
แสงแดดยามบ่ายสาดส่องผ่านแมกไม้ที่ชายป่าหมอก หลินเฟิงในร่างชายหนุ่มรูปงามยืนมองทุ่งหญ้ากว้างใหญ่เบื้องหน้าด้วยแววตามุ่งมั่น เขาใช้เวลาหลายวันในการสำรวจและวางแผนการล่าครั้งนี้ ข้อมูลเกี่ยวกับไป๋เอ๋อร์ ปีศาจกระต่ายสาวผู้ใสซื่อที่อาศัยอยู่ในถ้ำลึกแห่งนี้ได้ถูกเก็บรวบรวมอย่างพิถีพิถัน นางเป็ปีศาจระดับกลางที่มีพลังการรักษาด้วยสมุนไพร แต่ขาดประสบการณ์ในการต่อสู้และไร้เดียงสาต่อกลลวงของโลกภายนอก
เขาหันไปพยักหน้าให้หูเม่ยที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดเพื่อคอยสนับสนุน สายตาของหูเม่ยส่องประกายด้วยความเข้าใจ นางรู้ดีว่าการล่าครั้งนี้จะต้องใช้เล่ห์เหลี่ยมมากกว่าพลัง ไป๋เอ๋อร์อาจจะไม่แข็งแกร่งในการต่อสู้ แต่นางมีสัญชาตญาณการหลบหนีที่เฉียบคม หากใช้วิธีการโจมตีตรงๆ นางอาจจะหลบหนีไปได้
ก่อนที่เขาจะตัดสินใจใช้พลังมายาแปลงกาย หลินเฟิงได้เตรียมพลังพิเศษหลายอย่างไว้ล่วงหน้า นอกจาก 'กลิ่นหอมเย้ายวนระดับสูง' แล้ว เขายังได้ปรับแต่งพลังออร่าของตัวเองให้ดูอ่อนแอและไร้อันตราย เพื่อหลอกสัญชาตญาณการรับรู้อันตรายของปีศาจกระต่าย
ร่างสูงโปร่งค่อยๆ หดเล็กลงจนกลายเป็เด็กชายวัยประมาณ 7-8 ขวบที่มีใบหน้าจิ้มลิ้มน่ารัก ดวงตาสีทองกลมโตดูไร้เดียงสา แต่แฝงไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมที่ซ่อนเร้น การแปลงกายครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่การเปลี่ยนรูปร่างภายนอก แต่เขายังได้ปรับเปลี่ยนกลิ่นกาย เสียงพูด และแม้กระทั่งการเต้นของหัวใจให้เหมือนเด็กมนุษย์จริงๆ ทุกประการ
ไม่ไกลจากจุดนั้น ไป๋เอ๋อร์ ปีศาจกระต่ายสาวกำลังก้มๆ เงยๆ เก็บสมุนไพรอยู่ท่ามกลางดงดอกไม้ป่า นางมีรูปร่างอ้อนแอ้นอรชร ผิวขาวราวกับหิมะที่เพิ่งตกใหม่ ใบหน้าเรียวรูปไข่ประกอบด้วยดวงตากลมโตสีชมพูอ่อนที่ดูตื่นตระหนกอยู่เสมอ ริมฝีปากบางสีระเรื่อดูนุ่มนิ่มน่าัั บนศีรษะของนางมีหูกระต่ายสีขาวนุ่มฟูยาวสลวยที่ขยับไปมาตามเสียงรอบข้าง
ท่าทางของนางขณะเก็บสมุนไพรช่างดูเป็ธรรมชาติและงดงาม นางจะคุกเข่าลงเก็บใบไม้ที่โคนต้น แล้วค่อยๆ ลุกขึ้นเดินไปยังจุดต่อไป ทุกการเคลื่อนไหวของนางเต็มไปด้วยความระมัดระวังและความอ่อนโยน เหมือนกับว่านางกลัวจะทำร้ายแม้แต่ใบหญ้าเล็กๆ ที่เหยียบผ่าน
นางสวมชุดผ้าป่านสีขาวสะอาดตาที่รัดรูป่เอวคอดกิ่ว เผยให้เห็นทรวงอกอวบอิ่มที่ดันเนื้อผ้าออกมาจนดูแน่นขนัด กระโปรงสั้นเพียงเข่าเผยให้เห็นเรียวขาขาวเนียนที่ดูนุ่มนิ่ม แสงแดดที่ส่องผ่านใบไม้ทำให้ผิวของนางเปล่งประกายราวกับไข่มุก ท่าทางของนางที่ดูขี้อายและระแวดระวังภัยช่างกระตุ้นสัญชาตญาณการรุกรานของหลินเฟิงยิ่งนัก
หลินเฟิงสังเกตเห็นว่าไป๋เอ๋อร์มีนิสัยเก็บสมุนไพรใน่บ่ายเป็ประจำ และนางมักจะเก็บในบริเวณเดิมๆ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากถ้ำที่นางอาศัย นี่คือโอกาสที่ดีที่สุดในการเข้าใกล้โดยไม่ทำให้นางสงสัย
"ฮึก... ฮือออ... ท่านแม่... ท่านแม่อยู่ที่ไหน..." หลินเฟิงในร่างเด็กน้อยเริ่มการแสดง เขาแสร้งทำเป็นั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ เสียงร้องไห้ของเขาฟังดูเศร้าโศกและน่าสงสารจริงๆ เขาใช้เทคนิคการควบคุมเสียงที่เรียนมาจากการฝึกฝนพลังอสูร ทำให้เสียงร้องไห้มีความถี่พิเศษที่กระตุ้นสัญชาตญาณการปกป้องของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
พร้อมกับนั้น เขายังปล่อย 'กลิ่นหอมเย้ายวนระดับสูง' ออกมาจางๆ ในรูปแบบที่กระตุ้นความเมตตาและสัญชาตญาณความเป็แม่ กลิ่นนี้ไม่ใช่กลิ่นธรรมดา แต่เป็พลังพิเศษที่ถูกสกัดมาจากดอกไม้หายากหลายชนิดผสมกับพลังอสูรของเขา มันสามารถซึมผ่านการป้องกันทางจิตใจและกระตุ้นความรู้สึกเฉพาะเจาะจงได้
ไป๋เอ๋อร์สะดุ้งสุดตัว หูกระต่ายของนางตั้งชันขึ้นทันที นางหยุดการเก็บสมุนไพรและหันไปรอบๆ เพื่อหาแหล่งที่มาของเสียงร้องไห้ เมื่อได้ยินเสียงเด็กร้องไห้ สัญชาตญาณของปีศาจกระต่ายที่เป็สัตว์อ่อนโยนและรักสงบทำให้นางรู้สึกกังวลทันที
นางค่อยๆ หันไปตามเสียงร้องและพบกับเด็กน้อยที่ดูน่าสงสาร "เอ๊ะ... เด็กมนุษย์งั้นหรือ? ทำไมถึงมาอยู่คนเดียวที่นี่..." นางพึมพำกับตัวเองด้วยความประหลาดใจ ป่าแห่งนี้ห่างไกลจากหมู่บ้านมนุษย์มาก เด็กน้อยคนหนึ่งจะมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร
นางค่อยๆ เดินเข้าไปหาด้วยท่าทางกล้าๆ กลัวๆ แต่เมื่อได้กลิ่นหอมประหลาดที่แผ่ออกมาจากตัวเด็กน้อย หัวใจของนางก็เต้นรัวอย่างประหลาด ความรู้สึกสงสารและอยากปกป้องพุ่งพล่านขึ้นมาจนลืมความกลัว กลิ่นนั้นทำให้นางรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย เหมือนกับกลิ่นของแม่ที่นางจำได้แต่เพียงเล็กน้อยจากวัยเด็ก
"โถ่... เด็กน้อย อย่าร้องไห้ไปเลยนะ ข้าอยู่นี่แล้ว" นางเอ่ยด้วยเสียงอ่อนโยน ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความเมตตา นางคุกเข่าลงข้างๆ หลินเฟิงและเอื้อมมือไปลูบหัวเขาเบาๆ "เ้ามาจากไหน? ทำไมถึงมาอยู่ในป่าลึกแบบนี้คนเดียว?"
หลินเฟิงเงยหน้าขึ้นมองนางด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยน้ำตา "ข้า... ข้าหลงทางครับ ข้าออกมาเก็บผลไม้กับท่านแม่ แต่พอหันไปท่านแม่ก็หายไปแล้ว ข้าะโเรียกแต่ไม่มีใครตอบเลย" เขาแสร้งสั่นเครือและกอดแขนของไป๋เอ๋อร์แน่น
ไป๋เอ๋อร์รู้สึกใจอ่อนมากขึ้น นางไม่เคยเจอเด็กมนุษย์มาก่อน แต่สัญชาตญาณการดูแลที่ฝังลึกในตัวนางทำให้นางอยากจะปกป้องเด็กน้อยคนนี้ "ไม่เป็ไรนะ เดี๋ยวพี่สาวจะช่วยเ้าหาท่านแม่ แต่ตอนนี้ฟ้าเริ่มมืดแล้ว เ้ามาพักที่ถ้ำของพี่สาวก่อนนะ พรุ่งนี้เราค่อยออกไปหากัน"
หลินเฟิงยิ้มในใจ แผนการของเขาเริ่มต้นได้อย่างราบรื่น เขาแสร้งเช็ดน้ำตาและพยักหน้า "ขอบคุณครับพี่สาว เ้าใจดีจังเลย"
ถ้ำที่ไป๋เอ๋อร์อาศัยอยู่นั้นไม่ได้มืดทึบหรืออับชื้นเหมือนถ้ำปีศาจทั่วไป แต่มันถูกดูแลอย่างพิถีพิถันจนดูเหมือนบ้านที่แสนอบอุ่น ผนังถ้ำเป็หินปูนสีขาวนวลที่สะท้อนแสงจากตะเกียงน้ำมันสมุนไพรจนเกิดแสงสว่างจางๆ ที่ดูละมุนตา ตามผนังมีเถาวัลย์ที่มีดอกไม้สีเล็กๆ ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ เลื้อยพันไปมาอย่างเป็ระเบียบ
หลินเฟิงสังเกตเห็นว่าเถาวัลย์เหล่านี้ไม่ใช่พืชธรรมดา แต่เป็พืชวิเศษที่มีคุณสมบัติในการฟอกอากาศและสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย นี่แสดงให้เห็นว่าไป๋เอ๋อร์มีความรู้เื่สมุนไพรและพืชวิเศษอย่างลึกซึ้ง ซึ่งจะเป็ประโยชน์ต่อเขาในอนาคต
พื้นถ้ำถูกกวาดจนสะอาดสะอ้านและปูทับด้วยพรมหนังสัตว์นุ่มๆ หลายชั้นเพื่อป้องกันความเย็นจากพื้นหิน พรมเหล่านี้ดูเหมือนจะทำมาจากขนสัตว์ป่าหลายชนิด แต่ไม่มีกลิ่นคาวหรือเหม็นอับใดๆ แสดงให้เห็นว่าไป๋เอ๋อร์ได้ทำความสะอาดและดูแลรักษาอย่างดี
มุมหนึ่งของถ้ำถูกจัดเป็พื้นที่สำหรับปรุงยาและเก็บสมุนไพร มีชั้นไม้เล็กๆ ที่วางตะกร้าสานบรรจุรากไม้และใบไม้หลากชนิด หลินเฟิงเดินไปดูใกล้ๆ และพบว่ามีสมุนไพรหายากหลายชนิดที่มีราคาแพงมากในตลาดมนุษย์ นางเก็บรวบรวมไว้อย่างเป็ระบบ แต่ละชนิดถูกแยกประเภทและเก็บในภาชนะที่เหมาะสม
กลิ่นของสมุนไพรสดผสมผสานกับกลิ่นกายสาวที่บริสุทธิ์ของไป๋เอ๋อร์สร้างบรรยากาศที่ทำให้ผู้ที่เข้ามาเยือนรู้สึกผ่อนคลายอย่างประหลาด แต่สำหรับหลินเฟิงแล้ว กลิ่นเหล่านี้กลับยิ่งกระตุ้นให้เขาอยากจะประทับรอยรักลงบนทุกตารางนิ้วของสถานที่แห่งนี้
เขาสังเกตเห็นว่ามีหนังสือเก่าๆ หลายเล่มวางอยู่บนชั้นไม้ เมื่อเดินไปดูใกล้ๆ พบว่าเป็ตำราเกี่ยวกับสมุนไพรและการรักษาโรค ลายมือที่จดบันทึกดูประณีตและละเอียด แสดงให้เห็นว่าไป๋เอ๋อร์เป็คนขยันและใฝ่รู้
สิ่งที่โดดเด่นที่สุดภายในถ้ำคือ 'เตียงนอน' ของไป๋เอ๋อร์ที่ตั้งอยู่ส่วนในสุดของถ้ำ ซึ่งถูกยกสูงขึ้นจากพื้นเล็กน้อยด้วยโครงไม้ไผ่สาน เตียงนี้ไม่ใช่เตียงไม้แข็งๆ แต่เป็เตียงที่ถูกสร้างขึ้นจาก 'หญ้าหอมพันปี' ที่มีคุณสมบัติอ่อนนุ่มและยืดหยุ่นสูง ถูกนำมาถักทอและวางซ้อนกันจนมีความหนาเกือบหนึ่งศอก ทับด้วยผ้าแพรสีขาวเนื้อละเอียดที่ลื่นไหลไปตามผิวัั
หลินเฟิงรู้ดีว่าหญ้าหอมพันปีเป็พืชหายากที่มีคุณสมบัติพิเศษหลายอย่าง นอกจากจะนุ่มสบายแล้ว มันยังช่วยฟื้นฟูร่างกายและจิตใจของผู้ที่นอนบนมัน การที่ไป๋เอ๋อร์มีหญ้าชนิดนี้จำนวนมากพอที่จะทำเตียงได้ แสดงว่านางต้องใช้เวลาหลายปีในการเก็บรวบรวม
รอบๆ เตียงมีม่านผ้าบางเบาสีชมพูอ่อนทิ้งตัวลงมาจากเพดานถ้ำ ช่วยสร้างความเป็ส่วนตัวและบรรยากาศที่ชวนฝัน ผ้าม่านเหล่านี้ทำจากใยไหมของแมงมุมวิเศษ มีคุณสมบัติในการกรองแสงและสร้างบรรยากาศที่อบอุ่น
เมื่อลองกดมือลงไปบนเตียง จะพบว่ามันมีความนุ่มนวลราวกับปุยเมฆ แต่ก็มีความแน่นพอที่จะรองรับแรงกระแทกที่รุนแรงได้เป็อย่างดี กลิ่นหอมของหญ้าแห้งที่ถูกแดดจัดผสมกับกลิ่นแป้งเด็กจางๆ จากตัวไป๋เอ๋อร์ที่ติดอยู่บนหมอนใบโต ช่างเป็กลิ่นที่ยั่วยวนใจให้หลินเฟิงจินตนาการถึงร่างบางที่บิดเร้าอยู่บนเตียงนี้ภายใต้ร่างของเขา
"อาเฟิง... มานั่งพักบนเตียงของพี่สาวก่อนนะจ๊ะ เดี๋ยวพี่สาวจะไปเตรียมอาหารมาให้" ไป๋เอ๋อร์เอ่ยด้วยรอยยิ้มใสซื่อขณะจูงมือเด็กน้อยมาที่เตียง
หลินเฟิงแสร้งทำเป็ะโขึ้นไปบนเตียงแล้วกลิ้งตัวไปมา "ว้าว! เตียงของพี่สาวนุ่มจังเลยครับ ข้าอยากนอนบนนี้กับพี่สาวจังเลย" เขาแสร้งทำเป็เด็กไร้เดียงสา แต่ในใจกำลังวางแผนขั้นตอนต่อไป
ไป๋เอ๋อร์หน้าแดงระเรื่อเมื่อได้ยินคำพูดไร้เดียงสานั้น นางไม่ได้เฉลียวใจเลยว่าเตียงที่นางใช้พักผ่อนอย่างสงบสุขมาตลอด บัดนี้กำลังจะกลายเป็สถานที่ที่นางจะต้องสูญเสียความบริสุทธิ์และถูกสอนบทเรียนสวาทที่เร่าร้อนที่สุดในชีวิตโดยจิ้งจอกเ้าเล่ห์ในร่างเด็กน้อยคนนี้
นางเดินไปที่มุมครัวเล็กๆ ของถ้ำเพื่อเตรียมอาหาร ขณะที่หลินเฟิงแอบสำรวจรายละเอียดต่างๆ ในถ้ำ เขาพบว่ามีของใช้ส่วนตัวของไป๋เอ๋อร์วางอยู่ในตะกร้าเล็กๆ ข้างเตียง รวมถึงชุดชั้นในที่ทำจากผ้าไหมนุ่มๆ และเครื่องประดับเล็กๆ น้อยๆ
เขาเก็บชุดชั้นในของนางขึ้นมาดมกลิ่น กลิ่นหอมอ่อนๆ ของร่างกายสาวผสมกับกลิ่นสบู่สมุนไพรทำให้เขารู้สึกตื่นเต้น เขาจินตนาการถึงภาพที่นางสวมชุดนี้ และเร็วๆ นี้เขาจะได้เป็คนถอดมันออกด้วยตัวเอง
"อาเฟิง อาหารเสร็จแล้วจ้า" ไป๋เอ๋อร์เรียกเขาด้วยเสียงใสใส นางเตรียมข้าวต้มใส่เนื้อสัตว์ป่าและผักสมุนไพรหลายชนิด กลิ่นหอมของอาหารลอยมาทำให้หลินเฟิงรู้สึกหิวจริงๆ
พวกเขานั่งกินข้าวด้วยกันบนพรมนุ่มๆ ไป๋เอ๋อร์ตักข้าวใส่ชามให้หลินเฟิงอย่างเอาใจใส่ นางดูแลเขาเหมือนแม่ที่ดูแลลูก ทำให้หลินเฟิงรู้สึกผิดเล็กน้อยกับสิ่งที่เขากำลังจะทำ แต่ความปรารถนาและสัญชาตญาณของอสูรกลับแข็งแกร่งกว่า
"พี่สาวครับ ทำไมพี่สาวถึงอยู่คนเดียวในป่าลึกแบบนี้ล่ะครับ?" หลินเฟิงถามด้วยความอยากรู้
ไป๋เอ๋อร์หยุดตักข้าว สีหน้าของนางเศร้าลง "ข้า... ข้าเป็ปีศาจกระต่าย พ่อแม่ของข้าถูกนายพรานฆ่าตายั้แ่ข้ายังเด็ก ข้าเลยต้องหนีมาอยู่ในป่าลึกคนเดียว" นางเล่าด้วยเสียงสั่นเครือ
หลินเฟิงรู้สึกสงสารนางขึ้นมาเล็กน้อย แต่เขาก็ใช้ข้อมูลนี้ในการวางแผนต่อไป "พี่สาวน่าสงสารจังเลย แต่ตอนนี้ข้าอยู่กับพี่สาวแล้ว พี่สาวจะไม่เหงาอีกแล้วครับ"
ไป๋เอ๋อร์ยิ้มหวานใส "ขอบคุณนะอาเฟิง เ้าทำให้พี่สาวรู้สึกอบอุ่นมากเลย"
หลังจากทานข้าวเสร็จ ไป๋เอ๋อร์สังเกตเห็นว่าเสื้อผ้าของหลินเฟิงเปื้อนดินและใบไม้
"ดูสิ ตัวเ้ามอมแมมไปหมดเลย มาเถอะ พี่สาวจะพาไปอาบน้ำที่ลำธารหลังถ้ำ จะได้สบายตัวนะ" ไป๋เอ๋อร์จูงมือหลินเฟิงไปยังบ่อน้ำร้อนธรรมชาติที่ซ่อนอยู่หลังม่านเถาวัลย์
บ่อน้ำร้อนธรรมชาติแห่งนี้เป็สิ่งมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติสร้างขึ้น น้ำร้อนที่พุ่งขึ้นมาจากใต้ดินมีคุณสมบัติในการรักษาและผ่อนคลายกล้ามเนื้อ รอบๆ บ่อน้ำมีหินธรรมชาติเรียงรายและต้นไผ่เล็กๆ ที่ช่วยสร้างความเป็ส่วนตัว
ท่ามกลางไอหมอกจางๆ ที่ลอยอ้อยอิ่งเหนือผิวน้ำร้อน ไป๋เอ๋อร์ในยามนี้ช่างงดงามราวกับเทพธิดาที่จุติลงมาอาบน้ำในโลกมนุษย์ นางเริ่มถอดเสื้อผ้าออกอย่างไม่อายเขิน เพราะคิดว่าหลินเฟิงเป็เพียงเด็กน้อยไร้เดียงสา
ชุดซับในผ้าป่านสีขาวบางเบาที่นางสวมใส่บัดนี้เปียกโชกจนแนบสนิทไปกับผิวเนื้อเนียนละเอียด เผยให้เห็นสัดส่วนโค้งเว้าที่ซ่อนเร้นอยู่อย่างชัดเจนจนแทบไม่ต้องจินตนาการ ผ้าเปียกทำให้ทุกรายละเอียดของร่างกายนางปรากฏชัดเจน
ทรวงอกอวบอิ่มที่ใหญ่โตเกินตัวของนางพุ่งเด่นออกมาจนผ้าบางๆ ไม่อาจปกปิดได้มิด รูปทรงที่สมบูรณ์แบบและแน่นกระชับแสดงให้เห็นว่านางยังอยู่ในวัยที่เบ่งบาน ยอดอกสีชมพูจางๆ ที่แข็งชันจากการถูกความเย็นของอากาศภายนอกสลับกับความร้อนของน้ำ ดันเนื้อผ้าออกมาเป็รูปทรงที่เย้ายวนใจ
ทุกครั้งที่นางขยับกายเพื่อตักน้ำลูบไล้ตัว ทรวงอกคู่นั้นจะสั่นไหวไปมาอย่างเป็ธรรมชาติ การเคลื่อนไหวที่นุ่มนวลและเป็ธรรมชาติของนางช่างดูเซ็กซี่อย่างไม่ตั้งใจ หยดน้ำใสๆ ไหลรินผ่านร่องอกลึกสลักลงไปสู่หน้าท้องที่แบนราบและเอวคอดกิ่วที่ดูบอบบางจนน่าทะนุถนอม
เรียวขาขาวเนียนของนางที่จมอยู่ใต้ผิวน้ำดูนุ่มนิ่มและยาวสลวย ผิวของนางสะท้อนแสงไฟจางๆ ในถ้ำจนดูเหมือนมุกที่เปียกน้ำ ทุกส่วนของร่างกายนางดูสมส่วนและงดงาม ไม่มีตำหนิใดๆ
สะโพกผายที่อัดแน่นไปด้วยมัดกล้ามเนื้อของปีศาจกระต่ายดูเย้ายวนใจยิ่งนักเมื่อมันบิดส่ายไปมาตามจังหวะการเคลื่อนไหว ไป๋เอ๋อร์ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าภาพที่นางกำลังแสดงออกมานั้น ช่างเป็ภาพที่กระตุ้นสัญชาตญาณดิบของจิ้งจอกหนุ่มในร่างเด็กน้อยให้ลุกโชนเพียงใด
หลินเฟิงที่แสร้งทำเป็เด็กน้อยถึงกับต้องลอบกลืนน้ำลาย ร่างกายของเขาเริ่มตอบสนองต่อภาพตรงหน้าอย่างรุนแรง แม้จะอยู่ในร่างเด็ก แต่แก่นกายอสูรของเขากลับไม่สามารถหดเล็กตามไปด้วยได้ทั้งหมด มันเริ่มแข็งตัวและพองโตขึ้นจนดันกางเกงผ้าป่านตัวเล็กออกมาเป็ลำชัดเจน
เขาพยายามควบคุมตัวเองแต่ก็ทำได้ยาก ภาพของไป๋เอ๋อร์ที่เปียกโชกและเซ็กซี่นั้นช่างกระตุ้นความปรารถนาของเขาอย่างรุนแรง เขาเริ่มปล่อยกลิ่นหอมเย้ายวนออกมาเข้มข้นขึ้นเล็กน้อย
"มาจ๊ะอาเฟิง เดี๋ยวพี่สาวอาบน้ำให้..." ไป๋เอ๋อร์เดินเข้ามาอุ้มเขาลงในน้ำ น้ำอุ่นๆ ทำให้ร่างกายทั้งสองผ่อนคลาย นางเริ่มใช้ผ้าชุบน้ำลูบไล้ไปตามร่างกายของเด็กน้อย เริ่มจากแผ่นหลัง แล้วค่อยๆ เลื่อนไปยังแขนและขา
แต่เมื่อมือของนางเลื่อนลงไปัักับส่วนล่าง นางก็ต้องชะงักกึก มือของนางัั์เข้ากับสิ่งที่แข็งขึงและใหญ่โตผิดปกติสำหรับเด็กในวัยนี้
"เอ๊ะ... อาเฟิง... ทำไมตรงนี้ของเ้าถึง... ใหญ่และแข็งขนาดนี้ล่ะ?" ไป๋เอ๋อร์เบิกตากว้างด้วยความใ นางจ้องมอง 'ท่อนเนื้อ' ที่ใหญ่โตเกินวัยของเด็กน้อยที่พยายามกดไว้ใต้ผิวน้ำ แต่มันกลับชูชันขึ้นมาทักทายสายตาของนาง
ขนาดของมันใหญ่เกือบเท่ากับข้อมือของนาง และยาวประมาณหนึ่งคืบ สำหรับเด็กวัย 7-8 ขวบแล้ว นี่ช่างเป็สิ่งที่ผิดปกติอย่างมาก แต่ไป๋เอ๋อร์ที่ไร้ประสบการณ์ไม่ได้คิดไปในทางที่ผิด
หลินเฟิงแสร้งทำหน้าซื่อ "ข้าก็ไม่รู้ครับพี่สาว... เวลาข้าอยู่ใกล้พี่สาว มันก็มักจะร้อนและแข็งแบบนี้เสมอเลย... มันเจ็บจังเลยครับ ช่วยอาเฟิงด้วยได้ไหมครับ?" เขาใช้เสียงที่ฟังดูน่าสงสารและไร้เดียงสา
ไป๋เอ๋อร์ที่ใสซื่อถึงกับหน้าแดงก่ำ หัวใจของนางเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมา นางไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาก่อน แต่ความเมตตาและความอยากช่วยเหลือทำให้นางไม่อยากปล่อยให้เด็กน้อยทุกข์ทรมาน
กลิ่นหอมเย้ายวนจากตัวหลินเฟิงเริ่มทำงานหนักขึ้น มันซึมเข้าไปในระบบประสาทของไป๋เอ๋อร์และเริ่มกระตุ้นความปรารถนาที่ซ่อนเร้นในกายของปีศาจกระต่ายสาวให้นึกถึงเื่ที่นางไม่เคยกล้าคิดมาก่อน
"ถ้า... ถ้าเจ็บจริงๆ พี่สาวจะช่วยนะ..." นางพึมพำด้วยเสียงสั่นเครือ
เมื่อไป๋เอ๋อร์ขยับเข้ามาใกล้เพื่อจะช่วยอาบน้ำให้ 'อาเฟิง' น้อย มือเรียวบางของนางที่สั่นเทาเล็กน้อยเริ่มลูบไล้ผ้าเปียกๆ ไปตามแผ่นหลังและลำตัวของเด็กน้อย การััของนางอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความเอาใจใส่
แต่เมื่อนางเลื่อนมือลงไปัักับส่วนล่างเพื่อจะทำความสะอาดให้ตามสัญชาตญาณของผู้ดูแล นางก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อปลายนิ้วััเข้ากับสิ่งที่แข็งขึงและร้อนระอุอยู่ใต้ผิวน้ำ
"เอ๊ะ... อาเฟิง... นี่มัน..." ไป๋เอ๋อร์อุทานออกมาเบาๆ ใบหน้าหวานแดงก่ำไปถึงใบหู นางลองใช้มือกำรอบสิ่งที่นางคิดว่าเป็ 'อวัยวะ' ของเด็กน้อย แต่กลับพบว่ามันใหญ่โตจนมือนางแทบจะกำไม่มิด ความร้อนที่แผ่ออกมาจากท่อนเนื้อนั้นทำให้หัวใจของนางเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมาจากอก
ผิวััของมันเนียนนุ่มแต่แข็งแกร่ง นางรู้สึกถึงเส้นเืที่เต้นรัวอยู่ใต้ิั และความร้อนที่เผาผลาญที่แผ่ออกมา มันทำให้นางรู้สึกแปลกๆ ในใจ เหมือนมีอะไรบางอย่างในร่างกายของนางเองเริ่มตื่นขึ้นมา
หลินเฟิงเห็นโอกาสทอง เขาเริ่มเร่งเร้าพลัง 'กลิ่นหอมเย้ายวนระดับสูง' ให้เข้มข้นขึ้น กลิ่นหอมที่เคยจางๆ บัดนี้กลับกลายเป็กลิ่นที่รุนแรงและซึมลึกเข้าไปในโสตประสาทของไป๋เอ๋อร์ มันไม่ใช่แค่กลิ่นหอม แต่มันคือยากระตุ้นกำหนัดที่ถูกปรุงแต่งด้วยพลังอสูรชั้นสูง
กลิ่นนี้เข้าไปทำลายกำแพงความใสซื่อและกระตุ้นสัญชาตญาณการสืบพันธุ์ของปีศาจกระต่ายในตัวนางให้ตื่นขึ้น มันทำให้ร่างกายของนางเริ่มร้อนผ่าวและอยากได้การัั หัวใจเต้นแรงขึ้น ลมหายใจเร็วขึ้น และที่สำคัญที่สุดคือความปรารถนาที่ไม่เคยรู้จักเริ่มปลุกเร้าขึ้นมา
"พี่สาวครับ... มันร้อนจังเลย... ช่วยอาเฟิงด้วย..." หลินเฟิงแสร้งทำเสียงสั่นเครือพลางซุกใบหน้าลงกับทรวงอกอวบอิ่มที่เปียกโชกของนาง เขาใช้ลิ้นเล็กๆ แอบตวัดเลียผ่านเนื้อผ้าบางๆ ไปที่ยอดอกของนางอย่างแเี
การััที่อ่อนโยนแต่เร้าใจนั้นทำให้ไป๋เอ๋อร์รู้สึกเหมือนถูกกระแสไฟฟ้าแล่นพล่านไปทั่วร่าง ััจากปากของเด็กน้อยที่ยอดอกประกอบกับกลิ่นหอมที่มอมเมาสติ ทำให้นางเริ่มสูญเสียการควบคุมตัวเอง
มือที่เคยกำท่อนเนื้อไว้หลวมๆ เริ่มขยับรูดรั้งขึ้นลงตามสัญชาตญาณที่ถูกปลุกเร้า นางรู้สึกถึงความแข็งแกร่งและเส้นเืที่ปูดโปนบนท่อนเนื้อนั้น มันช่างดูทรงพลังและน่าหลงใหลอย่างที่นางไม่เคยพบเจอมาก่อน
"อาเฟิง... ทำไมร่างกายของพี่ถึง... รู้สึกแปลกๆ แบบนี้..." ไป๋เอ๋อร์ครางกระเส่า ร่างกายของนางเริ่มบิดเร้าไปมาในน้ำ ความรู้สึกแปลกๆ ที่ไม่เคยรู้จักเริ่มก่อตัวขึ้นในส่วนลึกของร่างกาย
น้ำรักของนางเริ่มหลั่งไหลออกมาจนทำให้ผิวน้ำรอบๆ ตัวนางเริ่มขุ่นมัว กลิ่นหอมหวานของความ้าเริ่มผสมปนเปกับกลิ่นหอมจากหลินเฟิง สร้างบรรยากาศที่เร้าใจและน่าหลงใหล
นางจ้องมองเด็กน้อยตรงหน้าด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ดวงตาสีชมพูอ่อนที่เคยใสซื่อบัดนี้เริ่มมีแววของความปรารถนา ความสงสารเริ่มถูกแทนที่ด้วยความปรารถนาที่รุนแรง ไป๋เอ๋อร์โน้มใบหน้าลงไปหาหลินเฟิง ลมหายใจร้อนๆ ของนางเป่ารดผิวแก้มของเขา
"พี่สาวจะช่วยเ้าเองนะอาเฟิง... ไม่ว่าเ้า้าอะไร... พี่สาวจะยอมทำทุกอย่าง..." นางกระซิบด้วยเสียงที่เซ็กซี่และเต็มไปด้วยความปรารถนา
หลินเฟิงลอบยิ้มในใจ แผนการของเขาสำเร็จอย่างสมบูรณ์แบบ เหยื่อสาวผู้ใสซื่อบัดนี้ได้ติดกับดักเสน่หาของเขาอย่างสมบูรณ์แล้ว และบทเรียนสวาทบทแรกของปีศาจกระต่ายสาวกำลังจะเริ่มต้นขึ้นในบ่อน้ำร้อนแห่งนี้เอง
ในใจของเขาเต็มไปด้วยความพึงพอใจ การล่าครั้งนี้จะไม่ใช่เพียงแค่การได้มาซึ่งพลังงานและความแข็งแกร่ง แต่จะเป็การสอนบทเรียนแห่งความสุขทางกายให้กับปีศาจกระต่ายสาวใสซื่อคนนี้ด้วย