
ตอนที่54 องค์หญิงใหญ่กลายเป็นสาย SM
เสียงหวีดหวิวดังก้องกังวานเมื่อม่านมิติเปิดออก ระดับหนึ่งร้อยฟุต ค้างคาวตัวมหึมาสีดำทะมึน ก็พุ่งทะยานออกมา เขี้ยวของมันโง้งขาวขวับ ส่งกระแสคลื่นเสียงกระพือปีกพุ่งตรงเข้าหากริชเพชรแบบกระหายเลือดสุดๆ
เสียงและคลื่นโซนิคพุ่งตรงเข้าหาชายหนุ่มองค์หญิงใหญ่กัดฟันกรอด อาวุธวิญญาณอสูรของนางชิ้นนี้เมื่อปรากฏกายครั้งใดคลื่นเสียงของมันสามารถ
ระเบิดทำลาย ศัตรูให้เนื้อแตกกระจายเป็นจุณในพริบตา องค์หญิงใหญ่ต้องการเห็นเหลือเกิน ที่องค์ชายสิบสี่จะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ให้นางสะใจ
กิ๊ดดดดดดส์!!
วูบบบบบ!! วูบๆ ๆ ๆ!!
คลื่นเสียงพุ่งตรงเข้าหาชายหนุ่ม ดังหวีดหวิวด้วยแรงกรีดร้องของวิญญาณอาวุธค้างคาวปีศาจ ซึ่งเป็นอาวุธระดับเทพ ตอนนี้มันกระทบกับร่างกายของกริชเพชร จนเสื้อผ้าของเขาปลิวไสว แต่ไม่ระเบิดกระจายดั่งใจขององค์หญิงใหญ่นางตกตะลึงอ้าปากค้าง
หวิวๆ ๆ!!
ฟูๆ ๆ ๆ ๆ!!
"เจ้าเล่นไม่เลิกเลยนะพี่หญิง..."กริชเพชรเค้นเสียงด้วยความโกรธสุดขีด เขาเห็นการกระทำของหญิงสาว นางไม่เหลือความเป็นพี่น้องอยู่อีกต่อไป ตั้งใจจะสังหารเขาให้ตายในการโจมตีของอาวุธขั้นเทพชิ้นนี้
ควับ!! วูบๆ ๆ วาบบบ!! ฉับ!!
กรี๊ดดดดดดดด!! เปรี้ยง!
กริชเพชรยกมือขึ้นช้าๆ พร้อมกับเร้าพลังบอลดวงจิต แก่นแท้ระดับเจ็ดของเขาขึ้นสูงสุดพร้อมกับตวัดนิ้วมือลง ลำแสงสีทองจากปลายเล็บอสูร ก็พุ่งหมุนคว้างตัดผ่าตั้งแต่หัวของค้างคาวยักษ์ ลงจนถึงด้านล่างแยกตัวของมันเป็นสองส่วน
ค้างคาวยักษ์ที่ถูกปลุกขึ้นมาก็ระเบิดกระจายหายวับไปในอากาศ ชิ้นเนื้ออสูรเล็กๆ ก็ถูกลำแสงมอดไหม้ หายวับไปในพริบตา อาวุธเทพของหญิงสาวก็ถูกทำลายลง แบบเหลือเชื่อสุดๆ
"ไม่...เป็นไปไม่ได้เจ้าทำลายอาวุธของข้า..."
องค์หญิงใหญ่แผดเสียงร้องโหยหวนขึ้นอย่างสุดอาลัยรักของวิเศษ นางทะยานเข้าตะกุยหากริชเพชรอย่างบ้าคลั่งอีกครั้ง ชนิดว่าไม่ยอมเลิกรา
"เจ้าเอาของข้าคืนมาเดี๋ยวนี้ เจ้าทำลายอาวุธวิเศษของข้า เอาของข้าคืนมา..ข้าไม่ยอม"
เสียงนางร้องอย่างเจ็บปวดใจ กริชเพชรคว้าข้อมือของหญิงสาวที่ตะกุยตะกายบนร่างกายของเขา
แควกๆ ๆ ๆ!! ควับ!!
หญิงสาวไม่มีพลังอะไรหลงเหลืออีกต่อไปนางเหมือนเช่นสตรีที่อ่อนแอนางหนึ่ง ที่พยายามต่อสู้ดิ้นรนแบบขาดสติ
"พี่หญิงใหญ่ท่านบ้าไปแล้วหรอ..."กริชเพชรคว้าเอวของหญิงสาวพลิกร่างนางขึ้นแล้วจับนอนคว่ำไว้บนท่อนแขน กายอสูรของนางขาวอวบอั๋น ก้นงามงอนเด้งโด่งขึ้นต่อหน้าชายหนุ่ม กริชเพชรกลืนน้ำลายลงคอ เมื่อความขาวอวบมันกระจ่าง เตะตาเขาอย่างรุนแรง เลือดกำเดาเริ่มไหลซึมจากจมูกนิดๆ
เพี๊ยะ!!
องค์ชายสิบสี่ใช้ฝ่ามือตบก้นหญิงสาวเสียงดังสนั่น แดงเป็นปื้นขึ้นมาเป็นริ้วรอยนิ้วมือ แม้กายอสูรของนางจะแข็งแกร่ง แต่เมื่อโดนฝ่ามือที่เหนือชั้นกว่าของชายหนุ่ม ก้นที่อวบอั๋นของนางก็สะท้อนเด้งดึงแดงก่ำขึ้นมาทันที
"เจ้าบังอาจมาตีก้นข้า เจ้าตัวบัดซบเข่นฆ่าข้าให้ตายก็ทำเลย ทำไม? ต้องบังอาจมาล่วงเกินข้าเช่นนี้ หยามหลู่เกียรติข้าเกินไปแล้วองค์ชายสิบสี่ เจ้าตบตีข้าเหมือนเด็กเล็กๆ ข้าจะฟ้องท่านแม่ แง่ๆ .! ..."
สุดท้ายนางก็หมดความอดทนร้องไห้ฟูมฟายเสียใจอย่างสุดซึ้ง ที่ไม่สามารถทำอะไรกริชเพชรได้ องค์หญิงร้องดิ้นรนบนอ้อมแขนของชายหนุ่ม ด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวในใจ นางแสนจะอับอายที่โดนน้องชายต่างมารดาลงโทษ เหมือนเด็กเล็กๆ ที่ถูกคว่ำตัวตีก้น
"ข้าจะฟ้องท่านพ่อท่านแม่ของข้า ข้าจะให้ท่านฆ่าแม่เจ้าให้ตาย ข้าจะให้ท่านพ่อตีแม่เจ้าจนกระอักเลือด แล้วเฉดหัวออกจากนครไป ไอ้ลูกพ่อแม่ไม่สั่งสอน..."
เสียงขององค์หญิงใหญ่ดังลั่น ดิ้นทุรนทุรายลามปามด่าถึงท่านแม่องค์ชายสิบสี่ ยิ่งทำให้ชายหนุ่มโกรธเคืองหนักยิ่งขึ้นกว่าเก่า เขาใช้ฝ่ามือตบลงระหว่างแก้มก้นงามที่ดูงอนของนางเสียงดังสนั่น
แม้ว่าจะไม่ใช้พลังดวงจิตแก่นแท้ในการตบตีครั้งนี้ เพราะกริชเพชรสัมผัสได้ว่านางโกรธแค้น จนควบคุมสติตัวเองไม่ได้ และไม่เร้าพลังกายอสูรขึ้นปกป้องตัวเอง มีแต่เนื้อที่เปลือยเปล่ารับฝ่ามือของชายหนุ่มเหมือนอยากให้เขาตีนางให้ตายคามือกริชเพชรไม่หลงกลนาง เขากลับใช้แต่พลังกายปกติ ตีก้นหญิงสาวจนแดงเป็นปื้นบวมฉึ่งขึ้นมาทันที
"องค์ชายสิบสี่ ไอ้น้องเลว ตีฆ่าให้ตายเลยข้าอับอายเกินกว่าจะแบกหน้าพบผู้คน เจ้าตีข้าสิ..ตีข้า..ตีให้ตายตีหนักๆ ..."
หญิงสาวสัมผัสได้ว่าฝ่ามือของชายหนุ่มที่ฟาดก้นงามงอนของนาง มิได้มีพลังบอลดวงจิตแก่นแท้หรือกายอสูรปะปนอยู่ เขาสัมผัสผิวสงวนนางที่พยายามให้บริสุทธิ์ เหมือนผิวสตรีทั่วไปไม่เหมือนเกล็ดอสูรทั่วกายของนาง ด้วยพลังกายธรรมดาเหมือนจงใจตีนางให้สะใจแค่นั้น ไม่ได้ตั้งใจทำร้ายให้นางตายคามือ
หญิงสาวร้องด่าชายหนุ่ม เสียงแผ่วเบาลงประโยคดูเหมือนดุร้ายแต่คำพูดกับ อ่อนกระเส่าขึ้น คล้ายกับว่าหญิงสาวมีความรู้สึกดี เมื่อถูกสัมผัสก้อนเนื้อที่สงวนสองก้อนของนาง
มันเจ็บแสบอยู่แต่มันก็มีความสุขซาบซ่านแฝงเข้าในร่างกาย แบบไม่รู้ตัวก้นที่ถูกตีตอนนี้กระดกขึ้นรับ ฝ่ามือของน้องชายต่างมารดา ให้เขาตีได้ถนัดถนี่ขึ้น
"เจ้าตีข้าอีกสิ..ตีแรงๆ ตีข้าให้ตาย องค์ชาย..ตีข้าาาา..แรงๆ ..อ้าสสสสสส~"
เสียงขององค์หญิงเจ้าลีหมิงสั่นเครือแผ่วเบา สำเนียงการพูดมิได้เจือปนด้วยความโกรธเคืองอีกต่อไป มันกลับเป็นเสียงครางกระเส่า ฟังแล้วคุ้นหูกริชเพชรยังไงไม่รู้
'อ้าว..เสียสติไปแล้วหรอนี่ นางมีความสุขหรือเจ็บปวดกันแน่ ร้องแบบนี้..โอ้แม่เจ้าโดนตีจนสติฟั่นเฟือนซาดิสไปแล้วเหรอซวยแล้วสิเรา... จัดนางสะประสาทกลับเลยกลายเป็นองค์หญิงสายSMเลยเหรอวะเนี่ย....'
กริชเพชรคิดในใจแล้วรีบวางนางลงบนพื้นขยับถอยตัวออกห่างจ้องมองดูปฏิกิริยาของหญิงสาว นางหดตัวลงกอดหน้าอกดวงตาเหม่อมองชายหนุ่ม หาได้มีแววอาฆาตอยู่ในนั้นอีกต่อไป แต่มันหวานเฉิ่มแปลกๆ ยังไงไม่รู้เหมือนกับคนกำลังมีอารมณ์ความรู้สึก ต้องการตอบสนองมากกว่าที่จะต่อสู้เข่นฆ่ากัน
"องค์หญิงใหญ่เจ้าเป็นอะไรไปแล้ว มาทำตาแบบนี้ใส่ข้า...จึ๋ยยย..ข้าไม่เล่นกับเจ้าแล้ว..."
กริชเพชรมองหน้าหญิงสาวเขารู้สึกหัวมึนชาขึ้นมาทันที มันมีลางสังหรณ์ที่ไม่ค่อยถูกต้องเข้ามาในหัวใจของชายหนุ่ม
"องค์ชายสิบสี่เจ้ากลับมาตีข้าอีกอย่าปล่อยข้าทิ้งไว้อย่างนี้...ขอกลับมาตีข้ากรุณาเถอะองค์ชาย..."
องค์หญิงใหญ่ปากพูดพร่ำเพ้อละเมอบอก พร้อมมองหน้าชายหนุ่มแบบแปลกพิกล จนเขาหวาดกลัวต้องถอยหลังหนีไปอีกสองก้าว
"พี่ใหญ่ข้าไม่ตีท่านละ..ไม่สนุกนะเล่นแบบนี้ข้าขนลุกขนชันไปหมดแล้ว.."
กริชเพชรหันหลังกลับกระโดดพรวดเดียวเร้าพลังไป ถอดเอาป้ายประกาศิตปลดปล่อยม่านบาเรียลงแล้วส่งกระแสจิต สื่อสารผ่านเหรียญดอร์ ให้องค์หญิงเจ้าเฟิงขึ้นมารับ
"ข้าบอกให้เจ้ากลับมาตีข้าเดี๋ยวนี้..เจ้าจะหนีไปเยี่ยงนี้ไม่ได้นะ กลับมาตีข้าอีกเจ้ารู้ไหมว่าเจ้าทำให้ข้าทรมานใจขนาดไหนกลับมาตีก้นข้าเดี๋ยวนี้.กรี๊ดดดดด!! .."
องค์หญิงเจ้าลีหมิง ลุกขึ้นนั่งพรวดหวีดร้องด้วยความโกรธสุดขีด นางร้องอย่างเดือดดาลโมโหสุดๆ ที่องค์ชายสิบสี่หันหลังหนีนางไป หญิงสาวกัดฟันกรอด เสียใจอย่างสุดซึ้งเมื่อไม่ได้ดั่งใจปรารถนา สติของนางขาดผึ๋ง สลบนอนแน่นิ่งไปบนลานประลอง
ชายหนุ่มเดินกลับไปอุ้มองค์หญิงเจ้าลีหมิงมาไว้ในอ้อมแขน เขามองหน้าหญิงสาวที่สลบไสลไปเพราะความเดือดดาลไม่ได้ดั่งใจปรารถนา นางคงจะเสียใจกับความพ่ายแพ้และการลงโทษแบบเด็กๆ แต่มันทำให้จิตใจขององค์หญิงใหญ่ที่เคยดื้อรั้นถูกกำราบลง จนมีความรู้สึกว่าชายผู้นี้เข้มแข็งและน่าพิสมัยยิ่งนัก
ขณะสติของนางเลอะเลือนจึงไม่สามารถควบคุมปฏิกิริยาของตัวเองได้ เมื่อถูกสัมผัสอย่างรุนแรง อารมณ์ความรู้สึกภายในที่ถูกเก็บซ่อนเร้นไว้ก็ถูกเปิดออก นางกลายเป็นผู้หญิงซาดิสในกามรมณ์ ชอบความรุนแรงไปแบบไม่รู้ตัว ทั้งสามเดินทางกลับลงมาถึงหน้าคลังอาวุธเทพตระกูล กษัตริย์อสูรวารีน้ำจืด เจ้าเฟิง
กลายร่างจากพญานาคีขนาดใหญ่ยืนลงบนพื้น กริชเพชรก็กระโดดลงมาพร้อมกับโอบอุ้มองค์หญิงใหญ่ ที่สลบอยู่ในอ้อมแขนเขา ส่งนางให้องค์หญิงเจ้าเฟิง นำไปคืนองค์ฮองเฮาฝ่ายซ้าย
"พวกเจ้าทำอะไรลูกหญิงใหญ่ของข้า..นางตายหรือไม่เจ้าเฟิง..."พระนางเจ้าลีหงษ์ร้องด้วยความตกใจ นางคาดหวังว่าคนที่จะสะบักสะบอมกลับมา คือองค์ชายสิบสี่ แต่กลับตาลปัตร องค์หญิงเจ้าลีหมิงลูกสาวคนโตสุดที่รักของนาง กลับสะบักสะบอมซ้ำแดงเป็นปื้นไปทั้งตัว
"ท่านป้านางไม่เป็นอะไรหรอกเพียงแค่เสียใจที่พ่ายแพ้องค์ชายสิบสี่ในการประลอง และสูญเสียอาวุธเทพไปด้วย นางเลยระงับอารมณ์ไม่อยู่ จึงสลบแน่นิ่งไป อย่างอื่นก็ปกติดีไม่มีอะไรเสียหาย หรือพิกลพิการไปหรอกเสด็จป้า..."
องค์หญิงเจ้าเฟิงรายงานเรื่องทั้งหมดที่นางรับรู้มาจากกริชเพชรคร่าวๆ เขาไม่ได้บอกรายละเอียดมากมาย เก็บงำเรื่องหลังสุดที่องค์หญิงดื่มด่ำกับรสเสน่หาซาดิส ที่เขาประเคนฟาดก้นนาง แล้วหมดสติไปเมื่อไม่ได้ดั่งใจ
"เจ้าบังอาจทำร้ายองค์หญิงใหญ่ข้าจะเอาโทษเจ้าให้ถึงที่สุด..."
เสียงองค์ฮองเฮาเจ้าลีหงษ์กัดฟันกรอดๆ โอบอุ้มลูกสาวไว้แนบอก มองหน้ากริชเพชรด้วยสายตาอาฆาตแค้น สุดจะบรรยาย พร้อมกับขู่อาฆาตองค์ชายสิบสี่ อย่างเหลืออด
นางไม่คาดคิดมาก่อนว่าลูกสาวของนางจะพ่ายแพ้จนน่าใจหายขนาดนี้ กายอสูรของเด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า มันมีพลังขนาดไหนทำไม? ถึงจับเค้าลางไม่ได้เลย เขาต้องมีกายอสูรมากกว่าระดับเจ็ดแน่ ถ้าไม่อย่างนั้นทำร้ายองค์หญิงใหญ่จนเป็นสภาพแบบนี้ไม่ได้
"พวกเจ้าจะเห็นแก่ตัวไปหรือไม่จะมาคาดโทษบุตรชายข้าได้ยังไง เจ้าเองไม่ใช่หรือที่ท้าเขาประลอง เมื่อเป็นสภาพอย่างนี้จะมาอาฆาตเขา มันถูกต้องแล้วหรือ ถ้าเกิดลูกข้าเป็นอะไรบ้าง..พวกเจ้าจะว่ายังไง ช่างไร้ความยุติธรรมสิ้นดี..."
เสียงองค์ฮองเฮาฝ่ายขวาพูดขึ้นแบบเย้ยหยัน ขยับตัวไปเกาะแขนลูกชายเป็นกำลังหนุนเผชิญหน้ากับองค์กษัตริย์ และพระนางฮองเฮาฝ่ายซ้ายแบบไม่เกรงกลัวอีกต่อไป
"ใช่แล้วการประลองก็ถือว่ายุติท่านอย่ามากล่าวอย่างนี้ ไม่ถูกต้องหรือท่านปู่เจ้าจี่จะว่าอย่างไร..."เสียงของพระนางเจ้าเฟยดังสอดแทรกพร้อมกับ ขยับตัวยืนเคียงข้างเกาะแขนกริชเพชรอีกข้างหนึ่ง ชายหนุ่มหันมามองอาสาวพร้อมกับยิ้มแหยๆ รู้สึกว่านางจะออกหน้าทุ่มเถียงเข้าข้างเขาอย่างชัดเจน
"กฎกติกาก็ถือว่าเป็นกฎกติกาเมื่อองค์ชาย สิบสี่ชนะ ก็ถือว่ามีอำนาจเหนือกว่าองค์หญิงใหญ่ จะมีอะไรกล่าวได้อีก ไข่สัตว์เลี้ยงบรรพกาลก็ยกให้เขาไป คิดว่าองค์กษัตริย์คงจะไม่มีความเห็นมากไปกว่าข้าหรอก..."เสียงของเจ้าจี่ปู่ใหญ่ของราชวงศ์กษัตริย์อสูรน้ำจืดกล่าวตัดบทขึ้น
เขาบีบองค์กษัตริย์เป็นนัยๆ ว่าไม่ควรจะคิดบิดพลิ้วเรื่องนี้อีกต่อไป จึงตัดสินยกไข่สัตว์เลี้ยงบรรพกาลให้กริชเพชรไป แบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
องค์กษัตริย์อสูรวารีน้ำจืดหันไปมองหน้าภรรยาพร้อมกับดึงแขนนาง เมื่อเรื่องราวมันเป็นอย่างนี้เขาก็ไม่สามารถ จะข่มเหงลูกและเมียฝ่ายขวาได้อีกก้มหน้าคารวะ
"ท่านปู่ไม่มีเรื่องอะไรแล้วข้าขอตัวกลับตำหนักก็แล้วกัน พระนางไปกันเถอะ.."
จอมกษัตริย์ รับร่างขององค์หญิงใหญ่มาแล้ว กลายร่างเป็นงูใหญ่ตัวเขียว เหาะทะยานขึ้นบนอากาศหายไปพร้อมกับองค์ฮองเฮาฝ่ายซ้าย
"ท่านพี่อีกสามวันท่านคงไม่ลืมสัญญาที่ให้ไว้กับองค์ชายสิบสี่ เรื่องเมียรักของท่าน จะต้องย้ายไปพัก ในตำหนักตากอากาศที่เทือกเขาทาจงผง แล้วท่านก็อย่าตามนางไปล่ะ ท่านมีข้อตกลงให้อยู่กับข้าตลอดหนึ่งปี..."เสียงของฮองเฮาฝ่ายขวาตะโกนดังกังวานไล่หลังพระสวามีไปเย้ยหยันเขาอย่างเจ็บแสบ
กริชเพชรมองตามหลังบิดาไปแล้วหันกลับมามองหน้ามารดา นางช่างมีความสุขจนล้นพ้นในดวงตา ตลอดร้อยปีมานี้นางคงต้องทุกข์ทรมานจิตใจกับสามีสุดที่รัก ที่เหินห่างทำตัวเหมือนนางเป็นคนอื่น กว่าจะได้บุตรด้วยกันต้องใช้การบวงสรวงบรรพบุรุษนับ หนึ่งร้อยปีจึงจะบีบบังคับใช้อาญาตระกูลให้พระสวามี มามีความสัมพันธ์ฉันผัวเมียจนเกิดไข่
มันช่างเป็นอะไรที่ทุกข์ทรมานใจผู้หญิงยิ่งนัก เมื่อต้องเผชิญกับเหตุการณ์ อันสุดแสนรันทดเยี่ยงนี้ กริชเพชรโอบไหล่มารดานึกสงสารนาง เขาต้องจัดการให้มารดาได้ร่วมหอ กับบิดาแบบมีความสุขไม่ใช่บีบบังคับอย่างที่ผ่านมา
"องค์ชายสิบสี่เรากลับพระตำหนักกันเถอะหลานต้องพักผ่อน อีกสองวันจะถึงพิธีเก็บเกี่ยวของบุตรหลาน ราชวงศ์อสูรวารีน้ำจืดหนึ่งปีมีครั้งเดียว ที่จะเปิดให้เก็บเกี่ยวในนั้นมีของวิเศษหลายอย่าง ที่จะเกิดขึ้นมาในรอบหนึ่งปี
ถึงแม้ว่ามันจะมีเนื้ออสูรขั้นยอดเยี่ยมเพื่อเสริมกายอสูร ของบุตรหลานคนรุ่นใหม่ของราชสำนัก แต่บางปีก็มีเนื้ออสูรขั้นเทพที่เกิดขึ้นมา แม้ว่าจะมีจำนวนน้อยก็ยังพอมีบ้าง ถ้าวาสนาดีปีนี้พวกมันเกิดขึ้นในสมรภูมิเก็บเกี่ยวหลานโจว ต้องพยายามช่วงชิงมันมาให้ได้นะอาหญิงเอาใจช่วย...."
พระนางเจ้าเฟยเบียดกายเข้ามากระซิบบอกเด็กหนุ่ม พยายามบอกรายละเอียดสมรภูมิเก็บเกี่ยวให้เขา
"ท่านแม่รู้สึกว่าท่านจะลำเอียงมากเลยนะข้าเป็นลูกท่านแม่แท้ๆ ท่านยังไม่ใส่ใจเท่าหลานชายเลย ช่างน่าอิจฉาจริงๆ ..."เสียงองค์หญิงเจ้าเฟิงดังอย่างแง่งอน ก่อนจะดึงแขนเสด็จแม่ของนางออกจากกริชเพชร
"พระมารดา..ท่านก็กลับเถอะน้องชายจะได้พักผ่อนเสียที เรื่องวุ่นวายก็ยุติลงแล้ว เราจะอยู่ต่อไปทำไม..."หญิงสาวพูดพร้อมกับดึงสาวใหญ่ให้จากไป
กริชเพชรเก็บไข่สัตว์เลี้ยงบรรพกาลเข้าถุงนิมิต พร้อมกับคารวะลาท่านปู่ทวด และท่านตาผู้ตรวจการใหญ่ แล้วนำองค์ฮองเฮาฝ่ายขวา กลับตำหนักเพื่อรอฤดูกาลเก็บเกี่ยวอีกสองวันข้างหน้า
......................................................................................................................................................................................