ป้อมปราการมังกรทิศตะวันตก
เวลาผ่านไปห้าชั่วโมง หลังจากหวังเหว่ยได้เข้าไปพักผ่อนภายในห้องพักพิเศษในชั้นที่ห้า
“ลี่หลงคุณชายแมวขาวทำอะไรอยู่หรือ ?” เฟยซาแม่ทัพของป้อมปราการได้กล่าวกับลี่หลงขณะกำลังนั่งจิบชาอยู่ภายในห้องทำงานส่วนตัวในชั้นที่ห้า
“คุณชายแมวขาว ยังไม่ได้ออกจากห้องพักตั่งแต่เข้าไปพักผ่อนเมื่อห้าชั่วโมงที่แล้วค่ะท่านแม่ทัพ” ลี่หลงได้กล่าวขณะยืนอยู่ด้านข้างเฟยซา
“ลี่หลง เจ้าส่งคนไปจับตาดูคุณชายแมวขาวให้ดี หากมีอะไรไม่ชอบมาพากลเกี่ยวกับคุณชายแมวขาวให้รีบรายงานข้าในทันที”
“น้อมรับคำสั่งท่านแม่ทัพ” หลังจากกล่าวจบลี่หลงได้ออกไปจากห้องทำงานส่วนตัวของแม่ทัพเฟยซาทันที
เวลาผ่านไปห้านาที
“ท่านแม่ทัพ ท่านเรียกพวกข้าทั้งสองมาพบ มีเรื่องสำคัญอะไรหรือขอรับ ?” หมิงหลิงและหานเจี้ย รองแม่ทัพของป้อมปราการได้กล่าวกับเฟยซาแม่ทัพของป้อมปราการ
“อืม หมิงหลิง หานเจี้ย ข้าอยากให้พวกเจ้าทั้งสองขึ้นไปเฝ้าตรวจตราหน้าทางเข้าชั้นที่เจ็ด เป็นเวลาสามวัน หากมีเรื่องน่าสงสัยในช่วงสามวันนี้ ให้เจ้ารีบแจ้งกับข้าในทันที” แม่ทัพเฟยซาได้กล่าวกับทั้งสองคนด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“น้อมรับคำสั่งท่านแม่ทัพ” หมิงหลิงและหานเจี้ย รองแม่ทัพของป้อมปราการ ได้เดินออกไปจากห้องทำงานส่วนตัวของแม่ทัพเฟยซา จากนั้นได้ไปยืนอยู่หน้าประตูทางเข้าที่ใช้ขึ้นไปยังชั้นที่เจ็ด เพื่อทำหน้าที่เฝ้าหน้าประตูทางเข้าตามคำสั่งในทันที
ทางด้านหวังเหว่ยหลังใช้ "ทักษะล่องหน" และ "ทักษะทะลุกำแพง" สำรวจภายในป้อมปราการนานกว่าห้าชั่วโมง ทำให้ในเวลานี้เขาได้สำรวจส่วนสำคัญต่างๆ ภายในป้อมปราการตั่งแต่ชั้นที่หนึ่งจนถึงชั้นที่หกเรียบร้อยแล้ว โดยตลอดการสำรวจหวังเหว่ยได้ใช้ "ทักษะเนตรมองเห็นทุกสรรพสิ่ง" เพื่อช่วยให้การสำรวจทำได้ง่ายยิ่งขึ้น
“อืม... สามชั้นแรกของป้อมปราการไม่มีความลับอะไรซ่อนอยู่เป็นพิเศษ ส่วนในชั้นที่สี่ มีอุปกรณ์จำนวนนับล้านชิ้นถูกเก็บเอาไว้ ข้าขนคนเดียวทั้งหมดนี่เห็นทีคงจะไม่ไหว คงต้องหาจังหวะดีๆ เรียกเหล่าสัตว์อสูรให้มาช่วย ส่วนในชั้นที่ห้ามีอุปกรณ์ที่หายากอยู่หลายชิ้นถูกเก็บซ่อนไว้ภายในห้องพักบางห้องและมีหลายชิ้นที่น่าสนใจ ไว้มีเวลาข้าค่อยมาตรวจสอบดูอีกครั้ง สำหรับในชั้นที่หก! ในชั้นนี้มีเหรียญทองรวมถึงของวิเศษและอุปกรณ์ล้ำค่ามากมายถูกจัดเก็บเอาไว้อย่างเป็นสัดเป็นส่วนภายในห้องต่างๆ ไว้มีโอกาสเหมาะข้าค่อยกลับมาตรวจดูอีกครั้ง” หวังเหว่ยได้คิดกับตนเองในใจขณะใช้วิชาตัวเบาสำรวจดูทั่วทั้งชั้นที่หก
เวลาผ่านไปสิบนาที หวังเหว่ยได้มาหยุดอยู่ใกล้กับบริเวณหน้าประตูทางเข้าที่ใช้ขึ้นไปยังชั้นที่เจ็ดและได้ใช้ "ทักษะตรวจจับระยะไกล" เพื่อตรวจสอบบริเวณหน้าประตูทางเข้าที่ใช้ขึ้นไปยังชั้นที่เจ็ด
“หืม! มีคนระดับเลเวล48สองคนเฝ้าอยู่ที่หน้าประตูทางเข้า หากข้าจำไม่ผิด คนที่มีระดับเลเวล48 ภายในป้อมปราการแห่งนี้มีอยู่เพียงสามคนเท่านั้น อีกทั้งสามคนนี้ยังมีตำแหน่งเป็นถึงรองแม่ทัพ เหตุใดรองแม่ทัพสองคนถึงได้มายืนเฝ้าอยู่หน้าประตูทางเข้าที่ใช้ขึ้นไปยังชั้นที่เจ็ด ?” หวังเหว่ยได้ขบคิดในใจตนเอง ขณะยืนอยู่ในห้องเก็บอุปกรณ์วิเศษห้องหนึ่ง ซึ่งอยู่ห่างจากบริเวณที่รองแม่ทัพทั้งสองคนยืนอยู่ราว500เมตร
“เมื่อเป็นเช่นนี้ เห็นทีข้าคงต้องกลับไปวางแผนใหม่อีกครั้งภายในห้องพักและหาโอกาสสืบดูเรื่องราวต่างๆ ภายในป้อมปราการให้มากกว่านี้ หลังจากนั้นค่อยลงมือทำอะไรก็ยังไม่สาย” เมื่อคิดได้ดังนั้นหวังเหว่ยจึงได้ใช้ "ทักษะทะลุกำแพง" เพื่อกลับไปยังห้องพักของตนเอง
เวลาผ่านไปสิบห้านาที หวังเหว่ยได้กลับมาถึงภายในห้องพักของเขา
เฟิงเป้าได้ลืมตาขึ้นเมื่อเห็นหวังเหว่ยปรากฎตัวขึ้นตรงหน้า “นายท่านกลับมาแล้ว ไม่มีใครมาพบท่านในระหว่างที่ท่านไม่อยู่ขอรับ”
“อืม เจ้ากลับไปพักผ่อนภายในมิติแดนอสูรก่อน หากมีเรื่องอะไรข้าจะบอกกับเจ้าผ่านการสื่อสารทางจิต”
“รับทราบขอรับนายท่าน” เฟิงเป้าได้กลับเข้าไปภายในมิติแดนอสูรผ่านทางโลกของสัตว์อสูรอัญเชิญในทันทีหลังจากกล่าวจบ
หลังจากเฟิงเป้ากลับไปภายในมิติแดนอสูร หวังเหว่ยได้ออกมาจากห้องพัก ทหารของป้อมปราการหลายสิบคนเมื่อเห็นหวังเหว่ยเดินออกมาจากห้อง จึงได้กล่าวกับหวังเหว่ยว่า “ท่านหัวหน้ากองพันพิเศษ พวกข้าคือทหารที่มีหน้าที่ดูแลรับใช้ท่าน ท่านมีเรื่องอะไรให้พวกเรารับใช้หรือไม่ขอรับ ?”
“พวกท่านรู้ที่อยู่ของท่านแม่ทัพเฟยซาหรือไม่ ?” หวังเหว่ยได้กล่าวถามทหารของป้อมปราการ
“ท่านแม่ทัพเฟยซาอยู่ที่ห้องทำงานส่วนตัวของท่านขอรับ ห้องทำงานส่วนตัวของท่านแม่ทัพเฟยซาอยู่ห่างจากที่นี่ไม่ไกลขอรับ”
“อืม เช่นนั้นขอรบกวนพวกท่านพาข้าไปพบกับท่านแม่ทัพเฟยซา”
“น้อมรับคำสั่งขอรับ” ทหารของป้อมปราการหลายสิบคนได้นำทางหวังเหว่ยไปยังห้องทำงานส่วนตัวของแม่ทัพเฟยซา
เวลาผ่านไปสิบนาที หวังเหว่ยได้มาถึงยังหน้าห้องทำงานส่วนตัวของแม่ทัพเฟยซา
“พวกข้าจะรอท่านอยู่ที่หน้าห้องของท่านแม่ทัพเฟยซาขอรับ” ทหารของป้อมปราการได้กล่าวกับหวังเหว่ย “ข้าเข้าใจแล้ว” หวังเหว่ยได้กล่าวตอบทหารของป้อมปราการ
ก๊อก ก๊อก
เข้ามาได้
“โอ้! คุณชายแมวขาว ท่านมีเรื่องอะไรหรือ? ถึงได้มาพบข้าที่ห้อง” เฟยซาได้กล่าวกับหวังเหว่ยด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม พร้อมกับทำสัญญาณมือให้ทหารรับใช้ส่วนตัวนำชามาเสิร์ฟให้กับหวังเหว่ย
“คำนับท่านแม่ทัพเฟยซา ข้าพึ่งมาอยู่ป้อมปราการแห่งนี้ได้ไม่นานเลยอยากแวะมาพูดคุยกับท่านเพื่อทำความคุ้นเคยกับป้อมปราการแห่งนี้ให้มากขึ้นขอรับ” หวังเหว่ยได้กล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเช่นกัน
“ฮ่าๆ ท่านมาหาถูกคนแล้วคุณชายแมวขาว ไม่มีใครรู้เรื่องป้อมปราการแห่งนี้ดีเท่ากับข้า หากท่านอยากรู้เรื่องอะไรท่านสามารถถามข้าได้ทุกเรื่อง” หวังเหว่ยได้กล่าวขอบคุณแม่ทัพเฟยซา จากนั้นได้เริ่มถามแม่ทัพเฟยซาถึงเรื่องราวทั่วไปภายในป้อมปราการและได้แอบป้อนคำถามที่ตนเองอยากรู้อย่างแนบเนียนเป็นระยะในระหว่างถามเรื่องราวต่างๆ ของป้อมปราการ แม่ทัพเฟยซาที่เห็นหวังเหว่ยถามแต่เพียงคำถามทั่วไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น จึงได้คลายความสงสัยในตัวหวังเหว่ยลงบ้าง ซึ่งหวังเหว่ยได้อยู่พูดคุยกับแม่ทัพเฟยซาเป็นเวลานานถึงสามชั่วโมง
“โอ้! ด้านนอกป้อมปราการในตอนนี้เริ่มใกล้จะมืดค่ำแล้ว” แม่ทัพเฟยซาได้หันไปมองอุปกรณ์บอกเวลาที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของตนเอง “คุณชายแมวขาว หากท่านมีเวลาว่าง ท่านสามารถมาหาข้าเพื่อพูดคุยเรื่องราวต่างๆ กับข้าได้ตลอดเวลา ในตอนนี้ข้าขอตัวทำงานที่ยังคั่งค้างอยู่ให้เสร็จเรียบร้อยก่อน”
“ขอบคุณท่านแม่ทัพเฟยซามากขอรับ ไว้มีเวลาข้าจะแวะมาหาท่านขอรับ” หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้คำนับแม่ทัพเฟยซาและออกมาจากห้องของแม่ทัพเฟยซาในทันที
เหล่าทหารที่ยืนรอหวังเหว่ยได้เดินนำทางเขากลับไปยังห้องพักส่วนตัว เมื่อกลับมาถึงห้องหวังเหว่ยได้เข้าไปพักผ่อนภายในห้องทันที
“ภายในป้อมปราการแห่งนี้มีเรื่องไม่ชอบมาพากลบางอย่าง อีกทั้งแม่ทัพเฟยซายังส่งคนมาเฝ้าติดตามดูข้าตลอดเวลา เห็นทีข้าคงต้องระมัดระวังตัวเวลาทำอะไรให้มากยิ่งขึ้น !” หวังเหว่ยได้คิดในใจขณะกำลังนั่งสมาธิอยู่บนเตียงที่พักของตนเอง
ชั้นที่เจ็ดของป้อมปราการมังกรทิศตะวันตก
ชั้นนี้ถูกสร้างเป็นห้องโถงขนาดใหญ่ ภายในห้องโถงถูกประดับตกแต่งอย่างหรูหรา บนเพดานของห้องโถงถูกสลักอักษรเวทมนตร์โบราณขนาดใหญ่ เพื่อเตรียมไว้ใช้ในพิธีกรรมบางอย่าง และในใจกลางของห้องโถงมีหญิงสาวเผ่าพันธุ์มนุษย์นางหนึ่งกำลังนอนหลับอยู่บนเตียงเหมันต์ หญิงสาวนางนี้มีอายุราว15ปี ร่างกายของนางได้ปลดปล่อยกลิ่นอายแห่งความอ่อนโยนออกมา แม้ยามที่นางกำลังนอนหลับอยู่ ใบหน้าของนางนั้นงดงามมากกว่าผู้ใดในโลกหล้า ผิวพรรณของนางมีสีขาวซีด เนื่องจากนอนอยู่บนเตียงเหมันต์เป็นเวลานาน
“เจ้าช่างมีรูปร่างหน้าตาที่งดงามเหลือเกินองค์หญิงน้อย เจ้านั้นมีพลังปราณอสูรอ่อนโยนบริสุทธิ์ที่หาได้ยากยิ่ง ข้าได้พบเจอเจ้าโดยบังเอิญและได้ให้คนลักพาตัวเจ้ามาตั่งแต่เจ้าพึ่งลืมตาดูโลกได้ไม่นาน องค์หญิงน้อยของข้าเมื่อเจ้ามีอายุครบ20ปี จะเป็นเวลาเหมาะสมที่สุดที่ข้าจะยึดครองร่างกายของเจ้า เหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่ปีแล้วองค์หญิงน้อยของข้า” เสียงหญิงสาวที่ไพเราะของจิตวิญญาณสัตว์อสูรเทพปีศาจ "ฮีร่า" ได้ดังขึ้นมา ซึ่งนางคือหนึ่งในสามองครักษ์ของสัตว์อสูรปีศาจผู้ยิ่งใหญ่