บทที่29แกะเก้าหาง
ร่างกายที่สูงใหญ่ขนาดสองจั้งขาสี่ขาอันยาวเหยียดเต็มไปด้วยกล้ามเนื้ออันแข็งแกร่ง ขนสีขาวหนานุ่มเต็มตัวมีหัวเหมือนแกะแต่ที่สะดุดตาที่สุดคือที่ท้ายของลำตัว มีหางเก้าหางกวัดแกว่งมองดูแล้วคล้ายกับมีงูมากมายกำลังเคลื่อนที่ไปมาที่บั้นท้ายของมัน
“กะ...กะ...แกะเก้าหางราชันสัตว์อสูรระดับสอง!” ฉานิอยู่ ตัวแข็งเหงื่อผุดขึ้นกลางหลังจนเปียกชุ่ม
“นี่มันวันซวยอะไรเช่นนี้!”
ฉานิอยู่ ะโในใจ สัตว์อสูรระดับสองหนำซ้ำเป็ราชันสัตว์อสูรอีกนี่ไม่ใช่สิ่งที่เขาจะเทียบเคียงได้สถานะการณ์ตอนนี้คือต้องหาทางหลบหนีโดยเร็ว
“โฮก!!”
แกะเก้าหางคำรามลั่นไปทั่วยอดเขาในตาสีแดงจ้องเขม็งไปที่กลุ่มของฉานิอยู่ ราวกับจะแผดเผาพวกเขาด้วยสายตาให้ได้พวกมนุษย์ต่ำต้อยบังอาจล่วงล้ำเข้ามาขโมยสมุนไพริญญาที่ตัวมันเฝ้าปกป้องอยู่แบบนี้ก็คือหาที่ตายชัดๆ
โดยไม่มีการบอกกล่าวหางสามหางของแกะเก้าหางถูกฟาดเข้าหาทั้งสามคนที่ยืนอยู่รวดเร็วราวกับสายฟ้า พลังอันกล้าแข็งที่ถูกฟาดฟัน มาถึงตัวของพวกนักล่าสัตว์อสูรหมาป่าดำก่อนที่หางจริงจะมาถึงทำให้สีหน้าของทั้งสามยิ่งดำมืดลง เพราะพลังนี้ช่างรุนแรงยิ่งนักมันเต็มไปด้วยอำนาจทำลายล้างและจิตสังหารที่เปี่ยมล้น
ฉานิอยู่ล้วงเอายันต์แผ่นหนึ่งออกมาฉีกโดยไม่ต้องคิดมากมายเดิมทียันต์คุ้มภัยนั้นหายากแล้วยังมีราคาที่แพงระยับ ผู้ที่สามารถแผ่นยันต์เช่นนี้ได้ย่อมต้องเป็คนที่ไม่ธรรมดาแต่ตอนนี้ฉานิอยู่ไม่มีความคิดเสียดายแม้แต่น้อยชีวิตของเขาต้องสำคัญกว่ายันต์นี้อยู่แล้ว
ชิ้ง!!!
ยันต์ะเิออกกลายเป็ม่านแสงกั้นระหว่างพวกเขากับหางทั้งสามของแกะเก้าหาง
ตูม!!!
พลังอันรุนแรงชนเข้ากับม่านพลังแรงบีบอัดของพลังสะท้อนโดนพวกของฉานิอยู่ทำให้ทั้งสามกระเด็นอัดกับหน้าผาาเ็สาหัสทันทีเืที่กระอักออกมาเจิ่งนองที่พื้นลมปราณแปรปรวนเืลมตีกลับ
ฉานิอยู่ไม่คิดเลยว่าขนาดยันต์คุมภัยที่ราคาแสนแพงสามารถป้องกันการโจมตีของจอมยุทธ์ขั้นเก้าได้แต่ราชันสัตว์อสูรระดับสองสามารถทำลายได้อย่างง่ายดายโดยที่ไม่ต้องเสียเวลาคิดเขาล้วงยันต์อีกแผ่นออกมาจากอกแล้วฉีกทันทีเมื่อยันต์ถูกทำลายลมสายหนึ่งพัดเอาร่างของทั้งสามออกห่างไปหนึ่งร้อยจั้งจากนั้นพวกเขาวิ่งหนีอย่างสุดชีวิตโดยไม่หันกลับมามองแม้แต่น้อย
แกะเก้าหางยืนมองพวกของฉานิอยู่อย่างสงบพวกมนุษย์ต่ำต้อยเช่นนี้ดีแต่เป็หัวขโมยไร้ฝีมือให้พูดถึง
ในเวลานี้เองที่ด้านหลังของแกะเก้าหางก็ส่องแสงไปทั่วทั้งบริเวณกลิ่นหอมตลบอบอวล ปราณฟ้าดินเข้มข้นก่อตัวรอบต้นชบาหิมะเจ็ดแฉก ดอกทั้งสามค่อยๆบานออกสวยงามแก่สายตาของผู้พบเห็น ราวกับเป็ความงามที่มีแต่เซียนเท่านั้นจะได้พินิจสีขาวบริสุทธิ์ทำให้รู้สึกราวกับไม่มีอะไรจะทำให้โลกนี้มืดมนลงได้
จ้าวเฟยหลงนั่งมองอย่างหลงใหลแต่เมื่อเห็นแกะเก้าหางกำลังอ้าปากอันกว้างใหญ่ของมันยื่นเข้าไปใกล้กับชบาหิมะเจ็ดแฉกลิ้นยาวเฟื้อยเคลื่อนเข้าใกล้เตรียมเด็ดเข้าสู่ปากของมันทำให้เขาอยู่นิ่งเฉยต่อไปอีกไม่ได้
“ยาตราเทพหงส์เพลิง”
จ้าวเฟยหลงเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง ไร้เสียง ไร้เงาเข้าไปตัดหน้าของแกะเก้าหางเด็ดเอาทั้งสามดอกก่อนที่แกะเก้าหางจะได้ลิ้มรสแล้วเก็บใส่ไว้ในแหวนมิติของตนเองยืนนิ่งบนเนินเขาเล็กๆห่างออกไปไม่กี่จั้งเอามือไพล่หลังท่ามกลางแสงจันทร์ที่สาดส่องงดงามราวเทพเซียนมาเยือนโลกมนุษย์
แกะเก้าหางยังยืนตะลึงค้างอยู่ข้างๆต้นชบาหิมะเจ็ดแฉกดอกอันหอมหวนที่มันคอยเฝ้าดูแลมายาวนานในขณะที่ลิ้นของมันกำลังจะตวัดเอาดอกเข้าสู่ปากหวังจะเคี้ยวอย่างเบาๆเพื่อให้ซึมซับเอาพลังจากดอกชบาหิมะเจ็ดแฉกได้อย่างหมดจดสมกับที่รอคอย แต่จู่ๆ ก็เหมือนฝันพังทลายต่อหน้าต่อตาของมันดอกชบาทั้งสามหายไปพริบตา
“โฮก!!! โฮก!!! โฮก!!!”
เสียงร้องที่ดุดัน เต็มไปด้วยอารมณ์โกรธแค้นดังะเืไปทั้งเทือกเขาทำเอาพวกที่ขึ้นมาแสวงหาโชคลาภทั้งหลายพากันตัวแข็งทื่อไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว
“นี่มันเสียงของตัวอะไรกันนะเหตุใดจึงน่ากลัวเช่นนี้” ผู้คนพากันกระซิบกระซาบถามกัน
พวกของคังจ้าน และฉานิอยู่ที่ใกล้ที่สุด โดนผลกระทบจากเสียงร้องของแกะเก้าหางมากคนอื่นเืลมแปรปรวนกระอักเืออกมาทุกคนหากไม่ได้เร่งโคจรลมปราณป้องกันเอาไว้คงต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย
“ใครกันที่สามารถทำให้สัตว์ตัวนั้นโกรธได้ขนาดนี้!!”
คังจ้านรำพึงรำพันเขากำลังหัวเสียจากการโดนขูดรีดจากนักล่าสัตว์อสูรแต่กลับได้ยินเสียงร้องที่น่ากลัวเช่นนั้นอยู่ไม่ไกลจากตนเท่าใดนัก
“คงเป็พวกของฉานิอยู่เป็แน่สมน้ำหน้าพวกมันไล่พวกเราออกมาแล้วก็เจอเข้ากับตอเบ้อเร่อ” ซีห่าว กล่าวออกมาอย่างสะใจ
“พวกเราอย่าสนใจเลยรีบออกจากที่นี่ก่อนดีกว่าไม่ว่าอย่างไรตอนนี้ไม่ใช่เื่ที่เราจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวได้แล้ว”
คังจ้านพูดพลางเร่งรีบเดินลงเขาอย่างรวดเร็วทำให้ลูกน้องที่เหลือต่างรีบตามไปอย่างกระชั้นชิด แต่พวกเขาไม่รู้เลยว่าฉานิอยู่ที่พวกเขาพูดถึงตอนนี้ก็กำลังหนีหัวซุกหัวซุนอยู่เช่นกัน
“ใครกันที่ทำให้แกะเก้าหางโกรธขนาดนี้ขนาดตอนที่พวกเขาอยู่มันก็ไม่ได้แสดงอาการขนาดนี้” ฉานิอยู่คิดสงสัยในใจ
แต่ตอนนี้สำคัญที่สุดคือชีวิตอุตส่าห์หนีออกมาได้แล้วเขาไม่บ้ากลับไปเสี่ยงหาคำตอบเื่นี้แน่คิดได้แล้วฉานิอยู่เดินนำลูกน้องของเขาลงจากเขาไปโดยเร็ว
จ้าวเฟยหลงยืนนิ่งมองไปยังแกะเก้าหางที่กำลังเดือดดาลพลังที่มันแผ่ออกมากดดันไม่มีผลอะไรกับเขาเลยเหมือนตอนนี้เขากำลังยืนรับลมเย็นสบายๆ ไม่ได้ทุกข์ร้อนใดๆเลย
“จุ๊ๆนี่เ้าแกะน้อย จะมาโกรธข้าก็ไม่ถูกนะ สมุนไพรต้นนี้เกิดจากฟ้าดินแม้เ้าจะเฝ้ารักษามันแต่ก็ไม่อาจอ้างได้ว่าเป็เ้าของอีกอย่างเ้าชักช้าเองจะโทษใครได้” จ้าวเฟยหลงพยายามปลอบใจแกะเก้าหาง
เมื่อได้ฟังสิ่งที่เ้าเฟยหลงเอ่ยออกมาแกะเก้าหางก็เป็ดั่งเปลวเพลิงที่ได้ลมช่วยโหมกระหน่ำ อารมณ์โกรธพุ่งขึ้นถึงขีดสุดแม้มันจะยังสื่อสารกับคนไม่ได้แต่ด้วยระดับของมันก็สามารถเข้าใจได้ว่าคำพูดของจ้าวเฟยหลงหมายถึงอะไร
“วืด...วืด”
หางทั้งเก้าหางสะบัดออกพร้อมกันฟาดออกอย่างรวดเร็วเป็ระเบียบแสงสีนวลหลายสายถูกทักทอเป็ตาข่ายพุ่งเข้าหาจ้าวเฟยหลงเกิดพลังที่กดทับทุกอย่างที่อยู่ใกล้ๆทำให้ทุกสิ่งอยู่นิ่ง เมื่อตาข่ายผ่านไปก็จะทำลาย ตัดเฉือนทุกสิ่งที่ขวางหน้าเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย
จ้าวเฟยหลงยกมือขวาขึ้นใช้มือแทนดาบตวัดออกไปปราณดาบยาวสามฉื่อพุ่งทะยานเข้าหาตาข่ายปราณของแกะเก้าหางเมื่อพลังทั้งสองปะทะกันเสียงดังสนั่นจนเกิดคลื่นเสียงแผ่กระจายไปทั่วทั้งยอดเขา
ทำให้ทุกคนที่อยู่ในเขาลูกนี้รู้สึกถึงพลังสองสายที่ยิ่งใหญ่กำลังบดขยี้กันจนเกิดระลอกคลื่นเสียงนี้ขึ้นหลายคนกระอักเืออกมา บางคนสิ้นสติลงทันทีที่ได้ยินเสียง บางคนที่ระดับการบ่มเพาะดีหน่อยก็โคจรพลังต้านทานเอาไว้แต่ก็ต้องทนต่อความเ็ปไม่น้อย
เมื่อฝุ่นควันจางลงแกะเก้าหางมองเห็นเด็กหนุ่มยืนนิ่งอยู่ที่เดิมร่างกายยังครบถ้วนไม่มีร่องรอยของการาเ็แม้แต่น้อยทำให้มันต้องมองเด็กหนุ่มคนนี้ใหม่ทันที เดิมทีแล้วระดับนักยุทธ์ขั้นเก้าไม่ได้อยู่ในสายตามันเลยขนาดกลุ่มเมื่อกี้นี้แค่ฟาดหางส่งๆไปจอมยุทธ์ขั้นเจ็ดก็ยังต้องหนีเตลิดเปิดเปิง
แต่เ้าหนุ่มนี่ตัวของมันใช้พลังเต็มที่ถึงแม้จะไม่ใช่ทั้งหมดแต่ก็ยังเพียงพอในการจัดการจอมยุทธ์ขั้นเก้าแต่ผลลัพธ์กลับไม่เป็ไปตามคาดแกะเก้าหางรู้สึกถึงสัญญาณไม่ดีมันคิดจะทำการโจมตีเต็มกำลังเพื่อสังหารจ้าวเฟยหลงให้ได้
อากาศรอบๆเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วจนเกิดเป็ลมหมุนเสียงอื้ออึงดังไปทั่วทั้งบริเวณ พลังฟ้าดินถูกดึงเข้าหาแกะเก้าหางหางทั้งเก้าขมวดพันเข้าด้วยกันคล้ายเชือกเส้นใหญ่ แล้วหมุนวนจนเกิดเป็ลมหมุนที่ทรงพลังเต็มไปด้วยปราณของสัตว์อสูรจากนั้นฟาดออกมากลายเป็ลมหมุนที่สามารถฉีกกระชากขุนเขาออกจากพื้นดินเคลื่อนเข้าหาจ้าวเฟยหลงอย่างรวดเร็ว
จ้าวเฟยหลงมองลมหมุนที่รุนแรงนั้นเมื่อไร้ผู้คนเขาอยากทำสิ่งหนึ่งเพื่อพัฒนาตนเองคือการใช้วิชายุทธ์ระดับเทพนั่นเองและตอนนี้ก็คือเวลาที่้านั่นเองเขารวบรวมลมปราณไว้ที่หมัดแล้วชกออกไปด้วยท่วงท่างดงามและดุดัน
“หมัดเทพพยัคฆ์คำรณ”
พลังหมัดที่ออกมานั้นช่างรุนแรงเต็มไปด้วยพลังทำลายล้างพลังลมปราณสีทองรูปร่างคล้ายกรงเล็บพุ่งตรงเข้าทำลายลมหมุน ราวกับมีดคมตัดผ่าเต้าหู้ ลมหมุนที่ทรงพลังทำลายได้แม้กระทั่งขุนเขาถูกกรงเล็บพยัฆค์ทำลายเหลือเพียงลมบางเบาเย็นสบายแล้วก็เลือนหายไป
แต่กรงเล็บนั้นหาได้อ่อนกำลังลงไม่พุ่งตรงเข้าหาแกะเก้าหางแม้จะโคจรลมปราณเพื่อป้องกันตนเองแต่ก็ไม่สามารถหยุดยังกรงเล็บจ้าวพยัฆค์ของจ้าวเฟยหลงได้พลังหมัดพุ่งเข้าทำลายทุกส่วนของร่างกายแกะเก้าหางราวกับดาวตกจากท้องฟ้าร่วงลงใส่ร่างของมันแม้จะเป็ราชันสัตว์อสูรระดับสองก็มิอาจหลบหนีความตายไปได้
แกะเก้าหางไม่ได้คิดถึงภาพการตายของตนเองเอาไว้แม้แต่น้อยเพราะการโจมตีของมันในครั้งนี้ตัวของมันมั่นใจว่าต้องสามารถจัดการกับเด็กหนุ่มได้แน่ๆแต่ตอนนี้กลับตาลปัตรกลายเป็ว่าพลังของเด็กหนุ่มนั่นเข้ามาทำร้ายมันจนมิอาจตอบโต้ใดๆได้เลยแม้จะตายแล้วดวงตาก็ยังมิอาจหลับลงได้
ร่างของราชันสัตว์อสูรระดับสองมีราคาสูงดังนั้นจ้าวเฟยหลงก็ไม่ปล่อยให้หลุดมือเขากวาดร่างของแกะเก้าหางเข้าสู่แหวนมิติรู้สึกพออกพอใจในการเก็บเกี่ยวครั้งนี้มากเมื่อออกมาจากการเก็บตัวฝึกวิชาก็ได้รับสมุนไพริญญาและร่างของสัตว์อสูร
“เช่นนี้คงต้องฉลองแล้ว”
เมื่อคิดได้เช่นนั้นก็เดินลงเขาไปแต่ขณะที่เขากำลังเดินผ่านต้นชบาหิมะเจ็ดแฉกกลับมือพลังสายหนึ่งพุ่งออกมาจากอกแล้วฉุดดึงเอาต้นของมันกลับเข้าไปในอกของเขา
“เอาอีกแล้วหรือดวงจิตโลกาเ้าจะเอาไปทำไมนะ”
จ้าวเฟยหลงพยายามคิดเท่าไรก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดดวงจิตโลกาถึงต้องเก็บเอาสมุนไพรและธาตุต่างๆจากเขาไปด้วย
จ้าวเฟยหลงเดินลงเขามาราวหนึ่งเค่อพบเจอคนหลายกลุ่มต่างพากันพูดคุยถึงเื่ราวที่เกิดขึ้นบนยอดเขาบ้างก็ว่าเป็การสู้กันของเหล่าจอมยุทธ์ชั้นเลิศบ้างก็ว่านี่เป็การต่อสู้เพื่ออาณาเขตของสัตว์อสูรแต่ข่าวลือที่เขาได้ยินมากที่สุดตอนนี้คือนักล่าสัตว์อสูรหมาป่าดำได้รับสมุนไพริญญาล้ำค่าอยู่ในมือ
การของมีค่าและตกเป็ข่าวลือนั้นย่อมเป็สิ่งที่อาจนำพามาซึ่งอันตรายถึงชีวิตถึงแม้ว่าชื่อเสียงของนักล่าสัตว์อสูรหมาป่าดำจะโด่งดังมีอิทธิพลไปทั้งอาณาจักรต้าตงแต่เมื่ออยู่ในป่าเขาอันตรายทุกอย่างย่อมเกิดขึ้นได้
จ้าวเฟยหลงยิ้มอย่างสบายใจเื่นี้เขาเป็ผู้รับผลประโยชน์แต่เพียงผู้เดียวและไร้ส่วนกี่ยวข้องใดๆกับข่าวลือทำให้เขารอดพ้นจากภัยอันตรายอื่นๆรอบด้านไปโดยปริยายเดินลงเขาเพื่อกลับไปพักผ่อนที่ถ้ำอย่างสบายใจเพลิดเพลินกับความงดงามของราตรีรอบๆตัว