The World : ฝ่าวิกฤต พิชิตโลก

    ตอนที่ 53 สงครามเผ่าพันธุ์ (1)

    ตลอดระยะการเดินทางพวกเขาล้วนเสียเวลาไปไม่น้อยในการเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากการต่อสู้ หนึ่งในผลประโยชน์ที่ได้รับคือ จำนวนพ้อยและการ์ดเสี่ยงโชคระดับทองแดงที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
    สำหรับการ์ดเสี่ยงโชคที่พวกเขาได้รับมา ตามกฏที่เขาตั้งไว้คือ จำนวนที่ได้รับมาครึ่งหนึ่งในแต่ละวันจะต้องถูกแบ่งเข้ากองกลางเพื่อใช้จัดสรรอย่างอื่นต่อไป
    หากฝ่าฝืนหรือมุบมิบมีโทษถูกกักขังและงดอาหาร 3-7 วัน และหากใครปฏิบัติตามกฏและสามารถทำผลงานได้ดีย่อมมีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้นจากเดิม 2-3 เท่า
    หรือหากมีใครเปิดการ์ดออกมาแล้วได้รับทักษะหรือสิ่งของที่มีประโยชน์ ก็สามารถนำมันมาแลกเปลี่ยนอาหารหรือสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆได้ตามแต่คุณค่าของสิ่งนั้นๆ
    สำหรับทักษะที่มีค่าและได้รับผลแลกเปลี่ยนที่สูง ขั้นต่ำที่กำหนดไว้คือ ทักษะนั้นต้องมีขั้น 2 เป็นอย่างน้อย ยิ่งระดับขั้นของทักษะสูงมากเท่าไหร่ยิ่งจัดว่าเป็นสิ่งมีค่ามากขึ้นเท่านั้น
    และหากทักษะนั้นเข้าตาหัวหน้าด้วยแล้ว ผลตอบแทนที่คนๆนั้นจะได้รับย่อมมากมายมหาศาลจนทำให้คนอื่นๆต่างพากันอิจฉาตาร้อนแน่นอน
    ทว่าสำหรับส่วยครึ่งหนึ่งที่ต้องมอบให้กับส่วนกลาง คนส่วนใหญ่ล้วนไม่คิดที่จะเสี่ยงโชคเปิดมันออกมาแม้แต่น้อย เพราะพวกเขาล้วนคิดว่าหากเปิดออกมาแล้วมันไมไ่ด้ตามที่คิด พวกเขาจะพลอยซวยไปด้วย
    ดังนั้นคนส่วนใหญ่หรือเหล่ากำลังพลในกองพลของเขา ล้วนแต่อาศัยโชควาสนาในการเปิดการ์ดเสี่ยงโชคที่เหลือที่ตนเองได้รับมาเพื่อลุ้นกับสิ่งที่ได้รับมาว่ามันเหมาะสมต่อการเอาไปแลกเปลี่ยนหรือควรค่าแก่การใช้งานเองหรือไม่
    และหากมันเป็นสิ่งที่ดีและผลักดันพวกเขาให้แข็งแกร่งขึ้นได้ พวกเขาก็ล้วนเอามันมาใช้เสริมความแข็งแกร่งของตัวเองกันทั้งนั้น เพราะทุกตำแหน่งและความสำคัญในฐานหลบภัยแห่งนี้ ถูกการันตีและจัดลำดับความสำคัญไว้ที่ความแข็งแกร่งเสมอ
    สำหรับกองกำลังของเขานั้นมีกฏตายตัวอยู่อีกหนึ่งข้อคือ ทุกๆคนจะต้องทำพันธะสัญญาทาสกับเขาก่อนเป็นอันดับแรก ทั้งเต็มใจและไม่เต็มใจถึงจะสามารถเข้าร่วมกองกำลังของเขาได้
    โดยเงื่อนไขสำหรับพวกเขาคือ ห้ามทรยศและผิดกฏที่เขาตั้งไว้เป็นอันขาด เพราะหากใครคนใดคิดคดทรยศหรือกระทำความผิดต่อกฏที่ตั้งไว้แล้ว โทษหนักสุดที่พวกมันจะได้รับคือความตายเท่านั้น
    และด้วยกฏกับข้อบังคับที่ตั้งไว้ ไม่ได้จำกัดกรอบความคิดหรือริดรอนสิทธิเสรีภาพของพวกเขามากเกินไป จึงทำให้ทุกคนภายในฐานหลบภัยแห่งนี้ต่างเชื่อฟัง พร้อมช่วยสอดส่องคนกระทำผิดและนำไปรายงานเพื่อขอรับรางวัลเสมอ ในส่วนของกองกำลัง 300 กว่านายที่เขาพามาครั้งนี้ด้วย พวกเขาแต่ละคนล้วนมีระดับอยู่ที่ 7-8 เป็นหลัก ถือเป็นหนึ่งในกองกำลังฝีมือดีที่เขามีในครอบครอง
    และแต่ละคนล้วนมีทักษะที่เหมาะสมสำหรับการใช้งานที่แตกต่างกันเพื่อเติมเต็มช่องว่างของทีมให้เกิดการประสานงานที่ดีและเพิ่มประสิทธิภาพของการรบได้สูงสุดไม่ว่าจะทั้งเกมรุก เกมรับ หรือกระทั่งการซัพพอร์ตกันเอง ซึ่งจะคอยช่วยสนับสนุนการประสานงานกันเองได้อย่างต่อเนื่องและลื่นไหลไร้ช่องโหว่
    หลังจากนั้น 2 วันด้วยการเสียเวลากวาดล้างซอมบี้ตามรายทางและเก็บกวาดทรัพย์สินหรือเสบียงอาหารทั้งหลายที่พบเจอ ทำให้ในที่สุดพวกเขาก็เดินทางมาถึงเป้าหมายตามที่ตั้งใจไว้ได้สำเร็จ
    ถ้าถามว่าเขากังวลหรือไม่ว่าแผนที่ที่เขาได้ช่วงชิงมานั้นมันคือของปลอมหรือกระทั่งมีความเป็นไปได้ที่แผนที่ฉบับนี้จะเป็นกลลวงเพื่อล่อให้เขาออกมาและพวกมันก็จะได้ตลบหลังเขาแทน ซึ่งสิ่งเหล่านี้เขายอมรับเลยว่ากังวลไม่น้อยเช่นกัน
    แต่ว่าพอเขาทบทวนดีๆ พร้อมทั้งลองตรวจสอบสิ่งต่างๆทั้งสถานที่และความเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายที่ศูนย์บัญชาการทหารแล้ว ทำให้เขาสรุปได้ว่าตนเองคิดมากเกินไป ซึ่งจริงๆแล้วมันก็ไม่ใช่สิ่งที่ผิดที่เขาจะขี้ระแวง เพราะเขายอมรับเลยว่าตัวเขานั้นไร้ซึ่งประสบการณ์ทางด้านนี้จริงๆ
    ทว่าเขาก็ไม่ได้ประมาทแม้แต่น้อย แต่กลับเพิ่มกำลังพลตรวจตรามากยิ่งขึ้น และระมัดระวังการกระทำของตัวเองทุกฝีก้าว โดยทุกๆวันเขาจะใช้ทักษะส่องหล้าตรวจสอบความเคลื่อนไหวของศูนย์บัญชาการอย่างสม่ำเสมอ
    ส่วนที่โกดังผลิตรถถัง เมื่อหนึ่งวันก่อน ในช่วงเวลากลางคืนเขาได้ตัดสินใจแอบลองไปสำรวจที่แห่งนั้นก่อนเพียงลำพัง และพบว่ารอบๆบริเวณนั้นเต็มไปด้วยอสูรกลายพันธุ์หลากหลายชนิด
    จิ๊บๆก๊าซโฮกและจากสภาพของสถานที่ เขากลับไม่พบสิ่งผิดปกติแต่อย่างใด นอกจากความเงียบสงบและเสียงร้องของสัตว์ต่างๆภายในผืนป่ารกทึบแห่งนั้น

    บืนๆๆพอถึงเช้าช่วงพวกเขาต่างออกเดินทางกันต่อ จนกระทั่งมาถึงเป้าหมายในที่สุด แต่เขากลับให้กองกำลังเว้นระยะห่างจากตำแหน่งโกดังออกมาประมาณ 5 กิโลเมตร เพื่อป้องกันการถูกสุ่มโจมตี
    เนื่องจากพื้นที่บริเวณนี้เป็นป่ารกทึบ และจากทักษะตรวจสอบของเขาทำให้รับรู้ได้ว่าภายในป่าแห่งนี้เต็มไปด้วยสัตว์กลายพันธุ์มากมาย ซึ่งหากบุกเข้าไปสุ่มๆแล้วเกรงว่าจะเป็นอันตรายกันหมด
    และจากการตรวจสอบเขายังค้นพบอีกว่าเผ่าพันธุ์ที่มีมากที่สุดในพื้นที่แห่งนี้คือ งู โดยมีระดับต่ำสุดคือขั้น 2 สูงสุดที่ตรวจพบคือขั้น 4 ส่วนเผ่าพันธุ์อื่นๆต่างมีระดับต่ำกว่าขั้น 2 ทั้งหมด ทำให้เขาได้เห็นว่าผู้ปกครองผืนป่าแห่งนี้คือเผ่าพันธุ์ใดกันแน่
    ด้วยระดับขั้นเหล่านี้เมื่อเทียบกับความแข็งแกร่งของกองกำลังที่เขาพามาด้วยแล้ว มันอาจจะไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ทว่าเขากลับต้องกุมขมับเมื่อได้เห็นจำนวนของพวกมันที่มีมากมายก่ายกอง ซึ่งประเมินด้วยทักษะสัมผัสรับรู้แบบคร่าวๆพบว่าพวกมันมีจำนวนไม่ต่ำกว่า 1000 ตัวเป็นอย่างน้อย
    "จะบุกยังไงดี""บ้าเอ้ย"
    เขาอดที่จะสบถด่าออกมาไม่ได้จริงๆ เมื่อได้เห็นจำนวนของพวกมันที่มีมากมาย ทั้งที่เลื้อยไปมาตามต้นไม้และพื้นดิน หรือกระทั่งบนหลังคาโกดังผลิตรถถังก็ตาม
    แม้ว่าขนาดของพวกมันหลังจากการกลายพันธุ์เป็นขั้น 2 จะดูใหญ่โตมากขึ้น ทว่ารูปร่างของพวกมันกลับดูไม่ผิดแปลกไปจากเดิมมากเท่าไหร่นัก
    แต่จากการตรวจสอบก็ทำให้เขาได้รู้ว่า ไม่อาจมองพวกมันเพียงแค่ภายนอกได้เท่านั้น เมื่อ
    อสูรกลายพันธุ์ขั้น 2 เขี้ยวกระชากศพ ระดับ 10หนึ่งในสายพันธุ์นักล่าที่แข็งแกร่ง ปรับตัวตามสภาพแวดล้อมและเพิ่มศักยภาพไร้ขีดสุด รวดเร็ว เฉลียวฉลาด และดุร้าย จุดแข็งคือ รวดเร็วและพิษกัดกร่อน จุดอ่อนคือ เปลวไฟพละกำลัง 20 เท่าความเร็ว 60 เท่าสติปัญญา 20 เท่าความสามารถพิษกัดกร่อนคมเขี้ยวกระชากสังหาร
    เชี่**แค่ความสามารถของพวกมันก็จัดว่าโดดเด่นกว่าอสูรกลายพันธุ์ขั้น 2 ตัวอื่นๆลิบลับ แถมความสามารถพิษกัดกร่อนยังถือเป็นปัญหาใหญ่ที่เขาหวั่นเกรงเป็นที่สุด
    วินาทีนี้ เขาคิดไม่ตกเลยว่าควรจะเผาป่าดีหรือไม่ หากเดินดุ่มๆเข้าไป ไม่รู้ว่าคนของเขาจะมีโอกาสตายกันกี่คน ถึงจะรู้ว่าสงครามย่อมนำมาพร้อมความสูญเสียที่หนักหนาสาหัสเสมอ ทว่าเขาก็ไม่อยากให้ใครต้องมาตายโดยเสียเปล่าจริงๆ เฮ้อ
    "เปลี่ยนเป็นชุดหนาคุ้มตัวซะ""แบ่งกลุ่มหลักออกเป็น 3 กลุ่มย่อย และแต่ละกลุ่มย่อย ประกอบด้วย 5 คน โดยทั้ง 3 กลุ่มย่อยจำต้องจัดตำแหน่งเพื่อคอยสนับสนุนกันและกันจากสามทิศทาง""พวกใช้เปลวไฟได้ให้ใช้การโจมตีด้วยไฟเป็นหลักและระวังอย่าเผลอเผาป่านะเว้ย""จำไว้ อย่าประมาท เข้าใจหรือไม่""ครับ!!!!!"
    คำสั่งการถูกกระจายออกไป ทำให้เกิดคลื่นมนุษย์ขนาดย่อม เคลื่อนไหว ปรับตำแหน่ง แต่ละคนเข้าจับกลุ่มประจำการของตัวเองทันที จากนั้น เริ่มประกบรวมกับอีก 2 กลุ่มและจัดตำแหน่งกันอย่างเหมาะสมตามแผนที่เคยฝึกฝนเอาไว้
    เฮหนึ่งกลุ่มมี 5 คน แต่ละคนจะคอยทำหน้าที่ของตัวเองอยู่ตลอดเวลา ถึงแม้ความสามารถพื้นฐานทุกคนจะเท่าเทียมกัน และพวกเขาแต่ละคนล้วนมีระดับอยู่ที่ 7-8 ซึ่งต่ำกว่าพวกเขี้ยวกระชากศพ เพียง 3 ระดับเท่านั้น
    ทว่าด้วยการจัดวางตำแหน่งเช่นนี้ ต่อให้พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่งและมีจำนวนที่มากกว่า ย่อมทำให้พวกเขาสามารถยืนหยัดตั้งมั่นไม่เพลี่ยงพล้ำได้ง่ายๆอย่างแน่นอน
    ส่วนอีก 2 กลุ่มย่อยที่มาประกบรวมกันเป็นกลุ่มใหญ่ที่ประกอบด้วยคนจำนวนมากถึง 15 คนนั้น พวกเขาแต่ละคนและแต่ละกลุ่มต่างก็มีตำแหน่งและหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ ซึ่งถูกจัดวางไว้อย่างเหมาะสมแล้ว
    สำหรับการปะทะพวกเขาทั้ง 3 กลุ่มย่อยจะคอยช่วยเหลือกันและกันทั้งเกมรุก เกมรับและคอยซัพพอร์ต เพื่อให้การประสานงานเป็นไปได้อย่างต่อเนื่องและลื่นไหล
    เวลานี้จำนวนกลุ่มที่แบ่งออกมามีมากถึง 60 กลุ่มย่อยและ 20 กลุ่มใหญ่ สำหรับการบุก เขาจะให้ทุกคนบุกเข้าไปเป็นแถวตอนลึก รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า โดยมีเขาอยู่ด้านหน้า และฝ่ายสนับสนุนระยะไกลอยู่ภายใน
    ด้านหน้ามีกองกำลัง พร้อมโล่หนักเดินบุก พวกเขาต่างถือโล่หรือเกราะป้องกันรูปแบบเดียว ซึ่งคือโล่รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มืออีกข้างถืออาวุธยาวคือ หอก ด้านหลังพกดาบ และข้างเอวมีมีดและปืนสั้นเหน็บไว้
    กองกำลังส่วนใหญ่ที่มาครั้งนี้ ล้วนมีความช่ำชองในการใช้อาวุธที่หลากหลาย โดยแนวหน้าหรือตัวปะทะจะมีอาวุธทั้งจำพวกระยะใกล้ ไกลและอีกรูปแบบคืออาวุธจู่โจมแบบต่อเนื่อง ซึ่งอาวุธลักษณะนี้คือปืนนั่นเอง
    สำหรับปืน เขาให้ทุกคนไว้ใช้ในกรณีที่จำเป็นต้องปะทะและทุกทะลวงอย่างรวดเร็ว ไม่ก็เอาไว้ใช้เรียกร้องความสนใจเพื่อดึงศัตรูออกมาจากเพื่อนร่วมทีมเท่านั้น
    อีกอย่างคนที่ทำหน้าที่ปะทะทุกคน เขาล้วนมอบปืนสั้นให้คนละ 1 กระบอกอย่างเท่าเทียมกัน และยังไม่หมดแค่นั้นเพราะเขายังมอบระเบิดให้อีกคนละ 2-3 ลูกเผื่อเอาไว้ใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉินอีกด้วย
    จากนั้นคือตำแหน่งโจมตีระยะไกล มักจะเป็นคนที่มีสถานะค่อนข้างสูงไปทางด้านสติปัญญาเป็นหลัก พวกเขาทุกคนจะถูกปกป้องโดยตัวปะทะและคนซัพพอร์ตอีกที ซึ่งคนเหล่านี้จะมีทักษะหรือความสามารถจำพวกเวทย์มนตร์และทักษะโจมตีแบบวงกว้างเป็นหลัก
    ถึงแม้พวกเขาจะไม่มีไอเวทย์ แต่จำนวนการใช้งานทักษะต่อครั้งต่อวันก็มีกำหนดไว้อย่างชัดเจน ทำให้พวกเขาจำเป็นต้องใช้งานมันอย่างรอบคอบที่สุด ไม่หมดแค่นั้นพวกเขายังมีอาวุธจำพวกโจมตีระยะไกลซึ่งมีควาามรุนแรงในระดับหนึ่ง อาทิ ธนู หรือไม่ก็ปืนหนัก เช่น AK47 หรือแบบอื่นๆคละกันไป เพื่อปรับเปลี่ยนใช้งานตามแต่ละสถานการณ์ที่ทีมตัวเองต้องเผชิญ
    ตำแหน่งที่เหลือคือ คนซัพพอร์ตและคนที่คอยลอบโจมตี ทั้งสองตำแหน่งนี้อาจเป็นคนๆเดียวกันก็ได้หรือแยกกันก็ไม่ผิด โดยพวกเขาที่เป็นผู้ซัพพอร์ตและคนที่คอยหาโอกาสหรือจังหวะดีๆลอบโจมตีนั้น ล้วนต้องมีคุณลักษะที่สำคัญคือ ความช่างสังเกตและรู้จักพลิกแพลงตามสถานการณ์ได้ดีในระดับหนึ่ง
    เพราะเขาจัดให้คนประเภทนี้เป็นพวกนักวางแผน ถึงไม่ใช่หัวหน้าทีม แต่พวกเขาก็คือตัวการสำคัญที่จะคอยชี้นำพวกพ้องให้สู้หรือถอยตามแต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้น
    ในส่วนของรูปแบบการบุกที่เขาสั่งการไปนั้น คือด้านหน้าจะมี 4 และด้านข้างจะมี 5 กลุ่มใหญ่ โดย 1 กลุ่มใหญ่ประกอบไปด้วย 3 กลุ่มย่อยจัดวางตำแหน่งกลุ่มตัวเองเป็นรูปสามเหลี่ยม และรวบเข้ากับกลุ่มใหญ่เป็นรูปลักษณ์คล้ายสี่เหลี่ยมผืนผ้า ปกป้องซึ่งกันและกันจากทุกทิศทาง
    การจัดกำลังแบบนี้ เขาหวังลดระยะการโจมตีของพวกเขี้ยวกระชากศพ และเพิ่มแนวป้องกันให้แน่นหนาเพื่อใช้เป็นกำแพงป้องกันซึ่งกันและกัน ถึงจะหวั่นเกรงพิษทว่าพวกเขาก็จำต้องบุก โดยอาศัยทักษะจำพวกตรวจสอบและทักษะฟื้นฟูเป็นสิ่งหนุนเสริม
    พวกเขาต่างเดินเข้าไปกันอย่างพร้อมเพียง ด้วยระยะห่าง 5 กิโลเมตร แถมเขาก็ยังไม่มั่นใจอีกว่าเบื้องหน้าจะพบเจออะไรอีก การระมัดระวังตัวไว้ก่อนจึงถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในเวลานี้error loadedรูปแบบขบวนรบแซกๆๆๆรอบบริเวณเริ่มปรากฏเสียงเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิต ตามพื้นหญ้าและต้นไม้เริ่มมีการสั่นไหวให้เห็น พวกเขาต่างระวังตัวและเกาะกลุ่มป้องกัน กันและกันอย่างเหนียวแน่น
    ฟุบเห้ยฟู่เพียงเสี้ยวพริบตา ปรากฏเขี้ยวกระชากศพพุ่งทะยานร่างพร้อมอ้าขากรรไกรของมันออกกว้าง หมายมั่นจะกัดกระชากหัวของกองกำลังของเขาที่อยู่ทางฝั่งขวาของขบวน
    ด้วยความเร็วของมันทำให้หนึ่งในเป้าหมายที่ถูกเล็งไว้ว่าจะโดนมันเขมือบ กลับยังไม่ทันได้ขยับตัวแม้แต่น้อย อีกฝ่ายก็เข้ามาถึงในระยะโจมตีเสียแล้ว
    แต่เมื่อถึงเวลาจวนตัวกลับปรากฏลูกไฟสีแดงชาน พุ่งเข้าใส่งูตัวนั้นและเผาไหม้มันจนแหลกสลายเป็นจุล ช่วยยื้อชีวิตของกองกำลังคนนั้นของเขาได้มีโอกาสหายใจต่อไปอีกครั้ง
    "ระวังหน่อย คนอื่นๆก็ด้วย อย่าลืมว่าความตายอยู่ใกล้เพียงเอื้อมถึง"เขามาปรากฏตัวด้านข้างแถว พร้อมกับเอ่ยเตือน เพราะครั้งต่อไปพวกเขาอาจจะไม่มีโอกาสครั้งที่สองอีกแล้วที่จะถูกเขาช่วยได้ทันเวลาเช่นนี้
    "ครับ"
    ฟุบตึงฉัวะ
    การปะทะเริ่มเกิดขึ้น พวกเขาทุกคนจำต้องต่อสู้และคอยสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป เพื่อลดความกดดันและเพิ่มระยะเวลาพักฟื้นให้แก่ตัวเองและทีม
    โดยในแต่ละด้านจะมี 1-2 คนที่มีทักษะจำพวกตรวจสอบอยู่ด้วย ทำให้พวกเขาพอจะจับการเคลื่อนไหวและตั้งตัวได้ทันหลังจากที่พวกเขี้ยวกระชากศพพุ่งโจมตีออกมาอย่างฉับพลัน
    "ระวังด้านข้าง""ป้องกันให้ดีๆ"
    ด้วยพื้นที่ที่เป็นป่ารกทึบ การส่งเสียงดังเช่นนี้ หรือเสียงดังที่เกิดจากการต่อสู้ ย่อมเป็นสิ่งที่ไม่สมควรกระทำที่สุด เพราะมันจะเรียกปัญหาตามมาอีกมากมาย แม้ข้อนี้พวกเขาจะรู้ดี แต่กลับไม่มีทางเลือกมากนัก และทำได้เพียงเดินหน้าอย่างเดียว
    ด้วยผู้นำที่แข็งแกร่ง กระทั่งเวลานี้เขายังแสดงความสามารถที่โดดเด่น จนกระทั่งฆ่าพวกขั้น 3 ลงไปได้ติดๆกันเกือบ 5 ตัวแล้ว ส่งผลให้ขวัญกำลังใจของกองกำลังมีเพิ่มมากยิ่งขึ้น
    ขนาดวันเวลาผันผ่านมาเพียงเดือนเศษ แต่เผ่าพันธุ์พวกนี้กลับวิวัฒนาการและเพิ่มจำนวนได้รวดเร็วจนน่าหวาดกลัว ยิ่งไปกว่านั้นพวกมันยังมีการพัฒนาทางด้านสมอง เพิ่มเติมการเรียนรู้และจดจำ ซึ่งนำสิ่งเหล่านี้มาปรับใช้ได้ตามสถานการณ์
    เล็งเห็นว่าในอดีตมนุษย์ยืนบนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารได้นั้นก็พึ่งพาสติปัญญาและการเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเองอยู่เสมอ ทว่าเวลานี้ไม่เพียงเผ่ามนุษย์เท่านั้นที่มี แต่เผ่าพันธุ์อื่นๆก็เริ่มเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปของตนเองและปรับตัวใหม่ให้เข้ากับสถานการณ์เช่นกัน
    และครั้งนี้ คือหนึ่งในอุบัติการณ์ของสงครามที่กำลังดำเนินไประหว่างเผ่ามนุษย์และเผ่าพันธุ์งู เหนือสิ่งใดใครจะอยู่ใครจะไป
    "บุก เป็นแถว อย่ากระจัดกระจาย สนับสนุนซึ่งกันและกัน""โอ้วววว"
    ฟ่อปังฉัวะตึง

    End