“ทำไมแกถึงเลวระยำได้ขนาดนี้ห๊ะไอ้ดิน?!!”
“หึ!”
“พ่อแม่ฉัน ครอบครัวของฉัน มีบุญคุณกับแกขนาดไหน แกสำนึกได้บ้างไหม?”
“บุญคุณ? เหอะ!”
“แกทำอย่างนั้นกับพวกเขาได้ยังไง มันไม่โหดร้ายเกินมนุษย์ไปหน่อยหรือไงวะ?”
เสียงเข่นเขี้ยวลอดไรฟันของใครสักคน ที่ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าคือใคร คล้ายจะเอ่ยถามคู่สนทนา และเหมือนคู่สนทนาของเขาจะไม่ตอบคำถาม เพราะฉันได้ยินเพียงแค่เสียงหัวเราะอย่างเหยียดหยามในลำคอเท่านั้น
“สิ่งที่แกทำกับฉัน ที่ครอบครัวแกทำกับฉัน มันไม่ระยำกว่าหรือไงวะ ยังจะมีหน้ามาถามฉันอีกนะ ว่าทำไปได้ยังไง ไอ้ตะวัน!!”
“...”
“ที่ฉันมีชีวิตรอดมาได้ทุกวันนี้ มันเป็เพราะการดิ้นรนที่จะหน้าด้านอยู่ต่อของฉันเองทั้งนั้น พวกแกไม่เคยมาช่วยเหลืออะไร ให้ฉันรู้สึกได้ถึงคำว่าบุญคุณเลย หัดสำเหนียกกันซะบ้าง ไม่ใช่เอาแต่แหกปากถามหาถึงเหตุผล!!”
เริ่มได้กลิ่นความเกรี้ยวกราดลอยออกมาตามน้ำเสียง ทำให้ฉันที่คล้ายกำลังกึ่งหลับกึ่งตื่น ค่อยๆ เปิดเปลือกตาขึ้นมองรอบกายช้าๆ และก็พบว่าตัวเองมาโผล่อยู่ที่ไหนก็ไม่รู้
ร่างของฉันนอนแผ่อยู่บนพื้นปูนสกปรก ที่มีแต่ขี้ฝุ่นขี้ดินและเศษซากใบไม้ปลิวเกลื่อนกลาดเต็มไปหมด และเมื่อเอียงหน้ามองไปข้างๆ ก็พบเข้ากับถังแกลลอนน้ำมันเก่าๆ และกองอะไรสักอย่างซึ่งมีผ้าใบปิดอยู่ วางกระจุกเป็กลุ่มก้อนห่างกันไม่มาก
้าหลังคาสูงจนเกือบเท่าตึก 2 ชั้น มีรูรั่วทั้งน้อยใหญ่ ทำให้แสงจากดวงอาทิตย์ ส่องเข้ามาภายในจนสว่างพอสมควร ฉันเดาว่าที่นี่น่าจะเป็โกดังร้างอย่างแน่นอน
ด้วยความงุนงง สมองยังประมวลผลอะไรไม่ทัน ฉันจึงค่อยๆ หยัดกายลุกขึ้นยืน และปัดฝุ่นออกจากเสื้อผ้าเล็กน้อย ก่อนเดินเกาหัวอย่างสงสัยถึงสิ่งที่กำลังเป็อยู่ ไปตามเสียงคนกำลังคุยกัน ซึ่งอยู่อีกฟากของกำแพงปูนเกือบพังตรงหน้า
“จะตายอยู่แล้ว แกยังไม่รู้สำนึกถึงสิ่งที่พวกแกทำไว้กับฉันอีกนะไอ้ตะวัน!”
ภาพตรงหน้าทำให้ฉันยืนตัวแข็งทื่อเบิกตาค้าง ผู้ชายรูปร่างสูงกำยำหน้าตาหล่อคม กำลังแสดงความโกรธาออกมาอย่างเดือดดาล แต่ั์ตาสีดำสนิทกลับเต็มไปด้วยความเศร้าโศก
มือใหญ่ถืออาวุธที่ใช้ยิงระยะไกลสีดำมันเงา หันปลายกระบอกเล็งไปยังผู้ชายอีกคน ที่มีหน้าตาดีมากเหมือนกัน แต่เขากลับอยู่ในสภาพค่อนข้างมอซอเปรอะเปื้อน คล้ายไม่ได้อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ามาสักระยะ
“อยากฆ่าฉันมากนักก็ทำเลยไอ้ดิน ฉันเบื่อที่จะหนีแล้ว”
ร่างสูงผายมือออกทั้งสองข้างพร้อมหลับตาลง ราวกับว่าเขาปลงกับชีวิต และรอรับกรงเล็บของมัจจุราชผู้หล่อเหลา
ตายด้วยน้ำมือของผู้ชายที่หล่อขนาดนี้เป็ฉันก็ยอมนะ อย่างน้อยๆ ก่อนตาย ก็ได้เห็นหน้าหล่อๆ ของเขาเป็รางวัลชีวิต แอร๊ย~
“...”
“...”
“วันนั้น...ทำไมถึงไม่คิดจะช่วยฉัน?”
หลังจากที่เอาแต่ยืนเงียบกันได้สักพัก คนที่ถือปืนอยู่ในมือก็เอ่ยประโยคคำถาม ที่ดูบีบเค้นอารมณ์ทั้งคนถามและคนถูกถามได้ดีทีเดียว
คนที่ยืนหลับตาอยู่ในตอนแรก ค่อยๆ ลืมตื่นขึ้นมองสบกับคู่สนทนา ดวงตาของเขามีน้ำใสๆ รื้นออกมาคลอเล็กน้อย ก่อนที่จะหลุบมองต่ำลงบนพื้น คล้ายละอายแก่ใจจนไม่กล้าตอบคำถาม
ประโยคนี้คุ้นๆ แฮะ เหมือนฉันพึ่งจะอ่านมาเลย
แถมสถานการณ์แบบนี้ ก็โคตรคลับคล้ายคลับคลาว่าได้ผ่านตามาหมาดๆ
ตะวันเอย ดินเอย ชื่อคนสองคนนี้ก็ตรงสุดๆ
อะไรมันจะเป๊ะขนาดนั้น อย่างกับฉันยืนอยู่ในฉากจบสุดแย่ของนิยายที่พึ่งอ่านไปเลยอ่ะ
ฮ่าๆๆ ไม่น่าจะใช่หรอกมั้ง มันเป็เื่เหลือจะเชื่อจนเกินไป ไม่หรอกน่า...
ในขณะที่กำลังทะเลาะกับตัวเองอย่างกับคนบ้า ฉันก็เหลือบไปเห็นร่างของบุคคลที่ 3 ซึ่งไม่ใช่ฉันอยู่ในฉากจบนี้ด้วย
หญิงวัยกลางคนคนหนึ่ง ยืนมองไปที่ชายหนุ่มหน้าคมแววตาโศกเศร้าคนนั้น ด้วยสายตาแข็งกร้าว เธอค่อยๆ ล้วงหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋าสะพายข้าง และเมื่อมันโผล่พ้นออกมาฉันก็เห็นได้อย่างชัดเจน ว่าวัตถุนั้นมันคือ...ปืน!!
“ระวัง!!”
ปัง!!
ไม่ต้องรอให้แน่ใจแล้วว่าใช่หรือไม่ใช่กันแน่ ที่ฉันโผล่เข้ามาอยู่ในนิยายที่พึ่งอ่าน
จากระยะที่ยืนอยู่ไม่ได้ห่างจาก 2 คนนั้นเท่าไหร่นัก ฉันจึงรีบะโข้ามกำแพงปูน ที่พังลงมาจนเหลือแค่ครึ่งหัวเข่าอย่างไม่คิดหน้าคิดหลัง ไปผลักร่างสูงของคนที่คิดว่าน่าจะเป็ดิน ซึ่งกำลังหันหน้ามาตามเสียงะโของฉัน ให้หลบวิถีะุที่กำลังวิ่งเข้าไปหาเขา
ร่างของเราทั้งคู่ล้มลงสู่พื้น โดยมีฉันนอนทับเขาอยู่้า สถานการณ์ที่คาดเดาอะไรล่วงหน้าไม่ได้นี้ ส่งผลให้ริมฝีปากของเราแตะกันเบาๆ และฉันก็เป็ฝ่ายผละใบหน้าออกเล็กน้อย คล้ายดินกำลังงงว่าฉันเป็ใคร เพราะบนหน้าเขามีแต่เครื่องหมายคำถามเต็มไปหมด
แต่จังหวะนี้มัวมานอนถามไถ่ที่มากัน เห็นจะไม่สมควรสักเท่าไหร่นัก มือใหญ่รีบดันร่างฉันให้พลิกลงไปนอนราบบนพื้น ก่อนตัวเองจะลุกวิ่งหมอบเข้าหลังกองสิ่งของซึ่งอยู่ข้างๆ
ฉันนอนมองหลังคาตาปริบๆ อยู่ที่เดิมในท่าเดิมราวกับถูกจับวาง ขณะที่ดินหนีไปหลบลูกะุคนเดียว ส่วนคนที่ฉันเดาว่าน่าจะเป็แก้วตา ชู้รักของพ่อเขาก็เดินจ้ำออกมาหาตะวัน และพากันหนีออกไปทางประตูใกล้ๆ
นี่ถ้าแก้วตาโมโหที่ฉันทะเล่อทะล่าออกมาขัดขวางแผนการของเธอ แล้วเดินมายิงซ้ำอีกรอบ ฉันว่าฉันคงได้นอนตายอยู่ตรงนี้แทนดินที่หนีไปหลบแน่ๆ
“ไอ้ชั่ว!!”
เมื่อสติสตังกลับมาครบสมบูรณ์แบบ ปากหมาๆ ของฉันก็ทำงานโดยอัตโนมัติ ตอนนี้อารมณ์ฉันขุ่นมัวอย่างสุดๆ พร้อมกัดพร้อมเห่าใส่อย่างไม่เลือกหน้า