บทที่ 57: อสูรกายในคราบเทวรูป (Monster within The Idol)
ณ บ้านพักริมธารในกลางป่าที่ปกคลุมไปด้วยท้องฟ้าอันมืดครึ้มในยามรัตติกาล เจ้าหญิงฮิเมรากิกำลังนั่งปิดตาทำสมาธิอยู่ภายในห้องทำนายที่แสงจากเทียนไขส่องสว่างไปทั่วห้องที่ถูกบดบังไปด้วยความมืดมิด พลังแห่งการทำนายของเธอนั้นก็ได้พัฒนาขึ้นไปอีกขั้น จนตอนนี้ เพียงแค่นั่งหลับตาทำสมาธิอยู่ภายในห้องทำนายที่มีแสงจากเทียนไขส่องสว่างไปทั่วห้องที่ถูกปกคลุมไปด้วยความมืดมิด เธอก็ล่วงรู้ได้ทันทีเลยว่าจะเกิดภัยเหนือธรรมชาติขึ้นที่ไหนยังไงบ้าง ราวกับว่านั่งดูกล้องวงจรปิดในยุคปัจจุบันก็ไม่ปานเจ้าหญิงฮิเมรากิได้ขี่ม้าปีกมีเขาอันเป็นภูติพิทักษ์ประจำกายของเธอที่มีนามว่าเท็นมะ มุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่อยู่ห่างไกลออกไปจากทางอากาศ หมู่บ้านแห่งนั้นมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับเทวรูปกินคนที่วัดร้างแห่งหนึ่งภายในหมู่บ้านที่ได้พรากชีวิตผู้คนที่ออกมาเพ่นพ่านไปมาที่นอกบ้านในยามวิกาลมานักต่อนัก ส่งผลทำให้เหล่าบรรดาผู้คนในหมู่บ้านนั้นต่างก็ไม่มีใครกล้าที่จะเดินออกมาจากบ้านในเวลานั้นอีกเลยที่วัดร้างแห่งนั้นมีเทวรูปแปลกประหลาดองค์หนึ่งตั้งอยู่ภายในวัด เทวรูปองค์นั้นมีผิวสีดำแดง มีดวงตาสีแดงฉาน ภายในปากมีเขี้ยวแหลมเรียงรายเป็นซี่ๆ และมีคราบแห้งกรังตรงบริเวณที่ปากที่คล้ายกับรอยเลือดในช่วงคืนเดียวกันนั้น มันได้กลายเป็นอสูรร้ายที่มีลำตัวสีดำขนาดใหญ่ และเดินออกมาจากวัดร้าง มันออกเดินเพ่นพ่านไปมาทั่วทั้งหมู่บ้านพลางลูบท้องไปมา ดวงตาถลนนั้นมองไปมองมาราวกับมองหาเหยื่อ เหล่าผู้คนในหมู่บ้านต่างก็พากันดับไฟและนอนคลุมโป่งด้วยความหวาดกลัวอยู่ภายในบ้านจนถึงยามเช้าของวันถัดไป แน่นอนว่าในทุกๆ เรือนภายในหมู่บ้านนั้นต่างก็มีแผ่นยันต์อำพรางแปะไว้ที่ประตูหน้าบ้านเพื่อพรางตามันไว้แต่อย่างไรก็ตาม ก็ได้มีผู้โชคร้ายรายหนึ่งที่เดินเร่ร่อนเข้ามาในหมู่บ้านและพบกับมันเข้า ผู้โชคร้ายรายนั้นเริ่มมีอาการหวาดกลัวจนตัวสั่นเมื่อได้เห็นอสูรร้ายที่อยู่ตรงหน้า เข่าทั้งสองข้างนั้นแทบจะทรุดลงกับพื้นจนไม่สามารถขยับไปไหนมาไหนได้เลยมันได้ใช้มือจวกแทงเข้าที่ท้องก่อนที่จะกู่ร้องคำรามออกมาเสียงดังสนั่นกึกก้องไปทั่วหมู่บ้าน จนทำให้ร่างผู้โชคร้ายนั้นแน่นิ่งไป เสียงกู่ร้องคำรามของมันนั้นทำให้ผู้คนในหมู่บ้านต่างก็มีความรู้สึกหวาดกลัวที่มากขึ้นกว่าเก่า ทางด้านเจ้าหญิงฮิเมรากิที่ได้เดินทางมาถึงหมู่บ้านแห่งนั้น เมื่อได้ยินเสียงคำรามของมัน เธอจึงรีบมุ่งหน้าไปยังต้นตอของเสียงนั่นทันที จนได้มาพบกับอสูรกาคิกำลังกัดกินร่างไร้วิญญาณของผู้เร่ร่อนอย่างมูมมามด้วยความหิวโหยเจอตัวแล้ว ใช่อย่างที่ทำนายไว้จริงๆ ด้วยเจ้าหญิงฮิเมรากินั้นไม่รอช้า รีบเขี้ยงแผ่นยันต์ทั้ง 7 ใบไปที่อสูรกาคิก่อนที่จะเสกให้กลายเป็นลูกไฟขนาดย่อมโจมตีใส่มันทันที จากนั้นก็รีบชักดาบพลังแสงออกมาพลางเปลี่ยนรูปแบบอาวุธให้กลายเป็นง้าว ก่อนที่เธอจะกระโดดลงจากหลังม้าและดิ่งลงไปฟันเข้าไปที่ร่างอสูรกาคิอย่างจังจากบนท้องฟ้า จากนั้นก็รีบกระโดดถอยหลังออกมา และยิงเวทย์ธาตุแสงโจมตีใส่มัน 7 นัดในคราวเดียว ซึ่งในแต่ละนัดนั้นจะมีตัวอักขระที่ไม่ซ้ำกันในแต่ละนัด จากนั้น เธอก็เขวี้ยงแผ่นยันต์ทั้ง 17 ใบไปที่อสูรกาคิ ก่อนที่จะร่ายมนต์เสกให้กลายเป็นฟองน้ำจำนวนมาก เมื่อโดนเข้ากับฟองน้ำเหล่านี้ พวกมันก็จะแตกแล้วก็เกิดแรงระเบิดขึ้นมาเสียงดังสนั่น จนทำให้เข่าของมันนั้นแทบจะทรุดลงกับพื้น“ท่านองค์หญิงระวัง”อสูรกาคิพุ่งเข้าชกใส่ร่างเจ้าหญิงฮิเมรากิ แต่เธอก็สามารถหลบหลีกการโจมตีไปที่ด้านหลังของมันได้ทัน เจ้าหญิงฮิเมรากิรีบฉวยโอกาสรีบทำการร่ายมนต์เสกคลื่นกรงเล็บสายฟ้าโจมตีใส่จากทางด้านหลัง จากนั้นก็เขวี้ยงแผ่นยันต์ทั้ง 4 ใบไปที่อสูรกาคิ ก่อนที่เธอจะรีบทำการร่ายมนต์เสกให้กลายเป็นพายุสายฟ้าทั้ง 4 ลูกโจมตีใส่อสูรกาคิเข้าอย่างจังในแนวตรง จนทำให้ร่างของมันได้แตกสลายหายไปอย่างราบคาบสักพัก ก็ได้มีแสงตะวันโผล่ขึ้นสู่ท้องฟ้า และส่องแสงอรุณลงมายังเบื้องล่าง ผู้คนในหมู่บ้านที่อยู่ละแวกนั้นเมื่อได้เห็นว่าอสูรกาคิถูกกำจัดลงแล้ว จึงพากันออกจากบ้านด้วยความปลื้มปิติ และกล่าวคำขอบคุณพลางโค้งคำนับให้กับเจ้าหญิงฮิเมรากิกันยกใหญ่“ขอบพระคุณท่านองเมียวจิหญิงมากนะขอรับ ที่ช่วยหมู่บ้านของพวกเราไว้”“ถ้าหากไม่ได้ท่านช่วยเอาไว้หล่ะก็ ป่านนี้พวกเราก็คงจะต้องอยู่กันอย่างหวาดผวาต่อไปแน่เจ้าค่ะ”สักพัก ผู้เป็นหัวหน้าหมู่บ้านก็ได้ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าเจ้าหญิงฮิเมรากิ พร้อมกับเหล่าบรรดาผู้คนในหมู่บ้านคนอื่นๆ ที่พากันเดินเข้ามาหาเธอด้วยความปลื้มปิติ“ช่างเป็นปาฏิหาริย์ของพวกเรายิ่งนัก ที่ได้ท่านองเมียวจิหญิงมาช่วยจัดการกับเทวรูปกินคน และนำพาความสงบสุขกลับมาสู่หมู่บ้านแห่งนี้อีกครั้งในรอบหลายสิบๆ ปี ท่านรู้หรือไม่ว่า...ในอดีตนั้น ผู้คนในหมู่บ้านแห่งนี้ต่างก็เคยอาศัยอยู่ร่วมกันมาอย่างสงบสุข จนกระทั่งในคืนวันหนึ่ง ความสงบสุขนั้นก็ได้พรากจากพวกเราไป เมื่อเทวรูปกินคนที่เจ้าเพิ่งได้กำจัดลงไปเมื่อสักครู่นี้ได้คลืบคลานเข้ามา และพรากชีวิตเหล่าบรรดาผู้คนในหมู่บ้านมานักต่อนัก...”“จึงทำให้พวกเราต่างก็ต้องอยู่กันอย่างหวาดผวามาเป็นสิบๆ ปี ซึ่งในช่วงที่ผ่านมานั้น ไม่มีใครกล้าเดินออกจากบ้านในยามวิกาลเลยสักคนเดียว”หลังจากที่ผู้เป็นหมู่บ้านได้เล่าให้ฟังจนจบ เจ้าหญิงฮิเมรากิก็ได้หลับตาพริ้มพลางเอ่ยแทรกขึ้นมาว่า“นั่นไม่ใช่เทวรูปกินคน...”เหล่าบรรดาผู้คนในหมู่บ้านต่างก็พากันฉงนขึ้นมาทันที ทางด้านเจ้าหญิงฮิเมรากิเว้นจัง หวะสักพักก่อนที่จะพูดเชิงอธิบายต่อด้วยสีหน้าที่เย็นชา “แต่มันคืออสูรกาคิที่แฝงตัวอยู่ในเทวรูปต่างหาก ซึ่งมันจะคอยออกล่าเหยื่อที่เป็นมนุษย์เพื่อจับกินอวัยวะภายในเป็นอาหาร...”“ถ้าหากไม่มีอะไรแล้ว งั้นข้าขอตัว”หลังสิ้นคำกล่าวลา เจ้าหญิงฮิเมรากิก็โค้งคำนับให้กับผู้เป็นหัวหน้าหมู่บ้านเป็นการอำลา ก่อนที่เธอจะขึ้นขี่บนหลังม้าปีกมีเขา อันเป็นภูติพิทักษ์ประจำกายของเธอที่มีนามว่าเท็นมะ และบินขึ้นสู่ท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ จากนั้น ภาพก็ได้ตัดมายังช่วงเหตุการณ์ในปัจจุบันทางด้านยูกินะ แม้ว่าพอจะเริ่มจำเรื่องราวในอดีตชาติได้บ้างเพียงเล็กน้อย แต่เธอก็ยังไม่แน่ใจอยู่ดีว่า ตัวเธอนั้นใช่เจ้าหญิงฮิเมรากิกลับชาติมาเกิดจริงๆ รึเปล่า“เจ้าไม่ต้องรีบร้อนไปหรอก องค์หญิง เพราะยังมีเวลาที่ได้รื้อฟื้นความทรงจำอีกมาก”ยูกินะกับพวกพ้องทั้งสามต่างก็รีบเตรียมอาวุธขึ้นเพื่อเผชิญหน้ากับบางสิ่งที่กำลังคลืบคลานเข้ามา ในท่ามกลางบรรยากาศล้อมรอบที่เต็มไปด้วยความกดดันจนแทบจะรู้สึกอึดอัด ใบหน้างามของพวกเธอทั้งสี่นั้นต่างก็นิ่วด้วยความเคร่งเครียดพลางกัดฟันแน่นภายในปากคู่งาม มือเรียวงามของพวกเธอนั้นต่างก็จับอาวุธประจำกายของแต่ละคนเอาไว้แน่น มีหยาดเหงื่อผุดขึ้นตามใบหน้าและเรือนร่างของหญิงงามทั้งสี่ สักพัก นางอสูรผู้เป็นเจ้าของน้ำเสียงก็ได้ปรากฏตัวขึ้นที่ตรงหน้าพวกยูกินะ“ได้เจอกันอีกแล้วนะ โทโมเอะและคิทสึเนะ”นางอสูรตนนี้กล่าวทักทายกับมิโกะสาว และภูติพิทักษ์คมดาบในร่างมนุษย์ที่ต่างก็รู้จักกับนางผู้นี้เป็นอย่างดี พวกเธอทั้งสองต่างก็มีสีหน้าที่นิ่วด้วยความโกรธเกรี้ยวอย่างสุดขีด ราวกับว่ามีความแค้นต่อนางอสูรที่อยู่ตรงหน้า ซึ่งนั่นก็เป็นความจริง นางอสูรตนนี้มันไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นยาฉะ โนะ ฮาชิฮิเมะ นางอสูรพิโรธ หนึ่งในลูกสมุนของนางเทวีอสูรฯ โทโมเอะรีบน้าวกระบี่คันศรเล็งไปที่นาง ส่วนทางด้านคิทสึเนะก็รีบกลายร่างเป็นภูติสวรรค์จิ้งจอกคมดาบ กาคิ : เปรตอสุรกายตามฉบับของญี่ปุ่น