ข้านี่แหละเทพ

    ตอนที่ 34 เหรียญทองอี้จิงทำนายสวรรค์


    หลังจากทั้งหมดเดินออกมาจากห้องสมบัตินั้น จินเข่ออี๋ได้กล่าวกับอี้เหรินเฟิ่งในทันได


     


    "นี่คุณชายเฟิ่ง จะเป็นการรบกวนท่านไหม ถ้าข้าจะเชิญท่านร่วมทานอาหารกันในตอนนี้" เนื่องจากจินเข่ออี๋นั้นในตอนนี้นางได้เกิดอาการคลั่งไคล้จินฉานเข้าไห้แล้ว นางจึงพยายามที่จะเข้าใกล้อี้เหรินเฟิ่งเพื่อที่จะได้อยู่ใกล้ๆจินฉาน นางถึงกับจะเสนอไห้อี้เหรินเฟิ่งอยู่พักที่ จินซานฟู่กุ้ยเลยด้วยซ้ำ


     


    อี้เหรินเฟิ่งไม่ได้คิดอ่ะไรมาก จึงตอบตกลงกับนางไป จากนั้นทั้งหมดจึงไปรับประทานอาหารยังห้องอาหารของอาคาร


     


    อี้เหรินเฟิ่งเมื่อกินข้าวเสร็จจึงจะขอตัวกลับไปยังที่พัก แต่เขานั้นได้ถูกจินเข่ออี๋รั้งไว้ นางบอกว่าที่แห่งนี้มีห้องพักมากมาย พร้อมทั้งมีคนดูแลตลอดเวลา ไม่จำเป็นจะต้องไปพักที่อื่น อีกอย่างนั้นตัวนางมีการค้าที่จะมอบไห้กับอี้เหรินเฟิ่งเช่นกัน


     


    ส่วนรายละเอียดนั้น นางจะคุยกับเขาในเช้าวันรุ่งขึ้น อี้เหรินเฟิ่งไม่เหตุผลที่จะปฏิเสธคำขอของนางแต่อย่างได เดินตามผู้ดูแลไปยังส่วนของห้องพักด้านหลังอาคาร


     


    เรือนพักของเขาอยู่ติดกับเรือนพักของ จินเข่ออี๋ เป็นเรือนไม้ชั้นเดียวขนาดใหญ่หลังหนึ่ง ด้านหน้ามีสวนหย่อมและบ่อปลา บรรยากาศร่มรื่นน่าอยู่ยิ่ง


     


    เมื่ออี้เหรินเฟิ่งและจินฉานเข้ามายังเรือนพัก ทั้งสองก็ตรงเข้าไปยังห้องนอน ปิดประตูลงกลอนแล้วนำกล่องใบนั้นออกมาสำรวจในทันที


     


    "ท่านพี่ท่านลองเปิดดู ข้าสัมผัสได้ถึงพลังทางสายเลือดรุนแรงยิ่ง แต่ไม่ทราบว่าด้านในนั้นเป็นสิ่งได"


     


    "ได้ ข้าจะลองเปิดมันเดี๋ยวนี้แหละ"จากนั้นอี้เหรินเฟิ่งจึงพยายามเปิดกล่องใบนั้น แต่ไม่ว่าจะใช้แรงมากเท่าไหร่ ใส่พลังไปแค่ไหน เจ้ากล่องใบนี้ก็ไม่ขยับแม้เพียงสักนิด


     


    "นี่จินฉาน ข้าเปิดมันไม่ออก เจ้าลองดูสิ" 


     


    จินฉานจึงได้กระโดดไปยังกล่องไม้ใบนั้น มันพยายามใช้พลังเปิดเช่นกัน แต่ก็ไม่มีปฏิกิริยาไดๆเลยงับก็แล้ว เตะก็แล้ว เอาลิ้นดึงก็แล้ว ยังไม่สามารถเปิดกล่องใบนั้นได้


     


    "นี่จินฉาน เจ้าว่าเจ้าสัมผัสพลังของสายเลือดจากมันได้ เจ้าลองหยดเลือดของเจ้าลงไปสิ"


     


    จินฉานได้ยินดังนั้นก็ตาลุกวาว เหตุไดจึงคิดไม่ออกแต่แรกกันนะ


     


    "ได้ ข้าจะลองเดี๋ยวนี้"


     


    จากนั้นจินฉานจึงได้พ่นแก่นโลหิตของตัวเองลงบนกล่องไม้สีดำใบนั้น ทันไดนั้นเองเมื่อเลือดของจินฉานกระทบเข้ากับกล่องไม้ เหมือนมีชั้นแสงบางๆที่ห่อหุ้มกล่องไม้ใบนั้น ได้แตกกระจาย พังทลายลงไปในทันได กลิ่นอายโบราณคลุ้งกระจายเต็มห้อง 


     


    เห็นดังนั้นจินฉานจึงใช้ลิ้นของมันดันเปิดฝากล่องอย่างช้าๆ ภายในกล่องนั้น มีเหรียญทองอยู่หนึ่งเหรียญ เหรียญทองวงกลม ตรงกลางเหรียญมีรูเล็กๆรูปสี่เหลี่ยมอยู่ มีอักษรสลักอยู่สี่ทิศ


     


    จินฉานเมื่อเห็นดังนั้นภายในจิตใต้สำนึก พลังสายเลือดถูกกระตุ้นขึ้นมา เขาทราบในทันทีว่าสิ่งนี้คืออะไร ใช้ทำหน้าที่อะไร มันใช้ลิ้นตวัดเหรียญทองคาบเอาไว้ในปากทันที


     


    ทันไดพลังของมันเหมือนจะเพิ่มขึ้น ไอปราณโบราณเอ่อล้นออกมาจากร่างกาย เหมือนสัตว์โบราณดึกดำบรรพ์ จินฉานหันมามองอี้เหรินเฟิ่ง แล้วบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเหรียญทองนี้ไห้กับอี้เหรินเฟิ่งได้รับฟัง


     


    "เหรียญทองเหรียญนี้ มีชื่อว่า เหรียญทองอี้จิงทำนายสวรรค์ เป็นอาวุธวิเศษประจำเผ่าพันธุ์ของข้า มันได้หายไปจากหน้าประวัติศาสตร์ไปกว่าห้าแสนปีแล้ว"


     


    "เดิมมีไว้เพื่อบ่งบอกถึงตำแหน่งราชาของเผ่าพันธุ์ของข้า เมื่อมีไว้ครอบครอง ว่ากันว่าสามารถดึงดูดของมีค่ามากมาย สามารถทำนายถึงของวิเศษสะท้านโลก ช่วยไห้ข้าสามารถบ่มเพาะพลังได้รวดเร็วขึ้นนับสิบเท่า"


     


    "และมันยังบรรจุไว้ด้วยยอดวิชาประจำเผ่าพันธุ์ของข้า ซึ่งจะมีเฉพาะราชาเท่านั้น จึงจะมีสิทธิได้ฝึกฝนมัน"


     


    "ยอดวิชานั้นมีนามว่า ทำนายเป็นตาย ผู้ฝึกสำเร็จขั้นสูงสุด ว่ากันว่าด้วยการโยนเหรียญทำนายเพียงครั้งเดียว หากออกหัว ศัตรูที่มีระดับการบ่มเพาะเท่ากันหรือน้อยกว่า จะถูกสังหารในทันที หากออกก้อย ศัตรูก็จะถูกสังหารในทันทีเช่นกัน !! "


     


    "เป็นยังไง ร้ายกาจใช่หรือไม่ แต่ว่าใช้ได้เพียงวันละหนึ่งครั้งเท่านั้น เพราะมันใช้พลังงานจำนวนมาก"


     


    อี้เหรินเฟิ่งได้ยินก็คิ้วกระตุกในทันได จะบอกหัวบอกก้อยอันไดกัน ออกด้านไหนก็ตายมิใช่หรือ?? จินฉานได้กล่าวต่อไปว่า


     


    "หากเจอยอดฝีมือที่ฝีมือเหนือกว่า ยอดวิชานี้ สามารถทำไห้เราหลบรอดการโจมตีถึงตายได้หนึ่งครั้ง แล้วหายออกไปจากสนามรบนับร้อยกิโลเมตรเลยทีเดียว ถือเป็นยอดวิชาที่ใช้ทั้งโจมตีและหลบหนีเลยทีเดียว"


     


    "เห็นไหมท่านพี่ เพียงแค่ข้ามีเจ้าสิ่งนี้ ข้าคือราชาของโลกใบนี้ ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า"....


     


    "ยินดีกับเจ้าด้วย จะน่ายินดีกว่านี้ถ้าเจ้าจะโม้ให้มันน้อยๆหน่อย"


     


    "ข้าจะพักผ่อนแล้ว เจ้าก็ด้วยเล่นเหรียญนั้นเสร็จก็นอนได้แล้ว ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้แม่สาวนั่นจะขอร้องอะไรเจ้า"


     


    "ข้าทราบแล้วท่านพี่" จากนั้นอี้เหรินเฟิ่งก็พักผ่อนในทันที


     


    เช้าวันต่อมา ผู้ดูแลหญิงคนหนึ่งได้เข้ามาเชิญอี้เหรินเฟิ่ง ไห้ไปร่วมทานอาหารเช้ากับจินเข่ออี๋ อี้เหรินเฟิ่งและจินฉานทั้งสองจึงตามไปอย่างว่าง่าย


     


    เมื่อร่วมทานอาหารเสร็จแล้ว จินเข่ออี๋จึงได้กล่าวกับอี้เหรินเฟิ่งและจินฉานเกี่ยวกับทุระในทันที 


     


    "คุณชายอี้เหริน ข้ามีการค้ามาไห้ท่าน วันนี้เราจะไปล่าสมบัติภายในเมืองกัน"


     


    "เมื่อวานนี้ ข้าดูแล้วท่านคงจะใช้ความสามารถของจินฉานในการผ่าหยกใช่หรือไม่"


     


    "ดังนั้น วันนี้พวกเราจะใช้ความสามารถนี้ ออกไปตามล่าหาสมบัติสะท้านฟ้าภายในเมืองมาไห้หมด"


     


    "พวกเราจะพลิกทั้งเมืองเพื่อรวบรวมหยกวิเศษมาไว้ครอบครอง ดีหรือไม่ ส่วนแบ่งนั้นแบ่งกันคนละครึ่ง ข้าจะเป็นคนออกเงินซื้อหินหยกเอง"


     


    เนื่องจากเมืองจินเฉิงแห่งนี้ เป็นเมืองขนาดใหญ่ มีผู้อยู่อาศัยนับสิบๆล้านคน เต็มไปด้วยการค้า หอสมบัติมากมาย รวมไปถึงลานประมูลหินอย่างของจินซานฟู่กุ้ยนั้น ก็มีนับร้อยแห่ง สำหรับผู้ที่ชอบเสี่ยงโชคนั้น การผ่าหินหยกนับเป็นอันดับหนึ่ง ทำไห้ได้รับความนิยมเป็นอย่างยิ่ง


     


    ทำไห้กิจการชนิดนี้มีอยู่เต็มเมืองไปหมด และเนื่องจากจินเข่ออี๋นั้น รู้ถึงความสามารถของจินฉาน นางจึงมองเห็นโอกาสนี้ โอกาสหากำไรอันงดงาม สตรีน้อยนางนี้นั้นชื่นชอบเงินทองของมีค่าเป็นที่สุด


     


    อี้เหรินเฟิ่งตรึกรองดูก็ตอบตกลง เนื่องจากว่าตนไม่ได้เสียหายอะไร และจินฉานนั้นตัวมันก็ชื่นชอบการออกไปหาสมบัติเช่นนี้ยิ่งนัก ทั้งสองจึงตกลงโดยพลัน


     


    แต่การจะออกไปด้านนอกนั้นเพื่อไม่ไห้เป็นที่จดจำนั้น พวกเขาจึงต้องแต่งกายอย่างมิดชิดปิดบังใบหน้าเป็นอย่างดี เพื่อที่จะไม่ไห้ตกเป็นเป้าสายตาแล้วถูกติดตามโดยง่าย


     


    จากนั้นพวกเขาก็ได้แอบออกจากจินซานฟู่กุ้ยจากทางประตูลับหลังร้าน หายไปในเมืองที่ผู้คนพลุกพล่าน ทั้งสองจะเดินทางไปยังสุดขอบกำแพงเมืองด้านทิศใต้ก่อน จากนั้นจึงจะตระเวนไปยังลานประมูลหยกในที่ต่างๆทั่วทั้งเมือง


     


    จินเข่ออี๋นั้นกะระยะเวลาคร่าวๆไว้แล้ว ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด พวกเขาน่าจะใช้เวลาประมาณสิบวัน กว่าจะเดินเลือกหาหินวิเศษไห้ทั่วทั้งเมืองได้สำเร็จ


     


    และเมื่อพวกเขาเดินทางมายังฝั่งใต้ได้สำเร็จนั้น อี้เหรินเฟิ่งก็ได้ตื่นตะลึงในความสวยงามของฝั่งใต้ ที่นี่เต็มไปด้วยท่าจอดเรือ ผู้คนมากมายมาจากทุกสารทิศ อัดแน่นไปด้วยพ่อค้าวาณิช กลิ่นอายเงินทองลอยละล่องมาตามลม “นี่มันสถานที่แห่งเงินทองโดยแท้”


     


     


    คล้ายกับเรื่องข้านี่แหละเทพ ที่คุณอ่าน

    อสูรข้ามฟ้า

    อสูรข้ามฟ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.46M 2294
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    คัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว]

    คัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    388K 744
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    หวนคืนมรรคา วิถีสู่สวรรค์

    หวนคืนมรรคา วิถีสู่สวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.57M 5024
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    นิยาย แฟนตาซี
    73K 77
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367