ตืด....ตืด.....ตืด....
แรงสั่นะเืของโทรศัพท์มือถือทำให้ชมภูนุชต้องหยุดชะงักก่อนจะล้วงมือเข้าไปหยิบมันออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วจึงกดรับสาย
"ว่าไงคะแม่"
("เมื่อไรแกจะกลับบ้านสักที นี่ก็มืดค่ำแล้วนะ")
"หนูกำลังกลับค่ะแม่" เธอบอกออกไป
("แอบเข้าไปในป่านั่นอีกแล้วใช่ไหมแม่บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าเข้าไปคนเดียวมันอันตรายรีบๆ กลับมาแม่เป็ห่วง") ผู้เป็แม่เอ่ยด้วยน้ำเสียงระอาที่ลูกสาวไม่เคยจะเชื่อฟังนางเลย
"แค่นี้นะแม่ หนูกำลังจะกลับแล้ว" ชมภูนุชรีบตัดบทก่อนจะกดวางสายทันที จากนั้นจึงปั่นจักรยานต่อไปตามทางเดินเล็กแสงพระอาทิตย์เริ่มอ่อนลงทุกขณะชมภูนุชเร่งปั่นจักรยานให้เร็วขึ้นทว่ายิ่งเธอกลับปั่นเร็วเท่าไรก็เหมือนระยะทางยิ่งไกลออกไปจนหาทางออกไม่เจอยิ่งในเวลานี้ได้มีกลุ่มควันสีขาวลอยปกคลุมไปทั่วบริเวณผืนป่าจนมองอะไรไม่เห็นไปชั่วขณะก่อนจะจางหายไป แสงพระอาทิตย์ก็เริ่มอ่อนลงจนความมืดมิดเข้าปกคลุมไปทั่วทั้งผืนป่า
"นี่มันเกิดบ้าอะไรปั่นมาตั้งนานแล้วทำไมยังไม่ถึงถนนใหญ่สักทีมืดก็มืด" ชมภูนุชพึมพำกับตัวเองอย่างหัวเสีย เธอหอบหายใจด้วยความเหนื่อยจากที่ปั่นจักรยานมานานจึงเปลี่ยนลงมาเดินแล้วจูงจักรยานไปตามทางเล็กๆ โดยมีแสงไฟฉายจากโทรศัพท์คอยส่องสว่าง แต่ยิ่งเดินเหมือนกลับยิ่งไกลออกไปเพียงไม่นานแสงสว่างจากไฟฉายก็ดับลงเมื่อแบตเตอรี่หมดเธอจึงได้เดินต่อไปอีกก่อนจะสะดุดเข้ากับหินก้อนใหญ่เพราะความมืดจนทำให้เธอและจักรยานกลิ้งตกลงเขาทำให้ศีรษะของเธอฟาดเข้ากับต้นไม้อย่างแรงก่อนภาพทุกอย่างจะดับวูบไป
ชมภูนุช ลืมตาตื่นเพราะแสงอาทิตย์สาดส่องใส่ตัวเธอทำให้เริ่มร้อน ก่อนจะค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้นแต่ก็ต้องเ็ปที่หน้าท้องฝั่งซ้ายอย่างมากเธอจึงใช้มือคลำดูก็มีเืติดมา ก็แค่ตกเขาถึงกับเืตกยางออกเลยเหรอไม่ใช่สิป่าแห่งนี้ไม่มีูเาแล้วเราจะตกเขาได้ไง เธอรีบดึงสติตัวเองกลับมาก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบๆ ก็พบหน้าผาที่สูงราวกับตึกสิบชั้นหากใครตกลงมาคงไม่รอดแน่
เธอจึงฝืนขยับกายลุกขึ้นอย่างยากลำบากเพื่อพาร่างอันบอบช้ำหญิงผู้นี้ออกจากที่นี่โดยเร็ว แต่ด้วยเสื้อผ้าที่รุ่มร่ามทำให้เธอเดินลำบากจึงก้มสำรวจตัวเองและคลำดูใบหน้ารวมไปถึงศีรษะก็รู้ได้ว่ามันไม่ใช่ตัวเธอแล้วร่างนี้เป็ของใคร แต่ตอนนี้เธอไม่มีเวลามาคิดหาตัวตนของผู้หญิงคนนี้ต้องรีบพาร่างกายนี้ออกไปจากป่านี้ให้ได้ก่อนที่นางจะเสียเืมากกว่านี้เธอเดินโซซัดโซเซตามทางมาเรื่อยจนกระทั่งมาถึงกระท่อมหลังหนึ่งที่ภายนอกตกแต่งคล้ายบ้านพักตากอากาศที่อยู่กลางป่าก่อนเหลือบไปเห็นกลุ่มควันไฟที่พวยพุ่งออกมาจากด้านหลังกระท่อมจึงมั่นใจได้ว่าต้องมีคนอาศัยอยู่แน่นอน เธอจึงใช้แรงที่มีเหลืออยู่น้อยนิดเปล่งเสียงะโออกไป
"มีใครอยู่ข้างในไหมพอดีฉันหลงทางมาค่ะ" เพียงครู่เดียวคนที่อยู่ในกระท่อมก็เดินออกมาก่อนจะต้องใเมื่อเหลือบไปเห็นเืที่ไหลไม่หยุดของนาง
"แม่นางเป็ใครมีอันใดให้ข้าช่วยหรือเปล่า" ชมภูนุชต้องขมวดคิ้วเมื่อเห็นเครื่องแต่งกายของชายตรงหน้า นี่มันชุดคนจีนสมัยโบราณนี่นาหรือที่นี่เขามาถ่ายซีรี่ส์กันเหรอหากเป็อย่างนั้นทำไมไม่มีพวกทีมงานคนอื่นๆ เล่าไม่มีแม้แต่กล้องหรืออุปกรณ์ต่างๆ หรือว่าเราทะลุมิติมาในยุคโบราณอย่างนั้นเหรอ คงไม่ใช่หรอกมั้งชมภูนุชได้แต่คิดในใจ
"พอดีฉันหลงทางมาค่ะจะมาขอถามทางหน่อยได้ไหม" ชมภูนุชตอบออกไปเมื่อเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่ประคองตัวเองให้ยืนแทบไม่ไหวเธอจึงได้แต่ใช้มือเกาะขอบประตูเอาไว้
"แม่นางนั่นเ้าไปทำอะไรมาถึงได้เืไหลเยอะขนาดนี้" เสี่ยวถิงมองดูมือของนางที่กุมาแเอาไว้พร้อมกับมีเืไหลออกมาไม่หยุด
"ฉันกำลังจะกลับบ้านแต่บังเอิญหลงทางมาค่ะ ฉันก็ไม่รู้ว่าไปโดนอะไรมา...." เืที่ไหลออกมาไม่หยุดทำให้ชมภูนุชเริ่มทนไม่ไหว เสี่ยวถิงรู้สึกประหลาดใจกับภาษาพูดของนางแต่เขากลับไม่ได้ใส่ใจก่อนจะรีบเข้าไปประคองสตรีตรงหน้าโดยเร็ว
"เข้าไปในกระท่อมก่อนเถอะแม่นางหากไม่รีบห้ามเืให้หยุดไหลเ้าไม่รอดแน่" เสี่ยวถิงประคองชมภูนุชให้เดินเข้าไปในกระท่อมพอดีกับเฟิงเยว่ที่เดินตามออกมาดู
"ผู้ใดมากันหรือเสี่ยวถิง ทำไมนางเืออกเยอะขนาดนี้เล่า" เฟิงเยว่ซึ่งเดินตามออกมาก็ต้องใเมื่อเห็นเืเปื้อนบนตัวสตรีแปลกหน้าที่เสี่ยวถิงกำลังประคองเข้ามาในกระท่อม
"ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันขอรับ แต่ตอนนี้เราต้องรีบห้ามเืให้นางก่อนที่เืจะไหลหมดตัวเสียก่อน" เสี่ยวถิงบอก
"เช่นนั้นเ้ารีบพานางเข้าไปในห้องของข้าเลย" เสี่ยวถิงประคองนางให้เดินเข้าไปในกระท่อมอย่างยากลำบากจนเฟิงเยว่ต้องเข้ามาอุ้มร่างของนางก่อนจะเดินเข้าไปในกระท่อมอย่างรวดเร็วเพราะตอนนี้เืเริ่มไหลออกมามากจนหมดสติไป เมื่อเข้ามาถึงในห้องแล้วเขาค่อยๆ วางนางลงบนเตียงก่อนจะเปิดดูาแที่หน้าท้องด้านซ้ายซึ่งชมภูนุชได้หมดสติไปก่อนหน้าแล้ว
"แผลค่อนข้างลึกนางทนมาได้ยังไงตั้งหลายชั่วยาม เสี่ยวถิงเ้ารีบไปต้มน้ำร้อนมาให้ข้า" เฟิงเยว่พูดกับตัวเองก่อนจะหันไปสั่งเสี่ยวถิง
"ขอรับคุณชาย " เมื่อเสี่ยวถิงออกไปแล้วเขาจึงจัดการถอดเสื้อผ้าชั้นนอกของนางออกแล้วใช้กรรไกรตัดเสื้อตรงที่มีาแออกก่อนจะค่อยๆ ซับเืที่กำลังไหลออกมาอย่างเบามือ
"เสี่ยวถิงน้ำร้อนได้หรือยัง"
"มาแล้วขอรับคุณชาย"
"เอาวางไว้บนโต๊ะห้ามเข้ามาแล้วเ้าก็รีบออกไป" เขาลืมไปว่านางเป็สตรีหากบุรุษเห็นเรือนร่างนางจะไม่เป็ผลดีแก่นาง
"ขอรับ" เสี่ยวถิงวางกะละมังที่ใส่น้ำร้อนกับผ้าเอาไว้บนโต๊ะด้านนอกก่อนจะเดินออกไปพร้อมกับปิดประตูเรียบร้อย เฟิงเยว่ทำแผลให้นางเสร็จแล้วจึงได้เปลี่ยนเสื้อผ้าให้นางใหม่จากนั้นเขาจึงออกมาสั่งให้เสี่ยวถิงต้มยาแก้ไข้มาให้นาง
"เสี่ยวถิงเ้าไปต้มยาแก้ไข้ไว้ให้นางด้วย แผลนางเริ่มอักเสบมากอีกสองชั่วยามข้าว่านางต้องไข้ขึ้นแน่ๆ" จากนั้นจึงได้เข้ามาดูอาการของนางอีกรอบจู่ๆ ใบหน้าก็เห่อร้อนขึ้นมาโดยไม่รู้สาเหตุเพียงแค่ได้เห็นใบหน้าสตรีแปลกหน้าผู้นี้ ทำไมเขาต้องหวั่นไหวกับเรือนร่างของสตรีแปลกหน้าคนนี้ด้วยนะ แต่นางคือคนป่วยเ้าจะมาคิดกับนางเป็อื่นไม่ได้นะเฟิงเยว่
"ขอรับคุณชาย" เฟิงเยว่พยายามสลัดภาพเรือนร่างอันงดงามของสตรีแปลกหน้าออกจากความคิดแต่ก็ยังสลัดภาพเรือนร่างอันงดงามออกไปไม่ได้สักทีจนกระทั่งเสี่ยวถิงกลับเข้ามาเขาจึงเรียกสติตัวเองกลับมาให้เป็ปกติ