Legend of Bloodland (ดินแดนแห่งพันธะอาคม)

    ตอนที่ 32 ลงทัณฑ์

            


            ในบรรดากองทัพอมตะที่มุ่งหน้าเข้ามาจู่โจมคาร์ลมีมือสังหารอยู่คนหนึ่งที่ลูกเหล็กพุ่งทะลุศีรษะไปแล้วแต่กลับไม่ล้มลงขนาดร่างกายของมันไม่ได้ใหญ่โตกว่าคนอื่นคาร์ลรู้ได้ทันทีว่ามันเป็นมือสังหารระดับพิเศษแบบเดียวกับที่เคยต่อสู้ในฐานทัพใต้ดินใกล้พรมแดนระหว่างอาณาจักรลอฟท์เรียและครอสวูด

            คาร์ลเปลี่ยนรูปร่างลูกเหล็กให้กลายเป็นใบมีดขนาดเล็กเท่าใบมีดโกนแล้วบังคับให้ใบมีดพุ่งเข้าใส่มือสังหารระดับพิเศษคนนั้นเพียงจุดเดียว ใบมีดวิ่งเฉือนเสื้อคลุมจนขาดออกจากกันก่อนที่เสื้อคลุมจะร่วงลงพื้นเผยให้เห็นเสื้อคอกว้างและกางเกงขายาวสีดำที่มันใส่อยู่หลังจากนั้นใบมีดอีกชุดหนึ่งก็พุ่งเข้าเฉือนตามแขนขา ในขณะที่คาร์ลลอบสังเกตตราพันธสัญญาทาสที่เรืองแสงสีแดงขึ้นบริเวณกลางหน้าอกของศัตรูทำให้มองเห็นได้แม้จะอยู่ในร่มผ้าเพียงแค่ชั่วพริบตาเดียวมันก็หายไปพร้อมกับบาดแผลที่ได้รับ

            คาร์ลเรียกลูกเหล็กทั้งหมดกลับมารวมตัวกันเป็นคมดาบสั้นบนด้ามดาบที่ถืออยู่ในมือของเขาอีกครั้งเขาหยิบยาพิษสลายตราพันธะออกมาราดคมดาบสั้นแล้วควบคุมให้มันแตกกระจายออกเป็นลูกเหล็กอีกครั้งในขณะเดียวกันไกอัส ทากัสและอัลเบิร์ตต่างถูกมือสังหารระดับพิเศษที่มีขนาดร่างกายใหญ่กว่าคนอื่นปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าพวกเขารีบหยิบพิษสลายตราพันธะออกมาอาบคมดาบเตรียมจู่โจมเช่นกัน

            ตอนที่ลูกเหล็กวิ่งเข้าจู่โจมใส่มือสังหารระดับพิเศษด้วยรูปร่างเล็กและพละกำลังเหนือกว่ามนุษย์มันจึงเคลื่อนไหวว่องไวหลบลูกเหล็กของคาร์ลพลางวิ่งตรงมาถึงตัวของเขาแทนที่มันจะฉวยโอกาสจัดการคาร์ลมันกลับวิ่งผ่านด้านข้างเขามุ่งหน้าไปทางแคเรนซึ่งยืนอยู่ข้างหลังแทน

            แคเรนไม่ทันตั้งตัวกำลังจะหยิบดาบสั้นขึ้นมาป้องกันตัวแต่ไม่ทันการณ์เสียแล้ว เธอถูกมันจับเป็นตัวประกันโดยใช้คมมีดของมันจ่อที่คอหอยคาร์ลรีบวิ่งตามมือสังหารซึ่งลากตัวแคเรนพาเข้าไปในอาคารสี่เหลี่ยมทรงสูงซึ่งเป็นที่วางป้ายหินศิลาอนุสรณ์สลักรายชื่อของผู้วายชนม์ที่เสียชีวิตในสงครามสุสานแบบนี้จะจัดทำป้ายศิลาให้คนเข้ามาแสดงความเคารพในอาคารเพียงจุดเดียวส่วนหลุมฝังศพจะอยู่ด้านหลังอาคารลึกเข้าไปในป่า กองทัพอมตะพวกนี้คงถูกสร้างขึ้นจากศพที่ถูกฝังเหล่านั้น

            เมื่อตามมือสังหารเข้ามาในอาคารคาร์ลลดความเร็วฝีเท้าลงด้วยความแปลกใจระคนใคร่รู้ เมื่อหญิงสาวที่ปรากฏตัวตรงหน้าเขานอกจากแคเรนแล้วก็ยังมีอีกคนหนึ่งใบหน้าและการแต่งตัวแบบชนชั้นสูงเหมือนเคยเห็นในภาพวาดของหนังสือที่เป็นข้อมูลของอาณาจักรครอสวูดเธอไม่ใช่ราชินีลอเรไลน์อย่างแน่นอน แต่ผู้ที่มีหน้าตารูปร่างและพลังใกล้เคียงกันก็มีเพียงน้องสาวของเธอที่มีนามว่าเยเลน่า มอนเฟอร์เลส เมื่อมองสังเกตรอบตัวจึงเห็นกองทัพอมตะอีกราวๆสิบคนยืนล้อมเอาไว้จึงไม่ใช่เรื่องดีถ้าจะลงมือกับศัตรูทั้งที่แคเรนถูกจับเป็นตัวประกัน

            “ข้าว่าคงไม่ต้องพูดให้มากความแล้วข้าไม่ได้ต้องการตัวท่านหญิงแห่งลอฟท์เรีย แต่การที่จับนางเป็นตัวประกัน เชื่อว่าเจ้าคงจะพอเดาได้นะ”

            คำพูดของเยเลน่าทำให้คาร์ลหยุดฝีเท้ายืนนิ่งอยู่กับที่ก่อนถามกลับไป

            “ทำไมถึงจ้องเล่นงานข้าล่ะ”

            “ข้าก็แค่อยากรู้ว่าเด็กต้องห้ามแห่งตระกูลเวนดีสจะใช้งานได้มากน้อยเพียงใดน่ะสิ”

            “ข้าไม่ได้มีอะไรพิเศษขนาดนั้นหรอก”

            “แต่อย่างน้อยเจ้าก็ควบคุมโลหะวิสทานัมได้”

            เยเลน่ากล่าวก่อนเป็นฝ่ายเดินเข้าหาคาร์ลอย่างช้าๆเธอเตือนเขาด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ

            “ถ้าไม่อยากให้ท่านหญิงเป็นอะไรไปอย่าขยับจะดีกว่านะ”

            คาร์ลชั่งใจอยู่พักหนึ่งจึงโยนดาบสั้นลงพื้นเขายืนนิ่งปล่อยให้เยเลน่าเดินมาถึงตัว เธอสัมผัสมือลงบนแก้มของเขาก่อนยื่นใบหน้าขาวนวลราวกับจะเปล่งประกายท่ามกลางแสงอาทิตย์จางๆยามโพล้เพล้ที่ถูกหมอกบดบังซึ่งยังมองเห็นได้ผ่านเพดานเปิดโล่ง นัยน์ตาสีเขียวอมฟ้าของเธอสะท้อนใบหน้าของคาร์ล

            คาร์ลแอบใช้พลังควบคุมคมดาบสั้นบนพื้นให้แตกออกเป็นลูกเหล็กครึ่งหนึ่งเตรียมจู่โจมใส่เยเลน่าส่วนอีกครึ่งหนึ่งลอยคว้างอยู่เหนือศีรษะของมือสังหารอมตะที่กำลังจับแคเรนเป็นตัวประกัน

            ทันทีที่ลูกเหล็กพุ่งเข้าใส่เยเลน่ามือสังหารก็ปล่อยตัวแคเรนแล้ววิ่งเข้ามาคุ้มกันเยเลน่าก่อนตอนนั้นเองที่คาร์ลกระโดดเหยียบข้ามหัวมือสังหารพุ่งไปหยุดยืนตรงหน้าแคเรนซึ่งกำลังจะถูกกองทัพอมตะที่ยืนล้อมรอบห้องโถงศิลาแห่งนี้วิ่งรุมเข้าใส่ลูกเหล็กที่ลอยคว้างอยู่ด้านบนเจาะทะลุกลางหน้าผากของพวกมันทีละคนจนล้มลงเป็นแถวเรียงกันแต่มันไม่ตายเพราะลูกเหล็กอาบพิษสลายตราพันธะ ไม่ใช่ยาคืนชีวิตและตราพันธะของพวกมันก็ไม่ได้อยู่กลางหน้าผากด้วย

            แคเรนยื่นดาบสั้นของเธอที่อาบยาคืนชีวิตให้คาร์ลเขาสลายคมดาบให้กลายเป็นลูกเหล็ก แล้วบังคับให้มันพุ่งเข้าเจาะร่างบริเวณหัวใจของกองทัพอมตะที่กำลังจะลุกขึ้นยืนซ้ำอีกครั้งจนมันลงไปนอนแน่นิ่งอยู่กับพื้น

            ตอนนั้นเองที่มือสังหารร่างเล็กระดับพิเศษของเยเลน่าพุ่งเข้าจู่โจมใส่คาร์ลเขารีบตะโกนบอกแคเรน

            “ท่านหญิงออกไปข้างนอก”

            คาร์ลบังคับลูกเหล็กให้พุ่งเข้าจู่โจมใส่เยเลน่าที่กำลังวิ่งตามแคเรน  มือสังหารร่างเล็กจึงต้องวิ่งเข้าไปปกป้องเยเลน่าก่อนตามสัญชาตญาณซึ่งคาร์ลสังเกตเห็นจุดอ่อนข้อนี้มาตั้งแต่ได้พบกับเยเลน่าเมื่อครั้งก่อนแล้ว

            แต่คาร์ลพลาดที่มองไม่เห็นมือสังหารร่างยักษ์ซึ่งเป็นองครักษ์ของเยเลน่ายังมีอีกคนหนึ่งหลบซ่อนตัวอยู่หลังเสาต้นใหญ่ที่แคเรนพึ่งวิ่งผ่านไปมือสังหารร่างยักษ์วิ่งออกจากที่ซ่อนถือมีดจะพุ่งเข้าประชิดตัวแคเรนคาร์ลรีบเข้าไปขวางข้างหน้ามันก่อนที่จะบังคับมีดในมือของมือสังหารให้ลอยมาอยู่ในมือของเขาแทนเขาปักมีดที่ข้างลำคอของมันทันที

            แคเรนกำลังจะวิ่งถึงทางออกแล้ว ตอนนั้นเองที่เยเลน่าสั่งให้มือสังหารร่างเล็กวิ่งเข้าไปจับแขนของคาร์ลไพล่หลังไว้ทั้งสองข้างแรงของมนุษย์ไม่สามารถขัดขืนมันได้ในขณะที่มือสังหารอีกคนที่ยังมีมีดปักคออยู่ลุกขึ้นยืนมันดึงมีดออกแล้วเดินมาคุ้มกันเยเลน่า แคเรนหยุดฝีเท้าหันไปมองคาร์ลด้วยสีหน้าเป็นกังวลเธอลังเลไม่กล้าทิ้งเขาไว้คนเดียว ทำให้แคเรนได้เห็นเยเลน่าเดินเข้าไปเชยคางของคาร์ลขึ้นก่อนประกบริมฝีปากต่อหน้าเธอ

            ตอนนั้นเองที่ลูกดอกตะปูแปดเหลี่ยมสองอันพุ่งแหวกอากาศผ่านหางตาของแคเรนไปทางเยเลน่าตามด้วยร่างเงาสีดำที่วิ่งจากทางเข้าอาคารตามหลังลูกดอกแต่แยกมุ่งหน้าไปทางคาร์ลที่กำลังขยับไม่ได้แทน

            ลูกดอกตะปูทำให้มือสังหารร่างยักษ์ยุ่งอยู่กับการปัดป้องเพื่อไม่ให้เจ้านายของมันถูกแทงเพราะลูกดอกตะปูติดตามเป้าหมายและแม้จะถูกปัดมันก็ไม่ตกพื้นเงาร่างสีดำกำลังจะใช้ดาบสั้นบั่นคอเยเลน่า แต่ถูกมือสังหารร่างยักษ์ใช้แขนป้องกันเอาไว้ทำให้แขนของมันขาดแทน

            ในเมื่อขัดขวางเยเลน่าไม่ได้ เงาร่างสีดำของผู้มาเยือนจึงตัดสินใจหันคมดาบไปบั่นคอคาร์ลทันทีศีรษะของคาร์ลหลุดกลิ้งลงมาบนพื้นต่อหน้าต่อตาแคเรนที่ยืนเบิกตากว้างอย่างตะลึงงันกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าเธอจุกในลำคอไม่มีเสียงร้องดังลอดออกมา สมองของเธอยังประมวลตามภาพที่เห็นไม่ทัน

            มือสังหารร่างยักษ์รับมือกับเงาร่างของผู้มาเยือนผู้เหี้ยมโหดในขณะที่เยเลน่าสั่งให้มือสังหารร่างเล็กอุ้มร่างของคาร์ลพาดบ่ารวมถึงเก็บศีรษะของคาร์ลแล้วกระโดดหนีขึ้นไปบนหลังคาเปิดโล่งด้านบนส่วนตัวเธอก็กระโดดหนีตามไปด้วย เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นเร็วมากจนแคเรนยังปรับความคิดไม่ทัน

            หลังจากสู้กับมือสังหารร่างยักษ์อยู่ครู่หนึ่งเงาร่างผู้มาเยือนก็หาตราพันธสัญญาทาสที่เรืองแสงอยู่บริเวณต้นแขนของอีกฝ่ายพบเขาแทงมันทำให้มือสังหารร่างยักษ์หยุดเคลื่อนไหวและล้มลงสถานการณ์กลับมาสงบลงอีกครั้ง

            แคเรนเริ่มตั้งสติได้แล้ว เธอกรีดร้องเสียงดังทำให้พวกไกอัสที่พึ่งจัดการกองทัพอมตะข้างนอกทั้งหมดได้รีบวิ่งเข้ามาดูตามเสียงด้วยความตื่นตระหนกเจ้าของเงาร่างผู้มาเยือนสลัดคมดาบเพื่อให้คราบเลือดที่ติดดาบอยู่นั้นสาดกระเซ็นออกไปบนพื้นและกำแพงรอบๆแทนก่อนเก็บดาบสั้นกลับเข้าฝัก เขาเปิดหมวกฮู้ดบนเสื้อคลุมสีดำออกเผยให้เห็นใบหน้าที่ละม้ายคล้ายอัลเบิร์ตแต่ดูมีอายุกว่าทันทีที่อัลเบิร์ตเห็นหน้าเขาก็ร้องเรียกด้วยความคุ้นเคย

            “ท่านพ่อ มาทำอะไรที่นี่”

    คล้ายกับเรื่องLegend of Bloodland (ดินแดนแห่งพันธะอาคม) ที่คุณอ่าน