สุดท้ายที่บ้านนอก

    Biker

    อรัญดาวส์จักรยานยนต์มาหนึ่งคัน ทำให้การเดินทางไม่ต้องเบียดเสียดบนรถเมล์อีกต่อไป วันว่างพอมีเวลาก็จะไปฝึกขับรถเล่นอยู่ที่ถนนหน้าบ้านของสุวกรณ์ หรือนุ่น เพราะสุวพลพี่ชายของเธอเป็นนักแข่งรถระดับมือโปร เป็นแชมป์หลายสนาม เขาแนะนำวิธีการรวมทั้งการซ่อมบำรุงหลายอย่าง ๆความจริงรถที่ซื้อก็จากบริษัทของกรรณิการ์แฟนสาวของสุวพลนั่นเอง“พี่รัน อาทิตย์นี้ไปดูแข่งรถที่พัทยากันมั๊ย?”สุวพลถามขณะที่ใช้ผ้าเช็ดรถคนโปรดของเขา ซึ่งแต่งเป็นรถแข่งโดยเฉพาะ“มีอะไรน่าสนใจหรือ?”“สนามนี้ผมเป็นแชมป์อยู่ และอาทิตย์นี้ก็จะลงแข่งด้วย ว่างมั๊ย ไม่ลองไปเชียร์กันหน่อยหรือ?”“ฮือ ก็น่าสนใจนะ มีใครไปบ้างล่ะ?”อรัญกอดอกเกาคางตัวเองเดินอ้อมไปยื่นหน้าดูหน้าปัดรถของเขา“ผม พี่ สองคน กรรณิการ์อาจจะไปด้วย กะว่าจะชวนนุ่นไปด้วยอีกคน”“เอาสิไปแน่นอน อยากดูเหมือนกันว่าฝีมือแชมป์อย่างคุณพลจะแน่แค่ไหน โอเคเลย”วันอาทิตย์ต่อมาอรัญแวะไปที่บ้านสุวพลแต่เช้าตามที่นัดกันไว้ กรรณิการ์ไม่รีรอที่จะไปเชียร์แฟนหนุ่มของหล่อนอยู่แล้ว ส่วนสุวกรณ์ติดธุระไปไม่ได้ สาวน้อยได้แต่บ่นเสียดายมอเตอร์ไซค์ของเขาถูกเข็นขึ้นไปเคียงคู่กับเจ้ารถแข่งของสุวพลบนรถปิคอัพ มันดูหมดสง่าไปทันทีเมื่อเทียบกันมาถึงสนามแข่งเกือบสี่โมงเช้า สุวพลเป็นที่รู้จักของนักบิดแทบทุกคน ฝนตกเมื่อคืนทำให้สนามเปียกแฉะ น้ำขังเป็นหลุมบ่อตามผิวถนนแข่งนักบิดที่กำลังทำการแข่งเป็นรุ่น ๆ ต่างก็บิดกันจนเสียงกระหึ่มไปหมดทั้งบริเวณสนามแข่ง ซึ่งคดเคี้ยวไปมาประมาณ 5 กิโลเมตร ทุกคนที่อยู่ในสนามแข่งต่างมอมแมมเปื้อนเลอะไปด้วยโคลนดินสีแดงที่สาดกระเซ็นอรัญชอบยามที่รถกระโดดขึ้นเนินแล้วทิ้งตัวลอยลงมา มันช่างดูสง่างามจริง ๆ นึกแล้วก็มันเขี้ยวเข้าไส้อยากทำได้อย่างพวกนักบิดเหล่านั้นบ้าง หันไปสบตาสุวพลซึ่งจ้องอยู่ก่อนแล้วเหมือนจะรู้ใจ“พี่รัน ลองลงแข่งดูมั๊ย?” เขาถามยิ้มๆ อรัญตาโตทันที“ฮ้า จริงหรือ? แข่งได้หรือ?”“ได้สิ พี่ก็ลองกับพวกสมัครเล่นเขาสิ ไม่ต้องถึงกับเทียบมืออาชีพเขาหรอก เขาเปิดรอบพิเศษให้เป็นครั้งแรก ไม่จำกัดเพศ ผู้หญิงลงแข่งก็มีนะ”“แหะ แหะ แต่อย่าเลย ไม่มีชุดเลย ขืนแข่งกับเขามีหวังไม่ต้องกลับบ้านกัน”“ไม่เป็นไร ผมเอามาสองชุด พี่ใช้ก่อนก็ได้ เอางี้ยกให้เลยดีกว่า”สุวพลพูดแล้วหันไปสั่งกรรณิการ์ให้ไปนำชุดแข่งมาจากรถ ส่วนตัวเขาพาอรัญเข้าไปสมัครเข้าแข่งขันอรัญยืนสำรวจตัวเองในชุดแข่งสีน้ำเงิน อย่างงง ๆ เพราะได้ใบขับขี่มาไม่กี่วันเอง มาวันนี้จะได้ซิ่งบิดเต็มที่แล้วหมวกกันน๊อค ติดรูปเสือดำสองตัวในท่าวิ่งกระโจนตะปบเหยื่อ“หือ พี่รัน เท่ไม่เบาเลย” กรรณิการ์แซวเขายิ้มเขิน ๆ ไม่ตอบ ควบเจ้าวิบากคราสตรอลของสุวพล เข้าไปประจำที่ ท่านกลางนักบิดมือสมัครเล่น เกือบ 20 ราย“พร้อม!”“ปัง!”พอเสียงปืนสัญญาณดังขึ้น พร้อมกับการสบัดธงลายสก๊อตลง อรัญซึ่งอยู่ในแถวสามบิดรถเร่งตามแถวหน้าออกไปทันที ไม่มีเวลาสนใจนักบิดคนอื่นรอบข้างมากนัก อรัญประคองรถออกไปอย่างระมัดระวัง และพยายามบิดแซงคันหน้าออกไปทันทีที่มีโอกาส ต่างก็มือสมัครเล่น จึงไม่น่ากลัวเท่าใดนักการบังคับรถให้วิ่งตามถนนที่เป็นหลุมเป็นบ่อ แถมแฉะไปด้วยน้ำไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ช่วงหนึ่งเขาหักหลบสิงห์นักบิดที่ล้มเค้เก้ตรงหน้าจนแฉลบไปเบียดอีกคนที่อยู่ริม เจ้านั่นกระเด็นหลุดออกนอกเลนทั้งคนทั้งรถ ไม่ใส่ใจนัก บิดเร่งแรงตามคันหน้าที่กำลังจะทิ้งห่างออกไปจนน้ำและโคลนสาดกระเด็ดเสียงผู้พากษ์ และเสียงเชียร์ ดังเพียงแว่ว ๆ เท่านั้นเอง เพราะมันถูกกลบด้วยเสียงรถจนแทบหมดสิ้น ถึงถนนลูกระนาดที่เคยประทับใจ เจ้าวิบากคาสตรอลของเขากระโดดพุ่งลอยสูง จนอรัญเสียววาบตกใจ แต่ยังดีที่มือแขนยังเกร็งจับแฮนด์รถแน่น มันกระแทกโครมลงไปจนจุกเพราะกะจังหวะผิด ตามธรรมดาเขาจะต้องยืนกันทั้งนั้น แต่อารามตกใจทำให้ลืมไป ผ่านถนนลูกระนาดมาอย่างทุลักทุเล และเริ่มบิดแซงขึ้นหน้ามาเรื่อย ทำให้กำลังใจมาอักโขแต่ก็ต้องมาคิดหนักเมื่อมาเจอเข้ากับดินหล่มตรงที่กำลังจะขึ้นเนินพอดี อะโห มันไม่ใช่ย่อยเลย อรัญเปลี่ยนเกียร์บิดให้แรงกว่าเดิม ไม่ไหว ต้องลงเข็นขึ้นเนินเอง นักบิดคนอื่น ๆ ก็ไม่ต่างกันหรอกถึงจุดนี้ก็ลงเข็นกันทั้งนั้น พ้นเนินมาได้ปล่อยลงตามเนินก็เป็นหักโค้งจุดอันตราย หลายคันข้างหน้าล้มระเนระนาด อรัญหักหลบหลีกผ่านหน้าไปอย่างระมัดระวังไม่ให้ล้มตามความมันส์ในอารมณ์ คือไม่มีเวลาสนใจใคร ต้องการไปให้ถึงเส้นชัยอย่างเดียวและต้องเป็นที่ต้นๆ ด้วย พยายามแซงขึ้นหน้าคันหน้า เจ้าของอยู่ในชุดแดง แต่มันก็เลอะโคลนจนแทบดูไม่ออกแล้ว มันเองก็คงจะชำนาญเจนสนามพอสมควร วิ่งปิดเลนจนหาที่แซงไม่ได้เลยอรัญกัดฟันบิดเร่งสุดเหนี่ยว จนล้อหน้ากระดกเหมือนม้าพยศ ในขณะที่เจ้านักบิดชุดแดงกำลังชะลอจะหักหลบอีกคันข้างหน้า การคาดการคำนวณผิด ทำให้เขาพุ่งเข้าเสียบเขาทางด้านข้าง“โครม เอี๊ยด ฟื๊ด ด ด ด”อรัญแฉลบออกทางซ้าย แต่ยังประคองรถไว้ได้ ส่วนนักบิดชุดแดงกลับบังคับรถไม่ได้เสียหลักพุ่งเข้าหาคันหน้าอีกที ระเนระนาดทั้งคู่นักบิดมือใหม่ประคองรถคู่กายวิ่งวนอยู่ห้ารอบ อย่างระมัดระวัง แซงหน้าขึ้นมาได้หลายคัน และติดหนึ่งในสิบของกลุ่มในรอบคัดเลือกระหว่างรอรอบชิง สุวพลเดินเข้ามาแนะนำวิธีการหลายอย่าง“พี่ไม่ต้องเกร็งมาก ระวังอย่าให้ล้มเป็นใช้ได้ และพยายามกันคันหลังแซงด้วยในขณะเดียวกันก็ต้องพยายามหาช่องแซงคันหน้าให้ได้ รอบชิงนี่พี่ต้องระวังให้ดีนะ เดี๋ยวเจอเขาเล่นตุกติกได้ บางทีมันถีบเลยก็มี ถ้าไม่แน่จริงก็เค้เก้กลับบ้านได้เลย ที่สำคัญนะ พี่ พี่ต้องอย่าต่อท้ายเขาแบบติดอย่างนั้น ต้องเยื้อง ๆ ออกมาเล็กน้อย ไม่งั้น ถ้าเขาล้มเรามีหวังไปตามเขาแน่เลย อ้อ ดูเหมือนพี่จะกะจังหวะขึ้นลงลูกระนาดไม่ค่อยดีทั้งห้ารอบเลย รอบนี้ระวังหน่อยนะ”รอบสองอรัญออกตัวจนล้อหน้ายก ไม่ต้องระวังจะชนกันเหมือนรอบแรก เพราะมีน้อย แค่สิบคันเท่านั้น แต่ก็ยังประมาทไม่ได้อยู่ดี เขาออกตัวในรอบนี้ได้ดีพอสมควร ติดอยู่ในระดับที่กำลังแซงเข้าที่ 3 ในกลุ่ม บิดและบิดเร่งสุดขีด เมื่อเจอถนนเรียบ แต่เมื่อพบถนนโคลนดินก็ชะลอระวังแต่ก็ปิดเลนกันแซงเช่นกัน อรัญชำนาญชินสนามมากขึ้น เพราะวิ่งมาหลายรอบ ถึงช่วงที่เป็นถนนลูกระนาดบิดเต็มที่ไม่มีชะลออีก กะให้ข้ามสองลูกระนาดไปเลย ช่วงลงเสียหลักนิดหน่อย เจ้าชุดแดงมันติดหนึ่งในสิบมาด้วย ไม่รู้รอดมาได้ไง บิดแซงขึ้นหน้าได้ในช่วงนี้เอง“สู้โว้ย”เขาร้องในใจ บิดเร่งจี้ตามไปติด ๆ จนน้ำโคลนสาดกระเด็นในเต็มหน้า อรัญงงไปชั่วขณะเพราะน้ำโคลนเลอะหน้ากระจกหมวกกันน๊อคจนเบลอ“ตายล่ะหวา”พอยกมือขึ้นเช็ดทำให้รถเสียการทรงตัว แฉลบออกนอกทางไปชนกับกองยางรถยนต์ที่วางเป็นแนวอยู่แต่กระนั้นก็ไม่ยอมถอดใจง่าย ๆ กลับรถบิดตามจนบี้ติดมาได้อีกครั้ง เป็นช่วงที่อรัญตื่นตัวมากที่สุด ลำดับ หนึ่ง สอง และสามซึ่งก็คืออรัญ กระชั้นชิดทิ้งช่วงกันไม่ถึงสองเมตร ใครเผลอเป็นถูกแซงไปไกล ถึงช่วงตีโค้ง เจ้าชุดแดงปิดเลนไม่ทัน เขาเร่งแซงขึ้นทันที ล้อรถประทะกันดังสนั่น แต่ไม่มีใครเสียหลักล้มอรัญลืมกำหนดไปเลยว่าวิ่งมาแล้วกี่รอบ มารู้ตัวอีกทีก็เมื่อเห็นคนถือธงลายสก๊อตสบัดไหว ๆ อยู่ 50 เมตรข้างหน้า แต่ยังไม่สามารถแซงคันหน้าได้ ซึ่งเหลืออยู่เพียงคันเดียว และล้ำหน้าอยู่เพียงช่วงล้อหน้าเท่านั้นอรัญกลั้นหายใจ บิดแฮนด์รถจนแทบหลุดหักเพราะความเกร็ง แต่ก็ทำได้เพียงรองอันดับสองเท่านั้นสุวพลกับกรรณิการ์วิ่งลงมาแสดงความยินดีด้วย“พี่ทำได้ยอดเยี่ยมเลย เรียกว่าถูกใจผมมากเลยพี่ ถ้าไม่รู้จักกันผมว่าพี่ต้องเจนสนามแข่งมาก่อนแน่เลย อะโห….”สุวพลตบลงบนอานรถอย่างสะใจในชัยชนะของอรัญ แล้วคว้ามือเขาไปจับเขย่า ปากก็บอกว่าเยี่ยม เยี่ยมอรัญแกะหมวกกันน๊อคออก ส่งให้กรรณิการ์ช่วยถือให้ หน้าร้อนฉ่าด้วยเลือดแห่งความยินดีในชัยชนะของตัวเอง ไม่เคยคิดมาก่อนว่าลงแข่งครั้งแรกก็ทำสถิติได้ดีสุวพลขอตัวเดินไปคุยกับผู้ชนะเลิศ ซึ่งทำเอาอรัญนึกไม่ถึงอีกครั้ง ผู้ที่ชิงที่หนึ่งจากเขาไปเป็นหญิงสาว ผู้หญิง..!เขาแพ้ผู้หญิง…!หล่อนจ้องมองมาทางเขา ด้วยสายตาภายใต้หมวกนิรภัยสีขาวสลับลาย และดูเหมือนจะจ้องดูเขาทุกขณะอิริยาบถของเขาด้วยซ้ำไป แต่อรัญไม่ได้สนใจนัก เนื่องเพราะกำลังยินดีกับชัยชนะ แม้จะแพ้ผู้หญิงก็ตามทีเถอะ หล่อนเมินหน้าหนีและเดินจากไป เมื่อสุวพลเข้าไปทักทาย เหมือนไม่อยากจะคุยด้วยได้เงินรางวัลติดกระเป๋ามาหลายตังค์แต่พอดูสภาพเจ้าคู่ใจของสุวพล มันมอมแมมไม่ต่างจากคันขับ กรรณิการ์หัวเราะเหมือนจะรู้ใจ“ไม่เป็นไหรหรอกพี่รัน ล้างนิดหน่อยก็เหมือนเดิมแล้ว ไม่พังหรอก เพราะดูพี่ไม่เคยล้มเลย รถผมมันสมบุกสมบันอยู่แล้ว คราวหน้าจะพาลงแข่งสนามเรียบ”สุวพลลงแข่งในรอบรุ่นมืออาชีพ ในรอบคัดเลือกเขาไม่ทิ้งศักดิ์ศรีความเป็นแชมป์ เข้ามาเป็นอันดับหนึ่งได้อย่างง่ายดาย ในรอบชิงก็ดูเหมือนจะกลายเป็นเรื่องธรรมดาที่เขาจะล้ำนำหน้าขบวนอยู่ตลอดเวลา อรัญได้เห็นแทคติคการเล่นของมืออาชีพก็คราวนี้นี่เอง ยิ่งช่วงเริ่มต้น การพยายามแซงขึ้นหน้าที่ได้ผลก็คือการกำจัดคู่แข่งรอบข้างนั่นเอง รายใดเผลอก็มีอันต้องตกไปอยู่ข้างหลังโน่นแน่นอนสุวพลยังคงครองแชมป์สนามนี้ไว้ได้หลังล้างรถเสร็จเรียบร้อย จะเดินทางกลับ แต่อรัญนึกถึงลุงชินขึ้นมาได้ว่าแกอยู่ไม่ไกลนักอยากไปเยี่ยมสักครั้งสุวพลกับกรรณิการ์ไม่ว่างที่จะไปด้วย ต้องรีบกลับ เขาจึงควบเจ้ารถคู่ใจของเขาไปเอง ป้าผินอยู่บ้านคนเดียวตามเคย แต่มีเด็กอีกสองคนอยู่ด้วย นางบอกว่าเป็นลูกของพี่ชายของดาลวัลย์ลาป้าผินไปเยี่ยมดาลวัลย์ที่บริษัท พบว่าลุงชินอยู่ที่นั่นด้วย“ไปไงมาไง หือ”“ผมมาแข่งรถ ลุง เลยแวะมาหาลุงนี่แหละ เป็นไงครับสบายดี?” ชายหนุ่มจับมือลุงชินเขย่า ขณะที่ดาลวัลย์ยิ้มทักทายโบกมือให้“แข่งรถเรอะ แข่งที่ไหน?”ลุงชินพยักหน้าเข้าใจ เมื่อเขาบอกสนามแข่งรถ อรัญอยู่คุยกับลุงชินจนกระทั่งเย็น จึงชวนกันไปซื้อของที่พัทยาพัทยายามค่ำคืน ริมชายหาดเต็มไปด้วยแสงสีเสียงที่เชิญชวนนักท่องเที่ยวเช่นเคย โดยเฉพาะตามร้านอาหารหลายแห่งที่อึกทึกยิ่งกว่ากลางวัน“ชอบแข่งรถเรอะ?”“ไม่หรอกลุง ทีแรกก็ไม่เท่าไหร่ แต่พอได้ลงแข่งจริงก็นึกชอบ ๆ เหมือนกัน คิดว่าถ้ามีโอกาสก็จะลงแข่งอีกแน่”อรัญบอกลุงชินซึ่งนั่งซ้อนท้ายรถพร้อมกับหอบของรุงรัง ในเที่ยวกลับ“ถ้าแข่งในสนามมันก็ดีหรอกไม่ไปสร้างความเดือดร้อนให้ใครเขา แต่พวกหนุ่มๆ แถวนี้มันไม่ใช่อย่างนั้นนะสิ ชอบพากันมาแข่งรถแถวถนนหน้าบ้านลุงตอนดึก ๆ ไม่เป็นอันหลับอันนอนเลย เคยแจ้งสายตรวจ แต่ก็ไม่เห็นทำอะไรพวกมันได้ แถมยังกลัวพวกมันอีกต่างหาก ก็ไอ้หรั่ง ที่เคยมีเรื่องกับคุณนั่นล่ะ”“มันแข่งกันทุกวันเลยหรือลุง?”“ไม่หรอก พวกมันจะมากันทุกคืนวันอังคาร”“ก็มะรืนนี้นะสิ ใช่มั๊ยลุง”“ฮื่อ ใช่ แต่บางวันพวกมันก็ไปแข่งกันที่อื่น ไม่ใช่มาประจำ ก็เรียกได้ว่า พวกมันก่อความรำคาญให้คนถิ่นนี้ทั่วไปหมด”ใจเขายังนึกแค้นพวกมันไม่หาย ที่เคยเล่นงานเขาจนกระดูกร้าวดังนั้นเมื่อกลับจากบ้านลุงชินมาถึงกรุงเทพฯ อรัญมาลาหยุดงาน กลับมาเช่าบ้านพักที่พัทยาโดยไม่บอกใครช่วงเย็น ๆ อรัญขับรถเที่ยวไปเรื่อยตามชายหาด ไม่ได้ใส่ใจบรรยากาศมากนัก มองหาแต่พวกไอ้หรั่ง ว่าจะเจอพวกมันแถวนี้หรือไม่ลองแวะไปตามถนนที่ลุงชินเคยบอกไว้ มันโล่งกว้าง และไม่ค่อยจะมีรถสัญจรผ่าน เหมาะให้พวกนักซิ่งมันล่ะ เขาลองความเร็วบนถนนสายนั้นเพียงลำพัง ในจุดที่เปลี่ยวคน ศอกเข่าถูกกันเรียบร้อย และชุดที่สุวพลให้มาทำให้เขามั่นใจมากขึ้น“เอี๊ยด ดด ฟืด ด ด”ขณะที่บิดเพลิน ๆ อยู่ริมถนน เขาก็ต้องรีบเบรกตัวโก่งทำให้รถท้ายปัดถลาเข้าพุ่มไม้ข้างทาง ซึ่งยังดีที่เป็นเถาวัลย์ทำให้ช่วยพยุงตัวเขาทั้งรถไว้ได้ต้นเหตุก็คือจักรยานยนต์คันหนึ่งพุ่งออกมาจากถนนเล็ก มุมพุ่มไม้ริมทางเจ้าของอยู่ในชุดสิงห์นักบิดเช่นกัน เพียงสายตาเท่านั้นที่มองเห็นกัน เขาโบกมือตะเบ๊ะและพยักหน้า อรัญเข้าใจโดยทันที ประคองเข็นรถเข้าไปเทียบเคียง“บรืน บรืน น บรื๊น น”อรัญบิดเร่งเตรียมออก ในขณะที่เขาก็เตรียมพร้อมเช่นกัน ทำให้รถเดี่ยวล้ำเดี๋ยวรุกอยู่นานเขาผู้นั้น นักบิดนิรนาม พุ่งตัวออกก่อน อรัญบิดตามทันที ตีคู่กันมาเกือบ 3 กิโลเมตรอรัญยังแซงขึ้นไม่ได้ เหลือเนื้อที่วิ่งเพียง 100 เมตร ซึ่งจะต้องตีโค้งกลับ เขาชะลอความเร็วลง แต่อรัญชะลอไม่ทัน พุ่งเลยโค้งข้ามคลองน้ำ แฉลบเข้าไปในป่าก้านธูป ทะลุผ่านออกมาแอ้งแม้งที่ถนนใหญ่อีกด้านหนึ่ง“อะโห กูมาได้ไงเนี่ย”อรัญปล่อยให้รถล้มอยู่อย่างนั้น ลุกมาสำรวจตัวเองอย่างงง ๆ ที่ไม่ยักเป็นอะไรมาก รถยนต์หลายคันที่จอดมองอรัญอย่างงง ๆ เช่นกัน“ทำไม มึงไม่ตายห่าวะ”“มาได้ไงโว้ย”“เยี่ยมว่ะ”อรัญยักไหล่ เดินมาสำรวจเจ้ารถของเขาที่แอ้งแม้งหมดฤทธิ์อยู่และประคองขึ้นอย่างทะลักทุเล มันมีเถาวัลย์ติดมาด้วยเป็นพวงยาว เถาวัลย์นี่เองที่เป็นตัวช่วยเขาไว้ ไม่เช่นนั้นมีหวัง นอนอยู่ใต้ท้องสิบล้อแน่เจ้านักบิดคู่แข่ง เวียนรถอ้อมมาดูอาการ พร้อมกับเปิดกระจกหมวกออกให้มองเห็นเพียงดวงตาคู่หนึ่ง ซึ่งดูเหมือนเขาเคยเห็นที่ไหนสักแห่งอรัญตะลึง อ้าปากค้าง คาดเดาผิดไปหมด ใครจะไปนึกว่าคนที่ตนเองแข่งอยู่ด้วยนั้นเป็นผู้หญิง และเป็นหญิงสาวที่ชิงที่หนึ่งในสนามแข่งไปจากเขานั่นเอง“คุณ..คือผู้หญิงที่แข่งรถกันในสนามเมื่อวันก่อนนี่นา”อรัญเอ่ยถามช้า ๆ ผงกหัวเหมือนกิ้งก่า แล้วยกมือตบหน้าผากตัวเองหล่อนผู้นั้นหัวเราะในลำคอ พยักหน้าถามมาด้วยเสียงทุ้มๆ จากหมวกที่ครอบอยู่“เป็นอะไรหรือเปล่า?”“ก็อย่างที่เห็น มีพระดี อีกรอบก็ยังได้”เขาไม่เข็ด แต่สิงห์สาวนักบิดส่ายหน้า แววตายิ้มนิดๆ“อย่าดีกว่า คุณไม่ควรมาขับรถเล่นแถวนี้”หล่อนบอกสั้นๆ ก่อนจะบิดรถจากไป“เดี๋ยว…คุณ..”อรัญไม่ทันถามไปมากกว่านั้น เพราะหล่อนไปไกลลิบแล้ว ปล่อยให้ชายหนุ่มมองตามหลังอย่างเสียดาย และนึกถึงแววตาคู่นั้น“เคยเห็นทีไหนหว่า”กลับมาถึงบ้านพัก สำรวจรถคู่กายอีกครั้ง มันถลอกนิดหน่อย เห็นจะต้องพึ่งกรรณิการ์ ให้ช่วยดูให้นอนพักเอาแรงจนกระทั่ง เที่ยงคืน จึงควบรถกลับมาสำรวจถนนที่เขามาซิ่งเล่นเมื่อตอนกลางวันมันเป็นอย่างที่ลุงชินว่าจริง ๆ สิงห์นักบิดกวนเมืองมารวมกันอยู่แถวนี้เอง พวกมันเล่นปิดถนนแข่งกันเอาเลย โดยจอดรถกระบะกั้นไว้ สองสามคัน“เฮ้ย ใครวะ?”เจ้าคนหนึ่งร้องถาม พร้อมกับฉายสปอร์ตไลท์ส่องมาที่เขาซึ่งแปลกปลอมเข้ามา เพียงแค่โบกมือให้ก็ผ่านเข้าไปได้อย่างง่ายดาย ไม่มีใครหันมาสนใจเขานัก เพราะความมันส์ในการเชียร์รถที่กำลังจะออกแข่งมีมากกว่า เสียงกระหึ่มจากรถบวกกับเสียงเอะอะจากการร้องสนับสนุนผู้ที่ตนพอใจดังลั่นไปหมด ในยามค่ำคืนเดือนสว่างฟ้า และห่างไกลบ้านผู้คนเช่นนี้มองหาต้นเหตุที่ทำให้เขาต้องมา ณ สถานแห่งนี้ เจ้าหรั่ง มันยืนโบกธงสัญญาณอยู่บนหลังคารถปิกอัพคันหนึ่งสะดุดตากับผู้ที่ยืนพิงอยู่ตรงหม้อน้ำรถ ไม่ใช่ใครที่ไหน หล่อน หญิงสาวเมื่อตอนกลางวันนี้เอง หล่อนอยู่ในชุดแข่งรถชุดเดิม หล่อนปล่อยผมยาวสลวยเคลียไหล่กอดอกยืนพิงหน้ารถมองคนอื่น ๆ ไม่น่าเชื่อว่าหล่อนจะมามั่วสุมอยู่กับพวกแก๊งส์กวนเมืองเหล่านี้ได้ เขาอยากจะเห็นหน้าภายใต้กรองฝุ่นที่ปิดหน้าครึ่งหน้านั้นเหลือเกิน หล่อนจะสวยเพียงใดนะและดูท่าทางจะเป็นบุคคลสำคัญของกลุ่มไม่น้อยเลยอรัญวนรถ อ้อมไปอ้อมมาอยู่รอบนอกไม่อยากเป็นจุดสนใจมากนัก และไม่คิดจะเข้าร่วมซิ่งให้คนแช่งกับพวกมันแต่อย่างใด หล่อนผู้นั้นดูเหมือนจะสังเกตุเห็น และจำรถเขาได้ เดินออกมายืนขวางเมื่อเขาเบนหัวรถจะกลับ แสงไฟจากรถทำให้เห็นหล่อนเอียงคอหยีตาป้องแสงไฟที่ส่องจ้า เขาจึงปิดไฟหน้ารถตามมารยาท“ใคร?”หล่อนพยักหน้าถามสั้น ๆ เหมือนวางอำนาจ อรัญไม่ตอบแต่เปิดหน้ากระจกกันน๊อค ออก สบตาเฉย“มาทำไม? อยากซิ่งอีกคนแล้วรึ?”“เปล่า แค่แวะมาดู เห็นว่าแถวนี้มีซิ่งรถกัน ก็เท่านั้น” อรัญตอบยักไหล่“-เจ้าถิ่นคงไม่ว่าไร? ไม่ใช่หรือ?”“แถวนี้อันตราย คุณกลับไปซะ เขาไม่ต้อนรับคนไม่รู้จัก”“ทำไม?”“คุณไม่ใช่คนที่นี่ และยังแปลกถิ่นมาด้วย ถ้าไม่ใช่ตำรวจที่เข้ามาสืบก็ถือว่าพวกไม่หวังดีต่อแก๊งส์ ฉะนั้น คุณไปซะ”“ถ้าไม่ล่ะ?”“ก็อาจจะ ต้องนอนหยอดข้าวต้มหรือไม่ก็ไม่มีโอกาสอยู่ถึงพรุ่งนี้”“เอากันขนาดนั้นเลยหรือ?”“ใช่ ถ้าไม่เห็นแก่ที่เคยลงแข่งกันมาก่อน ฉันจะไม่เตือน แล้วเมื่อนั้นก็…” หล่อนยักไหล่บ้าง“คุณอยู่กับกลุ่มพวกนี้นานแล้วหรือ?”“ไม่จำเป็นต้องตอบ และคุณก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะถามด้วย.ว่าไงจะไปหรือยังยืนยันคำเดิม?”“ถ้าไม่ไปล่ะ?”“ก็คิดเอาเอง ฉันเตือนไปแล้ว”“ผมอยากสู้กับพวกนั้น…”“ในด้านไหนล่ะ?”“แข่งรถ?”“เสียใจ ไม่มีการแข่งกับคนต่างถิ่นที่ไม่รู้จัก มันไม่มีเหตุผลที่จะแข่ง”“ถ้าบอกว่าผมกับใครคนหนึ่งในกลุ่มคุณเคยรู้จักกันล่ะ พอแข่งได้มั๊ย?”“แล้วคุณรู้จักใคร?”“โน่น…ชื่อหรั่ง” เขาชี้มือ“รู้จักกันในฐานะอะไร?”“เพื่อนมั๊ง….”“ได้….ฉันจะไปถามหรั่งดู”“บอกเลย ว่าผมท้าแข่ง”หล่อนยังถามย้ำมาอีกครั้ง เมื่อชายหนุ่มยืนยันคำเดิม จึงเดินกลับไปสั่งให้เด็กสาวใจแตกคนหนึ่งไปบอกเจ้าหรั่ง จากความตั้งใจที่จะไม่เปิดเผยตัวให้มันรู้จักก็กลับเปลี่ยนกระทันหัน โดยบอกไม่ได้ว่าอะไรคือสาเหตุเจ้าหรั่งหันมามองเขา ตามทิศทางที่หญิงสาวชี้มา มันกระโดดลงจากรถเดินเข้ามาหาพร้อมลูกน้องอีกสองคน สบตามองหนุ่มแปลกหน้าอย่างงง ๆ เพราะเห็นหน้าไม่ถนัด“เฮ้ย ..ใครวะ?”มันยื่นหน้าถาม แล้วหันไปสั่งลูกน้อง “- ไอ้เหี้ย พวกมึงหันสปอร์ตไลท์มาทางนี้หน่อยสิวะ”แสงไฟสว่างจ้าทำให้มันมองเห็นอรัญถนัดขึ้น แต่ก็ยังจำไม่ได้อยู่ดี เขาจึงถอดหมวกออก“พี่หรั่ง” หนุ่มต่างถิ่นร้องทัก“ใครวะ อั๊วไม่เคยรู้จัก มึงสองคนรู้จักหรือเปล่าวะ?”ประโยคหลังหรั่งหันไปถามบริวารไอ้โย่ง ขี้ยา ส่ายหน้านึกไม่ออก ส่วนเจ้าตัวผอมเหลืองซีด ซึ่งอรัญรู้ชื่อมันว่าติ่ง เกาศรีษะแกรก แล้วร้อง“เฮ้ย…ไอ้นี่ พี่หรั่ง! ก็คนที่เคยมีเรื่องกันเมื่อสองเดือนก่อนไงที่ชายหาดพัทยาน่ะ ไอ้นี่ล่ะผมจำได้”เท่านั้นเอง เจ้าหรั่งตาลุกร้องสั่งลูกน้องที่กำลังแข่งรถสั่งให้มาล้อมเขาไว้ทันทีอรัญยิ้มอย่างใจดีสู้หมา เพราะหลงเข้ามาในกลางดงหมาหมู่ซะแล้ว พวกมันคงไม่รุมทันทีทันใดหรอกน่า“โอ๊ โอ๋ มันกล้าเหยียบถิ่นเสือโว้ย”“หมกป่ามันเลยมั๊ยเพ่?”“เหยียบมันเลยพี่ มาจากไหนวะ?”หลายคนที่กระเหี้ยนกระหือ อยากเข้ามาเล่นงานเขาเพื่อเอาใจลูกพี่ แต่หรั่งโบกมือห้ามทัพ จากนั้นเดินเข้ามาใกล้ เลิกคิ้วถามอย่างใจเย็น“ลื้อ ท้าอั๊วหรือ?”“ใช่ พี่หรั่ง คงเปิดโอกาสให้ผม?”อรัญยิ้ม เจ้าหรั่งเปิดปากหัวเราะจนขึ้นลูกคอเอิ๊กๆ“ลื้อ เป็นใครมาจากไหนวะ ไม่รู้หรือว่าที่นี่ที่ไหน และเป็นยังไง?”“ก็พอรู้กิตติศัพท์ชื่อเสียงพี่หรั่งพอสมควร อยากมาร่วมด้วยสักคน”“ร่วมรึ อะฮ้า อั๊วอยากหัวเราะให้ฟันหัก อั๊วยังไม่ได้ชำระบัญชีเก่ากับลื้อเลย แค้นมันยังกรุ่น ๆ อยู่โว้ย นี่ในอกนี่”หรั่งตบอกตัวเองผาง แล้วหันไปสั่ง“เอาแม่ง!”“เดี๋ยวก่อน!” เขาตวาดร้องยกมือห้าม เมื่อพวกมันยึกยักพร้อมเพรียง“- ได้ข่าวว่าพี่หรั่งเป็นคนใจกว้าง แต่วันนี้ชักไม่แน่ใจซะแล้ว พี่จะไม่ให้โอกาสผมหน่อยรึ รุมกันอย่างนี้มันไม่ยำติทุดนาพี่หรั่ง”“แล้วลื้อจะเอายังไง?”หรั่งถามพร้อมกับโบกมือห้ามบริวาร“พี่หรั่งน่าจะให้โอกาสผมบ้างนะ ผมกล้ามาถึงนี่ก็เพราะได้ข่าวว่าพี่หรั่งเป็นลูกพี่ที่ใจกว้าง อยากพิสูจน์ว่าพี่ใจกว้างจริงหรือเปล่า?”“ยังงั้นก็ได้ แข่งเป็นแข่ง ถ้าเอ็งแพ้เอ็งจะให้อะไรอั๊ว?”“จะขอโทษเรื่องที่เคยมีต่อกัน แต่ถ้าผมชนะล่ะพี่หรั่ง?”“นี่ลื้อยังคิดว่าจะชนะอั๊วอีกหรือวะ? เนี่ย โอ๊ย ขำว่ะ”พอลูกพี่ขำ ขี้ข้าก็พลอยหัวเราะตามด้วยอย่างครื้นเครงต่อคำพูดของลูกพี่“ว่าไง พี่หรั่ง ถ้าผมชนะ?”“เรื่องที่เคยมีเลิกแล้วต่อกัน!”หรั่งประกาศอย่างใจกว้าง แต่อรัญก็ไม่ได้ไว้ใจมันนักหรอกเมื่อตกลงกันได้ อรัญท่าจะคนเดียวหัวหายซะกระมัง ท่ามกลางเสียงร้องเชียร์พี่หรั่งๆ อยู่นั้น เขาตั้งใจแน่วแน่ที่จะโค่นมันให้ได้ มีบางเสียงตะโกนมาว่าเขาขี้ขลาดที่ใส่ชุดแข่งรถมาด้วย เรื่องอะไรจะใส่ใจ ป้องกันตัวเองไว้น่ะดีแล้วบนถนนไฮเวย์ที่ไร้ยวดยานสัญจรผ่านเช่นนี้ อรัญกับหรั่งเตรียมพร้อมหันไปมองหญิงสาวนิรนามคนนั้น หล่อนหายไปแล้ว ไม่ทราบว่าไปอยู่มุมไหน“บรื๋อ อ อ อ”อรัญพุ่งตัวออกทันที เมื่ออันเดอร์แวร์ของหญิงสาวซึ่งถูกใช้เป็นธงสัญญาณสบัดลง แต่ก็ยังช้ากว่าหรั่งอยู่นั่นเอง อรัญบิดรถพุ่งตัวแรงเพียงไม่กี่วินาทีก็ลับตาจากคนอื่นที่อยู่ด้านหลัง มีกติกากันว่าจะต้องตีโค้งกับมาถึงเส้นชัย คือชุดสตาร์ท โดยจุดที่จะโค้งกลับมีอีกกลุ่มรอเป็นพยานอยู่แล้วเที่ยวเดียว รอบเดียวอรัญบิดตามอย่างกระชั้นชิด และเริ่มขยับขึ้นหน้าทีละนิด จนกระทั่งตีเสมอในระดับเดียวกันผลัดกันรุกผลัดกันล้ำอยู่ในระยะเกือบสองกิโลเมตรที่วิ่งมา เริ่มเข้ากิโลเมตรที่ 3 ยังไม่มีใครได้เปรียบ จนกระทั่งเข้าจุดตีโค้งกลับ หรั่งได้เปรียบเพราะอยู่เลนขวา ซึ่งเป็นเลนใน มันหักโค้งก่อน โดยที่เขาไม่สามารถขึ้นแซงได้บริวารที่รออยู่ตามมาเป็นพรวนเมื่อเลี้ยวกลับ เมื่อเข้าทางตรง เขาบิดเร่งสุดขีด อาจเป็นเพราะเจ้ารถ ของเขามันใหม่และแรงกว่าทำให้ไล่ขึ้นมาทัน หรั่งได้ในไม่ช้า ทิ้งห่างพวกที่ตามมาด้านหลังไว้ไกลลิบ อรัญบิดรถแซงขึ้นไปปิดทางวิ่งของหรั่ง แต่ล้อหลังไม่พ้นทำให้ปะทะกันดังโครม เสียหลักทั้งคู่หรั่งพุ่งเข้าหาหลักกิโลเมตรข้างทางด้านขวามือ“ปัง! โครม!”เศษเหล็กกระเด็นติดเป็นลูกไปกระจัดกระจาย ลักกิโลเมตรแตกเป็นกระบิ เอียงกระเท่เร่ ส่วนตัวคน พุ่งลอยเป็นตอปิโด หายวับเข้าไปในป่ากอก้านธูปอันรกทึบอรัญบังคับรถไว้ได้ทัน ชะลอหันกลับมามอง รถลูกน้องเจ้าหรั่งที่ตามมาเป็นพรวน เวี่ยงกระบองท่อนยาวผ่านหัวไปวูบ ชายหนุ่มใจหายวาบ ก้มหลบด้วยสัญชาตญาณ แต่ไม่พ้นท่อนไม้เบสบอลของคันทางซ้ายมือที่เหวี่ยงเข้าท้ายทอย สติดับวูบหายเหมือนไฟหลอดขาด
    โปรดติดตามตอนต่อไป