ตอนที่ 6 อาจารย์ ไม่พอใจหรือ (2)
เื่การฝึกฝนวิชาต้องค่อยเป็ค่อยไป ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้ฉือม่อยังอายุน้อยนัก หากกดดันอีกฝ่ายมากไปไม่ใช่เื่ดีการฝึกฝนวิชาต้องรู้จักผสมผสานการฝึกฝนกับการพักผ่อนให้สมดุลกันถึงจะมีประสิทธิภาพมากที่สุด
อีกอย่างครั้งก่อนหลินเฉินก็ค้นพบแล้วว่าขนาดดวงอาทิตย์ลอยมาถึงกลางศีรษะแล้วเ้าฉือม่อก็ยัง ไม่-ยอม-กลับ-มา!
ดูท่าเ้าเด็กคนนี้จะไม่ฟังคำพูดเขาเลย ต้องแอบไปฝึกเองลับๆทีู่เาด้านหลังแน่นอน
หลินเฉินทอดถอนใจ ระหว่างที่กำลังคิดอยู่นั้นก็เห็นร่างน้อยๆ ของฉือม่อค่อยๆ ปรากฏให้เห็นจากที่ไกลๆ
อีกฝ่ายเหงื่อโชกเต็มศีรษะ เสื้อผ้าสกปรกมอมแมมใบหน้างดงามนั้นก็เต็มไปด้วยความดื้อรั้นแข็งข้อ
เขาดึงสายตากลับ วางม่านไผ่ลงเงียบๆแล้วกลับไปพักผ่อนบนเตียง
ไม่รู้เป็เพราะภาพลวงตาหรือเปล่าเมื่อครู่นี้ดูเหมือนเขาจะเห็นฉือม่อเหลือบมองมาทางนี้
เขาอาจจะตาฝาดไปเองก็ได้
แม้ว่าร่างกายนี้จะหมดหวังในการทะลวงปราณหยวนอิงแล้ว แต่หลินเฉินก็ไม่อยากหยุดนิ่งอยู่กับที่โดยไม่พัฒนาไปไหนแบบนี้อย่างน้อยก็ต้องทำให้ร่างนี้ของเขาแข็งแรงขึ้นสักหน่อย
หลังผ่านการทดสอบใน่หลายวันที่ผ่านมาหลินเฉินก็คุ้นเคยกับร่างกายนี้เป็อย่างดี เขาร่ายวิชาได้อย่างคล่องแคล่ว จัดการสะสางเส้นเืบนร่างทั้งหมดอย่างละเอียดอีกครั้งแล้วก็รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที
ร่างเดิมครุ่นคิดอยู่ตลอดว่าต้องทำอย่างไรจึงจะทะลวงปราณหยวนอิงได้แต่กลับมองข้ามสมรรถภาพทางร่างกายของตัวเองไปจึงทำให้ภายหลังฉือม่อทำลายจุดตานเถียน[1]ของเขาทิ้ง เพราะร่างกายเขาอ่อนแอกว่าคนธรรมดามาก
ต่อให้หนีพ้นเงื้อมมือตัวเอกไปแล้วแต่มากน้อยอย่างไรเขาก็ต้องเพียรพยายามเพื่อที่จะเตรียมทางหนีทีไล่ให้ตัวเองอยู่ดี
เวลาผ่านไปหนึ่งก้านธูป[2]เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น
เพียงแต่เสียงเคาะนั้นเบาบาง ไม่รุนแรง เหมือนว่าผู้มาถึงจะเกิดความลังเล
หลินเฉินลืมดวงตาคู่เฉียบคมขึ้น ั์ตาใสพิสุทธิ์เขาลุกจากเตียงไปเปิดประตู แล้วก็เป็ตามคาด ฉือม่อกำลังยืนอยู่ด้านนอก
เพียงแต่อีกฝ่ายเนื้อตัวสกปรกมอมแมม ขนาดใบหน้าน้อยๆอันงดงามนั้นยังเปรอะเปื้อนไปด้วยดินโคลน จึงพอจะมองออกได้ว่าระหว่างที่เขากลับมาหาตนนั้นไม่ได้แวะเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเลย
โถ...เ้าเด็กคนนี้จะทำอะไรอีกเนี่ย
ฉือม่อเห็นหลินเฉินกวาดมองไปบนร่างเขาอย่างจับพิรุธ จู่ๆก็นึกขึ้นมาได้ว่าตนยังไม่ได้เปลี่ยนเสื้อผ้า เมื่อครู่เขาไม่ทันระวังหกล้มมาทำเอาเนื้อตัวสกปรกมอมแมมไปหมด พอกลับมาก็คิดแต่จะทำอาหารให้อาจารย์กินเลยลืมเื่เปลี่ยนเสื้อผ้าไปเลย
เขากัดฟันพูด “อาจารย์ขอรับ...”
หลินเฉินเอ่ย “มีอะไร”
มือของฉือม่อที่ไพล่หลังอยู่เผลอบีบแน่นอย่างไม่รู้ตัวเขาสูดหายใจเข้าลึก ชะงักไปครู่หนึ่งแล้วพูด “ข้า...เห็นอาจารย์...ยังไม่ได้...กินอาหารเย็นก็...ก็เลยอยาก...”
‘โอเค ท่านตัวเอก! ไม่ต้องพูดแล้ว ข้ารู้แล้วละว่าต่อไปเ้าจะพูดอะไร’รสชาติของอาหารในวันนั้นทำให้หลินเฉินยากที่จะลืมเลือนได้จริงๆเขาไม่อยากลิ้มรสเป็ครั้งที่สองหรอกนะ
เมื่อเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังกำลังมองมาที่ตนหลินเฉินก็รู้ว่าหัวใจอันน่าละอายของตัวเองเกิดอาการใจอ่อนอีกแล้ว
ช่างเถอะ...พ่ายแพ้ให้เ้าแล้ว
แค่ฉือม่อมองเขาด้วยสีหน้าคาดหวังหลินเฉินก็ทำใจปฏิเสธไม่ลง หรือนี่จะเป็ความรักของผู้เป็พ่องั้นเหรอ
ฉือม่อเห็นหลินเฉินพยักหน้าก็อารมณ์ดีและเบิกบานเป็อย่างมากแม้อาจารย์จะชอบทำหน้าเ็าก็ตาม แต่เมื่อได้คลุกคลีกันมาตลอดหลายวันเขาก็พบว่าอาจารย์เป็คนที่ใจอ่อนมากๆ คนหนึ่ง
ตอนนี้หลินเฉินยังคงเดินตามหลังฉือม่อเดินไปได้ไม่นานก็มาถึงที่พักของอีกฝ่าย
ภายในห้องว่างเปล่า เมื่อทอดมองไปก็เห็นเพียงเตียงหนึ่งหลังโต๊ะไม้หนึ่งตัว และเก้าอี้ไม้ไผ่อีกไม่กี่ตัว
ตอนนี้บนโต๊ะเต็มไปด้วยอาหารร้อนกรุ่นที่วางไว้หลายจาน
หลินเฉินเหลือบมองสีสันของอาหารพวกนั้นก็เห็นว่าดูดีกว่าเมื่อไม่กี่วันก่อนมากน่าจะรสชาติไม่แย่จนถึงขนาดกินไม่ได้...เหมือนครั้งก่อนกระมัง
ฉือม่อหูแดงเรื่อเอามือลูบหน้าแล้วหันไปมองคนที่เป็ดุจเทพเซียนตรงหน้าพลางเอ่ยด้วยเสียงที่สั่นเบาๆ “อาจารย์ขอรับ ครั้งนี้ข้า...ตั้งใจทำมากจริงๆไม่มีทางเกิด...เหตุการณ์...เช่นครั้งก่อนแน่นอนขอรับ”
เมื่อได้ยินฉือม่อเอ่ยรับประกันเยี่ยงนี้แล้วหลินเฉินก็พอจะวางใจขึ้นมาบ้าง ด้วยพร์ระดับพระเอก ขอแค่ตั้งใจเรียนรู้ไม่ว่าเื่อะไรก็จิ๊บจ๊อยทั้งนั้น
ฉือม่อเห็นหลินเฉินนั่งลงก็โล่งอกขึ้นไม่น้อยแล้วก็นึกขึ้นได้ว่ายังสวมชุดสกปรกมอมแมมอยู่ เลยรีบบอกหลินเฉินจากนั้นก็เดินเข้าไปเปลี่ยนชุดในห้องอย่างรวดเร็ว
เมื่อเขาเดินออกมาอย่างอารมณ์ดีกลับพบว่าในห้องไม่เหลือใครอยู่แล้ว
ฉือม่อเดินเข้าไปตรงตำแหน่งที่หลินเฉินเคยนั่งอย่างงุนงงในอากาศยังมีกลิ่นหอมเย็นของอีกฝ่ายอยู่อย่างบางเบา ทว่าคนผู้นั้นกลับหายตัวไปแล้ว
บนโต๊ะยังคงวางอาหารที่เขาทำในวันนี้เอาไว้อย่างเป็ระเบียบควันยังลอยกรุ่นอยู่เลย
เขาหัวเราะอย่างขมขื่น ดูท่าอาจารย์คงจะไม่พอใจกระมัง...
ขณะที่กำลังคิดอยู่นั้นก็เห็นหลินเฉินเดินยกอาหารออกมาอีกจานหนึ่ง
อะไรกันเนี่ย
ตอนที่หลินเฉินเดินเข้ามาก็เห็นว่าฉือม่อยืนตาแดงก่ำอยู่ท่าทางน่าสงสารแบบนั้น ช่างเหมือนเ้ากระต่ายน้อยสีขาวที่ถูกคนทอดทิ้งเลย
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/270f92ed871ddcac593159d4b48f26a8
[1] จุดตานเถียน หรือทุ่งพลัง รากเหง้าแห่งลมปราณ เป็บ่อรวมของพลังชี่บนร่างกายมีอยู่สามแห่งด้วยกันคือ ที่ตรงกลางระหว่างคิ้ว (ตานเถียนบน) ตรงกลางหัวใจ(ตานเถียนกลาง) และตรงท้องน้อย (ตานเถียนล่าง)
[2] เวลาหนึ่งก้านธูป เทียบเท่ากับเวลาปัจจุบันประมาณสิบห้าถึงสามสิบนาทีแล้วแต่ความยาวของธูปนั้นๆ