วันนี้คาบเรียนของฉัน จบลงตอน3โมง เหลือเวลาอีกเยอะแต่ฉันยังไม่อยากกลับบ้าน เลออนวันนี้เขาไม่มีท่าทีที่รีบร้อนออกจากห้องไปเหมือนทุกวันก่อนหน้า ท่าทางวันนี้เขาเองก็ไม่มีธุระถึงอย่างนั้นเขาก็เดินออกจากห้องไป และมองซ้ายมองขวาเหมือนไม่รู้ว่าจะไปไหนดีฉันมองท่าทางของเขาอยู่ห่างๆ แล้วฉันล? ะจะไปไหนดี แม้เพื่อนร่วมห้องจะชวนฉันไปเดินเที่ยวห้างต่อแต่ฉันที่เคยอยู่ในเมืองหลวงเริ่มจะเอียนกับอะไรพวกนี้แล้วละ แต่ฉันก็ยังไม่อยากกลับด้วย เหลือเวลาตั้ง1ชั่วโมง
‘ไปห้องสภาดีไหมนะ’
พอคิดถึงสภานักเรียนภาพของประธานสภานักเรียนที่พยายามเข้าหาฉันตลอดเวลาที่มีโอกาส จนฉันรู้สึกอึดอัดก็โพล่มา ตลอด1อาทิตย์ที่เจอเขาพยายามที่จะชวนฉันคุยและไปเที่ยวในวันเสาร์อาทิตย์บ้าง
‘เห้อ น่าเบื่อจัง’
ฉันคิดอยู่สักพักว่าจะทำอะไรต่อนี้ สถานที่ ที่ไม่วุ่นวาย คนน้อยๆ ที่ไหนละ ไม่นานฉันฉุดคิดขึ้นมาได้ มีอยู่ที่หนึ่งนี่
‘ห้องสมุด’
ใช่แล้วสถานที่ ที่ฉันสามารถอยู่คนเดียวเงียบๆ ฉันไม่รอช้า ทันทีที่คิดสถานที่ได้ก็หยิบกระเป๋าขึ้นและบอกลาเพื่อนๆ ในห้องที่พยายามจะชวนฉันไปกับพวกเขา
ฉันเดินมาถึงหน้าห้องสมุด และใช้บัตรนักเรียนสแกนเข้าห้องสมุด ห้องสมุดโรงเรียนนี้ใหญ่มาก ถึงอย่างนั้นแต่กลับมีคนมาใช้บริการแค่3-4คน ฉันเลือกหาโต๊ะที่นั่งอ่านนั่งสือ และวางกระเป๋าจองไว้ ฉันเหลือบไปเห็นกระเป๋าของโต๊ะข้างหน้ามันดูคุ้นหูคุ้นตามากแต่ช่างเถอะฉันเดินไปเลือกหยิบหนังสือจากชั้นหนังสือ ฉันเลือกนิยายมาหนึ่งเล่มเป็นิยายแฟนตาซี ของนักเขียนชื่อดังและกลับมานั่งโต๊ะ
แต่แล้วฉันก็ผงะกับผู้ชายที่อยู่โต๊ะด้านหน้า เลออน อาเคออส
เขาเองก็มาอ่านหนังสือหรอ เขานั่งที่โต๊ะตรงข้ามแต่มุมที่เขานั่งมันหันหน้ามาตรงฉันพอดี ฉันทำเป็ไม่สนใจและเดินเข้าไปนั่งที่ สักพักเขาก็รู้สึกถึงฉัน และมองมาที่ฉันแป๊บหนึ่งและก็อ่านหนังสือต่อโดยไม่ได้สนใจ ฉันเองก็เปิดหนังสืออ่านโดยไม่ได้สนใจเขาเช่นกัน
ทำไมถึงรู้สึกอึดอัดแบบนี้
เวลาที่ฉันใฝ่ฝันก็ได้ดำเนินไป ่เวลาที่ฉันได้ใช้ชีวิตเงียบๆ ในห้องสมุด พร้อมกับเพื่อนร่วมห้องที่นั่งข้างโต๊ะที่เขาไม่ได้สนใจในตัวฉัน แต่ถึงอย่างนั้นความสงบนั่นก็ได้เลือนหายไปในไม่ช้า
ฉันสังเกตเสียงโหวกเหวกโวยวายข้างนอกห้องสมุด และแล้วก็มีกลุ่มนักเรียนชาย3-4คนเข้ามาพร้อมกับบทสนทนาที่ค่อนข้างดังจนมาถึงทางนี้ กลุ่มชายทั้ง4คนนั้นเดินตรงมาที่ฉันและนั่งลงข้าบๆ โดยไม่ได้ถามฉันสักคำ
“นี่โรสเธอเองก็ชอบอ่านหนังสือหรอ ฉันก็มาที่นี่บ่อยๆ นะ”
“ใช่แล้วปกติพวกเราก็มาอ่านหนังสือกัน”
แต่หน้าพวกนายกับนิสัยไม่น่าจะเป็ประเภทนั้นนะ อยู่ๆ ก็มานั่งล้อมรอบโดยไม่ขอพวกผู้ชายกลุ่มนี้ตั้งใจเข้ามาหาฉันเห็นๆ คงเห็นฉันตอนเข้ามาสินะ ความสงบสุขของฉันได้หายไปั้แ่กลุ่มชายพวกนี้เข้าพวกเขาชวนฉันคุยไม่หยุด ฉันรู้สึกอึดอัดมาก ระหว่างที่กลุ่มคนพวกนี้ถามคำถามฉันไม่หยุดฉันก็แอบไปมองโต๊ะข้างหน้า เห็นเลออนถอนหายใจดัง “เฮ้อ”
เขาปิดหนังสือลงแล้วลุกขึ้นและเดินไปที่ประตูทางด้านหน้าห้องสมุด โดยไม่ได้ถือกระเป๋านักเรียนไปด้วย ตอนแรกฉันคิดว่ากำลังจะออกจากห้องสมุดไป แต่แล้วก็เห็นเขาพูดอะไรบ้างอย่างกับบรรนารักษ์ห้องสมุด เขาคุยเสร็จก็มานั่งที่เปิดหนังสืออ่านต่อ
สักพักบรรนารักษ์ก็เดินตรงมาทางนี้ และหยุดตรงที่โต๊ะฉัน
“ถ้าไม่มาอ่านหนังสือก็ออกไป นี่ไม่ใช่ห้างหรือถนนคนเดินที่มีไว้ให้จีบสาว เสียงมันดังรบกวนคนที่เขาเข้ามาใช้บริการ ไสหัวไปซะ”
บรรนารักษ์คนนั้นพูดไล่กลุ่มเด็กผู้ชายกลุ่มนั้นออกไป พวกเขาทำตามอย่างว่าง่ายถึงแม้จะอารมณ์เสียหน่อยๆ ไม่นานบรรนารักษ์ก็กลับไปประจำที่สถานที่ต้อนรับด้านหน้า บรรยากาศเริ่มกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง ฉันรู้ว่าที่บรรนารักษ์มาไล่พวกเขาเป็ฝีมือของเลออนแน่ๆ ตลกดีเขาเป็คนที่ฉันคิดว่าต้องเขาไปช่วยเสมอ แต่นี่กลับเป็ฉันที่ถูกช่วย
ฉันตัดสินใจลุกขึ้นจากโต๊ะและถือกระเป๋าพร้อมหนังสือที่กางอยู่เปลี่ยนไปนั่งโต๊ะข้างหน้า
ฉันค่อยๆ วางหนังสือและกระเป๋าลงข้างๆ ตอนนี้ฉันนั่งประจันหน้ากับเลออน ทันทีที่ฉันนั่งโดยไม่ขอเขา เขาที่กำลังอ่านหนังสือก็เงยหน้าขึ้นมองฉัน และถอนหายใจอีกครั้งดัง ‘เห้อ’ แต่แล้วเขาก็อ่านหนังสือต่อราวกับยอมจำนน ฉันก็กางหนังสือขึ้นมาอ่านต่อเช่นกัน ฉันอ่านหนังสือเล่มนั้นและพูดไปพลาง
“ขอบใจนะ”
“เื่อะไร”
พวกเราคุยกันโดยที่ใบหน้าของเราทั้งคู่อยู่ที่หน้าหนังสือเราไม่ได้เงยหน้าคุยกัน
“เื่ที่ช่วยฉันเมื่อกี้”
“ไม่ใช่ฉันบรรนารักษ์ต่างหาก”
เขาปฏิเสธในการกระทำของตัวเอง แต่ดูก็รู้ว่าเขาพยายามปัดความดีความชอบ
“ถึงอย่างนั้นก็ต้องขอบคุณนายอยู่ดี ไว้ฉันจะเลี้ยงน้ำหรือขนมละกันนะ”
“ขนม? เห็นฉันเป็เด็กรึไง”
เขาตอบด้วยท่าทีเ็า ฉันไม่รู้ว่าสีหน้าของเขาเป็แบบไหนในตอนนี้เพราะฉันกำลังจ้องที่หน้าหนังสือ แต่คงเป็ใบหน้าเบื่อโลกเหมือนอย่างเคย
“เปล่า ฉันอยากซื้อกินเองต่างหากแต่แค่อยากหาข้ออ้างในการซื้อขนมอร่อยๆ โดยการอ้างชื่อนายแค่นั้น”
ฉันปล่อยมุขเข้าไปบ้างเพื่อผ่อนคลายบรรยากาศที่ตึงเคลียด
“อุ๊บ หึๆ ”
สิ้นสุดเสียงหัวเราะเบาๆ นั้น ฉันเงยหน้ามองในทันที เลออนกำลังอมยิ้มและกลั้นขำกับมุขที่ฉันเล่นเมื่อกี้
เอ๊ะ เมื่อกี้เขาหัวเราะออกมางั้นหรอ ทั้งๆ ที่ปกติเขามักจะทำหน้าตาไร้อารมณ์ เบื่อโลก ไม่ก็หงุดหงิด แต่นี่เป็ครั้งแรกเลยที่ฉันเห็นรอยยิ้มของเขาั้แ่ที่เข้ามา พอได้เห็นรอยยิ้มของชายที่คิดว่าจะไม่ได้เห็นจากเขา มันก็ทำให้ฉันยิ้มไปด้วย
‘น่ารักจัง’
ไม่นานเขาก็กลับมาทำสีหน้าไร้อารมณ์อีกครั้ง ‘เสียดาย’
“แต่อย่ามาเสียเวลากับฉันเลย”
อีกแล้ว เขาขีดเส้นกั้นฉันอีกแล้ว ทันใดนั้นเขาก็ปิดหนังสือลง และเก็บกระเป๋าที่อยู่ข้างๆ ขึ้นมาสะพายที่ด้านข้างและลุกขึ้น เขากำลังหันตัวหนีไปจากฉันอีกแล้ว แต่ว่าทำไมนะถึงไม่อยากให้เขาไปเลย
“เดี๋ยว”
ฉันตัดสินใจขว้างมือเขาเอาไว้ แต่สิ่งไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น
<<<สกิลความทรงจำอดีตที่ลืมเลือนของคุณ ทำงาน>>>
ภาพ ภาพหนึ่งฉายขึ้นบนหัวของฉันเป็ภาพที่ฉันกำลังพูดกับผู้ชายคนนี้ “ ‘เลออน’ ” ภาพของฉันกำลังจับมือของเลออนที่อยู่ในตอนกลางคืนใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มของความสุข คืนนั้นมีพลุเต็มไปทั่วท้องฟ้า เหมือนเป็เทศกาล…เทศกาล…? .และภาพก็ได้ดับลง เพราะเลออนปัดมือฉันออก
“เอ๊ะ”
เขาปัดมือของฉันออกและเดินตรงไปที่หน้าประตูห้องสมุด ปล่อยให้ฉันงงกับภาพเมื่อกี้
มันคืออะไร?
ฉันพึ่งรู้จักเขาแต่ทำไมเหมือนฉันจะรู้จักเขามาก่อน จู่ๆ ฉันก็ปวดหัวขึ้นมาราวกับไฟฟ้าในสมองทำงานผิดจังหวะฉันใช้มือข้างซ้ายกุมที่หัว
“นี่มัน เื่อะไรกัน? ”
ความทรงจำเมื่อกี้คืออะไรมันเป็ไปได้ยังไงฉันพึ่งเคยเจอเขาและพวกเราก็ไม่ได้สนิทกันแม้แต่นั่งข้างๆ พวกเราก็แทบไม่ได้คุยกันด้วยซ้ำ แต่ภาพเมื่อกี้มันเหมือนกับฉันได้รู้จักชายคนนี้มานานมากแล้ว
ความรู้สึกที่อบอุ่นและน่าคิดถึงเมื่อกี้นี้มัน…หัวใจของฉันเริ่มต้นรัวๆ ราวกับมันได้เจอเ้าของที่
หายไปอย่างยาวนาน
เลออน อาเคออส นายเป็ใครกัน…?