"ห๊ะ! ว่าไงนะขอรับ ท่านพี่อันหรานท้อง!"
"ไอ้ตัวบัดซบ!หน้าไหนเป็นคนทำ!!"
ได้ยินเกรี้ยวกราดของจินหยาง ไป๋ฉีถึงสะดุ้งโหยงหันขวับไปหาสหายของตนโดยฉับไว 'หากเจ้านี่รู้ว่าข้าเป็นคนทำ คงจะไม่พุ่งเข้ามาโจมตีข้าหรอกใช่ไหม' ชายหนุ่มคิดขึ้นในใจ ทว่าหลังจากผ่านไปสักพักอารมณ์ของจินหยางก็สงบลงพร้อมกับการติดต่อสื่อสารที่ถูกตัดไปในเวลาต่อมา
"เห้อ ใครจะคิดกันล่ะว่าพี่สาวของข้าจะมีสามีไวขนาดนี้"จินหยางทิ้งตัวลงบนโซฟาแล้วกล่าวอย่างเหนื่อยหน่าย
"หืม ปกติเห็นเจ้ากลัวพี่สาวขนาดนั้น คิดไม่ถึงว่าแท้จริงแล้วเจ้าจะหวงพี่สาวอยู่เหมือนกัน"ไป๋ฉีกล่าวอย่างขบขัน
จินหยางที่ได้ยินก็ถอนหายใจ "เห้อ ถึงอย่างไรก็เป็นพี่น้องกัน ถ้าข้าไม่ห่วงพี่น้องแล้วจะให้ไปห่วงแมวที่ไหน"
"อืมก็จริงของเจ้า ว่าแต่........ท่านแม่ของเจ้าได้บอกหรือไม่ว่าชายผู้โชคดีคนนั้นเป็นใคร"ไป๋ฉีเอ่ยปากถามไถ่
จินหยางพยักหน้า "เห็นว่าเป็นนายน้อยลำดับที่ห้าแห่งตระกูลไป๋ หนึ่งในหลานชายของจ้าวจักรวาลนิรันดร์ไป๋เทียนซิน"
"ติ๊ง!"
"อ๊า นี่ไง ท่านแม่ส่งรูปนายน้อยคนนั้นมาให้ข้าพอดี ไหนขอดูหน่อยสิว่าหน้าตาเป็นอย่างไร" ทันทีที่เสียงแจ้งเตือนของกำไลข้อมือดังขึ้น จินหยางรีบเปิดดูข้อความที่แม่ของตัวเองส่งมาอย่างฉับไว เพราะเขาเองก็อยากจะเห็นหน้าตาผู้ชายที่พี่สาวของเขายอมรับเหมือนกัน
ทว่าในเวลาต่อมานั้นดวงตาของจินหยางก็เบิกกว้างอย่างช่วยไม่ได้ เพราะรูปภาพที่แสดงออกมาไม่ใช่รูปของคนอื่นคนไกล แต่เป็นรูปของไป๋ฉีที่ตอนนี้กำลังนั่งอยู่ข้างๆเขา
"เป็นไปไม่ได้! ตาข้าคงจะเพี้ยนไปแน่ๆ" ว่าแล้วจินหยางก็ขยี้ตาตัวเองแล้วเงยหน้าขึ้นมองที่รูปภาพเบื้องหน้าอีกครั้ง แต่รูปภาพก็ยังคงเดิมไม่แปรเปลี่ยนไป
"ตาเจ้าไม่ได้เพี้ยน แค่ใจของเจ้าไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็นก็เท่านั้น" ได้ยินไป๋ฉีเอ่ยปาก จินหยางก็หันขวับไปมองยังสหายของตัวเองด้วยแววตาที่หลากหลายหัวใจเต้นถี่กระชั้น
"จะ เจ้า! ที่แท้เป็นเจ้า!"
จินหยางอุทานสั้นๆยกนิ้วชี้ไปยังชายหนุ่มที่กำลังเขียนงานวิจัย หลังจากนั้นไป๋ฉีก็โดนจินหยางซักประวัติรวมไปถึงสอบถามเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเขากับจินอันหรานยกใหญ่ แน่นอนว่าไป๋ฉีก็ตอบไปตามตรงโดยไม่ปิดบัง
"เหอะๆ ที่แท้เจ้าก็มาจากตระกูลไป๋ ให้ตายสิ! มาหลอกกันซะได้นะ"จินหยางนั่งกอดอกแล้วบ่นออกมาเช่นนั้น
"ฮ่าๆๆขอโทษทีก็แล้วกัน ว่าแต่เจ้าไม่ติดใจเอาความเรื่องระหว่างข้าและพี่สาวของเจ้าแล้วใช่ไหม?"
จินหยางหรี่ตามองสหายพลางถอนหายใจ "เห้อ จะไปติดใจเอาความเจ้าเรื่องอะไรล่ะ ในเมื่อเจ้าเองก็ให้ท่านพ่อของเจ้าไปสู่ขอพี่สาวข้าอย่างถูกต้องแล้วนี่"
ได้ยินเช่นนั้นไป๋ฉีก็พลันโล่งใจขึ้นมา เพราะในตอนแรกเขาคิดว่าพอรู้ความจริงเรื่องนี้แล้วจินหยางอาจจะพุ่งเข้ามาโจมตีเขาก็เป็นได้
จินหยางลุกขึ้นจากโซฟาและเดินไปหาไป๋ฉีในทันใด "เอาล่ะ เรื่องของพี่สาวข้าเป็นอันจบไป ไป๋ฉีหลังจากทำการวิจัยเสร็จเจ้าพอจะมีเวลาว่างหรือเปล่า"
"อืม......ก็น่าจะว่างนะ เจ้ามีอะไรหรือเปล่า"ชายหนุ่มตอบพลางถามกลับ
จินหยางยิ้ม "ข้าว่าจะชวนเจ้าไปเที่ยวที่ใจกลางจักรวาลเสมือนจริงเสียหน่อย ได้ข่าวมาว่าที่นั่นจะเกิดการประมูลครั้งใหญ่"
"โอ้ น่าสนใจดี ข้าเองก็ไม่ได้ไปจักรวาลเสมือนนานแล้วเหมือนกัน ว่าแต่งานประมูลอะไรนั่นจะเริ่มขึ้นวันไหน?"
"ต้นเดือนหน้า นี่คือรายการสินค้าประมูลที่ลงทะเบียนแล้ว หากเจ้ามีเวลาก็ค่อยๆเลื่อนดูไปก็แล้วกัน ข้าขอตัวไปพักผ่อนก่อนไว้เจอกันใหม่พรุ่งนี้"ว่าแล้วจินหยางก็ส่งข้อมูลรายการประมูลให้ จากนั้นก็เดินออกไปจากห้องวิจัยของไป๋ฉีเพื่อกลับไปพักผ่อนในห้องของตัวเองที่อยู่ฝั่งตรงข้าม
ส่วนทางด้านไป๋ฉีหลังจากที่เขาทำรายงานการวิจัยเสร็จก็ส่งมันไปให้กับสถาบันวิจัยของสหพันธุ์จักรวาลเซียนเทียนโดยไม่รอช้า ชายหนุ่มลุกขึ้นบิดขี้เกียจเล็กน้อยเดินไปนอนบนโซฟาและเลื่อนดูรายการสินค้าที่จินหยางส่งให้เมื่อครู่นี้
"ไหนขอดูหน่อยสิว่ามีอะไรบ้าง?" นอนปัดรายงานสินค้าดูอยู่สักพักดวงตาของไป๋ฉีก็เป็นประกายของมา
เพราะสมบัติทั้งหมดล้วนแต่เป็นสินค้าที่หายากและน่าสนใจ น่าเสียดายยิ่งที่เขาไม่มีเงินพอที่จะประมูลพวกมันทั้งหมด ดังนั้นไป๋ฉีจึงต้องตัดสินใจมองหาสมบัติที่เขาสนใจจริงๆ
"หืม ร่างของอสรพิษบรรพกาลระดับราชาดวงดาวอย่างนั้นหรือ สมบัติชิ้นนี้น่าจะเหมาะกับชิงชิง"เลื่อนมาถึงรายการสินค้าอย่างสุดท้าย ไป๋ฉีอดไม่ได้ที่จะสนใจมัน
อสรพิษบรรพกาลคือสัตว์อสูรต่างมิติลำดับที่ห้าและถูกเรียกว่าเป็นพญาอสรพิษที่ทรงพลังที่สุดในมหาจักรวาลเขตตะวันออกแห่งนี้ ไป๋ฉีจึงมีความคิดที่จะประมูลมันแล้วนำเลือดของอสรพิษบรรพกาลมาใส่ในร่างกายชิงชิงผู้เป็นลูกสาว โดยคาดหวังให้เธอวิวัฒนาการกลายเป็นอสรพิษบรรพกาลตนใหม่
"หากชิงชิงกลายเป็นอสรพิษบรรพกาลได้จริงๆ บวกกับปลูกถ่ายดวงตาของอสรพิษหยกขาวเข้าไป เธอจะทรงพลังขนาดไหนกันนะ"ไป๋ฉีกล่าวออกมาใบหน้าประดับไปด้วยรอยยิ้มแห่งความตื่นเต้นเหลือหลาย
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ณ เขตใจกลางสหพันธ์จักรวาลเซียนเทียน บริเวณศูนย์วิจัยกำลังเกิดเรื่องวุ่นวายกันยกใหญ่ เหล่านักวิจัยกำลังวิ่งวุ่นใบหน้าแสดงให้เห็นถึงความแตกตื่น เนื่องจากมีข้อมูลบางอย่างส่งเข้ามา
"หัวหน้า ข้อมูลพวกนี้ส่งมาจากสถาบันฟ้ากระจ่างเจ้าค่ะ เจ้าของผลงานวิจัยมีชื่อว่า ไป๋ฉี"หญิงสาวในชุดกาวน์เดินเข้ามาในห้องวิจัยพร้อมกล่าวรายงาน
ทำให้หญิงสาวอีกคนที่กำลังยืนอ่านรายงานการวิจัยอยู่ถึงกับนิ่งอึ้งไปพักใหญ่ 'สมกับหลานชายของไป๋อินผู้นี้ ไปอยู่ที่สถาบันแห่งการศึกษายังไม่ถึงปี ก็สามารถคิดค้นโพชั่นที่วิเศษขนาดนี้ออกมาได้'
"เสี่ยวเหมา ไปกับข้า พวกเราจะไปสถาบันฟ้ากระจ่างกัน"
"เจ้าค่ะ"
ว่าแล้วทั้งสองคนก็เดินออกไปจากสถาบันวิจัยโดยไม่คิดรอช้า ต่อมายานอวกาศระดับจ้าวจักรวาลก็พุ่งทะยานไปยังดาราจักรแห่งการศึกษาด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่มันจะเร็วได้ ด้านในยานใบหน้าของไป๋อินเต็มไปด้วยความพึงพอใจ ต่อให้ในจักรวาลแห่งนี้จะมีคนแซ่ไป๋มากมาย แต่เธอก็เชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าคนที่ส่งรายงานการวิจัยนี้มาย่อมเป็น'ไป๋ฉี'หลานชายของเธออย่างแน่นอน