แก้วนพคุณ

    กีฬาสี

                        วันนี้เปิดงานกีฬาสีประจำปีของโรงเรียนพริมารอดตัวจากการเป็น         เชียร์ลีดเดอร์เพราะสาวน้อยเต้นคล่อมจังหวะได้เก่งจนเพื่อนๆ     ปวดหัว เพื่อนในห้องลงมติเลือกคนสวยๆให้เป็นเชียร์ลีดเดอร์ พริมาคือหนึ่งในนั้น หล่อนปฏิเสธพัลวัน แต่เพื่อนๆ ไม่ยอมยามาก็เกือบโดน แต่โชคดีที่หล่อนเป็นนักกีฬาวิ่งประจำสีน้ำเงินหล่อนเลยรอดตัวอย่างหวุดหวิด ในแต่ละห้องนั้นนักเรียนไม่ได้อยู่สีเดียวกันทั้งหมด พวกเขาคละสีกันทำให้เด็กแต่ละห้องแต่ละชั้นที่ไม่เคยได้รู้จักกันจะได้มีเพื่อนใหม่ๆ ก็งานนี้พริมากับยามาอยู่สีน้ำเงิน สองสาวตัวติดกันตลอดจนเพื่อนๆ อดแขวะไม่ได้

            “แหม! เรียนห้องเดียวกันมาตลอด กีฬาสียังอยู่สีเดียวกันอีก”         คนที่พูดก็คือศศิธรนั่นเอง หล่อนก็เรียนห้องเดียวกับพวกพริมาแต่มือไม่ดีจับได้สีชมพู แมนๆ แบบหล่อนให้ใส่สีชมพูจะบ้าตาย!ขอแลกกับใครก็ไม่มีใครให้แลก ใจร้ายชะมัด!และที่ตลกคือพวกเด็กผู้ชายหลายคนโหวตให้ศศิธรเป็นเชียร์ลีดเดอร์...ไม่ใช่ว่าสวยสะดุดตา แต่ศศิธรมีศัตรูเยอะ (อันนี้หล่อนบอกเอง) และคิดว่าเป็นการกลั่นแกล้งที่น่าขายหน้าที่สุด

                “ฉันโหวตไอ้เก๋ด้วยคน” ยามาหัวเราะร่าถึงกลับบ้านไปจะทะเลาะกับแม่ แต่อยู่ที่โรงเรียนหล่อนสนุกและมีความสุข

                “พอๆ ไอ้ปลาทู แกอย่ามาบ้าตามไอ้พวกนี้” ศศิธรเท้าเอวตอนนี้  สาวหล่อตัดยามาออกจากการเป็นคู่แข่งแล้วเพราะปีนี้ยามาเป็นสาวเต็มตัว ผมก็ยาวแถมมีผู้ชายมาจีบตั้งหลายคนแม้เด็กสาวจะยังไม่มีท่าทีว่าชอบใคร แต่หล่อนไม่ใช่สาวหล่ออย่างแน่นอน แบบนี้ค่อยน่าคบหน่อยหนึ่งในหนุ่มที่ตามจีบยามาคือศิวกรเด็กผู้ชายที่เคยล้อยามาเรื่องผมของหล่อนเมื่อสองปีก่อน สรุปพริมาโดนเลือกเป็นเชียร์ลีดเดอร์ส่วนศศิธรก็โดนด้วย (เพราะเพื่อนแกล้ง) แต่พอถึงเวลาซ้อมสาวหล่อที่เกลียดนักหนา...กลับสนุกสุดๆหล่อนเต้นได้ดีและชอบเสียด้วย แต่พริมานั้นหนัก...จากกิจกรรมเข้าจังหวะ เด็กสาวเปลี่ยนเป็นกิจกรรมคล่อมจังหวะได้อย่างแนบเนียน

                “ไม่ใช่! ขานี้สิ แขนไปทางโน้น...โอ้ย!นี่เดินไปไหนมาไหนได้ยังไงเนี้ย” ศศิธร (ที่อยู่สีชมพู) มีน้ำใจสอนพริมา(ที่อยู่สีน้ำเงิน) เต้นไปบ่นไป หล่อนไม่เข้าใจทำไมพริมาเต้นไม่ได้เลยขากับแขนสลับกันไปหมดจังหวะก็ไม่ทัน      ทุกวันนี้หล่อนเดินได้ก็บุญแล้วสินะสุดท้ายเพื่อน ๆ เลยถอดใจต้องปลด    เชียร์ลีดเดอร์หน้าอินเตอร์ออกสายฟ้าแลบ

                “งั้นไปถือป้ายแล้วกัน ถือป้ายเดินนำขบวนน่ะทำได้นะ? เดินปกติเลย แค่ในมือถือป้ายเข้าใจใช่ป่ะ?” ศศิธรที่ตอนนี้แต่งตั้งตัวเองเป็นแม่งานกำลังจัดการแก้ปัญหา(ทั้งที่อยู่คนละสี)พริมาพยักหน้า แค่ถือป้ายเดินถือว่าโชคดีมาก...ดีกว่าเชียร์ลีดเดอร์เป็นไหน ๆ

                “จะทำให้ดีที่สุดเลยค่ะ” เด็กสาวรับปากเพื่อน

                “อืม...ต้องไปหาผู้ชายตัวเตี้ยอีก เฮ้ย!ผู้ชายสีน้ำเงินใครตัวเตี้ยบ้างวะ?   มาเดินถือป้ายหน่อย” ศศิธรไปแล้ว หล่อนต้องไปออกตามหาคนที่จะมาเดินถือป้ายประจำสีคู่กับพริมาสาวหล่อได้โจทย์ยากเสียด้วย เตี้ยและหล่อ!

                    วันงานเปิดกีฬาสีภารดีไม่ได้ไปทำงานหล่อนแต่งตัวให้ลูกสาวตั้งแต่เช้า           ภารดีนัดช่างแต่งหน้าทำผมมาที่บ้านตั้งแต่ตีสี่ยามามานอนที่บ้าน หล่อนอยากอยู่ด้วยตอนที่พริมาแต่งตัว

                “ปลาทูก็ถือป้ายนักกีฬาค่ะแม่”พริมาเล่าให้แม่ฟัง ภารดีจะแต่งหน้าให้เพื่อนสาวพริมาด้วย แต่สาวเจ้าปฏิเสธหัวสั่นหัวคลอน

                “โอ้ย!แต่งไปก็เท่านั้นเลย ปลาทูใส่ชุดนักกีฬาปกตินี่แหละ          เพิ่มภาระก็ไอ้ป้ายนี่ด้วยซ้ำ” เด็กสาวเล่าปากยื่นปากยาวหล่อนอุตส่าห์หนีไปเป็นนักกีฬาแล้วก็ไม่วายโดนถือป้ายอีกแต่ดีหน่อยตรงที่ไม่ต้องแต่งตัวอะไร...ใส่ชุดนักกีฬาได้เลย

                “งั้นก็ต้องใส่ชุดนักกีฬาแซ่บๆอาจารย์ไม่ได้บังคับนี่นา” ภารดียิ้ม    มีเลศนัยจนยามาอดสงสัยไม่ได้ กว่าพริมาจะแต่งหน้าทำผมเสร็จก็เกือบหกโมงเช้าเสียงไก่แจ้ของหล่อนขันปลุกดังแว่วอยู่ข้างล่าง พวกเขาจะออกไปโรงเรียนกันตอนหกโมงพริมาลงมาข้างล่างนั่งรอแม่กับยามา หล่อนได้ยินเสียงแว่วๆ ของเพื่อนบ่นอยู่ข้างบน

                “ชุดนี้มันได้เหรอคะ?โห...โชว์สะดือด้วย ปลาทูหนาว”

                “นี่แหละสวย หุ่นดีแบบนี้จะอายอะไรถ้าเป็นพี่นะหุ่นนางแบบแบบนี้จะใส่โชว์ทุกวันเลย”ภารดีจับเพื่อนสาวพริมาแต่งหน้าเล็กน้อย เพราะถ้ามากไปมันจะดูเล่นใหญ่ไปหน่อยใส่ชุดกีฬาแต่หน้าแน่นมันจะดูไม่เป็นธรรมชาติเพราะฉะนั้นต้องแต่งหน้าให้สวย...แต่ให้ดูเหมือนไม่แต่ง ใช้เวลาไม่นาน       ยามาก็ลงมาพร้อมกับภารดีส่วนช่างแต่งหน้าเสร็จงานแล้ว หล่อนก็มีงานต่ออีกหลายที่

                “คราวหน้าขอเป็นงานแต่งพี่พิมพ์นะฮ้ารอมาหลายปีแล้ว” เจตรินทร์ตามบัตรประชาชนที่ตอนนี้ได้ชื่อใหม่ในวงการว่าเจนนี่หล่อนเป็น             ช่างแต่งหน้าทำผมประจำตัวของภารดี...อยู่กันมานานจนรู้ใจ

                “ได้เลย ถ้าได้แต่งงานเป็นจริงเป็นจังเมื่อไหร่จะเรียกใช้แน่นอนเคลียร์คิวให้ด้วยล่ะ” ภารดีคุยกับช่างแต่งหน้าระหว่างลงบันได ใกล้เวลาแล้วเดี๋ยวหล่อนจะต้องไปโรงเรียนกับลูกสาว วันนี้คุณนพรักษ์ไม่ได้ไปทำงาน    เขาลางานด้วยหนึ่งวัน เพราะอยากไปดูขบวนพาเหรดที่ภารดีนำเสนอว่าลูกสาวได้ถือป้ายในงานโรงเรียน ส่วนนพคุณนั้นเขาไปส่งลูกชายก่อนแล้วตั้งแต่เช้าเพราะเขาต้องไปรวมตัวกับนักกีฬาคนอื่นๆที่โรงเรียน ส่งลูกชายเสร็จถึงกลับมารอรับสาวๆ ที่บ้าน พริมาเดินไปอวดโฉมตัวเองกับเจ้าไก่แจ้ของหล่อนวันนี้หล่อนขอโทษขอโพยเจ้าไก่แจ้ว่าหล่อนอุ้มมันไม่ได้เดี๋ยวชุดสวยจะเลอะเทอะเสียก่อน แต่หล่อนจะถ่ายรูปคู่กับมันและที่สำคัญต้องให้เห็นฉากสวยๆที่กำแพงด้วย ยามากับภารดีมาสมทบ สามสาวหนึ่งไก่ถ่ายรูปโดยมีพ่อเลี้ยง พริมาเป็นตากล้องให้

                “ว้าว...ปลาทูสวยจัง ชุดนี้แม่ซื้อมาตั้งนานแล้วนี่คะแต่ไม่เห็นแม่ใส่”พริมาชมเพื่อนรักของหล่อนที่ใส่ชุดกีฬาของภารดีความจริงมันก็แค่ชุดธรรมดาแต่ถ้าหุ่นไม่ดีจริงใส่ออกมาก็ธรรมดา...แต่ยามาหุ่นสวยใส่ชุดธรรมดาก็เลยไม่ธรรมดา!

                “มีทุกสีเลยจ๊ะ...นี่ถ้าอยู่สีแดงจะแซ่บกว่านี้ สีน้ำเงินนี่สุภาพไปนิด”ภารดีเอียงคอมอง อยากจัดให้ใหญ่กว่านี้เสียดาย....

                “ไปกันเถอะหกโมงกว่าแล้วเดี๋ยวรถเยอะวันนี้มีงานด้วยรถน่าจะติด” คุณนพรักษ์ชวนสาวๆที่ตอนนี้ยังสนุกกับการถ่ายรูปอยู่แถวกำแพงหลังบ้าน กว่าพวกสาวๆ จะไปถึงโรงเรียนก็เกือบหกโมงครึ่งรถเยอะจริงอย่างที่พ่อเลี้ยงพริมาว่า เพราะเมื่อเช้าเขามาส่งลูกชาย รถก็เริ่มเยอะแล้วแต่ตอนนี้ทั้งรถทั้งคนคึกคักเต็มถนนไปหมดพริมาเห็นถุงรองเท้าของนพคุณในรถด้านหลังฝั่งที่พวกหล่อนนั่ง...หรือว่าคุณชายใหญ่จะลืม?

                “อ้าว...นั่นสิ สงสัยจะลืมนั่นแหละเมื่อเช้ามาส่งก็เห็นรีบลงรถแล้ววิ่งหายไปเลยงั้นลุงฝากลูกแก้วเอาไปให้พี่เค้าด้วยนะลูก” พวกพ่อแม่ต้องไปหาที่จอดรถ สองสาวเลยลงรถไปรวมกับพวกเพื่อนๆ ก่อน พริมาส่งข้อความไลน์หานพคุณ หล่อนถ่ายรูปถุงรองเท้าส่งไปให้เขาดูด้วย

                “อยู่ริมสนาม” นพคุณตอบกลับมาสั้นๆพริมาจ้องโทรศัพท์...ตอบแบบนี้คือให้ไปหาหรือไม่ต้องล่ะ?ยิ่งบอกว่าไม่ให้ทักเวลาอยู่ที่โรงเรียนด้วยพวกนักกีฬาและขบวนพาเหรดเริ่มไปรวมตัวกันอยู่แถวสนามฟุตบอลแล้ว เห็นเพื่อนยืนลังเลยามาตัดความรำคาญ

                “มา...ปลาทูเอาไปให้เองก็ไม่ได้ห้ามปลาทูไม่ให้เข้าไปทักนี่!”ยามาทำท่าจะฉวยถุงรองเท้า แต่พริมาเบี่ยงหลบ เอาวะ รีบๆ แอบเอาไปให้            ก็ไม่น่าจะมีคนสังเกตหรอก

                “เดี๋ยวลูกแก้วไปเอง” ยามาชักสนุกอยากรู้นักว่าไอ้ขี้เก๊กจะว่ายังไง หล่อนจำได้ว่าหมอนั่นห้ามพริมาทักเขาที่โรงเรียนฮึ! วันนี้คนเยอะเสียด้วย   ไอ้ยศอยู่ไหนวะ?

                แต่ดูเหมือนไม่เป็นอย่างที่คิดเพราะตลอดทางเดินไปหานพคุณนั้น มีคนมองสาวน้อยตลอดทาง บางคนก็มาขอถ่ายรูป พวกเด็กผู้ชายที่หล่อน  ไม่รู้จักมากันตั้งหลายคนยามาที่เดินไปด้วยก็ดูจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษ       บางทีพวกเด็กผู้ชายก็ขอถ่ายรูปกับหล่อนด้วยและวันนี้หล่อนใจดีใครอยากถ่ายมาลย กี่รูปก็ได้ว่าง!

                นพคุณนั่งอยู่ริมสนามตอนที่ยัยเพี้ยนไลน์มาหาเขา เมื่อเช้าเขาออกมาก่อนจึงไม่เห็นว่าหล่อนแต่งหน้าแต่งตัวแล้วจะออกมาสวยแค่ไหนวันนี้ฟุตบอลยังไม่แข่งแต่พวกนักกีฬาก็ต้องเดินอยู่ในขบวนพาเหรดเหมือนกัน และถึงวันนี้เขาจะไม่ได้แข่งแต่โค้ชก็นัดซ้อมอยู่ดี

                นั่งอยู่ตรงนี้เขาเห็นหล่อนแล้ว...พริมาพวกนักกีฬานั่งรวมกลุ่มกันอยู่ เขาได้ยินเสียงเด็กผู้ชายคุยกัน และชี้ให้ดูสาวๆที่เดินในขบวน...ไม่ว่าจะเป็นเชียร์ลีดเดอร์ ดัมเมเยอร์ หรือสาวๆ ที่ถือป้ายแต่งตัวสวยๆกันเต็มไปหมด บางคนก็เดาว่าใช่คนที่พวกเขารู้จักหรือเปล่า

                “มาแต่เช้ามันคุ้มดีแท้มีอาหารตาเต็มไปหมด...นั่นๆ พี่แพรวลีดเดอร์สีแดงนี่หว่าสวยชะมัดเข้าไปขอถ่ายรูปด้วยได้ป่าววะ” พวกเด็กผู้ชายดูตื่นเต้นพวกนี้เริ่มโตและสนใจสาวๆ กันแล้ว

                “น้องพริมานี่หว่า...น่ารักอ่ะคนนี้ข้าจองเว้ยไปขอถ่ายรูปด้วยดีกว่า”ว่าแล้วเด็กชายก็ลุกขึ้นและวิ่งตรงไปยังทางที่พริมากำลังเดินมานพคุณหงุดหงิด...เขาเห็นแล้วตลอดทางเดินสองสาวนั่นถูกขอถ่ายรูปมาตลอดทางทั้งเด็กผู้ชายเด็กผู้หญิง โดยเฉพาะพวกเด็กผู้ชาย!พวกพริมานั้นก็ใจดีเดินเอ้อระเหยลอยชายอยู่ได้และดูท่าว่าจะยังอีกนานกว่าพวกหล่อนจะเดินมาถึงที่เขานั่งรอ เอ้ย! นั่งอยู่ นพคุณลุกขึ้นเดินไปยังที่สาวๆ ยืนถ่ายรูปกับบรรดาหนุ่มน้อย ม.ต้น และหนุ่มใหญ่ ม.ปลาย วันนี้พริมาน่ารักสดใส...คุ้มราคาที่ภารดีลงทุนจ้างช่างแต่งหน้าส่วนตัวมาถึงบ้าน หล่อนคุยโวว่าช่างแต่งหน้าคนนี้แต่งกันมานานตั้งแต่พริมายังเด็กเพราะลูกสาวหล่อนได้เข้าร่วมงานแสดงแบบนี้ทุกปี

                “พี่ยามาครับ”เด็กชายคนหนึ่งสะกิดแขนยามา หล่อนก้มลงมอง เห็นเป็นเด็กชายตัวเล็ก น่าจะ ม.1เด็กสาวยิ้มเอ็นดู...ตัวกะเปี๊ยกเดียวเอง   เขายิ้มเขินตอนที่สาวร่างสูงหันมามอง

                “จะถ่ายรูปกับพี่เหรอ?” ยามาถาม เพราะในมือเขาถือกล้องถ่ายรูปเด็กชายพยักหน้าเขาชื่อชัยวิทย์เป็นน้องชายของชัยยศและวันนี้พี่ชายมอบหน้าที่ให้เขาตามเก็บรูปในโรงเรียน...และถ้าภาพไหนถูกใจเขาจะได้เงิน       ค่าขนม ยามาโพสท่าให้เด็กชายถ่ายอย่างสนุกสนานตอนแรกเขาดูจะเขินๆ แต่พอถ่ายไปได้สักพักก็เริ่มสนุกยามาลากพริมามาถ่ายด้วยและยังโฆษณา   อีกด้วยว่าใครชอบใจภาพไหนก็ไปขอซื้อกับชัยยศในเพจเพราะเขารับจ้าง     อัดรูป...สั่งได้ส่งถึงห้อง

                “ถ่ายให้พี่หน่อยสิไอ้หนูแล้วอัดรูปมาให้ด้วยนะ เอาหมดเลย” คเชนทร์เดินแหวกคนเข้ามาและมือไวคว้าตัวยามากับพริมามาถ่ายรูป        ตัดหน้าคนอื่นที่ยืนรออยู่หน้าตาเฉยพริมายิ้มสดใสแต่ยามาดูไม่ค่อยจะให้ความร่วมมือ

                “โอ้โห...น้องปลาดุฟูของพี่ใส่ชุดสวยเชียวหยั่งกะนางแบบ” คเชนทร์อดเย้าไม่ได้ และยิ่งเย้าสาวเจ้าก็ดูจะฮึดฮัด...นั่นแหละที่เขาชอบ

                “แหม...ปีนี้พี่ ม.6 แล้วนะปีหน้าก็ไม่ได้เห็นหน้ากันแบบนี้แล้ว             ก็ต้องเก็บภาพไว้ดูเป็นที่ระลึกหน่อยสิ”เด็กหนุ่มปล่อยพริมาแล้ว แต่ยังกอดคอยามาไว้แน่นและตอนนี้สายตาหลายคู่มองมาอย่างสนใจ ยามาดิ้นยังไงก็ไม่หลุด ไอ้หมอนี่ทำไมมันชอบแกล้งหล่อนนักนะ

                “จะเอายังไง?” ยามาถามเสียงเย็น

                “ยิ้มสวยๆ สิ เดี๋ยวพี่ปล่อย”คเชนทร์ยืนรออย่างอดทน เขาว่าง       ยืนกอดคอแบบนี้ตลอดทั้งเช้าก็ยังได้และยามารู้ว่าหมอนี่มันเอาจริง          บทจะกวนประสาทเขาทำได้อย่างน่าทึ่งเด็กสาวถอนใจ...หล่อนหันไปยิ้มกับกล้อง ยิ้มสวยจนชนิดหนุ่มๆแถวนั้นตะลึงกันทีเดียว หล่อนไปอยู่ไหนมานะ             ทำไมพวกเขาไม่เคยสังเกตว่ายังมีสาวสวยที่ชื่อยามาอยู่อีกคน

                “ปลาทู...มาถ่ายรูปด้วยกันหน่อยสิ”เสียงเด็กหนุ่มคนหนึ่งดังขึ้น คเชนทร์เลิกคิ้วหันไปมองใครนะช่างกล้ามาขอถ่ายรูปกับยัยปลาดุกฟู...เขาจำได้ว่าหมอนั่นชื่อศิวกร ตอนนี้คเชนทร์ปล่อยยามาแล้ว เขาเดินไปสมทบกับ      พริมาที่ยืนหันซ้ายหันขวาเหมือนมองหาใครบางคน

                “มองหาใครเหรอลูกแก้ว?”คเชนทร์มองตามสายตาของพริมา

                “หาพี่คุณค่ะลูกแก้วเอารองเท้ามาให้...พี่คุณลืมไว้ในรถ” คเชนทร์เห็นแล้วว่าคนที่พริมากำลังตามหานั่งอยู่ตรงไหน...วันนี้เขามาสาย จอดรถเสร็จกำลังจะเดินมารวมกลุ่มกับพวกนักกีฬาก็เห็นพวกเด็กผู้ชายรุมถ่ายรูปกับสาวๆ อยู่พอดีเขาเห็นพริมาเดินมาจะถึงที่นพคุณนั่งอยู่แล้วถ้าไม่มัวมายืนถ่ายรูปอยู่ตรงนี้ นพคุณนั่งหน้าหงิกมองอยู่...หมอนั่นก็ทำหน้าแบบนั้นตลอดตั้งแต่เขาจำความได้ กี่ปีแล้วนะที่พวกเขารู้จักกัน...สิบกว่าปีแม้จะไม่ใช่เพื่อนสนิท (เพราะไลฟ์สไตล์ช่างต่างกัน)แต่ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าหมอนั่นนิสัยเป็นยังไง และตอนนี้เขารู้ว่านพคุณไม่พอใจจากหางตาเห็นแล้วว่ามีความเคลื่อนไหว

                “ฝากพี่เอาไปให้ก็ได้ยังไงก็ต้องเจออยู่แล้ว” คเชนทร์ขันอาสา        เขาเคยได้ยินยามาเหน็บนพคุณว่าเด็กหนุ่มห้ามไม่ให้พริมาทักทายหรือบอกให้คนอื่นๆรู้ว่าพวกเขารู้จักกัน

                “งั้นลูกแก้วฝากพี่ตุลย์ไปให้ดีกว่า ตอนแรกปลาทูจะเป็นคนเอามาให้แต่ลูกแก้วว่าไม่น่าจะดี” พริมากำลังจะส่งถุงรองเท้าให้คเชนทร์แต่มีมือ      มาแย่งไปเสียก่อน

                “รอตั้งนานแล้วกว่าจะเดินมาถึง”นพคุณนั่นเองที่ดึงถุงรองเท้าไป คเชนทร์ยิ้มอ่อน...หมอนี่ออกตัวแรงแฮะคนก็ตั้งเยอะแยะ...สั่งไว้เองแท้ๆ     ว่าไม่ให้เข้ามาทักแต่พอตัวเอง...แกรนด์โอเพนนิ่งเชียวนะไอ้ขี้เก๊ก ยังมีพวกที่ยืนรอจะถ่ายรูปกับสาวๆอีกหลายคน คนเริ่มเยอะเพราะใกล้ถึงเวลาตั้งแถว ตรงนี้เป็นมุมรวมตัวของพวกสาวๆที่แต่งตัวสวยๆ เดินในขบวนพาเหรดพอดี       พวกเด็กผู้ชาย ม.ต้น ม.ปลายจึงมารวมกันอยู่แถวนี้...ก็วิวมันดี

                “เอามาให้ก่อนก็ได้แล้วค่อยไปเดินถ่ายรูป” นพคุณตำหนิพริมาที่ปล่อยให้เขารอนาน

                “ขอโทษค่ะ” สาวน้อยหน้าสลด จนคเชนทร์อดสงสารไม่ได้

                “มันใช่ความผิดของลูกแก้วที่ไหนตัวเองลืมไว้ในรถเองแท้ๆ” ยามาแหวกคนมาแหวใส่ ไอ้หมอนี่มันเยอะนัก ต้องด่าให้อายคน

                “วู้! ลูกแก้วหมดธุระแล้วนี่นาคราวนี้ก็คิวว่าง งั้นพี่จองต่อเลยมาๆ มาถ่ายรูปกันต่อดีกว่าไปตรงโน้นดีไม๊เปลี่ยนมุมบ้าง มาจ้าน้องปลาดุกฟูเราต้องไปด้วยกันนะ”คเชนทร์เกี่ยวแขนพริมาลากเดินออกไป และไม่วายหันไปคว้าคอเพื่อนสาวของพริมาด้วย เพราะเห็นแล้วว่าหล่อนยังไม่อยากจะไปนักนพคุณยืนมองนิ่งอยู่ตรงนั้น เขาไม่ได้สนใจแม่สาวตัวสูงที่แม้จะโดนลากคอให้เดินตามไปแล้วแต่สายของหล่อนยังจ้องเขาอยู่จนตาแทบจะถลน...แต่เขามองแม่สาวอีกคนวันนี้หล่อนใส่ชุดสีน้ำเงินกระโปรงยาวแต่ฟูฟ่องน่ารัก     บนหัวก็มีมงกุฎเล็กๆเหมือนเจ้าหญิง...เจ้าหญิงตัวน้อยและวันนี้อีกนั่นแหละที่เขากลืนน้ำลายตัวเอง...เขาบอกหล่อนเองว่าไม่ให้คุยกับเขาที่โรงเรียน      แต่พอหล่อนบอกว่าเขาลืมรองเท้าไว้บนรถจะเอามาให้เขากลับไม่ห้าม    ความจริงเขาจะให้พ่อเอามาให้หรือวิ่งกลับไปเอาที่รถก็ได้แต่ไม่รู้ทำไม      พอเห็นว่าพริมาจะเป็นคนเอามาให้เขาถึงพอใจมากกว่าแต่ที่น่าแปลกใจคือตัวเขาเองนั่นแหละที่อดรนทนไม่ได้จนต้องเดินเข้าไปหาหล่อนเองปีนี้เขา ม.6 แล้ว ปีหน้าจะเข้ามหาวิทยาลัย แต่พริมาเพิ่งจะ ม.4หล่อนจะอยู่ที่นี่อีก 2 ปี        แต่เขาไปแล้ว...อยู่ที่นี่เขายังได้ยินความเป็นไปบ้างแต่ถ้าแยกกันไปล่ะ?    นพคุณสับสน แล้วเขาจะมาว้าวุ่นใจเป็นวัยรุ่นมีความรักแบบนี้ทำไมเอ๊ะ! เดี๋ยวก่อนวัยรุ่นน่ะใช่ แต่มีความรักน่ะไม่ใช่แล้วอาการแบบนี้มีสอนในหนังสือไหมนะ แล้วมันเล่มไหน? เรื่องอะไร? เขาจะได้เอามาอ่านเขาไม่ชอบเลยความรู้สึกแบบนี้เขาไม่เข้าใจ...หงุดหงิด!

                ขบวนพาเหรดตั้งแถวแล้ว พวกกองเชียร์นั่งอยู่บนอัฒจันทร์       ส่วนผู้ปกครองนั่งอยู่รอบๆสนาม พริมาถือป้ายประจำสีน้ำเงิน เดิมทีนั้นหล่อนถือป้ายกับเด็กผู้ชาย ม.1(ตัวเล็กสุดเท่าที่หาได้แล้ว) แต่เพราะมันเป็นพริมา...หล่อนเดินพาเพื่อนสะดุดล้มกันระเนระนาดจนศศิธรแม่งาน (แต่อยู่สีชมพู) ต้องคิดหาวิธีใหม่ หล่อนทำป้ายประจำสีใหม่

                “ถือคนเดียวไปเลยนะไม่ต้องเดินพ่วงใคร อยากล้มก็ล้มไปคนเดียว” เป็นอันว่าป้ายสีน้ำเงินนั้นทำมาสองอันแยกกันถือระหว่างเด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชายและดูเหมือนวิธีของศศิธรจะถูกใจใครหลายคนทีเดียว ส่วนยามา หล่อนอยู่ขบวนหลังที่เป็นส่วนของนักกีฬาสาวน้อยร่างสูงดูโดดเด่น และชุดของภารดีมันช่างอวดทรวงทรงองเอวได้ดีจริงๆพอมันอยู่บนร่างของ           ยามาแล้ว มันน่ามองเหลือเกินตอนนี้แม่สาวนักกีฬารูดซิบเปิดเสื้อคลุมตัวนอก เผยให้เห็นชุดด้านในที่หล่อนบ่นที่บ้านว่ามันโชว์สะดือแต่พอเอาเข้าจริง     ยามาใส่ออกมาไม่ได้ดูโป๊หรือน่าเกลียดเลยมันดูออกจะทะมัดทะแมง       จนสาวๆบางคนมองมาด้วยความอิจฉา

                “แหม...เล่นใหญ่นะปลาทูชุดนักกีฬาของแกเนี้ย” เพื่อนคนหนึ่งทักขึ้น ยามาแค่ยักไหล่ เดี๋ยวพอวิ่งจริงหล่อนก็ต้องเปลี่ยนชุดกลับไปใส่ชุดของทีมวิ่งสีน้ำเงินเหมือนเดิมที่ดูโดดเด่นไม่แพ้กันน่าจะเป็นส่วนของทีมเชียร์ลีดเดอร์  สีแดงที่มีแพรวพณิตเป็นหัวหอกยามาเห็นหล่อนมองพริมาและยังมีน้ำใจหว่านหางตามาให้หล่อนด้วยยามาเบะปาก...นังนี่...แรดเงียบ!

                สีน้ำเงินยืนอยู่ตรงกลางระหว่างสีแดงและสีชมพูยืนตรงนี้ก็เห็นคนที่หล่อนรู้จักทุกคนชัดเจน แพรวพณิตนั้นสวยจริง หล่อนก็ฉลาด และถ้ายามาเดาไม่ผิดยัยนั่นชอบนพคุณ...ถ้าพวกนั้นได้กันก็ถือว่าเหมาะสมแล้ว            ทั้งหน้าตาหัวสมองไปในทางเดียวกันหมดแต่แพรวพณิตก็เหมือนยามาหล่อนรู้สึกได้ว่าจะจับคู่นพคุณเหมือนดั่งใจคิดนั้นทำได้ยากส่วนฝั่งสีชมพูด้านหน้าทำให้ยามาอดยิ้มไม่ได้ เพราะหล่อนเห็นศศิธร...ศศิธรที่วันนี้สวยจนหลายคนจำไม่ได้ถ้าศศิธรกลับใจเป็นสาวล่ะก็น่าจะมีผู้ชายหลายคนมาชอบหล่อนเยอะทีเดียว

                “นี่ถ้าไม่ติดว่ามันเต้นแล้วสนุกดีนะฉันไม่ใส่หรอกนะไอ้ชุดบ้านี่” ศศิธรรีบออกตัวแต่ชุดเชียร์ลีดเดอร์ของสีชมพูนั้นไม่ได้ร้อนแรงและสั้นแบบสีแดง มันเป็นเสื้อแขนยาวและกางเกงขาวยาวที่ทำออกมาดูดีทีเดียว...ไม่ต้องใส่สั้นๆก็สวยได้ และวันนี้ศศิธรใส่วิกผมยาว นั่นเองที่ทำให้หลายคนจำหล่อนไม่ได้ถัดมาแถวหลังข้างๆ หล่อนนั่นแหละ ทีมนักกีฬาสีชมพู...ฮึ!ไอ้เชน! คเชนทร์ผิวปากแซวยามา หล่อนพยายามไม่หันไปมองแล้ว แต่เขาก็ยังไม่เลิกพอเห็นว่าหล่อนไม่สนใจคราวนี้เขาร้องเพลง

                “มองงงงง เธอสาวเธอสวยฉันจึงได้มองหากเธอไม่สวยฉันจะไม่มอง หากเธอไม่แจ่มฉันจะไม่จ้อง ฉันจะไม่มองให้หัวใจเต้น”คเชนทร์ลากลูกคอได้เสนาะเหมือนนักร้องมืออาชีพ นักกีฬาคนอื่นๆ ที่อยู่แถวนั้นชอบใจหัวเราะกันเสียงดังจนแถวอื่นๆต้องหันมามอง จากไม่เขินคราวนี้เขินสิ!ไอ้หมอนี่มันกวนประสาทเก่ง

                “เพิ่งรู้นะเนี้ยว่าน้องปลาดุกฟูซ่อนรูปจิจิจิ! หุ่นนี่ดีหยั่งกะนางแบบ” คเชนทร์พูดเสียงดังจนคนที่ไม่ได้มองต้องชะโงกหน้าอยากเห็นคนที่เขาพูดถึง ยามาอยากจะขว้างป้ายใส่ปากเขานักแต่หล่อนก็มืออาชีพเหมือนกัน พอเห็นว่ามีคนเริ่มมองยามายืนวางมาดสวยสง่าส่งสายตาท้าทายกลับไป พอเสร็จสิ้นพิธีงานเปิดกีฬาสีพวกในสนามก็แยกย้ายส่วนใหญ่ก็ไปถ่ายรูปกับผู้ปกครองและเพื่อนๆ ส่วนกีฬาจะเริ่มแข่งตอนบ่าย

                “ลูกแก้ว ปลาทู”เสียงภารดีเรียกลูกสาวดังชัดเจน  นพคุณเห็น      พ่อเขากวักมือเรียกเขาอยู่เหมือนกันวันนี้เขาลุ้นอยู่ว่าพริมาจะสร้างวีรกรรมล้มโชว์ต่อหน้าสาธารณชนหรือไม่...เสียดายจังที่ราบรื่นดีไม่งั้นภารดีจะได้เห็นวีรกรรมลูกสาวเองกับตาแทนที่จะฟังเอาจากยามา

                    “พี่พิมพ์ คิดถึงจัง”คเชนทร์วิ่งแซงหน้าทุกคนไปหาภารดี เขาทำหน้าเศร้าเล่าความจริง ว่าที่บ้านไม่มีใครมาดูเขาเลยวันนี้เขาเลยต้องยืมผู้ปกครองคนอื่นและเขาจะยืมภารดีให้เป็นผู้ปกครองของเขาหนึ่งวันภารดีหัวเราะร่าส่งกล้องให้คุณนพรักษ์ถ่ายรูปให้ เพราะหล่อนจะส่งรูปไปให้คณิสราดูว่าน้องชายของหล่อนนั้นน่าสงสารขนาดไหน

                “มาเรามาถ่ายรูปหมู่กัน”ภารดีหันไปวานผู้ปกครองแถวนั้นถ่ายรูปให้พวกเขา มีนักเรียนหลายคนมองมา เพราะสงสัยว่านพคุณคเชนทร์ ยามา และพริมานั้นเกี่ยวข้องกันอย่างไร คุณนพรักษ์เหลือบมองลูกชายที่มีสีหน้าเรียบเฉย...เขาไม่ได้มีท่าทีหงุดหงิดหรือไม่พอใจอะไร

                “มาตาคุณมาถ่ายรูปคู่กับพ่อหน่อย”คุณนพรักษ์เดินไปกอดคอลูกชาย นพคุณหันไปยิ้มให้พ่อเผยให้เห็นลักยิ้มที่แก้มเขาชัดเจนทีเดียวภารดีเป็นคนถ่ายให้

                “เมื่อเช้าตาคุณออกจากบ้านไปก่อนยังไม่ได้ถ่ายรูปกับลูกแก้วเลยมาๆ ขอรูปคู่รูปหนึ่งนะ” ปกติภารดีไม่ค่อยได้คุยกับเขาบ่อยนักมีอะไรหล่อนจะฝากมาบอกผ่านลูกสาวหรือไม่ก็พ่อของเขา แต่วันนี้หล่อนคุยกับเขา      นพคุณแปลกใจเล็กน้อยแต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกขัดใจอะไร

                “ครับ” ยามากับคเชนทร์ตาค้างพร้อมกันพวกเขางงกับคำตอบของนพคุณ ทำไมว่าง่ายจังวะ? ภารดีหามุมจัดท่าให้เรียบร้อยและสองพี่น้องนั่น ก็ทำตามอย่างว่าง่าย พริมานั้นไม่น่าแปลกใจเพราะหล่อนว่าง่ายอยู่แล้ว    แต่นพคุณนี่สิ ยามาหรี่ตามองเมื่อเช้าไอ้ขี้เก๊กมันลืมถุงรองเท้าจริงรึเปล่านะ? ชักสงสัย และที่ทำให้แปลกใจที่สุดเขากำลังยิ้ม...ไอ้นพคุณมันยิ้มเหรอวะ?

                “โอ้โห! หล่อมากเลยดูสิเดี๋ยวส่งให้ในไลน์นะ” ภารดีเอารูปในกล้องให้นพคุณดูเขาดูเฉยๆ ไม่ได้ว่าอะไร เสร็จจากถ่ายรูป พวกเขาไปกินข้าวเที่ยงกันต่อ สักพักนพคุณคเชนทร์และยามาขอตัวออกมาก่อนเพราะพวกเขาเป็นนักกีฬา ยามามีแข่งบ่ายนี้ส่วนสองหนุ่มมีนัดซ้อม

                “เย็นนี้อาจจะกลับค่ำนะครับ”นพคุณหันไปบอกพ่อก่อนไป         พวกนพคุณเดินไปลับตาแล้วภารดีจึงหันมาพูดกับสามี

                “วันนี้ได้รูปคู่ด้วยนะคะ...นี่ดู”ภารดีโชว์รูปคู่พริมากับนพคุณที่ถ่ายโดยฝีมือหล่อนอวดสามี

                “โอ้โห...ก้าวหน้านะเนี้ยกี่ปีแล้วนะคุณพิมพ์...เกือบสามปีแล้วสิ”คุณนพรักษ์นั่งนับช่วงเวลาที่พวกเขาอยู่ด้วยกันเหมือนเพิ่งไม่กี่วันที่นพคุณตะโกนโวยวายลั่นบ้าน...จากวันนั้นผ่านมาสามปีแล้วหรือนี่

                “ยังไม่ก้าวหน้าค่ะถ้าก้าวหน้าต้องได้รูปคู่กับพิมพ์นะ” ภารดียิ้มหวานบอกสามี

                “เห็นตาคุณเหวี่ยงๆ แบบนั้นเอาเข้าจริงพวกเขาสนิทกันมากกว่าที่เราเห็นอีกนะ สนิทกันมากกว่าพิมพ์กับตาคุณหรือสนิทมากกว่าลูกแก้วกับคุณอีกนะคุณนพ”ภารดีเปรียบเทียบคู่ของหล่อนกับนพคุณและคู่ของพริมากับคุณนพรักษ์ ถึงหล่อนจะไม่ได้พูดอะไรมากแต่ก็สังเกตอยู่และพอจะรู้ว่าเวลาสามปีที่ผ่านมาเด็กสองคนนั่นผูกพันกันอยู่พอสมควรอย่างที่หล่อนเคยได้ยินมานั่นแหละ นพคุณเป็นคนลึกซึ้งและคนอย่างเขาต้องใช้เวลาถ้าพวกหล่อนมีความอดทน เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมนพคุณจะยอมรับเอง

                “แม่คะ ไอศครีมมาแล้ว”พริมาถือไอศครีมมาเต็มสองมือ เด็กสาวนั่งลงข้างแม่หล่อนไม่ต้องรีบเพราะไม่มีแข่งเหมือนคนอื่นแต่ช่วงบ่ายต้องเปลี่ยนชุดไปเชียร์ยามาแข่งวิ่ง

                “แม่กับคุณลุงกลับก่อนก็ได้นะคะเดี๋ยวลูกแก้วฝากชุดกลับบ้าน”

                “วันนี้แม่ว่างเดี๋ยวอยู่ดูปลาทูวิ่งก่อน” พริมาพยักหน้าหล่อนยิ้มสดใสให้มารดาและหันไปถามพ่อเลี้ยงว่าจะกินไอศครีมด้วยกันไหม หล่อนจะไปซื้อมาอีก

                “ลูกแก้วกินเถอะลูก ลุงอิ่มแล้ว”คุณนพรักษ์นั่งมองดูเด็กสาว           ปีนี้หล่อนโตขึ้น(ยกเว้นส่วนสูงที่ไม่ค่อยจะเปลี่ยนแปลงนัก) พริมาเริ่มจะเป็นสาวแล้ว แม้จะยังไม่ดูเป็นสาวเต็มตัวเหมือนยามาแต่หล่อนก็โตขึ้นกว่าปีก่อนมากตอนที่เขาเจอหล่อนครั้งแรกพริมายังเป็นเด็กหญิง..และอาจเป็นเพราะพริมาที่ทำให้เขาตัดสินใจทำอะไรหลายอย่างในตอนนั้นเขานั่งมองสองแม่ลูกที่ตอนนี้สลับกันกินไอศครีมของแต่ละคนเพราะสองคนสั่งมาคนละรส  ถ้าตอนนั้น...เมื่อสามปีก่อน...ถ้าสองแม่ลูกนี่ไม่ได้เจอเขา...ป่านนี้พวกหล่อนจะเป็นอย่างไรหนอ 

    คล้ายกับเรื่องแก้วนพคุณ ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786