ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่290 ส่งเหล่าผู้คน ขึ้นไปยังดินแดนเบื้องบน

  เสาแสงศักดิ์สิทธิ์ พร่างพราว ค้ำฟ้า พุ่งสูงขึ้นสู่ท้องนภา แหวกท้องฟ้าแตกแยก ออกจากกันในทันที แสงที่สาดส่องลงมาทั้งศักดิ์สิทธิ์ และน่าคร้ามเกรง ดุจดั่งแสงสวรรค์ที่สาดส่องลงมา อวยพรยุคสมัยใหม่ที่กำลังจะมาถึง แหวกผืนฟ้าออกเป็นเสี่ยงๆ เมฆที่บดบังท้องฟ้า กระจัดกระจายไปทั่วทิศ ประหนึ่งเสาแสงค้ำจุนโลกเบื้องล่างไว้


รอบทิศทางต่างสั่นไหวไม่หยุด เมื่อเหล่าผู้อาวุโสทั้ง30คน ขับเคลื่อนค่ายกลเคลื่อนย้าย ราวกับโลกกำลังจะถูกสั่นคลอน รอบๆ วงแหวนหมุนวนขึ้นเร็วขึ้นกว่าแต่ก่อนไม่มาก บ่งบอกถึงพลังที่จะขับเคลื่อนค่ายกลเคลื่อนย้ายยังไม่เพียงพอ ที่จะขับเคลื่อนค่ายกลส่งตัวเหล่าอนุชนขึ้นไปยังดินแดนเบื้องบน


ในยามนี้มีเพียงอี้เฉินที่ยังไม่ได้ขับเคลื่อนค่ายกล เขารู้สึกว่าค่ายกลเคลื่อนย้ายไม่มีข้อผิดพลาด จึงบอกกล่าวไปที่โม่กวางที่ ยืนตรวจตรา "โม่กวางเจ้าจง ขึ้นไปเติบโตยังดินแดนเบื้องบนเถิด ข้าว่าความรู้ ดินแดนเบื้องบนคงมีประโยชน์กับเจ้าไม่น้อย"


   โม่กวาง มีท่าที กระอักกระอ่วนในทันใด เขาไม่ได้เตรียมใจที่จะขึ้นไปดินแดนเบื้องบน แต่ในเสี้ยววินาทีเขาก็ตัดสินใจได้ พยักหน้ารับคำอี้เฉินในทันใด ก้าวเดินเข้าไปภายในค่ายกล เคลื่อนย้ายในทันที ในยามนี้มีเพียง โอกาสนี้เท่านั้นที่เขาจะเข้าไปได้ เมื่อค่ายกลขับเคลื่อนเต็มกำลังเมื่อใด ภายนอกกับภายในค่ายกลเคลื่อนย้ายจะแยกออกจากกันอย่างสิ้นเชิง


    ในทันใด ที่อี้เฉินยืนมือไพล่หลัง เขายกแขนทั้งสองออกมา    ก่อนระเบิดปราณพลัง ขั้นครึ่งก้าวเทพสวรรค์ออกมาอย่างไม่ปิดบัง ส่งปราณพลังจากแขนทั้งสองข้างเข้าไปภายใน ค่ายกลเคลื่อนย้ายอย่างบ้าคลั่ง วงแหวนค่ายกลเคลื่อนย้ายหมุนวนอย่างรวดเร็วกว่าแต่ก่อนหลายเท่าในทันใด แสงสีทอง ทั้งศักดิ์สิทธิ์ และน่าคร้ามเกรง สว่างไสวกว่ายามก่อนมาก จนรอบๆ ราวกับถูกชำระล้าง ก่อนแสงสีทองจะพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า แหวกท้องนภาแตกแยกออกจากกันเป็นเสี่ยงๆ เสียง บรรยากาศแตกร้าว ดังกึกก้อง ราวกับกระจกที่แตกออก


เหล่าอนุชนต่างเบิกตาออกกว้างอ้าปาก ค้าง เมื่อเห็นอี้เฉินคนที่คิดส่งพวกเขาขึ้นไปเติบโตยังดินแดนเบื้องบน ในยามก่อน ยืนมือไพล่หลัง เย่อหยิ่งเป็นอย่างมาก แต่บัดนี้พวกเขาเริ่มเข้าใจอี้เฉินขึ้นมา นิดๆ ที่เขาเย่อหยิ่งเพราะปกปิด บาดแผลที่แขนซ้ายของเขาเอาไว้นั่นเอง


เมื่อแขนซ้ายอี้เฉินปรากฏ สู่สายตาของเหล่าผู้คน พวกเขาก็ต่างใจสั่นสะท้านในทันที แขนซ้ายในยามนี้ของอี้เฉิน หายไปเกือบครึ่ง กระดูกสีขาวโผล่ให้ เห็นอย่างชัดเจน ไม่รู้เด็กหนุ่มผมขาวผู้นี้จะต้องแบกรับความเจ็บปวดมากเท่าใด ถึงจะส่งพวกเขาออกไปภายนอกโลกเบื้องล่างแห่งนี้ได้


     เพื่อนๆ อี้เฉินหลายคนที่เห็น บางคนถึงกับ ยกมือน้อยๆ ขึ้นมาทุบ แสงสีทอง บางๆ ขวางกั้นระหว่าง พวกเขาเอาไว้ หมายมั่นหยุดการกระทำของอี้เฉิน เมื่อเห็นสีหน้าของเด็กหนุ่มผมขาวที่อยู่ตรงหน้ามีแต่ความเจ็บปวด ริมฝีปากซีดเผือดมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งเขาขับเคลื่อนค่ายกลเคลื่อนย้าย เหมือนว่า กายาของเขา ยิ่งได้รับความเจ็บปวด ปากกระอักเลือดออกมาน้อยๆ ไม่หยุด


ถึงกระนั้น พวกเขาที่อยู่ภายในเสาแสงค้ำฟ้า ก็ไม่อาจทำอะไรได้อีกต่อไป เมื่อค่ายกลเคลื่อนย้าย ได้ถูกขับเคลื่อนเต็มกำลัง มันก็แยกพวกเขาออกจากกันอย่างชัดเจน ไม่อาจแทรกแซง ภายในและภายนอกได้อีกต่อไป ราวกับพวกเขาในยามนี้ไม่ใช่คนของโลกแห่งนี้อีกต่อไป


หริ่นหลัน นางคำรามออกมาก้อง "เจ้าบ้าไปแล้วหรืออี้เฉิน หยุดขับเคลื่อนค่ายกลเดียวนี้"


คนอื่นๆ ที่เห็นเอง ก็ไม่ได้มีสีหน้าที่ดีไป กว่ากันมากนัก ต่างหน้าบึ้งตึงในทันที แววตาเต็มไปด้วยความโศกเศร้า เฝ้ามองคนที่ส่งพวกเขาในยามนี้ เต็มไปด้วยความเจ็บปวด


    ในยามนี้ไม่มีเสียงของผู้ใด หยุดยั้งความตั้งใจของอี้เฉิน ได้อีกต่อไป เฝ้ามองกายาอี้เฉิน ค่อยๆ มีบาดแผลไฟไหม้มากขึ้นเรื่อยๆ ถูกไฟเทพเผาผลาญ กลืนกินไปทีละน้อย ผิวหนังหลุดลอกออกมาเป็นแผ่นๆ เผยให้เห็นหลุมร้อน ราวกับเหล็กที่ถูกเผา กายาสลายกลายเป็นเถ้าธุลี ทีละน้อย ริมฝีปากเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือด


เหล่าผู้อาวุโสต่างๆ ที่เฝ้ามอง พวกเขาต่างพากันส่ายหัว เฝ้ามองความดื้อรั้นของอี้เฉิน พร้อมกับถอนหายใจยาวออกมา


     ดวงตาอี้เฉินในยามนี้เต็มไปด้วยความเจ็บปวด ใบหน้าซีดเผือด ราวกับคนขาดเลือด แต่เขาอยากจะส่งเพื่อนๆ ของเขาขึ้นไปเติบโตยังดินแดนเบื้องบนให้ได้ ถึงแม้จะต้องแบกรับความเจ็บปวดมากเท่าใดก็ตาม ปราณพลังครึ่งก้าว เทพสวรรค์ ก็ถูกเผาผลาญออกไปอย่างบ้าคลั่ง จนวงแหวนค่ายกลเคลื่อนย้าย หมุนวน เร็วจี๋ จนตาเปล่ามองไม่เห็นรอยสลักลวดลายอีกต่อไป สาดแสงสีทองออกมาพร่างพราวไปทั่วทิศ ทั้งศักดิ์สิทธิ์ และน่าคร้ามเกรง ขึ้นมาสู่จุดสูงสุด ที่มันจะสามารถขับเคลื่อนได้


ครั้นเมื่อมันส่งเหล่าผู้คน ภายในวงแหวนเคลื่อนย้าย หายออกไปราวกับศรที่ถูกยิง
"ฟึบ!!!!!!!!!"
แสงสีทองพร่างพราว รอยขึ้นสูง สู่ท้องนภา แหวกเอกภพออกไปอย่างรวดเร็ว ประหนึ่งกับศรแสง ข้ามผ่านกาลเวลา แหวกทุกสรรพสิ่ง ไปยังโลกใบใหม่ ที่ไม่อาจคาดเดาความเป็นตายได้


    อี้เฉิน ครั้นส่งเหล่าผู้คนเสร็จสิ้น เขาหายใจหนักถี่อย่างรุนแรง ดวงตาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด จวนจะปิดลงไปทุกเมื่อ   ก่อนเขาจะเอ่ยพูดพึมพำออกมา "ข้ายังตายตอนนี้ไม่ได้ ข้าอยากเจอเจ้าอีกครั้ง คนที่มีใบหน้าเหมือนเยว่ฉาน ถึงอย่างไรข้าก็ยังอยากเจอเจ้า ต่อให้ไม่ใช่นางก็ตาม     ....ไหนจะเรื่องที่หญิงสาวที่ข้ามแม่น้ำแห่งกาลเวลานั้นอีก ข้ายังไม่รู้เลยว่านางคือใคร ข้าจะตายได้อย่างไรกันเล่า"


เหล่าผู้อาวุโสชรา หลายๆ คนในยามนี้ สูญเสียปราณพลังไปแทบสิ้น แต่ริมฝีปากพวกเขาทั้ง30คน ก็ยกยิ้มน้อยๆ ขึ้นมา อย่างน้อยๆ พวกเขาก็ส่งตัว เหล่าผู้มีพรสวรรค์ขึ้นไปดินแดนเบื้องบนได้สำเร็จ ตามที่ปรารถนา ถึงค่ายกลเคลื่อนย้าย จะพังทลายจนไม่เหลือเค้าโครงเดิมก็ตาม


แต่เมื่อครั้น พวกเขาเห็น แววตาของเด็กหนุ่มผมขาวในยามนี้ ก็ต่างใจสั่นสะท้านในกายาขึ้นมาน้อยๆ เมื่อเห็นไฟเทพภายในกายาของเด็กหนุ่มผมขาว กัดกินดวงตาข้างหนึ่งของเขาไป จนใบหน้าที่มีแผลเป็น ไฟไหม้ที่หางคิ้ว ในยามก่อนดูเล็กน้อยไปเลย


อี้เฉินเขา ที่ไร้ทางเลือก ดวงตาข้างหนึ่งของเขาค่อยๆ เริ่มถูกเผาผลาญ ต้องยกมือที่เต็มไปด้วยบาดแผลไฟไหม้ ปิดบังดวงตาไว้ในทันที ก่อนเขาจะฝืนกัดฟันไม่ให้ร้องคำรามออกมา


ชายชรา เยว่เทียน ไต่ถามไปที่อี้เฉินในทันทีด้วยความร้อนรน "อี้เฉินให้พวกเราเหล่าผู้อาวุโส ชรา ยื้อบาดแผลของเจ้าหรือไม่ บางทีมันอาจจะมีวิธีช่วยเจ้าได้"


ซีเซียว นางเองก็เอ่ยขึ้นมาด้วยเช่นกัน "เจ้าทำคุณงามความดีให้โลกเบื้องล่าง ไว้มากมายอี้เฉิน หากมีของล้ำค่าใดที่จะช่วยรักษา เจ้าได้ พวกเราเองก็พร้อมจะช่วยเจ้า อย่างไม่ลังเล"


     อี้เฉินส่ายหัวด้วยความ ดื้อรั้น ตัวเขารู้ดี มีเพียงเขาเท่านั้นที่จะข้ามผ่าน ความเจ็บปวด บ้าคลั่ง ครั้นนี้ไปได้ด้วยตัวของเขาเอง ไม่มีสิ่งใดที่สามารถช่วยตัวเขาได้ หากเขาโชคดีก็จะรอดพ้นจากความตายไปได้ แต่ก็จะไร้ปราณพลังอีกต่อไป ทะเลความรู้ทั้งหมดจะถูกทำลายโดยสมบูรณ์ จุดตันเถียนทั้ง5 จะบาดเจ็บหนัก ไม่อาจรีดเค้น ปราณพลังออกมาใช้ได้อีกต่อไป


    ก่อนเขาจะเอ่ยประโยคหนึ่งออกมาให้เหล่าผู้คน ในยามนี้ตัวเขาไม่ไหวอีกต่อไป ไฟเทพเริ่มที่จะเผาผลาญ กลืนกิน ตัวเขาอย่างบ้าคลั่ง ใบหน้าของเขาเริ่มบูดเบี้ยวอย่างรุนแรง "หากพวกท่านไปถึงดินแดน 5อาณาจักร ท่านจะพบกับ เจ้าสำนักมังกร หวังซง อย่างแน่นอน พูดคุยเจรจากับเขา บอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เขาฟัง เขาจะไม่กรีดกัน พวกท่านอย่างแน่นอน ข้าขอตัวไปตามทางของข้า ชีวิตของข้าข้าจะเป็นคนลิขิตเอง"


ในทันใดที่อี้เฉินเอ่ยประโยคนั้นเสร็จสิ้น เขาก็พลิ้วกายหายออกไปทันที ถึงพวกเขาเหล่านั้นคิดจะตามอี้เฉินไป ก็ไร้ประโยชน์ความรวดเร็วอี้เฉินในยามนี้ สูงล้ำกว่าคนอื่นๆ ไปมาก

ชายชราหลายๆ คนต่างถอนหายใจยาวออกมา รู้สึกเสียดายใน ศักยภาพ ของเด็กหนุ่มผมขาว อยู่ไม่น้อย เรื่องราวของเขาจะถูกเล่าขานเป็นตำนาน ของโลกเบื้องล่าง ไปอีกนานแสนนาน

 

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน