หลิวอี้เดินทางมาถึงวังหลวง เขามองเห็นผู้คนจำนวนมากกำลังรวมตัวกัน หลิวอี้กำลังจะเดินไปรวมตัวกับทุกคน อยู่ๆก็มีหญิงสาวใส่ชุดแดง ใบหน้าของนางมีผ้าผืนบางๆปกปิดความงดงามของนางเอาไว้มายืนขวางทางเขา
“การที่ข้าจะหาตัวท่านพบมันช่างยากยิ่งนัก”
เพียงแค่ได้ยินเสียงหลิวอี้จดจำนางได้ทันที นางคือทาสรับใช้ของเขานั้นเอง หลี่จือเหยา
“เจ้าคิดถึงข้ามากขนาดนั้นเชียวรึ”
“ข้าไม่เคยคิดถึงท่านมาก่อน มอบมันมาให้ข้าเดียวนี้”
หลิวอี้ทำหน้างุ่นงงเขาไม่เข้าใจว่านางกำลังพูดเรื่องอะไร
“เจ้ากำลังพูดถึงเรื่องอะไร”
“ก็วิชากระบี่ของท่าน”
หลิวอี้ได้ยินคำพูดของนางเขาจึงเข้าใจ ว่านางต้องการอะไรจากเขา ตอนที่หลิวอี้จำได้ว่าเป็นนางเขายังหลงนึกดีใจ ว่าที่นางมาหาเขาเป็นเพราะนางคิดถึงเขา แต่ไม่เลย นางเพียงแค่ต้องการวิชากระบี่เพียงเท่านั้น
“หากว่าเจ้าอยากจะได้วิชากระบี่ เจ้าก็ต้องภาวนาให้ข้ารอดกลับมาเสียก่อน ข้าถึงจะมอบให้กับเจ้าได้”
“ท่านหมายความว่ายังไง”
“เอาเป็นว่าหากเจ้าอยากจะได้วิชากระบี่ เจ้าก็ต้องเข้าไปในประตูปริศนากับข้า หลังจากที่กลับออกมา ข้าถึงจะมอบมันให้กับเจ้า”
“ทำไมข้าจะต้องเข้าไปด้วยละ”
หลิวอี้ไม่สนใจนางเขาเดินผ่านหน้าของนางเข้าไปภายในทันที
จือเหยาโมโหเล็กน้อย นางได้แต่เดินตามเขาเข้าไปภายในวังหลวง
หลิวอี้กับจือเหยายืนเข้าแถวด้วยกัน
เพียงไม่นานจักรพรรดิเดินออกมาจากตำหนักของเขาพร้อมกับองค์หญิงที่ใส่ชุดสีขาว มีผ้าบางๆปกปิดใบหน้าเอาไว้ แต่ก็ไม่อาจที่จะบดบังความงดงามของนางได้
ทุกคนรวมตัวกันที่วงศ์เเหวนเคลื่อนย้าย หลิวอี้พึ่งจะเคยเดินทางด้วยวงศ์เเหวนเคลื่อนย้ายเป็นครั้งแรก เขารู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย
มีเเสงสว่างพุ่งขึ้นมาจากที่ใต้เท้าของทุกคน จากนั้นพวกเขาก็หายตัวไปทันที เพียงไม่นานทุกคนก็มาโผล่ที่เขตเเดนของสัตว์อสูร
กลุ่มของทวีปลิ่วมาถึงเป็นกลุ่มสุดท้าย กลุ่มของสัตว์อสูรมาถึงเป็นกลุ่มแรก กลุ่มที่สองคือกลุ่มของทวีปหวู่ ทุกกลุ่มที่มาถึงต่างก็หาที่นั่งพัก
หลิวอี้กับจือเหยาไปหาที่นั่งใต้ต้นไม้ใหญ่ เพราะกลุ่มของทวีปลิ่วจะต้องเข้าไปหลังกลุ่มของสัตว์อสูรหนึ่งวัน หลิวอี้ทำการดูดซับพลังจนเต็มเปี่ยม จากนั้นเขาหลับตาลงเพื่อเข้าไปพูดคุยกับสัตว์สายเลือดจอมขี้เกียจทั้งสองตัว
“ทำไมช่วงนี้เจ้าถึงเข้ามาพบกับพวกข้าบ่อยขนาดนี้”ฟีนิกซ์พูดขึ้นมาด้วยอาการขี้เกียจ
“ข้ากำลังจะเข้าไปภายในประตูมิติที่ท่านพูดถึง พวกท่านทั้งสองมีอะไรจะเเนะนำข้าหรือไม่ เผื่อว่าท่านพอจะรู้เส้นทางภายในและยอมบอกข้าบ้าง”
“สำหรับเส้นทางพวกข้าย่อมไม่รู้ สถานที่แบบนี้มันมีอยู่เยอะแยะมากมาย แต่สิ่งที่ข้ารับรู้ก็คือภายในนั้นมีของวิเศษอยู่มาก แต่ก็ย่อมมีอันตรายเช่นเดียวกัน เจ้าจงระวังพวกปีศาจให้ดี อย่าให้พวกมันครอบครองจิตใจหรือว่าเเทรกซึมเข้าสู้จิตใจของเจ้าอย่างเด็จขาด”มังกรทองพูดขึ้นมา
“เจ้าจะกลัวอะไรเจ้ามังกรทอง ต่อให้พวกมันเข้ามา ยังมีพวกเราที่คอยช่วยเหลือเขาอยู่”ฟีนิกซ์พูดเสริมขึ้นมา
หลิวอี้ได้ฟังสิ่งที่ทั้งสองสัตว์สายเลือดพูด เขาถึงกับไม่เข้าใจ อะไรคือปีศาจ นี่คือสิ่งที่เขาไม่เข้าใจ
“ปีศาจที่ท่านว่ามันคืออะไร”
“คนที่สร้างมิติพวกนี้ขึ้นมา พวกเขาจะนำปีศาจเข้าไปขังเอาไว้ภายใน พูดง่ายๆ ที่ๆเจ้ากำลังจะเข้าไป มันคือคุกขังปีศาจ ส่วนสมบัติที่อยู่ภายในก็คือสมบัติของพวกปีศาจ”
หลิวอี้ยิ่งฟังยิ่งไม่เข้าใจ เหมือนกับว่าพวกเขาทั้งสองคนไม่อยากที่จะบอกหลิวอี้ตรงๆ
“เจ้าไปเถอะ พวกข้าจะนอนแล้ว”
หลิวอี้ลืมตาขึ้นมาพร้อมกับอยากจะบอกเรื่องทั้งหมดที่เขาได้ยินมาให้กับจักรพรรดิฟังแต่เขาก็ไม่สามารถทำได้
วันต่อมา กลุ่มของหลิวอี้เข้าไปภายในประตูมิติ ทุกคนทยอยกันเดินเข้าไป ผู้คนที่เข้าร่วมในการสำรวจครั้งนี้มีเป็นพันคน กลุ่มของทวีปลิ่วน่าจะมีน้อยที่สุด ส่วนกลุ่มที่มากที่สุดคือกลุ่มของสัตว์อสูร
องค์หญิงน้ำแข็งเดินนำหน้าของหลิวอี้เข้าไปก่อนจากนั้นตามด้วยหลิวอี้และจือเหยา
หลิวอี้ลืมตาขึ้นมาหลังจากเดินผ่านประตูมิติ เขามองสำรวจไปรอบๆ เขาพบว่าดินแดนแห่งนี้ไม่มีสีเขียวของต้นไม้ มีแต่ความแห้งแล้ง
“ข้าขอต้อนรับทุกท่านเข้าสูดินแดนแห่งโชควาสนา ภายในนี้มีทั้งอาวุทธวิเศษ มีทั้งเม็ดโอสถที่ช่วยในการฝึกฝนให้รวดเร็ว ขอให้ทุกคนโชคดี”
เสียงพูดดังมาจากบนท้องฟ้า ทุกคนที่เข้ามาถึงต่างก็ไม่มีใครรู้ว่าเป็นเสียงของใคร
#เรียนแจ้งนักอ่านทุกท่าน นักเขียนไม่อยู่หนึ่งอาทิตย์ จากที่เคยลงวันละ 2 ตอน จะลดเหลือวันละ 1 ตอน หลังจากกลับมาจะลงวันละ 2 ตอนเหมือนเดิมขอรับ