ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่708 ท่านพ่อ

       คำพูดนั้นของราชาอมตะชรา ต่างก็พาให้เหล่าผู้คนดินแดนจักรพรรดิ ไม่อยากเชื่อกับสิ่งที่ได้ยิน แต่ภาพเบื้องหน้าที่พวกเขาเห็นการห้ำหั่น ส่งกระบวนท่าเหวี่ยงหมัด กำปั้นร่ายรำเข้าใส่กัน ในเสี้ยวพริบตา มันก็ทำให้ความถือดีของพวกเขา เหล่าคนดินแดนจักรพรรดิ ต้องสั่นคลอน ไม่คิดว่าชายหนุ่มผมสีขาวโพลน ใบหน้าหล่อเหลา บัดนี้จะต่อสู้พัวพันขั้นกายเนื้อ กับราชาอมตะชรา ขึ้นไปด้านบนท้องฟ้า ได้อย่างสูสี พร้อมน้ำเสียงกล่าวชม ชายแก่ดังออกมาไม่ขาด 
 

“เจ้าหนุ่ม ไม่เลว! เหมือนว่ากายเนื้อเจ้าเองก็จะอยู่ในขั้นกายาอมตะ ระดับสูงแล้วเช่นกันสินะ”

 


       อี้เฉินที่ก้าวฝีเท้า ถอยหลังออกไปสองสามก้าว พร้อมกับแขนของเขาสั่นไหวน้อยๆ จากแรงกระแทก ไม่ได้ปกปิดพลังด้านกายเนื้อแต่อย่างใด “ที่ผู้อาวุโสกล่าวพูดออกมาถูกต้อง”

 


       ก่อนน้ำเสียงชายแก่ จะเอ่ยเสียงแหบพร่าออกมา “เช่นนั้นลองอะไรที่แตกต่างออกไป ดีหรือไม่” ในฉับพลันที่ชายแก่ ส่งสัญญาณออกไปหาราชาอมตะ ที่พึ่งเลื่อนขั้นพลังมาไม่นาน สตรีนางหนึ่งก็พุ่งปราดเข้ามาผสมโรง ส่งกำปั้นเรียวเล็กของนาง แหวกอากาศเข้าใส่ร่าง อี้เฉินในทันที

 


       เสียงตู้ม!! ที่ดังกึกก้องออกมาไม่ขาด เมื่อกำปั้นราชาอมตะทั้งสอง พุ่งปราดส่งการโจมตีเข้าใส่ อี้เฉินอย่างดุดันและแข็งกร้าว แม้กำปั้นที่เหวี่ยงเข้าใส่กันนั้นจะดูธรรมดา ทว่ามันแฝงไว้ด้วยพลังทำลายล้าง ที่มากมหาศาล หากพลาดท่าโดนหมัดนั่นเข้าไปจังๆ สักหมัดละก็ จะไม่ใช่แค่บาดเจ็บหนัก แต่อาจถึงขั้นตายตกก็เป็นได้

 


       ภาพท้องฟ้าบิดเบี้ยว จากหมัดที่รุนแรงของพวกเขา ส่งให้เศษพลังที่บ้าคลั่ง เสียดสีกัน แตกกระจัดกระจายออกไปทั่ว ราวกับบัดนี้ หมู่ชนเห็นเครื่องจักรสังหาร กวัดแกว่งหมัดเข้าใส่กัน

 


       ...เวลาไม่นานที่อี้เฉินปักหลักแลกหมัด กับเหล่าราชาอมตะทั้งสอง ร่างกายอี้เฉิน ค่อยๆ ถอยร่นออกไปช้าๆ จากพลังกำปั้นที่รุนแรง เสียงดังกัมปนาท สามารถฉีกห้วงอากาศอย่างง่ายดาย ราวกับเป็นเศษกระดาษ เริ่มทำให้อี้เฉินมีโลหิตไหลซึม บริเวณกำปั้น กระดูกภายในร่างลั่นออกมาน้อยๆ

 


         น้ำเสียงศิษย์สตรี อนุชนรุ่นเยาว์ นิกายยอดยุทธ์ นางกล่าวออกมาด้วยความไม่อยากเชื่อ ไม่คิดว่าชายหนุ่มผมขาว ยาวแผ่ขยาย โบกกระจัดกระจาย ไปกับการต่อสู้ หลายร้อยกระบวนท่า อย่างบ้าคลั่งบัดนี้ เขาจะมาอยู่ในระดับ ทัดเทียม ศิษย์เอกอัจฉริยะ นิกายยอดยุทธ์ อย่างเซี่ยงอวี่ได้ “เขาสามารถปะทะ กับราชาอมตะถึงสองคนได้อย่างนั้นหรือ นี่มันไม่ปกติสุดๆ เลยนะ”

 


         ชายหนุ่มที่อยู่ข้างๆ สตรีที่พึ่งกล่าวพูด เขาเป็นศิษย์ของ เซี่ยงอวี่ ยังไม่อยากเชื่อว่าดินแดนเทพ จะมีบุคคลเช่นนี้ผงาดขึ้นมา อยู่ในระดับเทียบเท่า ผู้เป็นอาจารย์ของเขา “หรือว่าเขาจะเป็นจักรพรรดิอี้เฉิน ที่ผู้คนกล่าวพูดถึง เมื่อ6เดือนก่อนอย่างหนาหู ภายในดินแดนจักรพรรดิ”

 


        “ข้าว่าต้อง ใช่ เขาแน่ๆ” น้ำเสียงที่กล่าวพูดซุบซิบ ออกมาก้องไม่ขาด จากศิษย์อนุชนรุ่นเยาว์ แม้แต่ผู้อาวุโสบางคนที่รับรู้นามของอี้เฉิน พวกเขายังหวาดหวั่น อยู่ภายในใจ

 


       ทว่าในกลุ่มคน ดินแดนจักรพรรดิ กลับมีบุรุษเรือนผมสีฟ้าคราม ผู้หนึ่ง จ้องมองมาที่อี้เฉิน ด้วยดวงตาที่เปล่งประกาย เลื่อมใสเทิดทูนในตัวอี้เฉิน จนดวงตาของชายหนุ่มลุกวาว

 


แม้แต่ราชาอมตะที่ยืนสงบนิ่ง ยืนมือไพล่หลัง เห็นภาพฉากการต่อสู้เบื้องหน้า ตัวเขายังพุ่งปราดเข้าไปผสมโรง เข้าต่อสู้พัวพันกับอี้เฉินอีกคน

 


      จนบัดนี้กลายเป็นฉากตะลุมบอน เต็มเปี่ยมไปด้วยความวุ่นวาย พร้อมร่างที่หายออกไปเป็นทางยาว ของพวกเขาปะทะหมัดกันอย่างต่อเนื่อง ราวกับอสูรร้าย ที่หลุดออกจากกรงขัง เข้าห้ำหั่นด้วยความดุดันและแข็งกร้าว เสียงปัง!!กัมปนาท สะเทือนก้องออกไปทั่วชั้นฟ้า จนเกิดความโกลาหลขึ้นมาเล็กๆ จากคลื่นลมระเบิดปั่นป่วน อย่างหนัก

 


      แม้พวกเขา เหล่าราชาอมตะ จะไม่ได้สำแดง ปราณพลังออกมาใช้ แต่พวกเขาอดไม่ได้ ที่จะหวาดหวั่นในตัวอี้เฉินขึ้นมา ครั้นรับรู้ว่าเด็กหนุ่มผู้นี้ ผ่านความเป็นความตาย มานับครั้งไม่ถ้วน ความน่ากลัวของอี้เฉินจริงๆ เกรงว่าจะเป็นการต่อสู้ ที่แท้จริงมากกว่า ซึ่งมันหายากมากที่จะใช้การต่อสู้เฉียดตาย ขัดเกลา ยกระดับมาจนถึงระดับนี้ได้

 


       ก่อนหมัดสุดท้ายของเหล่าราชาอมตะ จะดังออกมากึกก้อง ส่งให้ร่างอี้เฉิน ลอยกระเด็น ฝีเท้าก้าวถอยหลัง ออกไปอย่างต่อเนื่อง แล้วจึงค่อยหยุดฝีเท้าลงได้

 


      ภาพที่หมู่ชนเห็นอี้เฉินกระอักเลือด ออกมาคำใหญ่ ต่างก็พาให้เหล่าศิษย์อนุชน ดินแดนจักรพรรดิ ต่างก็โหร้อง ด้วยความยินดีออกมาดังก้อง “ดี..ดี อย่างนั้นแหละเป็นการต่อสู้ที่ดี”

 


      พวกคนดินแดนเทพยืดอก เอ่ยวาจาเย้ยหยัน ศิษย์อนุชน รุ่นราวคราวเดียวกับพวกเขา ออกมาทันใด “มีอะไรให้น่าภูมิใจเช่นนั้นหรือ พวกคนดินแดนจักรพรรดิ พวกเจ้าคงไม่ได้มองว่า การต่อสู้ สามต่อหนึ่ง เป็นการต่อสู้ที่เท่าเทียมหรอกกระมัง” คำพูดนั้นของอาเม่ย ต่างก็ทำให้คนดินแดนจักรพรรดิ ต่างก็พากันเดือดดาลขึ้นมา ชำเลืองมองสตรีน้อย ด้วยสายตาดุร้ายอย่างไม่วางตา

 


       ทว่าทันใดที่เหล่าราชาอมตะ เตรียมจะกล่าวพูด ครั้นสบสายตาคู่นั้นของอี้เฉิน ที่เดือดดาล มีโลหิตไหลซึมออกมาน้อยๆ จากดวงตาคู่นั้น พวกเขาต่างก็หนังหัวชาวาบ จู่ๆ ก็หวาดกลัวอี้เฉินขึ้นมา แม้แต่กายา ยังแข็งค้างไปชั่วขณะ เม็ดเหงื่อผุดพราย ขึ้นมาเต็มแผ่นหลัง แปลกใจกับดวงตาสีแดงฉาน คู่นั้นของอี้เฉินไม่น้อย ที่ปลดปล่อยรัศมีกดข่มบางอย่างออกมา

 


          ก่อนราชาอมตะ ท่านหนึ่งจะเอ่ยพูดขึ้นมา ด้วยความยากลำบาก น้ำเสียง ตะกุกตะกักขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดถนัดตา “สหายน้อย เราลงไปพูดคุยกันด้านล่างเถอะ”

 


        อี้เฉินเองก็ไม่ได้กล่าวค้าน ครั้นพวกเขาสืบฝีเท้า ลงมายังพื้นดิน มารวมตัวกับฝูงชนด้านล่าง ชายแก่ไต่ถามอี้เฉินออกมาทันที “ไม่ทราบว่า ท่านเป็นผู้ใดเช่นนั้นหรือ”

 


        หมู่ชนบัดนี้ต่างก็เบิกตาออกกว้างอ้าปากค้าง ไม่อยากเชื่อว่า ราชาอมตะ ทั้งสามบัดนี้จะนอบน้อม กับชายหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้า พวกเขาต่างก็รู้ดี ผู้อาวุโสทั้งสาม ต่างก็โอหังกันไม่น้อย ทว่าเหตุใดชายแก่พวกนั้น ถึงได้น้ำเสียงอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด

 


        ซีเผิงผายมือออกไปหาอี้เฉิน เอ่ยพูดออกมาทันที “ชายที่อยู่เบื้องหน้าพวกท่าน เขามีนามว่าจักรพรรดิอี้เฉิน จักรพรรดิผู้ปกครองดินแดนเทพ ของพวกเรา”

 


        แต่ก็มีเหล่าคนดินแดนจักรพรรดิไม่น้อยมองว่า พวกอี้เฉินโอหังมากเกินไป “ก็แค่จักรพรรดิผู้ปกครองดินแดนเทพ ต่ำต้อย เหตุใดต้องวางมาดเสียใหญ่โตเล่า”

 


“ใช่ๆ ดินแดนที่การฝึกฝนใกล้จะจบสิ้นลง มีอะไรให้น่าภูมิใจเช่นนั้นหรือ?”

 


        เหล่าศิษย์อนุชนรุ่นเยาว์ ดินแดนเทพ พวกเขาเดือดดาลขึ้นมาทันที โดยเฉพาะสงครามน้อย “พวกเจ้าหยุดพูดจา สามหาวกับอาจารย์ของข้าได้แล้ว”

 


       ศิษย์อนุชนรุ่นเยาว์ ดินแดนจักรพรรดิ พวกเขาก็ไม่ยอมเช่นกัน “เจ้าออกมาสู้กับพวกเรา สักตั้งไม่เล่า จะได้รู้ถึงความห่างชั้น ของทั้งสองดินแดน ว่ามันห่างกันถึงเพียงใด” ครั้นพวกเขาแยกเขี้ยวเข้าใส่กัน ยิ่งส่งให้บรรยากาศโดยรอบยิ่งหนักอึ้ง คุกรุ่นไปด้วยโทสะ

 


       ก่อนจะมีเทพสวรรค์เรือนผมสีฟ้า ใบหน้าหล่อเหล่า อายุราวๆ อี้เฉินผู้หนึ่ง พุ่งปราดมาหาอี้เฉิน ด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ ตัดบรรยากาศที่อึมครึม รอบบริเวณออกในทันใด เมื่อน้ำเสียงชายหนุ่ม เรียกอี้เฉินออกมาดังก้อง “ท่านพ่อ!!”

 


       ผู้คนต่างก็อยู่ในช่วงเวลาแห่งความสับสนวุ่นวาย ไม่เว้นแม้กระทั่งอี้เฉินบัดนี้ ที่ถูกชายหนุ่มกอดกายเขาไว้แน่น ทว่าเด็กหนุ่มผู้นี้ ช่างดูคุ้นตาของอี้เฉินชอบกล ครั้นหันไปมองซีเผิงอยู่แวบหนึ่ง อี้เฉินจึงกล่าวไต่ถาม ชายหนุ่มออกมา “เออว่าแต่แม่ของเจ้า มีนามว่าอะไรเช่นนั้นหรือ พ่อหนุ่ม”


 

       ซีห่าว เขาที่ได้ยินคำพูดของอี้เฉิน ทำให้ชายหนุ่ม เดือดดาลขึ้นมาน้อยๆ ทำสีหน้าไม่พอใจออกมา “นี่ผ่านไปไม่ถึง30ปี ท่านลืมท่านแม่ ของข้าแล้วเช่นนั้นหรือ? ท่านน้าเองก็เล่าว่า พ่อของข้าเก่งกาจที่สุด ของจอมยุทธ์รุ่นใหม่ แต่ข้าไม่คิดผ่านไปไม่กี่ปีท่านจะหลงลืม ท่านแม่ของข้าแล้ว”

 


       คำพูดนั้นถึงกับต้องให้อี้เฉิน กระแอมไอ อะแฮ่ม!! ออกมากลบเกลื่อน ครั้นเห็นสายตาทุกผู้คนมองมาที่ตัวเขา ด้วยสายตาไม่ดี ราวกับอี้เฉินเที่ยวไปวางไข่ลูกหลานเอาไว้ทั่ว

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน