ตอนที่ 49 เงาปีศาจใต้พิภพ
การฟื้นคืนของไป๋เหยียน
เงามืดเริ่มรวมตัวกันเป็นรูปร่างคล้ายปีศาจขนาดมหึมา แผ่พลังที่น่าสะพรึงกลัวออกมาจนทำให้บรรยากาศรอบด้านหนาวเหน็บราวกับตกอยู่ในขุมนรก
ไป๋เหยียนที่บาดเจ็บสาหัสจากหมัดทำลายสวรรค์ของหลี่เฉินกลับหัวเราะเบา ๆ แม้จะดูอ่อนแอ แต่แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน
"พวกเจ้าคิดว่าข้าจะตายง่าย ๆ เช่นนั้นหรือ?"
เขาชูมือขึ้น เสียงท่องคาถาภาษามารดังขึ้น เงาดำค่อย ๆ ซึมซับเข้าไปในร่างของเขา ทำให้บาดแผลที่เคยฉีกขาดค่อย ๆ ปิดตัวลง
หลี่เฉินจ้องไปที่เขาด้วยความไม่ไว้ใจ "นั่นมันอะไรกันแน่?"
เซียวหรงที่ยังได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีก่อนหน้า ฝืนลุกขึ้นมาแล้วเอ่ย "นั่นไม่ใช่พลังธรรมดา... มันเป็นพลังของ ‘มารนิรันดร์’ ที่สูญหายไปจากยุทธภพเมื่อพันปีก่อน!"
ไป๋เหยียนแสยะยิ้ม "ใช่แล้ว! มันคือศาสตร์ต้องห้ามที่สามารถดูดกลืนเงาวิญญาณของผู้ตายเพื่อเสริมพลังให้กับร่างกาย"
เงาวิญญาณจำนวนมากค่อย ๆ ถูกกลืนเข้าไปในร่างของเขา เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นทั่วบริเวณ ราวกับวิญญาณเหล่านั้นกำลังทรมานอยู่ในขุมนรก
———
ปีศาจใต้พิภพตื่นขึ้น
ทันใดนั้นเอง พื้นดินก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รอยแยกขนาดใหญ่ปรากฏขึ้น เงาทมิฬขนาดมหึมาแผ่ขยายออกมาเป็นรูปร่างของปีศาจร่างยักษ์ สูงกว่าสิบจ้าง มันมีร่างกายสีดำสนิท ดวงตาสีแดงฉานราวกับเปลวเพลิงจากขุมนรก
"จ้าวปีศาจหลงหลี... ตื่นขึ้นมา!" ไป๋เหยียนกล่าวด้วยเสียงที่แฝงไปด้วยความเคารพ
ปีศาจหลงหลีเปิดเปลือกตาขึ้น เสียงคำรามของมันดังสนั่นจนภูเขารอบข้างสั่นสะเทือน
"ใคร... บังอาจปลุกข้า?"
ไป๋เหยียนคุกเข่าลง "ข้าคือผู้สืบทอดของท่าน ข้าปลุกท่านขึ้นมาเพื่อทำให้ยุทธภพตกอยู่ใต้ฝ่าเท้าของเราอีกครั้ง!"
หลี่เฉินและเซียวหรงมองหน้ากัน ทั้งคู่รู้ได้ทันทีว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าพวกเขานั้นมิใช่สิ่งที่มนุษย์ธรรมดาจะรับมือได้
เซียวหรงกัดฟันแน่น "เราต้องหยุดมันก่อนที่มันจะออกไปจากที่นี่ได้!"
———
ศึกปะทะปีศาจหลงหลี
หลี่เฉินก้าวไปข้างหน้า หมัดของเขาเรืองแสงสีทอง เปลวไฟพุ่งออกมารอบตัว "หากคิดจะยึดยุทธภพ ข้าจะทำลายเจ้าเสียก่อน!"
ปีศาจหลงหลีคำราม "หนอนแมลงเช่นเจ้า คิดจะต่อต้านข้า?"
มันยกมือขึ้นก่อนจะฟาดลงมา พื้นดินแตกเป็นเสี่ยง ๆ หลี่เฉินกระโดดหลบแล้วซัดหมัดใส่ร่างของมัน
"หมัดทำลายสวรรค์!"
เสียงระเบิดดังสนั่น เปลวไฟของหมัดทำให้ปีศาจหลงหลีถอยหลังไปสองก้าว แต่มันก็ไม่แสดงอาการเจ็บปวดเลยแม้แต่น้อย
"ไร้ประโยชน์!"
ปีศาจหลงหลีพ่นลมหายใจออกมา เงาดำปกคลุมทั่วบริเวณ หลี่เฉินรู้สึกได้ว่าร่างกายของเขาถูกพลังบางอย่างกดทับ ทำให้ขยับตัวได้ช้าลง
ไป๋เหยียนหัวเราะเบา ๆ "มันคือ ‘ม่านเงามาร’ พวกเจ้าจะไม่มีวันเอาชนะพวกเราได้!"
ทันใดนั้นเอง เซียวหรงก็ยกกระบี่ขึ้นมา นางรวบรวมพลังทั้งหมดไว้ในคมกระบี่
"อย่าดูถูกข้า!"
นางพุ่งเข้าไปด้วยความเร็วสูง ก่อนจะใช้กระบี่ฟันเข้าที่แขนของปีศาจหลงหลี
"กระบี่สวรรค์พิฆาต!"
แสงกระบี่สีฟ้าสว่างวาบ ตัดผ่านม่านเงามารและสร้างบาดแผลให้กับปีศาจหลงหลีเป็นครั้งแรก!
———
ความหวังและทางรอด
ไป๋เหยียนมองเห็นเหตุการณ์นั้นและขมวดคิ้ว "กระบี่นั่น... มันเป็นอาวุธเทพยุทธงั้นหรือ?"
หลี่เฉินฉวยโอกาสนั้น พุ่งเข้าไปพร้อมกับพลังหมัดที่แผ่เปลวไฟสีทองรุนแรงขึ้นกว่าเดิม
"ข้าจะจบเรื่องนี้ที่นี่!"
เขาซัดหมัดตรงเข้าที่กลางอกของปีศาจหลงหลี เปลวไฟทำให้ร่างของมันสั่นสะเทือน เสียงคำรามดังกึกก้องไปทั่ว
ปีศาจหลงหลีเริ่มถอยหลังไปหลายก้าว พลังของมันสั่นคลอน ม่านเงามารเริ่มจางลง
ไป๋เหยียนเบิกตากว้าง "เป็นไปไม่ได้!"
หลี่เฉินหอบหายใจหนัก "พวกเราต้องจัดการมันตอนนี้!"
เซียวหรงพยักหน้า ทั้งคู่รวมพลังกันเป็นครั้งสุดท้าย พุ่งเข้าหาปีศาจหลงหลีพร้อมกัน
———
จุดเปลี่ยนของศึก
แต่ก่อนที่พวกเขาจะได้ลงมือ มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากเงามืด
"พอได้แล้ว"
ทันใดนั้นเอง เงาดำขนาดมหึมาอีกสายหนึ่งปรากฏขึ้น มันแผ่พลังที่ทรงอำนาจและมืดมนยิ่งกว่าปีศาจหลงหลีเสียอีก
ไป๋เหยียนหันไปมองก่อนจะตกตะลึง "นี่มัน..."
ชายชราผู้หนึ่งเดินออกมาจากเงานั้น ร่างของเขาถูกปกคลุมไปด้วยอาภรณ์สีดำสนิท ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยแผลเป็น แต่แววตาของเขากลับเปล่งประกายราวกับรู้ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกนี้
"พวกเจ้าสนุกกันพอแล้วหรือยัง?"
แม้แต่ปีศาจหลงหลีเองก็ยังดูตกใจเมื่อพบกับชายคนนี้
หลี่เฉินและเซียวหรงขมวดคิ้ว
"เจ้าเป็นใคร!?"
ชายชรายิ้มมุมปากก่อนจะกล่าวเพียงคำเดียว
"ผู้เฝ้ามองแห่งเงามืด"
———
ตอนต่อไป:
ความจริงของ ‘ผู้เฝ้ามองแห่งเงามืด’
จุดจบของไป๋เหยียนและปีศาจหลงหลี
ความลับของแดนต้องห้ามที่แท้จริง