอมไอคำนี้ จูเยี่ยนที่กำลังจะระเบิดพลังพลันได้สติขึ้นมา

            ยามนั้นเสียงสั่นเทิ้มของทหารองครักษ์เบื้องนอกค่อยดังลอดเข้ามา “ฝ่าบาททรงพระเจริญนางเซียนชิงกลับมาแล้ว ได้ยินเสียงกรีดร้องดังมาจากตำหนักราชินี ขอสอบถามว่าเกิดเรื่องอันใด? นางเซียนชิงต้องลงมือหรือไม่?”

            ทันทีที่ได้ยินเสียงองครักษ์สีหน้าของหวังเค่อแปรเปลี่ยน ตนเองเตะโต๊ะเสียงดังเกินไป? ถึงกับดึงดูดความสนใจจากด้านนอก?

            หวังเค่อสีหน้าเปลี่ยนคนชักกระบี่ยาวออกพาดลำคอของจูเยี่ยนทันควัน ไม่ให้มันพูดจาเหลวไหลออกไป

            “เปิ่นหวัง (ข้าผู้เป็นราชา) ไม่เป็นไรไปรายงานต่อนางเซียน เปิ่นหวังเมื่อครู่เล่นสนุกสนานกับราชินีดังนั้นทำเสียงดังโดยไม่ตั้งใจ!” จูเยี่ยนตะโกนบอกออกไป

            “ขอรับ!”องครักษ์ทางด้านนอกรีบหันหลังวิ่งไปแทบไม่ทัน

            ด้านนอก ทหารองครักษ์นายนั้นวิ่งไปใต้หลังคาก่อนค้อมกายคารวะต่อหลังคาไม่ห่างออกไปเท่าใด

            “นางเซียนชิง เหนือหัวกล่าวว่าไม่มีเรื่องราวใดนอกจากนี้ ที่จริงเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นมาหลายครั้งแล้ว หนึ่งเดือนที่ผ่านมาการละเล่นของเหนือหัวและราชินีอึกทึกครึกโครมบางครั้งยังมีเสียงกรีดร้องดังออกมาขอรับ!” องครักษ์รายงานด้วยความเคารพ

            สตรีที่ยืนอยู่ชายคาตำหนักมิใช่ใครอื่นเป็นเนี่ยเมี่ยเจวี๋ยที่ไล่ตามจางเจิ้งเต้าไปเมื่อก่อนหน้านี้เอง

            เนี่ยเมี่ยเจวี๋ยกลับมาแล้วหากท่าทางยังคงอัดแน่นด้วยโทสะไม่เสื่อมคลาย ตอนที่กลับมานางได้ยินเสียงกรีดร้องจากราชวัง กลางดึกกลางดื่นเช่นนี้ ไฉนกลับมีเสียงร้องดังลั่นปานนั้นได้? องครักษ์ที่ด้านข้างกลับไม่มีใครสะดุ้งสะเทือนสักคนราวกับพวกมันล้วนหูหนวกตาบอดเสียสิ้น? ดังนั้นจึงต้องไต่ถามสักครา

            คำตอบที่ได้จากองครักษ์คือทุกอย่างปกติดี

            บรรดาองครักษ์ล้วนคุ้นเคยตนเองไปยุ่งอะไรมากความ? สามีหยอกเย้าภรรยาเพื่อความหรรษา? เสียงสามีภรรยาทำกิจกรรม?เพ้ย!

            เนี่ยเมี่ยเจวี๋ยที่กำลังบันดาลโทสะหน้าแดงทันทีที่ได้ยินคำอธิบายนี้นางเลิกซักไซ้ไต่ถามต่อ

            ภายในห้องบรรทมองค์ราชินีหวังเค่อเห็นจูเยี่ยนตะโกนตอบด้านนอกเป็นต้องพอใจ “ถือว่าเจ้ารู้ความ เฮอะ!”

            หวังเค่อไม่ทราบว่านางเซียนชิงคือเนี่ยเมี่ยเจวี๋ยไม่อย่างนั้นมันไม่มีเวลามาใส่ใจคร่ากุมตัวจูเยี่ยนแน่นอน

            จูเยี่ยนในตอนนี้หน้าตาเบี้ยวบูดดูไม่ได้มันมั่นใจว่าตนเองสามารถตบฟาดหวังเค่อปลิวได้ในฝ่ามือเดียว!มันมีพลังชั้นเซียนเทียนขั้นสูงสุด หวังเค่อไหนเลยจะเทียบเปรียบได้?

            แต่ที่มันไม่กล้าลงมือเพราะตอนนี้ลูกปัดคำนึงอยู่ในมือหวังเค่อแล้วทันทีที่มันลงมือ ไอมารย่อมรั่วไหลออกมา

            มันเคยได้ยินพวกมารร่ำลือว่านางเซียนชิงฝีมือสูงส่งไร้ผู้ต้านทั้งยังผดุงธรรมนำหน้า สายตากระจ่างไร้ธุลี หากนางมองออกถึงไอมารแม้เพียงน้อยนิดนางย่อมประหารมันทิ้งโดยไม่ลังเล

            ช่วงเวลานี้นางเซียนมาพำนักยังราชวังนี่เองเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่มันยอมลงทุนขุดวังใต้ดินขึ้นมาค่อยใช้ราชินีเป็นฉากบังหน้าในการลอบฝึกวิชามารที่ตำหนัก

            ทันทีที่มันสำแดงฝีมือออกมา ไอมารย่อมปรากฏ!คงไม่พ้นถูกนางเซียนประหาร! หากมันขัดขืนหวังเค่อจนดึงดูดนางเซียนมาขอเพียงมันเผลอเรอพลั้งพลาดเพียงนิด ย่อมถูกเปิดโปงความลับวิชามาร ดังนั้นไม่ว่ายังไง ไม่อาจให้นางเซียนชิงล่วงรู้เรื่องราวในห้องบรรทมเด็ดขาด

            นี่มันช่าง...ตนมีพลังชั้นเซียนเทียนถึงขั้นสูงสุดแต่กลับใช้ไม่ได้ซะงั้น?

            “พูดมา เจ้าไปเอาลูกปัดนี่มาจากไหน? เจ้าของของมันไปอยู่ที่แล้ว?” หวังเค่อถามเสียงเย็นชา

            “เฮอะ หวังเค่อ เจ้าคิดว่าขู่ข้าได้หรือไง?”จูเยี่ยนไม่แยแส

            “เจ้าไม่พูดใช่มั้ย?” หวังเค่อตวัดดาบกดลงบนคอจูเยี่ยน

            “ฆ่าเลย? ฆ่าข้าเลยสิ?ฆ่าข้าแล้ว ไม่ว่าอะไรเจ้าก็ไม่ได้รู้ทั้งนั้นแหละ!” จูเยี่ยนท้าปาวๆ

            หวังเค่อสีหน้าเปลี่ยนแปร ไอ้เฒ่าจูเยี่ยนมันมองออกว่าข้าเป็นห่วงความปลอดภัยขององค์หญิงโยวเยว่ ดังนั้นจงใจไม่ยอมเปิดปาก? เชื่อว่าข้าไม่กล้าแตะต้องเจ้าสินะ?

            หวังเค่อเก็บกระบี่ลงไปด้วยสีหน้าเย็นเยียบแต่ล้วงเอาแส้ออกมาแทน

            “เพี๊ยะ!”

            พร้อมเสียงแส้ตวัดวาดรอยเลือดปรากฏขึ้นบนเนื้อของจูเยี่ยนทันตา หวังเค่อถลึงตา “พูดมา จะพูดไม่พูด!”

            “อ๊า!” จูเยี่ยนเปล่งเสียงกรีดร้องมองดูหวังเค่ออย่างคาดไม่ถึง

            “ไม่พูด ข้าก็จะเฆี่ยนเจ้าต่อ!เฆี่ยนจนกว่าเจ้าจะพูด!” หวังเค่อพูดเสียงไม่รู้ร้อนรู้หนาว

            “เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! เพี๊ยะ!!”

            “อ๊า อ๊า อ๊า อ๊า เจ้ากล้า อ๊า~~!”

            จูเยี่ยนกรีดเสียงโหยหวนแค้นจนอยากสะบัดฝ่ามือฟาดหวังเค่อให้ตายคามือ เจ้ากรรมด้านนอกมีนางเซียนชิงเฝ้าอยู่ ตนเองขอเพียงขับเคลื่อนพลังปราณเล็กน้อยคงได้แต่รอรับชะตากรรม วิ่งหนีหัวซุกหัวซุน

            จะหนีออกไปนอกตำหนัก ทันทีที่หนีเรื่องในตำหนักนี้ย่อมถูกคนนอกล่วงรู้? นางเซียนชิงถ้าเห็นข้าวิ่งหนีออกไปย่อมต้องสืบสาวราวเรื่องออก ประตูวังใต้ดินข้าก็ยังไม่ได้ปิดขอเพียงนางแผ่สัมผัสเซียนออกมาตรวจสอบ ความลับของตนเองย่อมต้องถูกเปิดโปงแล้ว?

            “พอ พอแล้ว อา หยุดเฆี่ยนเถอะ อ๊า!เอาลูกปัดมาคืนข้า!” จูเยี่ยนเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน

            “ปากแข็งงั้นเรอะ? เจ้าไม่พูดข้าจะเฆี่ยนเจ้าไม่หยุดเลย!” หวังเค่อเอ่ยเสียงเย็น

            จูเยี่ยนใช้พลังปราณไม่ได้ หวังเค่อใช้ได้พลังเซียนเทียนขั้นสองสะกดข่มจูเยี่ยนเสียหมดหนทางภายในห้องบรรทมดังระงมด้วยเสียงร่ำร้องไม่หยุดยั้ง

            เสียงร้องครานี้ทำให้เนี่ยเมี่ยเจวี๋ยที่ด้านนอกสีหน้าเปลี่ยนเป็นสับสนอยู่บ้าง

            “ในตำหนักบรรทมของราชินี เสียงแส้สะบัดนี่ก็นับเป็นการละเล่นของสามีภรรยาด้วย?” เนี่ยเมี่ยเจวี๋ยส่งสายตาสงสัยไปยังองครักษ์ด้านข้าง

            “อ๋อ? นี่เดือนที่ผ่านมานี้ ในตำหนักของราชินีมักจะมีเสียงแบบนี้ดังออกมาเสมอเสียงแส้ฟาดเทียบกับที่ผ่านมาถือว่าปกติกว่ามากนักขอรับ”องครักษ์กล่าวรายงานอย่างนอบน้อม

            ในใจของเนี่ยเมี่ยเจวี๋ยปรากฏภาพจูเยี่ยนกุมแส้ขึ้นมานางทอดตามองไปยังตำหนักราชินีด้วยสีหน้าขยะแขยง “ทายาทราชวงศ์จูตกต่ำลงรุ่นสู่รุ่น ไม่สนใจดูแลราชกิจทุกวี่วันไม่ทราบคิดอ่านวิตถารพิสดารอะไรบ้าง!”

            ดังนั้น เนี่ยเมี่ยเจวี๋ยสะบัดหน้าไป

            ทันทีที่หันหน้าจากไป พลันได้ยินเสียงหวังเค่อที่ดังแว่วออกมาจากห้องบรรทม

            “ยังไม่ยอมพูดอีก? งั้นข้าจะตีต่อแล้วนะ?”เสียงต่ำทุ้มของหวังเค่อแว่วมาจางๆ

            เนี่ยเมี่ยเจวี๋ยชะงัก“ไฉนถึงมีเสียงบุรุษอื่นอยู่ในห้องบรรทมของราชินีได้?”

            หากมิใช่ว่ายังได้ยินเสียงของจูเยี่ยนร่ำร้องอยู่โดยไม่ได้ขอความช่วยเหลือล่ะก็นางคงได้พังประตูเข้าไปแล้ว

            “นางเซียนชิง นี่เป็นเรื่องธรรมดาขอรับเดือนที่ผ่านมานี้ องค์เหนือหัวมักพาคนเข้าไปในพระตำหนักด้วยบ่อยๆผู้น้อยได้เห็นมาหลายคราแล้ววันนี้ผู้น้อยเองก็ได้เห็นองครักษ์ท่านหนึ่งเข้าไปยังวังหลังด้วย!” องครักษ์กราบเรียน

            เนี่ยเมี่ยเจวี๋ยนิ่งไปหากไม่ได้สะบัดหน้าจากไปอีก

            สองสามีภรรยาจูเยี่ยนนี้เล่นซาดิสม์มาโซบนเตียงไม่พอ ยังเชื้อเชิญผู้อื่นมาร่วมวงอีก? แถมทำเป็นประจำด้วย?ครั้งนี้ยังเอาองครักษ์ไปขึ้นเตียง? นี่ก็คือความวิปริตของจูเยี่ยน?เรื่องเช่นนี้ไหนเลยพาคนนอกเข้าร่วมวงได้? ผู้อื่นจะไม่แขยงตายหรอกหรือ?

            “อ๊า!”เสียงจูเยี่ยนกรีดร้องจากริ้วแส้ดังแว่วมาอีกครั้ง

            องครักษ์ทางด้านนอกสีหน้าสงบหากแต่หวาดหวั่นเนี่ยเมี่ยเจวี๋ยกำลังปรับมุมมองแนวคิดของตนเองอย่างแข็งขันหรือว่านี่ก็คือเสียงร้องด้วยความหฤหรรษ์อันเจ็บปวด?

            ฉับพลันใบหน้าของนางกลับกลายเป็นอัปลักษณ์ยิ่ง“โรคจิต! วิตถาร! ยิ่งกว่าเดรัจฉาน!”

            เนี่ยเมี่ยเจวี๋ยไม่กล้าจินตนาการภาพเหตุการณ์ในห้องบรรทมอีกต่อไปบนโลกนี้ยังมีคนจิตใจวิปริตพิสดารถึงขั้นนี้? ทายาทตระกูลจูน่าเดียดฉันท์ถึงเพียงนี้เพียงรับฟังเสียงก็รู้สึกแปดเปื้อนโสมมถึงใบหูแล้วให้นางกางสัมผัสเซียนออกตรวจสอบยิ่งเป็นไปไม่ได้ เพียง “รับฟัง” ก็แทบขย้อนแล้วไม่ต้องกล่าวถึง “มองดู”

            เสียงร้องในตำหนักยังคงดังอย่างต่อเนื่อง

            จูเยียนคั่งแค้นยิ่งมันสามารถฆ่าหวังเค่อได้ชัดๆ แต่ต้องอดทนอดกลั้นเอาไว้ให้ถึงที่สุดยินยอมให้หวังเค่อโบยฟาดอย่างสมัครใจ? นี่มัน นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย? นางเซียนชิง เจ้ามายุ่งเรื่องชาวบ้านเพื่ออะไร?

            มารร้ายใต้ตำหนักย่อมไม่กล้าเผยโฉมเมื่อนางเซียนชิงคุมเชิงอยู่ดังนั้น ภาพในห้องบรรทมที่ราชินีกำลังหลับใหลคือหวังเค่อกำลังเหยียบย่ำบนร่างจูเยี่ยน สะบัดข้อมือฟาดแส้ลงไปไม่หยุด

            “พูด ไม่พูดรึ? จะพูดไม่พูดข้าจะเอาจริงละนะ!” หวังเค่อกดเสียงต่ำข่มขู่

            จูเยี่ยนขมขื่นเหลือจะกล่าว!มารร้ายที่ใต้ตำหนักล้วนหวาดเกรงเนี่ยเมี่ยเจวี๋ย!เนี่ยเมี่ยเจวี๋ยที่ด้านนอกเองก็แขยงจนขนลุกขนพอง!

            หวังเค่อมือขวากุมแส้เทียนไขในมือซ้ายของมันส่องแสงสะท้อนใบหน้าจูเยี่ยน

            จูเยี่ยนในยามนี้ถูกโบยตีจนหมดสภาพแล้ว

            “ปากแข็งไม่เลวนี่? เจ้าไม่พูดงั้นข้าค้นดูเองก็ได้!” หวังเค่อแค่นเสียง

            ค้น? ถ้าค้นก็เป็นเรื่องแน่แล้ว จูเยี่ยนหน้าเปลี่ยนสี

            “เจ้าของลูกปัดที่เจ้าพูดถึงหมายถึงสตรีหน้าบากงั้นหรือ?” จูเยี่ยนพลันเอ่ยเสียงเบา

            หวังเค่อหันหน้ามา จ้องมองจูเยี่ยน “ใช่นั่นคือองค์หญิงโยวเยว่ นางอยู่ที่ไหน? ทำไมลูกปัดของนางถึงมาอยู่กับเจ้า?”

            จูเยี่ยนใบหน้าบิดเบี้ยว สุดท้าย มันเอ่ย“สตรีนางนั้นถูกนางเซียนชิงนำตัวมา!”

            “นางเซียนชิง? นางเซียนชิงด้านนอกนั่นน่ะนะ?นางเป็นใคร?” หวังเค่อขมวดคิ้ว

            “ตระกูลจูเราเรียกขานนนางว่านางเซียนชิงมาแต่ครั้งบรรพบุรุษแต่ข้ารู้อีกชื่อนึงของนาง เนี่ยเมี่ยเจวี๋ย!” จูเยี่ยนอธิบาย

            “อะไรนะ? เนี่ยเมี่ยเจวี๋ยคือนางเซียนชิง?”หวังเค่อสีหน้าแปรเปลี่ยน

            นางเซียนชิงที่มาสอบถามด้านนอกเมื่อครู่คือเนี่ยเมี่ยเจวี๋ยที่ย้อนกลับมา? แถมยืนอยู่ด้านนอกประตูนี่เอง?

            หวังเค่อสะท้านหลั่งเหงื่อเย็นเยียบทั่วร่างขณะเดียวกันก็ลอบก่นด่าจางเจิ้งเต้า “เจ้าตัวบัดซบ บอกให้พัวพันเนี่ยเมี่ยเจวี๋ยไว้ไงเล่า? ทำไมนางกลับมาเร็วขนาดนี้ได้?แถมยังมายืนเฝ้าประตูข้า?”

            “ถูกต้องนางเซียนชิงมาขอพักที่วังของข้าเมื่อหนึ่งเดือนก่อน ข้าก็เจอองค์หญิงโยวเยว่นั่นคนทั้งสองคล้ายมีปากเสียงกันรอบหนึ่ง แต่ข้าไม่ได้ยินอะไรมากเพราะอยู่ไกลพอเห็นนางเซียนชิงปลดลูกปัดจากมือขององค์หญิงโยวเยว่บอกว่าสร้อยลูกปัดช่วยปกปิดปราณธาตุแท้จริงของนาง จากนั้นก็ขว้างสร้อยลูกปัดทิ้งไป!องค์หญิงคิดไปเอากลับมา แต่นางเซียนชิงจับตัวนางไว้แล้วพานางบินหายไปข้าก็แอบไปเก็บสร้อยลูกปัดคำนึงไว้! เจ้าหากต้องการหาตัวองค์หญิงก็ไปถามนางเซียนชิงเอาเองเถอะ!”จูเยี่ยนเอ่ยอย่างขมขื่น

            “มิน่าเล่าลูกปัดคำนึงมาอยู่ในมือเจ้านางเซียนชิงเอาตัวองค์หญิงไปซ่อนไว้ที่ไหน?” หวังเค่อถามเสียงหนัก

            “ข้าไม่รู้ ข้าเองก็แอบฟังพวกนางอยู่ไกลๆได้ยินนางว่านางยังมีครอบครัวอยู่ในโลกิยะ แม้ไม่ได้ติดต่อกันมานานแล้วแต่นางลอบสืบเสาะมาจนรู้ว่าหัวหน้าตระกูลตอนนี้คือเนี่ยเทียนป้า!นางเซียนชิงกล่าวว่าองค์หญิงต้องถูกคุมขังไว้ที่ตระกูลของนางชั่วคราวรอจนกว่าจะถึงงานชุมนุมมารปรโลกอะไรสักอย่าง ค่อยไปรับนางกลับมา!” จูเยี่ยนอธิบาย

            “เนี่ยเทียนป้า! ตระกูลเนี่ย? เนี่ยเมี่ยเจวี๋ยมาจากตระกูลเนี่ยเมืองจูเซียนหรือ? แล้วทำไมพวกมันไม่เคยรู้จักกันเล่า”หวังเค่อคิ้วขมวดแน่นจนแทบชนกัน

            “เมืองจูเซียน?” จูเยี่ยนเอ่ยพิศวง

            หวังเค่อไม่สนใจจูเยี่ยนคนตกอยู่ในห้วงความคิด ทันใดนั้น หวังเค่อพลันนึกออก ก่อนหน้านี้ในพรรคจางเสินซวีบอกว่าได้รับคำบอกกล่าวจากเนี่ยเทียนป้าถึงได้มาเจอตนเองและจางเจิ้งเต้าได้

            ตอนนั้นยังไม่ทันได้ขบคิดถึงเหตุผลแต่ตอนนี้เรื่องราวคลี่คลายกระจ่างแจ้ง หวังเค่อถึงค่อยเข้าใจ!

            เพราะว่าตอนนี้เนี่ยเทียนป้ามีองค์หญิงอยู่ในกำมือดังนั้นมันคาดคำนวนได้ว่าตนเองและจางเจิ้งเต้าต้องลงจากเขามาช่วยนางจึงชักนำเภทภัยมารอไว้

            องค์หญิงโยวเยว่ต้องอยู่ในเงื้อมมือมันจูเยี่ยนไม่ได้หลอกมันแน่นะ?

            “เฮอะ! ถือว่าเจ้ารู้งาน!”หวังเค่อแค่นเสียงเย็นคำหนึ่ง

            ขณะกล่าววาจา หวังเค่อก็ล้วงเอาเชือกออกมามัดจูเยี่ยนแขวนไว้

            จูเยี่ยนจ้องหวังเค่อเขม็ง ข้าอยากขยี้มันให้แหลกคามือไฉนสวรรค์เล่นตลกกับข้าถึงเพียงนี้ตอนนี้ข้าได้แต่ต้องนอนเป็นผักให้มันมัดตามใจชอบ? ข้ามีพลังฝีมือสูงส่ง ทำไมได้แต่ต้องอดกลั้น?เพราะเหตุใด?

            “เอาล่ะ จูเยี่ยน ขอบใจสำหรับข้อมูลถือว่าหักกลบลบล้างกับที่เมื่อกี้เจ้าวางยาพิษฆ่าข้าก็แล้วกันอย่าได้คิดก่อเรื่องราว ไม่งั้นข้าจะเชือดเจ้าซะ!” หวังเค่อขู่จูเยี่ยน

            หวังเค่อพูดไปเก็บข้าวเก็บของไปตระเตรียมจากไป

            “เอาลูกปัดคำนึงมาให้ข้า เอาคืนมาให้ข้า!”จูเยี่ยนเอ่ยด้วยความหวาดหวั่น

            ทว่า หวังเค่อไหนเลยจะแยแส? แถมยังก้มเก็บพรมเช็ดเท้าที่ขาดวิ่นจากปลายแส้บนพื้นด้านข้างเอามามัดปากจูเยี่ยนอีกต่างหากเสียงแอ๊ดดังขึ้น ประตูถูกลากเปิดออก

            ข้างนอกยังมีเนี่ยเมี่ยเจวี๋ยหวังเค่อไม่ต้องการรั้งอยู่อีกต่อไป ถึงจะเสียดายเงินทองสมบัติมากมายในห้องบรรทมแต่หวังเค่อทำได้เพียงสามารถกอบโกยเอาวัตถุที่ยัดลงกระเป๋ามิติได้เท่านั้น

            “อื๊อออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ”จูเยี่ยนได้แต่กรีดเสียงอู้อี้ออกมายาวเหยียดเนื่องจากถูกอุดปากไม่อาจร้องตะโกนออกมา

            จูเยี่ยนพลังอัดแน่นในร่างหากไม่กล้าระเบิดออกความอัดอั้นตันใจพุ่งขึ้นสมองจนมันแทบเป็นบ้ายังดีที่หวังเค่อเจ้าตัวก่อเรื่องกำลังจะไปแล้ว

            เมื่อหวังเค่อออกจากตำหนักราชินีมันก็กดหมวกปิดบังใบหน้า วิ่งหลบหนีไปอย่างรวดเร็วท่ามกลางความมืด

            เนี่ยเมี่ยเจวี๋ยที่ยืนห่างออกไปมองดูบุรุษเดินออกมาจากพระตำหนักสีหน้าบิดเบี้ยวของนางยิ่งอัปลักษณ์กว่าเดิมจูอ๋องและราชินีจัดคนมาร่วมวงเสพสุขบนเตียงจริงๆ หรือนี่? เพ้ย น่าสะอิดสะเอียน!

            องครักษ์โดยรอบต่างเบิกตากว้างพี่น้องท่านนี้คือผู้ใดกัน? ร้ายกาจถึงเพียงนี้? กลับเอาชีวิตรอดออกมาได้ด้วย?

            หวังเค่อเองก็พบว่าคนที่ยืนใต้หลังคาห่างออกไปคือเนี่ยเมี่ยเจวี๋ยในใจบีบกระตุก ต้องกดหมวกต่ำลงไม่กล้าเงยหน้าขึ้นด้วยกลัวว่าจะถูกจับได้คนรีบเร่งฝีเท้าเข้าสู่ความมืดก่อนจะหายวับไปจากสายตาของทุกผู้คน

            เข้าวังรอบนี้เสี่ยงอันตรายเหลือเกิน!

            หวังเค่อหลบเลี่ยงบรรดาทหารลาดตระเวนกลับมายังบ่อน้ำที่เดิมพลิกฝ่ามือคราหนึ่ง หย่อนตัวลงครึ่งหนึ่งลงสู่บ่อน้ำ ขณะกำลังจะมุดกลับไปต้องปรายตามองไปทางเนี่ยเมี่ยเจวี๋ยคราหนึ่ง

            บนหลังคาห่างออกไปเนี่ยเมี่ยเจวี๋ยยืนประสานมือนิ่งเดิมทีมีเพียงเงาร่างโดดเดี่ยวของนางท่ามกลางหมอกควันสลัวใต้แสงจันทร์ ชั่วขณะนั้นกลับปรากฏเงาร่างชุดแดงของบุรุษผู้หนึ่งขึ้น

            บุรุษชุดแดงโอบกอดเนี่ยเมี่ยเจวี๋ยจากทางด้านหลัง

            “ดาวมฤตยูนี้ก็มีบุรุษด้วยหรือ?” หวังเค่อเอ่ยอย่างฉงน

            ทว่าหลังจากแปลกใจสีหน้าของหวังเค่อเองก็เปลี่ยนแปลงใหญ่หลวง

            เนื่องเพราะมันเองก็รู้จักบุรุษชุดแดงด้านหลังเนี่ยเมี่ยเจวี๋ยคนนี้

            “จูหงอี? เจ้าตำหนักลัทธิมารจันทรา?นี่ เป็นไปได้ยังไง?” หวังเค่อแตกตื่นตระหนก

            ก่อนหน้านี้ที่เมืองหลางเซียน มันเพิ่งหลอกจางเสินซวีไปบ้านหลังข้างๆผลลัพธ์กลายเป็นเรียกสายฟ้าพรรคเทพหมาป่าสวรรค์มาผ่าคนตอนนั้นมารทารกแกนวิญญาณตัวหัวโจกของพวกมันระเบิดพลังร้องท้าทายเฉินเทียนหยวนออกมาประมือกันเจ้าหมอนั่นก็คือจูหงอี หวังเค่อจดจำได้อย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง

            เบื้องหน้ามัน จูหงอีกำลังโอบกอดเนี่ยเมี่ยเจวี๋ยอยู่?