บทที่ 2 ของวิเศษ
ความเ็ปแล่นริ้วผ่านหัวใจของหนิงหราน
ในชาติที่แล้ว หลังจากตายายจากไป ชีวิตของเธอก็ยิ่งลำบากยากเข็ญ ขาของเธอก็พิการตลอดชีวิตเพราะอุบัติเหตุในครั้งนั้น
หากไม่ใช่เพราะมีองค์กรลึกลับนั้นส่งคนมารับเธอไปจากูเาลูกนี้ในตอนที่เธออายุ 15 ปี ก็เกรงว่าชีวิตของเธอคงจะถูกฝังอยู่ที่นี่ ถูกครอบครัวของน้าสาวกดขี่ข่มเหง ถูกคนในหมู่บ้านดูถูกเหยียดหยาม และต้องตายอย่างน่าสังเวช
เมื่อคิดถึงเื่นี้ แววตาของหนิงหรานก็เ็าลง ดวงตาทอประกายเยียบเย็น จับจ้องไปที่กำไลเงินบนข้อมือ
โดยพื้นฐานแล้ว เธอไม่เข้าใจเลยว่าทำไมองค์กรนั้นถึงสนใจเด็กสาวบ้านนอกอย่างเธอ
จนกระทั่งเธอกลับไปกับคนขององค์กร และได้เห็นห้องทดลองของพวกเขา เธอถึงได้เข้าใจว่าชีวิตอันมืดมนตลอด 13 ปีหลังจากนั้นล้วนเป็เพราะกำไลข้อมือวงนี้นี่เอง
กำไลข้อมือวงนี้เป็ของวิเศษ
มันคือสมบัติล้ำค่า
เพราะภายในกำไลมีโลกอีกใบซ่อนอยู่ มัน…มีพื้นที่มิติกว้างใหญ่ ภายในพื้นที่มิตินั้นมีทั้งสมุนไพรหายากและตำราแพทย์โบราณมากมาย นั่นเป็เหตุผลที่เมื่อเธอรู้สึกตัวขึ้นมาแล้วก็ไม่ตื่นตระหนกแม้จะเห็นาแสาหัส กลับรีบควานหากำไลข้อมือเป็อันดับแรก
เมื่อครู่นี้เธอเหลือบมองดูคร่าว ๆ แล้ว ของที่อยู่ในกำไลข้อมือก็ไม่ต่างจากชาติที่แล้วแม้แต่น้อย แม้แต่เข็มเก้าดอกเหมยที่เธอใช้เป็ประจำก็ยังอยู่ครบ
บางที...กำไลวงนี้อาจเป็กุญแจสำคัญที่ทำให้เธอได้กลับมาเกิดใหม่
สุดท้ายแล้ว กำไลข้อมือวงนี้ก็เป็สิ่งที่ไม่สามารถอธิบายที่มาที่ไปได้
เมื่อหนิงหรานรู้สึกว่าความเ็ปที่ขาบรรเทาลงมาก เธอก็กัดฟันพยุงร่างกายขึ้นโดยใช้ลำต้นไม้ข้างๆ เป็ที่ยึด
แม้จะเป็เพียงการขยับตัวเพียงเล็กน้อย แต่เธอกลับรู้สึกเ็ปจนเหงื่อเย็นผุดขึ้นเต็มตัว
หนิงหรานยิ้มขมขื่น เธอต้องรีบไปหาสมุนไพรในพื้นที่ของกำไลข้อมือ เธอจำได้ว่าในนั้นมีเห็ดหลินจือคุณภาพสูงอยู่
ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องรีบกลับไปที่หมู่บ้านให้เร็วที่สุด เธอกลัวเหลือเกินว่าตายายจะต้องมาตายเพราะเธออีก
ในเมื่อ์ให้โอกาสเธอได้เกิดใหม่อีกครั้ง เธอต้องช่วยชีวิตของตายายให้ได้ !
เพราะพวกท่านคือญาติเพียงคนเดียวที่เธอเหลืออยู่บนโลกใบนี้
เธอจะไม่ยอมกลับไปที่องค์กรนั้นอีก และจะไม่มีวันใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวอีกต่อไป
หนิงหรานรู้สึกว่าดวงตาร้อนผ่าว เธอกินยาแล้วนั่งพิงต้นไม้พักผ่อน สายตาจับจ้องไปที่กำไลเงินบนข้อมืออีกครั้ง และนึกถึงใบหน้าของแม่อันเลือนรางในความทรงจำ
เธอจำใบหน้าของแม่ไม่ค่อยได้แล้ว จำได้เพียงแค่ว่าหนิงชิงอวิ๋นแม่ของเธอเป็ผู้หญิงที่อ่อนโยนมาก
ตอนนี้ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนในหมู่บ้าน หนิงหรานก็ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นสู้สายตาใคร ถูกคนอื่นมองอย่างดูแคลน เหตุผลส่วนใหญ่เป็เพราะชาติกำเนิดของเธอ
เธอเป็ลูกนอกสมรส เกิดจากแม่ที่ตั้งท้องก่อนแต่งงาน
ส่วนเื่ราวของพ่อ เธอไม่รู้อะไรเลย
รู้เพียงแค่ว่าพ่อเคยอยู่ในหมู่บ้าน่หนึ่ง หลังจากจากไปก็ไม่เคยกลับมาอีก จนกระทั่งก่อนแม่จะจากไป ก็ได้มอบกำไลเงินวงนี้ให้ เธอจึงได้รู้ว่ามันเป็ของแทนใจระหว่างพ่อกับแม่
แม้กระทั่งใน่เวลาสุดท้ายของชีวิต แม่ของเธอก็ยังกำมือเธอไว้แน่น บอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า "หรานหราน อย่าโทษพ่อเลยนะ"
"เขารักลูกเหมือนกับที่แม่รัก"
ในเมื่อรัก ทำไมถึงไม่มาหาเธอล่ะ?
ความจริงแล้วลึก ๆ ในใจ หนิงหรานก็แอบน้อยใจพ่อผู้ให้กำเนิดที่ไม่เคยพบหน้า แต่เธอก็ไม่สามารถเกลียดเขาลงได้ เพราะความรักที่แม่พร่ำบอกและกำไลเงินวงนี้ได้คอยปกป้องเธอมาตลอด 13 ปี
มีคนในองค์กรลับเคยบอกว่า กำไลเงินวงนี้ยอมรับเพียงเธอเป็เ้าของ นอกจากเธอแล้วก็ไม่มีใครสามารถััมันได้ พวกเขาไม่รู้ว่าข้างในกำไลมีอะไรซ่อนอยู่ จึงทำได้เพียงกักตัวเธอเอาไว้
แต่องค์กรก็รอต่อไปไม่ไหว สุดท้ายพวกเขาก็ลงมือ
ความรักที่พ่อแม่มีต่อเธอทั้งหมดหลอมรวมเป็หนึ่งเดียวอยู่ในกำไลเงินวงนี้ ถึงแม้พวกเขาจะไม่ได้อยู่เคียงข้าง แต่ก็ยังคงปกป้องเธอในรูปแบบอื่น
เธอจะเกลียดพ่อลงได้อย่างไร
ความจริงแล้วเธอคิดถึงพวกเขา คิดถึงมาก เธออยากเจอพ่อ อยากยืนอยู่ตรงหน้าแล้วถามเขาสักคำว่ายังจำหนิงชิงอวิ๋นแม่ของเธอได้อยู่หรือเปล่า จำได้ไหมว่าแม่ของเธอเฝ้ารอเขามาตลอดชีวิต
หนิงหรานก้มหน้าลงสูดหายใจลึก
สมุนไพรที่อยู่ในกำไลข้อมือมักจะมีสรรพคุณวิเศษเสมอ หลังจากกินมันเข้าไป เธอก็รู้สึกว่าอาการาเ็ที่ขาดีขึ้นมาก ไม่เ็ปเหมือนเก่า
ถึงแม้กระดูกขาจะหัก แต่ตอนนี้เธอไม่มีอุปกรณ์ทางการแพทย์อะไรติดตัว มีเพียงเข็มเก้าดอกเหมย ซึ่งคงช่วยอะไรไม่ได้มาก ตอนนี้ทำได้แค่พันผ้าพันแผลแบบง่าย ๆ ไปก่อน รอให้ถึงโอกาสเหมาะ ๆ แล้วค่อยไปโรงพยาบาล
โชคดีที่อย่างน้อยสมุนไพรของเธอก็ยังอยู่ ถึงจะไปโรงพยาบาลไม่ได้ในตอนนี้ แต่เธอก็ยังสามารถดูแลตัวเองได้
หนิงหรานถอนหายใจ แสงสีเงินวูบไหวที่มือ ก่อนที่เธอจะหยิบมีดเล่มหนึ่งออกมาจากมิติ
ตอนแรกมิติในกำไลข้อมือมีเพียงตำราสมุนไพรเท่านั้น แต่หลังจากที่เธออยู่กับองค์กรลับมา 13 ปี เธอได้นำของใช้มากมายเข้าไปเก็บไว้ โชคดีที่มันติดตัวเธอมาด้วย
หนิงหรานพยายามสงบสติอารมณ์ เธอหยิบสมุนไพรสำหรับทาแผลวางไว้ข้างๆ กำลังจะหาเศษกิ่งไม้หนา ๆ มาทำเป็ไม้ค้ำ จู่ ๆ ก็มีเสียงแปลกๆ ดังมาจากพุ่มไม้ไม่ไกลจากด้านหลัง
ท่ามกลางความเงียบสงัดยามค่ำคืน เสียงนั้นชวนให้รู้สึกขนลุก
หัวใจของหนิงหรานเต้นรัว ใบหน้าซีดเผือดในทันที เธอนึกถึงคำพูดของชาวบ้านในชาติก่อนที่มักจะเล่าลือกันว่าบนเขาลูกนี้มีสัตว์ร้ายอาศัยอยู่ ที่สำคัญคือหมาป่า
และหมาป่ามักจะออกล่าเป็ฝูง !
แต่ตอนนี้เธอ...เป็แค่คนพิการ !
เสียงฝีเท้าด้านหลังดังชัดขึ้นเรื่อย ๆ ดูเหมือนว่าสิ่งมีชีวิตที่ไม่รู้ว่าเป็ตัวอะไร กำลังมุ่งหน้าเข้ามาใกล้
ลมเย็น ๆ พัดผ่าน หนิงหรานรู้สึกได้ถึงความเย็นยะเยียบที่แผ่ซ่านไปทั่วขั้วหัวใจ
หนิงหรานค่อย ๆ หันหลังกลับไปอย่างยากลำบาก แววตาสั่นระริก จับจ้องไปยังแสงจันทร์เย็นเยียบ พุ่มไม้ด้านหลังยังคงไหวสะท้านไม่หยุด ราวกับว่าสิ่งมีชีวิตปริศนากำลังคืบคลานเข้ามาใกล้
เธอเพิ่งจะได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ์จะใจร้ายพรากชีวิตที่เธออุตส่าห์ทวงคืนมาได้อย่างยากลำบากไปอีกหรือ?
ไม่! เธอไม่ยอม !
การได้เกิดใหม่อีกครั้ง เธอยังมีอะไรอีกมากมายที่ต้องทำ เธอยังไม่ได้ช่วยชีวิตตายาย ยังไม่ได้พาท่านทั้งสองออกไปจากบ้านของหนิงชิงเฟิง และเธอก็ยังไม่ได้ตามหาพ่อ เธอไม่อยากตายตอนนี้!
หนิงหรานกำมีดในมือแน่น ดวงตาทอประกายมุ่งมั่น เธอยกมีดขึ้น ตั้งท่าป้องกันตัว
เอาล่ะ! ถ้าจะตาย ก็ขอตายอย่างองอาจ
ทว่าในขณะที่ความตึงเครียดกำลังก่อตัว จู่ ๆ ก็มีเสียงของผู้ชายดังขึ้นจากด้านหน้า แฝงไปด้วยความประหลาดใจ
"หัวหน้า ดูเหมือนว่าจะมีคนอยู่ที่นี่ครับ"
หัวหน้า?
หนิงหรานรู้สึกฉงนใจ
วินาทีต่อมา ร่างของทหารราว 4-5 นาย ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า
………………………………………………………………………………………………………………………….
สารจากผู้แปล
โล่งอก นึกว่าเป็สัตว์ร้ายที่ไหนมาเสียอีก หรานหรานจะมีชีวิตรอดแล้ว ทหารพวกนี้จะไม่ทำร้ายเด็กหญิงตัวเล็กๆ ใช่ไหม
ไหหม่า(海馬)