เขาตื่นขึ้นมารับเช้าวันใหม่ เตรียมพร้อมกับการไปเข้าร่วมกิจกรรมคัดเลือกสมาชิกใหม่ของอนันตนาคราชที่จัดขึ้นในลานฝึกทิศตะวันตกของเมือง
พอมาถึงเขาก็แจ้งชื่อให้กับเจ้าหน้าที่ ก่อนจะถูกพาตัวไปที่ประตูวาร์ปแห่งหนึ่งในสนามประลอง
การทดสอบจะทำขึ้นในมิติพิเศษที่อนันตนาคราชขอเช่าพื้นที่กับระบบของเกมเพื่อลดค่าใช้จ่ายและทำให้ผู้เล่นจะได้แสดงความสามารถได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องความเสียหายรวมถึงใช้ฟังก์ชันจำลองภูมิประเทศเพิ่มเติมด้วย
พอเขาเข้ามาถึงก็เจอกับลานโล่งกว้างขนาดใหญ่ที่มีผู้เล่นแทบทุกระดับ ยืนคุยกันอยู่เสียงจอแจบ้างก็เดินไปเดินมา โม้เหม็นถึงฝีมืออันกล้าแกร่งของตัวเองกับพรรคพวกไม่ก็เปิดหน้าต่างระบบ อ่านอะไรไปตามเรื่องรอคอยเวลาเก้าโมงที่จะเริ่มต้นบททดสอบในอีกไม่นาน
พอถึงเวลาเก้าโมงตรงหน้าต่างระบบของทุกคนก็ได้รับการแจ้งเตือนจากอนันตนาคราชโดยพร้อมเพรียงกัน
แจ้งเตือนบททดสอบครั้งที่1(ขั้นตอนรับสมัครสมาชิกใหม่ กิลด์อนันตนาคราช)
ผู้เล่นทุกคนจะถูกเคลื่อนย้ายไปรวมกันที่สนามทดสอบโดยแบ่งตามช่วงเลเวลดังนี้
สนามทดสอบหมายเลข1 :เลเวล 25-40
สนามทดสอบหมายเลข2 :เลเวล 41-55
สนามทดสอบหมายเลข…
ภายในสนามทดสอบจะมีสัตว์อสูรหลากหลายประเภทกระจายตัวอยู่ผู้เข้าร่วมการคัดเลือกจะต้องสังหารสัตว์อสูรเพื่อรับแต้มสังหาร
เงื่อนไขการผ่านการคัดเลือก
1. ผู้เล่นต้องมีแต้มสังหารไม่น้อยกว่า 100แต้ม เพื่อผ่านบททดสอบครั้งที่ 1
2. ผู้เล่นต้องมีชีวิตรอดในสนามทดสอบจนครบเวลา3 ชั่วโมง
*หมายเหตุ
ผู้เข้าร่วมไม่สามารถตั้งปาร์ตี้ได้
ผู้เล่นที่เสียชีวิต จะไม่ถูกระบบลงโทษตามปกติ
ผู้เล่นที่เสียชีวิตนับว่าไม่ผ่านการทดสอบ
สัตว์อสูรทั้งหมดจะไม่ดรอปไอเทมหรือค่าประสบการณ์ใดๆ
การทดสอบจะเริ่มต้นขึ้นในอีก 15 นาที
ผู้เล่นทุกคนอ่านข้อความแจ้งเตือนตรงหน้าอย่างรวดเร็ว
คนที่พอมีหัวคิดหน่อยก็เริ่มวางแผนว่าจะเอาตัวรอดในสนามทดสอบอย่างไรส่วนคนที่มั่นใจในฝีมือก็เพียงเหลือบมองผู้เล่นคนอื่นอย่างดูแคลนคล้ายกับกำลังมองเหยื่อสังเวยคมดาบของตน
วิฬาร์อ่านข้อความแล้วก็ประเมินได้ไม่ยากว่าการทดสอบครั้งนี้เป็นการวัดทักษะความสามารถส่วนตัวในหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นการรับมือกับภารกิจที่ให้มาอย่างฉุกละหุกวัดความสามารถในการล่าสัตว์อสูร และความสามารถในการเอาตัวรอดได้เป็นอย่างดี
ในสนามทดสอบที่ไม่ว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้มีความวุ่นวายแทบทุกจุดแบบนี้ ก็เปรียบเหมือนกับการจำลองสถานการณ์ของทหารรับจ้างที่บางครั้งจะต้องหาวิธีเอาตัวรอดจากสถานการณ์พิสดาร หรือสนามรบอันดุเดือดที่ต้องหนีตายจากทั้งสัตว์อสูรและผู้เล่นด้วยกันเอง
ซึ่งผู้เล่นส่วนใหญ่ก็มักจะมีวิธีเอาตัวรอดหลักๆอยู่สองรูปแบบ
แบบแรกคือหลบหนีจากอันตรายซ่อนตัว ซุ่มสังหารเป้าหมาย และวิ่งจนกว่าจะครบเวลาสามชั่วโมงของการทดสอบ
และอีกแบบก็คือฆ่า
ฆ่าให้เหี้ยน!
ฆ่าจนเลือดแดงฉานฆ่าจนศัตรูตายหมดสิ้น ฆ่าจนไม่มีใครกล้าเข้ามาวัดกับคุณอีกต่อไป
วิฬาร์แอบเสียดายเล็กน้อยที่ตอนนี้เขาต้องพยายามปกปิดตัวเองเอาไว้ไม่ให้โดดเด่นจนเป็นที่จับตามอง เพราะถ้าเกิดมีใครสักคนเริ่มระแคะระคายถึงความผิดปกติเข้าให้ก็จะกระตุ้นให้เกิดการสืบเสาะหาที่มาของตัวเขา ซึ่งไม่แน่ว่าด้วยความโชคดีก็อาจจะสืบจนพอจะเดาได้ว่าเขาเข้าไปมีเอี่ยวกับผู้บริหารระดับสูงของอนันตนาคราชก็ได้
ดังนั้นในการทดสอบครั้งนี้เขาจะต้องไม่เปิดตัวให้ ‘โดดเด่น’ นัก
………………..
ผู้เล่นจะถูกเคลื่อนย้ายในอีก3…2…1
เมื่อถึงเวลาเริ่มการทดสอบผู้เล่นทั้งหมดในลานกว้างก็ถูกวาร์ปไปตามสนามทดสอบแห่งต่างๆส่วนวิฬาร์นั้นก็ถูกวาร์ปมาในสนามทดสอบหมายเลข 1 ตามช่วงเลเวลของเขา
เผละ…
กลิ่นอับชื้นชวนให้เวียนหัวลอยเข้าจมูกเขาทันทีที่ภาพเบื้องหน้าแปรเปลี่ยนไป
สองเท้าจมอยู่ในเนื้อโคลนหมักหมมจนถึงหน้าแข้งมีแมลงน่ารังเกียจสามสี่ตัวที่เห็นเป้าหมายใหม่พากันบินตรงเข้ามาหาเขาด้วยความรวดเร็ว
วิฬาร์ถอนหายใจพลางมองบนในความดวงซวยของตัวเองอย่างช่วยไม่ได้แค่เปิดตัวมาก็เจอโคลนเละเทะจนเลอะรองเท้าไปหมดแบบนี้ ช่างไม่น่าอภิรมย์เอาซะเลย
เขาเหยียบย่ำออกจากบ่อโคลนแต่ยิ่งเดินกลับยิ่งลึกลงไปเรื่อยๆ วิฬาร์จึงยั้งเท้าหมายจะย้อนกลับไปทางเก่าแต่พอหยุดเคลื่อนไหว เขากลับสังเกตได้ว่าร่างกายตัวเองกลับค่อยๆ จมลึกลงไปเรื่อยๆแทน
“เห้อโคลนดูด!” แค่โคลนดูดไม่ใช่ปัญหา วิฬาร์ใช้เวทมนตร์ง่ายๆสองสามบทก็พาตัวเองออกมาได้อย่างไม่ยากเย็น
บรึ้ม!
เสียงระเบิดดังแผ่วๆออกไปทางด้านซ้าย ในขณะที่เขากำลังใช้ความพยายามเดินหลบออกมาจากบ่อโคลนนั้น
สงสัยว่าผู้เล่นบางคนอาจจะเริ่มปะทะกันแล้ว
ส่วนตัวเขาเองก็ต้องเริ่มออกล่าสัตว์อสูรแล้วเหมือนกัน
สภาพแวดล้อมตรงหน้าเป็นป่าเต็งรังแห่งหนึ่งที่มีหญ้าปกคลุมสูงประมาณเข่าในแทบจะทุกตารางนิ้วรวมถึงมีไม้ยืนต้นขนาดประมาณเสาบ้าน ขึ้นกระจายกันอยู่อีกไม่น้อยนับว่าเป็นภูมิประเทศที่ซ่อนตัวได้ไม่ยากแบบหนึ่งเลยทีเดียว
เขาถือโอกาสที่ทั้งตัวเปื้อนโคลนอยู่เดินเข้าไปในพงหญ้าข้างๆ แล้วถอนมันขึ้นมาหลายกระจุก แปะติดเข้าตามตัวจนทั่วเพื่อพรางตัวไม่ให้ใครเห็นก่อนจะค่อยๆ เคลื่อนที่อย่างช้าๆ ไปตามเสียงระเบิดที่ได้ยินเมื่อครู่ส่วนมือทั้งสองข้างก็ไม่ได้ปล่อยว่าง หลังจากร่ายเวทสนับสนุนหลายบทใส่ตัวเองแล้วก็หยิบมีดสั้นเล่มเดิมที่อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เข้าเกมออกมาถือไว้ เพราะเห็นว่าการต่อสู้ในป่าแบบนี้คงจะใช้หอกได้ลำบากกว่ามาก
วิฬาร์เจอจุดซ่อนตัวหลังต้นไม้ใหญ่จึงพาตัวเองหลบมุมเพื่อดูสถานการณ์ มองซ้ายมองขวาอย่างระมัดระวังจากนั้นก็สำรวจบนคาคบไม้ที่เหนือหัว เมื่อไม่เห็นอันตราย ก็ค่อยๆ ย่องต่อไปพลางกวาดตามองซ้ายขวาหน้าหลังไปตลอดทาง
เดินไปอีกเล็กน้อยก็ได้ยินเสียงพรืดหอบใหญ่ดังมาจากเบื้องหน้าและเมื่อชะเง้อดู ก็พบควายป่าขนาดใหญ่ตัวหนึ่ง นอนแช่ปลักโคลนอยู่ไกลๆมันสะบัดหางไปมาพาลพ่นลมหายใจฟืดฟาดเป็นระยะ
“ผู้เล่นวิฬาร์พบควายป่า เลเวล 40 (10 แต้มสังหาร)”
แจ้งเตือนจากระบบบอกถึงแต้มสังหารที่จะได้รับหากฆ่าควายป่าตัวนี้
มันนอนอาบโคลนอย่างสบายใจเฉิบเขาแหลมทั้งสองข้างของมันทำมุมแปลกประหลาดแต่ก็ทำให้รู้ว่าพิษสงของมันร้ายกาจขนาดไหน
วิฬาร์เคลื่อนตัวเข้าไปอย่างช้าๆพร้อมสำรวจสภาพแวดล้อมรอบตัวเพื่อหาทางหนีทีไล่ แต่ยังไม่ทันจะทำอะไรก็พบเจอกับรอยเท้าหนึ่งรอยที่ย่ำจนกอหญ้าแหวกลู่เป็นทางอยู่เบื้องหน้า
‘ดูท่าเหยื่อตัวนี้จะมีคนจอง’
ดูจากสถานการณ์แล้วไม่แน่ว่าในพงหญ้ารอบตัวควายป่าตัวนี้อาจจะมีผู้เล่นอีกหลายคนกำลังซุ่มรอจังหวะอยู่อีกไม่น้อยก็เป็นได้
ธาตุเวทระดับล่างบอลเวทไฟx4
ธาตุเวทระดับล่างบอลเวทแสงx10
แต่มีหรือวิฬาร์จะสนใจในเมื่อทุกคนยังไม่มีใครลงมือ ก็แสดงว่ากำลังคุมเชิงกันอยู่และเขาไม่คิดจะเข้าไปเล่นตามเกมคนอื่นซะด้วย
หลังจากได้รับไอเทมระดับสูงจากฮาลอสวิฬาร์ก็บอกลาไม้กายสิทธิ์กิ๊กก๊อกที่ได้มาจากภารกิจในตอนแรกทันทีตอนนี้เขาไม่ต่างจากพยัคฆ์ติดปีก ไม่ว่าจะแหวนเวท สร้อยคอ ไม้กายสิทธิ์ต่างก็เป็นของระดับ Dถึง C ขึ้นไปทั้งสิ้น เพิ่มกำลังรบให้เขาอีกโข
ไอเทมใหม่ระดับสูงยิ่งใช้ก็ยิ่งคล่องมือ เขากระจายเวทไฟขนาดเล็กออกไปทุกทิศทาง ล้อมรอบควายป่าตัวนั้นไว้หลายชุดเตรียมจุดไฟเผาป่า
วินาทีถัดมาผู้เล่นที่ซุ่มเตรียมโจมตีควายป่าอยู่โดยรอบก็แตกตื่นขึ้นมาทันทีเปิดเผยตำแหน่งให้วิฬาร์ที่ซุ่มอยู่วงนอกเห็นได้ถนัดตา ทำให้บอลเวทแสงที่เขาเตรียมการไว้ถูกใช้งาน
วาบ…
แสงจ้าชั่วขณะเปลี่ยนโลกเบื้องหน้าของผู้เล่นโชคร้ายสามคนให้เป็นความมืด และความเคลื่อนไหวอย่างปัจจุบันทันด่วนของผู้เล่นทั้งสามก็กระตุ้นโทสะของเจ้าควาย จนมันทะยานร่างขึ้นจากปลักโคลนด้วยความตื่นตระหนก
มันมองเห็นเป้าหมายเบื้องหน้าและพุ่งเข้าใส่ทันที
“อ๊าก!” ผู้เล่นโชคร้ายคนนั้นส่งเสียงกรีดร้องดังลั่นเมื่อถูกสัตว์อสูรโจมตีโดยไม่ทันตั้งตัวเลือดในหลอดลดไปเกือบหนึ่งในสาม ก่อนจะกระเด็นไปกระแทกกับต้นไม้ข้างๆ จนสลบไป
ส่วนวิฬาร์ที่เป็นตาอยู่เตรียมจะคว้าพุงปลาไปกิน ก็เสกหอกเวทไฟขึ้นมาสองอัน เล็งเข้าไปที่ข้อพับตรงขาหลังของควายป่าอย่างแม่นยำ
มันกู่ร้องเสียงทุ้มต่ำเมื่อโดนโจมตีแล้วละจากเป้าหมายเบื้องหน้า สะบัดหัวทุยๆ ของมันกลับมาด้านหลังก็เห็นผู้เล่นคนหนึ่งนอนขยี้ตาอย่างไม่ทันระวังตัว
เปรี้ยง!
เสร็จไปอีกหนึ่ง
วิฬาร์ล่อซ้ายล่อขวาพลางป้ายความผิดใส่ผู้เล่นคนอื่นให้รับกรรมแทนอย่างเชี่ยวชาญก่อนจะโยนเวทโจมตีเข้าไปสามสี่ดอกเป็นครั้งสุดท้ายเพื่อปิดฉากสัตว์อสูรเบื้องหน้า จากนั้นก็หายตัวไปราวกับสายลมไม่เหลือหลักฐานอะไรทิ้งไว้ให้สาวถึงตัวได้
ส่วนผู้เล่นสามคนนั้นก็นอนสลบปางตายอยู่ไม่ห่าง
มาถึงตอนที่ 40 กันแล้วนะครับ ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ติดตามมาโดยตลอดครับ ทางผมเองก็มีเพจส่วนตัวในเฟซบุ๊คด้วย สามารถกดเข้าไปติดตามกันได้ที่เพจ Paraginos นะครับ ในนั้นจะมีการอัพเดทข่าวสาร รวมถึงเป็นพื้นที่ให้ทุกคนได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันครับ รวมถึงในอนาคต อาจจะมีกิจกรรมต่างๆ ให้ร่วมสนุกและเป็นส่วนหนึ่งในนิยายของผมด้วยนะครับ