ยอดคุณพ่อขั้นเทพ

    บทที่ 105 : โลหิตตามวิญญาณ

    โลหิตตามวิญญาณ
    “คนพวกนี้สอนสั่งไปก็ไร้ค่า เป็นพวกไร้ประโยชน์ทำอะไรไม่ได้อย่างแท้จริง” ซือถู้พั่วพึมพำเสียงเย็น ขณะที่สองมือของเขากำแน่นด้วยความโกรธที่ไม่อาจระเบิดออกมาได้
    เขาพลันสูดลมหายใจเข้าลึก เพื่อสงบสติอารมณ์ของตัวเองลง
    เมื่ออารมณ์ของเขาสงบลงแล้ว เขาก็ขมวดคิ้วหนัก เพราะการที่คนทั้งสิบค้นหาไปทั่วเซี่ยงไฮ้แล้วยังไม่พบกับคนที่ฆ่าซาโปตงลูกศิษย์ของเขา
    อย่างนั้นก็หมายความว่าอีกฝ่ายมีทักษะที่ดีไม่น้อย ถึงกับสามารถรอดพ้นสายตาของผู้ฝึกตนระดับท่องนภาทั้งสิบคนได้
    “เดี๋ยวก่อนสิ อย่างน้อยมันต้องเป็นผู้ฝึกตนระดับเทพสวรรค์ขั้นปลายเป็นอย่างน้อย ถึงจะฆ่าซาโปตงได้!”
    ซือถู้พั่วเหมือนเพิ่งจะคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาได้ ต้องอดตบที่หน้าผากของตัวเองไม่ได้ ดูเหมือนว่าเขาจะแก่จนเลอะเลือนแล้ว
    ที่พวกผู้ฝึกตนระดับท่องนภาทั้งสิบคน หาคนที่ฆ่าซาโปตงไม่พบ ไม่ใช่ว่าอีกฝ่ายมีทักษะที่ดีไม่น้อยอันใด หากแต่เป็นเพราะมีความแข็งแกร่งมากกว่าต่างหาก
    “แต่ไม่ว่าเจ้าจะเป็นผู้ฝึกตนระดับเทพสวรรค์ขั้นปลาย หรือว่าราชาดวงดาวขั้นต้น ไม่ว่ายังไงเจ้าก็ต้องถูกข้าฆ่า!”
    น้ำเสียงที่เย็นเยียบเสียดกระดูกของซือถู้พั่วดังออกมาจากปากของเขา พร้อมกันนั้นพลังทั่วร่างของเขาก็ทะลักออกมาเล็กน้อย ส่งผลให้อากาศรอบด้านนั้น สะเทือนสั่นไหวขึ้นมาระลอกหนึ่ง
    จากนั้นซือถู้พั่วก็ไม่ได้ยืนนิ่งอยู่ที่เดิมอีกต่อไป เริ่มการออกค้นหาคนที่ฆ่าซาโปตงหรือก็คือหลินเฉินด้วยตัวเอง
    แต่ไม่ว่าซือถู้พั่วจะค้นหาอย่างไร เขาก็ไม่พบหลินเฉิน และไม่มีแม้แต่ร่องรอยใดๆ ให้เขาติดตามไป
    การที่ซือถู้พั่วไม่พบร่องรอยอะไรเลยแบบนี้ ไม่ใช่ว่าซือถู้พั่วไร้ความสามารถ แต่เป็นเพราะว่าหลินเฉินได้ลบร่องรอยทั้งหมดไปแล้ว
    เมื่อลบร่องรอยทั้งหมดไป ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่ซือถู้พั่วจะไม่สามารถหาหลินเฉินพบ
    “ข้าไม่เชื่อว่าจะหาเจ้าไม่พบ!” ซือถู้พั่วยังคงค้นหาอย่างต่อเนื่อง แทบจะพลิกแผ่นดินเซี่ยงไฮ้ค้นหา
    จิตสัมผัสของเขาถูกใช้ออกไปเป็นจำนวนมาก กวาดผ่านไปแทบจะทั่วทั้งเซี่ยงไฮ้และพื้นที่ใกล้เคียง
    เวลาค่อยๆ เคลื่อนผ่าน สุดท้ายดวงตะวันก็ลาลับขอบฟ้า ดวงจันทร์ได้ลอยขึ้นมาแทนที่
    ซือถู้พั่วยืนอยู่บนท้องฟ้า เขาขบกรามแน่น ทั่วร่างสั่นไปมาไม่หยุด ซึ่งมันเป็นการสั่นที่เต็มไปด้วยความโกรธ
    จะไม่ให้เขาโกรธได้ยังไง ในเมื่อไม่ว่าเขาจะค้นหายังไง ก็ไม่พบตัวคนที่ฆ่าซาโปตงเลย นี่มันราวกับว่าเขากำลังงมเข็มในมหาสมุทรอยู่เลย ไม่ใช่รึไง
    “เมื่อเป็นแบบนี้ ข้าได้แต่ใช้วิธีนั้น!” ซือถู้พั่วพูด เป็นการพูดออกมาอย่างยากลำบากผ่านไรฟัน
    เมื่อตัดสินใจที่จะใช้วิธีนั้น ซือถู้พั่วไม่ลังเลที่จะตบไปที่แผ่นอกของตัวเองอย่างแรง
    พรวด!
    เลือดพุ่งออกมาจากปากของซือถู้พั่วเป็นจำนวนมาก ใบหน้าของเขาจากเดิมที่ปกติ เริ่มซีดขาวลงอย่างรวดเร็ว
    “โลหิตตามวิญญาณ!” ซือถู้พั่วแผดร้องเสียงก้องกังวานออกไป ทันใดนั้น เลือดจำนวนมากที่พุ่งออกมาจากปากของซือถู้พั่วก็ค่อยๆ ลอยออกไปด้วยความเร็วสูง
    ซือถู้พั่วแน่นอนว่าไม่ได้รอช้า รีบตามทิศทางที่เลือดนั่นพุ่งไป
    นี่เป็นหนึ่งในทักษะค้นหาอันดับหนึ่งของนิกายวายุโลหิต ‘โลหิตตามวิญญาณ’
    แต่มันก็เป็นทักษะที่ผู้คนในนิกายไม่นิยมใช้กันมากนัก หากไม่ถึงคราวที่จำเป็นต้องใช้จริงๆ
    เหตุผลนั้น ไม่ได้มีอะไรมากเลย นอกจากมันจะทำให้ตัวผู้ใช้อ่อนแอลงระดับหนึ่ง เป็นอย่างที่ซือถู้พั่วต้องเผชิญอยู่ตอนนี้
    แม้ว่าพื้นฐานฝึกตนของเขาจะอยู่ในระดับราชาดวงดาวขั้นต้น แต่พลังความแข็งแกร่งที่เขาใช้ออกมาได้นั้น ก็คือระดับเทพสวรรค์ขั้นปลาย
    แต่ถึงแม้ว่าเขาจะอ่อนแอลง ซือถู้พั่วก็ยังคงมีความมั่นใจเป็นจำนวนมากว่า เขาสามารถฆ่าหลินเฉินได้
    ด้วยความมั่นใจอันเต็มเปี่ยม เขากระทั่งเชื่อว่านอกเหนือจากนิกายของเขาและนิกายที่ซ่อนอยู่อีกสามแห่ง ในประเทศจีน ไม่มีใครที่เขาจะฆ่าไม่ได้!
    ใช้เวลาติดตามเลือดที่พุ่งนำทางมาอยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง มันก็พาเขามาถึงสถานที่ที่หนึ่ง ซึ่งที่นี่ก็คือบนท้องฟ้าเหนือบ้านของหลินเฉิน
    “บ้านหลังนี้รึ?” ซือถู้พั่วโบกมือสลายเลือดจำนวนมากของตัวเอง ก่อนที่จะเพ่งสายตามองลงไปที่บ้านของหลินเฉิน
    “ดูเหมือนว่ามันจะมีทักษะซ่อนตัวที่แข็งแกร่งเอาเรื่อง ขนาดข้ามาอยู่ใกล้ขนาดนี้ ยังไม่สามารถสัมผัสถึงอะไรได้เลย”
    ด้วยการมาถึงของซือถู้พั่ว หลินเฉินย่อมรับรู้ได้ เขาที่อยู่ภายในบ้าน ต้องถอนหายใจออกมา เขารู้สึกว่าตัวเองเจอเรื่องแบบนี้บ่อยมากเกินไป นับตั้งแต่ที่เขากลับมาจากโลกอมตะ
    แต่แม้ว่าจะเจอบ่อย เขาก็ไม่ขี้เกียจที่จะจัดการ เพราะการจัดการให้จบไปนั้น จะเป็นผลดีมากกว่าการหลีกเลี่ยงและทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น
    หลินเฉินออกมาจากบ้าน ก้าวเท้าเดินขึ้นมาบนท้องฟ้า จนมาอยู่ในความสูงระดับเดียวกันกับซือถู้พั่ว
    เขาในตอนนี้ยืนอยู่ห่างจากซือถู้พั่วประมาณสิบก้าวเท่านั้น
    “เป็นคนของนิกายวายุโลหิต?” เห็นชุดของซือถู้พั่ว หลินเฉินก็รู้ได้ไม่ยากว่าอีกฝ่ายเป็นคนของสำนักโลหิต และการที่มาหาเขาถึงบ้านใหม่ ก็เป็นที่คาดเดาได้ว่าคงจะมาแก้แค้นให้กับคนที่เขาเพิ่งจะฆ่าไปอย่างแน่นอน
    “ระดับราชาดวงดาวขั้นต้น?” หลินเฉินพลันขมวดคิ้วขึ้นมา เมื่อรับรู้ได้ถึงพื้นฐานฝึกตนของซือถู้พั่ว
    ด้วยระดับราชาดวงดาวขั้นต้นของอีกฝ่าย เพียงพอที่จะบอกได้ว่านี่เป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่ที่หลินเฉินกลับมาจากโลกอมตะได้พบ
    ‘แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์พร้อม’ หลินเฉินคิด การอ่อนแอลงของซือถู้พั่วไม่อาจรอดพ้นสายตาของเขาไปได้
    “เป็นเจ้าที่ฆ่าลูกศิษย์ของข้า?” เมื่อเห็นหลินเฉินออกมาเผชิญกับตัวเองอย่างไม่มีความหวาดกลัว ความโกรธในใจของซือถู้พั่วก็คุกรุ่นขึ้น
    เขาอยากที่จะพุ่งเข้าไปฆ่าหลินเฉินตอนนี้ให้ตายคาที่ อย่างไรก็ตาม เขาก็ระงับความต้องการฆ่าสังหารของตัวเองไว้ก่อน
    เนื่องจากเขาสัมผัสถึงกลิ่นอายของผู้ฝึกตนจากหลินเฉินไม่ได้ เรื่องนี้ทำให้เขามีความระแวงขึ้นมา จึงยังไม่กล้าบุ่มบ่ามเข้าไปฆ่าหลินเฉิน
    จากเรื่องนี้ ชัดเจนว่า ซือถู้พั่วเป็นคนที่มีความระมัดระวังตัวเป็นอย่างมาก
    หลินเฉินไม่แม้แต่จะสนใจคำพูดของซือถู้พั่ว ร่างกายของเขากระพริบวาบมาปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าของซือถู้พั่ว หมัดถูกใช้ออก ปราณย่ำปฐพีขั้นต้นปกคลุมไปด้วยหมัดของเขา
    อากาศไหวสะเทือน พร้อมกับหมัดที่พุ่งตรงไปยังแผ่นอกของซือถู้พั่ว!
    ใบหน้าของซือถู้พั่วเปลี่ยนไป เขาคิดไม่ถึงว่าหลินเฉินจะโจมตีเขาในทันทีแบบนี้ แต่เขาก็ไม่ได้มีความคิดที่จะหลบแต่อย่างใด
    ปราณราชาดวงดาวขั้นต้นพุ่งออกมาจากร่างกายของเขา ก่อร่างเป็นเกราะขนาดใหญ่สีแดงราวกับเลือดตรงหน้าของเขา
    “เกราะโลหิตยักษ์!” ซือถู้พั่วพึมพำ ด้วยการมีเกราะโลหิตยักษ์ปกป้อง เขาไม่รู้สึกกลัวอันใดต่อหมัดของหลินเฉินที่กำลังพุ่งเข้าหาแผ่นอกของเขาในระยะเผาขนเช่นนี้
    จบบทที่ 105

    คล้ายกับเรื่องยอดคุณพ่อขั้นเทพ ที่คุณอ่าน