หลังจากที่ได้สังหารทั้งสองคนเรียบร้อยแล้วชิงเฟิงไม่ได้แสดงอาการดีใจหรืออะไรออกมาเลย ใบหน้าของเขาในขณะนี้ดูสงบนิ่งและเรียบเฉยเป็นอย่างมาก
ชิงเฟิงค่อยๆหันตัวกลับมามองไปที่ไต้เจ๋อที่ยังคงเหลืออยู่เป็นคนสุดท้าย เมื่อมองไปที่ชายคนนี้เขาก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหัวออกมาเล็กน้อย
เขาอุตส่าห์ปล่อยไม่เอาเรื่องชายคนนี้แล้วแต่คิดไม่ถึงว่าสุดท้ายชายคนนี้กลับแส่เข้ามาหาเรื่องอีก บ่างเป็นคนที่โง่เขลาจริงๆ
"ชิงเฟิง! ได้โปรดอย่าทำอะไรข้าเลย ข้ายังไม่ได้ทำอะไรเจ้าข้าแค่พาสองคนนั้นมาหาเจ้าเท่านั้น ได้โปรดปล่อยข้าไปเถอะ ข้าสัญญาว่าข้าจะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นควาลับจะไม่เอ่ยปากบอกกับใครแน่นอน"ไต้เจ๋อพยายามร้องขอความหวังที่จะมีชีวิตรอดจากชิงเฟิง ถึงแม้ว่าเขาจะรู้ว่าตัวเองมีความหวังเพียงน้อยนิดเท่านั้นแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็พยายามลองดู
"เก็บความลับไม่บอกใครอย่างงั้นหรอ"ขิงเฟิงเอ่ยถามอย่างเรียบๆ
เมื่อได้ยินคำถามของชิงเฟิงไต้เจ๋อรู้สึกเหมือนจะเห็นความหวังในการมีชีวิตรอดเขาผงกศรีษะขึ้นลงอย่างแรง"ใช่ๆ ข้าจะเก็บความลับไม่บอกใครแน่นอน ถ้าเกิดว่าข้าผิดคำสัญญาข้าขอให้สวรรค์ลงโทษ"
"สวรรค์ลงโทษ?โง่เง่า! ของพรรคนั้นคิดว่าข้าจะเชื่ออย่างงั้นหรอ"ชิงเฟิงกล่าาออกมาอย่างดูถูกหลังจากนั้นเขาก็กล่าวต่อ"ในตอนแรกข้าได้ปล่อยไม่เอาเรื่องเจ้าแล้วแต่สุดท้ายเจ้ากลับแส่เข้ามาหาเรื่องเอง เรื่องนี้เจ้าไม่สามารถโทษใครได้นอกจากตัวเอง"
"ข..ข้า..ข้าผิดไปแล้ว!! ได้โปรดให้โอกาสข้าอีกครั้งเถอะ ข้าสัญญาว่าจะไม่มาให้เจ้าเห็นหน้าอีก ข..ข้าจะออกไปจากสำนักนี้!.."ไต้เจ๋อเริ่มกล่าวอย่างกระวนกระวายในขณะเดียวกันเขาเริ่มที่จะร้องไห้ออกมา ในตอนนี้น้ำตาของเขาได้ไหลรินเป็นสายเขาหวังที่จะใช้ความน่าสงสารของตัวเองเพื่อที่จะให้ชิงเฟิงปล่อยตัวเขาไป
"เจ้ารู้อะไรไหม ในโลกใบนี้โอกาสจะไม่เกิดขึ้นมาอีกเป็นครั้งที่สอง ไม่อย่างนั้นมันจะไม่เรียกว่าโอกาส"ชิงเฟิงกล่าวอย่างเรียบเฉยพร้อมกันนั้นเขาก็ได้ยกมือของตัวเองขึ้นมาเบาๆ
"ไม่ๆ ได้โปรดปล่อยข้าไปเถอะ ได้-.."
ใบมีดสีทองปรากฏขึ้นมาบนฝ่ามือของชิงเฟิงหลังจากนั้นเขาได้สะบัดมันเข้าไปหาไต้เจ๋อในทันที
ฟุบ!!
ฉู๊ด!!!
หัวของไต้เจ๋อค่อยๆหล่นลงมาตกลงสู่พื้นในเวลาเดียวกันนั้นน้ำพุสายเลือดก็ได้ปรากฏออกมาจากส่วนของลำคอที่ถูกตัด
ตุบ!
หัวของไต้เจ๋อหล่นลงสู่พื้นดวงตาของไต้เจ๋อในขณะนี้เบิกกว้างราวกับไม่อยากจะเชื่อว่าตัวเองถูกฆ่าตายไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว!
พรึบ!
ชิงเฟิงสะบัดมือของตัวเองเล็กน้อยหลังจากนั้นเปลวไฟสามสายก็ได้พุ่งออกมาจากมือของเขาและเข้าไปปกคลุมศพทั้งสามศพในทันที
เปลวไฟค่อยๆเผาไหม้อย่างช้าๆเพียงไม่นานก็ไม่เหลือร่องรอยของศพทั้งสามศพเหลืออยู่อีกเลย
หลังจากเสร็จสิ้นทุกอย่างเเล้วชิงเฟิงก็ทะยานตัวลอยขึ้นไปในอากาศและกลับไปยังที่พักของศิษย์เขตชั้นนอกทันที
....
ชิงเฟิงออกมาจากป่าหลังภูเขาและกลับมายังที่กระท่อมเก่าของตัวเอง เมื่อมาถึงกระท่อมเก่าชิงเฟิงก็เหลือบเห็นคนๆหนึ่งกำลังยืนอยู่ด้านหน้ากระท่อมของเขาอย่างเงียบสงบ
คนๆนั้นเป็นชายชราอายุประมาณ60ปีแต่งตัวคล้ายกับนักพรต เมื่อชิงเฟิงเห็นคนๆนั้นเขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
ชิงเฟิงก้าวเท้าไปหาชายชราคนนั้นหลังจากนั้นเขาก็เรียกเบาๆ"ผู้อาวุโสตู้"
ชายชราหรือผู้อาวุโสตู้หันตัวกลับมาอย่างข้าๆและจ้องมองไปที่ชิงเฟิงด้วยท่าทางสำรวจเล็กน้อย
หลังจากนั้นเขาก็ได้กล่าวขึ้นมา"เจ้ายังไม่ตาย"
น้ำเสียงผู้อาวุโสตู้เปล่งออกมานั้นดูค่อนข้างเรียบเฉยแต่ก็มีแววประหลาดใจเผยออกมาจางๆ
"ข้าโชคดีได้คนช่วยเหลือเอาไว้"ชิงเฟิงกล่าวออกมาด้วยท่าทางที่เงียบสงบไม่มีท่าทางอะไรแสดงออกมา ในเวลานี้เขามองสำหรับผู้อาวุโสตู้ตรงหน้าและอดไม่ได้ที่จะประหลาดใจเล็กน้อย
ชายชราคนนี้นึกไม่ถึงเลยว่าจะเป็นผู้บ่มเพาะระดับปฐพีขั้นที่9!
จากที่เขารู้มาดูเหมือนว่าในสำนักนี้มีเพียงเจ้าสำนักคนเดียวเท่านั้นที่มีระดับปฐพีขั้นที่9 ไม่คิดเลยว่าผู้อาวุโสตู้ที่อยู่ตรงหน้าคนนี้ก็เป็นผู้บ่มเพาะระดับปฐพีขั้นที่9ด้วย
ผู้อาวุโสตู้เป็นใคร?
เขาเป็นเพียงแค่ผู้อาวุโสในหอภารกิจเท่านั้น! แต่ถึงกระนั้นกลับเป็นผู้บ่มเพาะในระดับปฐพีขั้นที่9
"อืม ดีแล้ว ดูเหมือนชะตาของเจ้าจะยังไม่ถึงคาด"ผู้อาวุโสตู้กล่าวออกมาเบาๆหลังจากนั้นเขาก็ได้กล่าวต่อ"..ว่าแต่มันเกิดอะไรขึ้นกับระดับการบ่มเพาะของเจ้า ทำไมข้าถึงมองมันไม่ออก?"
ในตอนนี้เมื่อเขามองสำรวจชิงเฟิงอย่างจริงจัง เขาก็พบว่าในขณะนี้เขาไม่สามารถที่จะมองออกถึงระดับการบ่มเพาะของชิงเฟิงได้ เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกสงสัยนี่นับว่าเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดมาก
ชิงเฟิงไม่ได้อธิบายหรือว่าเปิดระดับพลังของตัวเองออกมาเขาเพียงแค่กล่าวว่า"ข้ามีสมบัติวิเศษบางอย่างที่สามารถปกปิดการบ่มเพาะได้"
"อือ..เป็นเช่นนี้นี่เอง"ผู้อาวุโสตู้พยักหน้าอย่างเข้าใจ ในเมื่อเป็นเช่นนี้มันก็น่าสมเหตสมผล ถึงแม้เขาจะสงสัยเล็กน้อยเกี่ยวกับสมบัตินั้นเขาชิงเฟิงแต่เขาก็ไม่ได้กล่าวถามอะไรต่อ
"ว่าแต่ท่านอาวุโสตู้มาที่นี่ทำไมอย่างงั้นหรือ"ชิงเฟิงถามออกมาราบเรียบ
"ข้าแค่มายืนยันตามคำกล่าวของศิษย์ว่าเจ้ายังมีชีวิตอยู่จริงหรือไม่ ในตอนนี้ข้ารู้แล้วว่าเจ้ายังมีชีวิตอยู่"ผู้อาวุโสตู้กล่าวออกมาเบาๆอย่างเรียบเฉย หลังจากนั้นเขาก็หยุดเล็กน้อยในขณะที่กล่าวต่อ"...เจ้าในตอนนี้แตกต่างจากเมื่อก่อนมาก"
"คนเราย่อมมีการเปลี่ยนแปลง"ชิงเฟิงตอบกลับคำพูดของผู้อาวุโสด้วยใบหน้าที่สงบนิ่ง
หลังจากที่ได้เกิดใหม่จากสายเลือดของพระเจ้าแท้จริงแล้วเขาเองก็รับรู้ว่าตอนนี้เขาแตกต่างจากเมื่อก่อนเป็นอย่างมาก ตัวอย่างง่ายๆเลยก็คือถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาคงไม่กล้าพูดจาห้วนๆกับผู้อาวุโสตู้เช่นนี้หรอก
ถ้าเป็นเขาในเมื่อก่อนละก็ตอนนี้แม้แต่ใบหน้าของผู้อาวุโสตู้ก็คงจะไม่กล้ามอง
"ใช่ คนเราย่อมมีการเปลี่ยนแปลง หวังว่าการเปลี่ยนแปลงของเจ้าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดี"
"เอาล่ะ ในเมื่อข้ายืนยันในคำกล่าวของศิษย์เรียบร้อยแล้วอย่างนั้นข้าขอตัวกลับก่อน"ผู้อาวุโสตู้กล่าวออกมาหลังจากนั้นก็เตรียมตัวที่จะจากไป
ชิงเฟิงผายมืออกมาเล็กน้อยหลังจากนั้นก็กล่าวขึ้นมา"ไม่ส่ง"
ผู้อาวุโสตู้ที่กำลังหันตัวกลับไปนั้นเมื่อได้ยินคำกล่าวของชิงเฟิงเขาก็อดไม่ได้ที่จะกระตุกตรงมุมปากและไม่นานมันก็เปลี่ยนกลายเป็นรอยยิ้ม
'ลูกชายของเจ้า...ชักจะเหมือนกับเจ้าแล้ว'