38 1-2
ตอนที่61 พิษในกายท่านแม่(1)
ได้ยินเช่นนั้นไป๋หลี่หานพลันอึดเหลียวหลังมองมิได้ทั้งนี้ยังเสียการส่งตัวชั่วขณะในเวลาเดียวกัน ทำให้เซียถงได้จังหวะรีบลุกขึ้นยืน ระดมลมปราณกระแสใหญ่ที่โคจรอยู่นานกรอกเทลงบนมือและสะบัดทิ้งสุดแรงเกิดคว้าถุงผ้าขนาดจิ๋วกำหนึ่งออกจากอกเสื้อนางสาดผงสีขาวทั้งหมดที่มีในมือโจมตีใส่ไป๋หลี่หานโดยตรง
ไป๋หลี่หานสะดุ้งเฮือกใหญ่รีบยกไม้ยกมือขึ้นปัดป้องพร้อมเลี่ยงหลบผงสีขาวเหล่านั้น ถึงแม้การเคลื่อนไหวของเขาจะเร็วปานใดแต่ถูกลอบโจมตีระยะเผาชานปานนี้ย่อมต้องหลบไม่พ้นโดยสมบูรณ์ซึ่งบนฝ่ามือขวาของเขาคล้ายว่าจะมีผงสีขาวติดอยู่เล็กน้อย
ทันใดนั้นกระแสความคันอันเผ็ดแสบโฉบแล่นผ่านหลังมือทะลวงถึงห้วงสมองในพริบติไป๋หลี่หานระงับมือไม้มิให้เกาสุดกำลัง พอเหลียวมองฝ่ามือขวาของตนเองอีกทีก็พอว่ายามนี้มันบวมแดงขึ้นเป็นลูกมะนาวแล้ว เงยหน้าขึ้นจับจ้องเซียถงสีหน้าดูซีดเซียวลงถนัดตา
“นี่เจ้าทำอะไรกับข้า?ผงพิษชนิดใดที่เจ้าสาดใส่?”
“ผงคัน ผงเผ็ดผงแมงมุม ผงตะขาบ....ก็เอาเป็นว่า ข้าสาดใส่เจ้าเท่านี้นำติดตัวมา จำมิได้เช่นกันว่ากี่ชนิด”
เนื่องจากเมื่อสักครู่สถานการณ์เกิดขึ้นฉับพลันพอมีโอกาสคว้าอะไรได้จึงรีบคว้าออกมาโดยมิได้ดูก่อนน่าจะเป็นพิษเกือบสิบชนิดที่สาดใส่ไปทางไป๋หลี่หาน มาตอนนี้พอเห็นฝ่ามือข้างขวาของอีกฝ่ายบวมแดงเป่ง นางก็รู้สึกภูมิใจมิใช่น้อยอย่างบอกไม่ถูกเช่นกัน
ระดับพลังลมปราณสูงกว่านางแล้วอย่างไร?บังคับให้นางสิ้นฤทธิ์ได้หรือไม่?คอยดูกันดีกว่าครั้งหน้าเจ้าหมอนี่ยังกล้ายั่วโมโหนางอีกหรือไม่!
ทันทีที่ไป๋หลี่หานได้ยินคำว่าแมงมุม มุมปากถึงกับกระตุกแรงต่อเนื่อง ขมวดคิ้วถักแน่นจ้องเซียถงตาเขม็งเดือดดุ เร่งเร้าลมปราณกระแสแล้วกระแสเล่าที่โคจรงอยู่ทั่วกายาระดมขับพิษบนฝ่ามือนี้ออกโดยไว ดูจากลักษณ์การออกฤทธิ์แล้วพิษเหล่านี้มิได้เป็นภัยถึงชีวิตเพียงว่าจำเป็นต้องใช้เวลาสักระยะเพื่อขับพิษออกในกรณีที่ไม่มียาถอนพิษ
“คราวหน้าอย่ากวนประสาทข้าอีก มิฉะนั้นเตรียมโดนวางยาพิษถึงตาย!”
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเร่งมุ่งจิตสมาธิกับการขับพิษออกจากร่างกายจริงจังเซียถงจึงโยนขวดยาถอนพิษส่งไปให้ ยืนกอดกล่องไม้บรรจุเห็ดหลินจือมรกตเอาไว้แน่นและวิ่งออกไปจากประตูใหญ่หน้าวังหลวงไปโดยทันที อาศัยสองเท้าจ้วงไม่หยุดหย่อนอันตรธานหายวับไปปราศจากร่องรอย
“นายท่านท่านกล้าวางยาพิษเขาคนนั้นจริงๆ ในภายภาคหน้าหากได้ยินเสียงสุ้มเสียงของเขาแม้สักนิด ท่านก็จงรีบหนีไปให้ไกลและหาที่ซ่อนตัวโดยด่วน”
เสี่ยวฮั่วกล่าวกับนางผ่านห้วงความคิดในหัวขณะที่หนีออกจากวังหลวง ระหว่างเดินทางกลับเข้าจวนเสนาบดีพร้อมกับเห็ดหลินจือมรกตในอ้อมกอด
“เจ้าคงทราบกระมังว่าระดับลมปราณของเขาอยู่ในขอบเขตใด?”
พอได้ยินเสี่ยวฮั่วกล่าวเตือนเช่นนี้เซียถงกขมวดคิ้วเอ่ยถามขึ้นมาด้วยความสงสัย
“ข้าไม่ทราบแน่ชัดแต่สัมผัสได้จากรัศมีแรงแกดดันที่อีกฝ่ายปลดปล่อยเมื่อครู่ระดับลมปราณของเขาต้องไม่ต่ำกว่าขอบเขตราชันย์ม่วง ไม่ก็สูงกว่านั้น”
เสี่ยวฮั่วหวนระลึกถึงภาพเหตุการณ์ก่อนหน้าที่เข้าสัมผัสกับรัศมีแรงกดดันที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างกายอีกฝ่ายทั้งยังกระทั่งมันเองยังรู้สึกครั่นคร้ามไม่จางหายทั้งนี้ก็ยังสามารถรู้สึกได้ถึงแรงกดดันที่ซ่อนอยู่ใต้จิตสำนึกของเซียถงได้เช่นกัน
กล่าวว่าบุคคลที่สร้างความหวั่นเกรงได้ถึงระดับนี้คงต้องเป็นยอดฝีมือชนชั้นสูงสุดเท่านั้น
“ดูท่าแล้วข้าจำเป็นต้องฝึกปรุงพิษให้มากขึ้นกว่านี้เพื่อปกป้องตัวข้าเอง”
เซียถงพยักหน้า
“แล้วสาวน้อยที่ชื่อไป๋หลี่อวี๋อิงคราต่อไปที่พบพานกับอีกฝ่าย ท่านจำต้องระมัดระวังตัวให้มากขึ้น ในฐานะนักหลอมโอสถเหมือนกันโอสถพิษที่นางหลอมกลั่นมันมีประสิทธิภาพร้ายแรงกว่าของท่านมาก!”
เสี่ยวฮั่วกล่าวเตือนน้ำเสียงดูกังวลเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ กล่าวขึ้นต่ออีกว่า
“บนผืนพิภพแห่งนี้มีคนสองประเภทที่ไม่ควรยั่วยุเป็นอันขาด หนึ่งคือนักหลอมโอสถและสองคือยอดฝีมือที่มีลมปราณแกร่งกล้าขนานแท้ แต่วันนี้ท่านดันไปยั่วยุบุคคลที่ว่าถึงสองประเภทพร้อมกันในคราเดียว! อนาคตในภายภาคหน้าท่านจะก้าวเดินได้ไม่สะดวก!”
เซียถงมิได้สนใจฟังเสียเท่าไหร่นักแต่นางเองก็ตระหนักอย่างถ่องแท้เช่นกันว่าสิ่งที่เสี่ยวฮั่วกล่าวไปทั้งหมดล้วนเป็นความจริงทั้งสิ้น อย่างไรเสียเอ่ยกล่าวออกไปตอนนี้คงไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น นางไม่พูดพล้ำอันใดให้เสียเวลาเร่งฝีเท้ากลับเข้าจวนเสนาบดีโดยไวนางจะไม่มีวันถูกใครอื่นกลั่นแกล้งรังแกอีกโดยเด็ดขาด ดังนั้นสิ่งเดียวที่นางต้องทำในตอนนี้ก็คือ เร่งยกระดับความแข็งแกร่งของตนเองโดยเร็ว!
พอกลับมาถึงจวนเเซียถงก็มุ่งหน้าตรงไปในเรือนของฮูหยินหลี่ ส่งมอบเห็ดหลินจือมรกต สั่งให้อาจูนำลงไปตุ๋นเป็นน้ำแกงเพื่อให้ท่านแม่ดื่มทางด้านฮูหยินหลี่ที่เห็นลูกสาวตนเองกลับมาโดยปลอดภัย ก็สวมเข้ากอดทันทีเพราะก่อนหน้านี้ ได้ยินมาว่า จู่ๆเซียถงก็ถูกเรียกตัวเข้าวังหลวงกะทันหันแล้วจะไม่ให้คนเป็นแม่กังวลได้อย่างไร? หลังจากนั้นเซียถงก็เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในวังหลวงให้ฟังเกี่ยวกับเรื่องที่ฝ่าบาทหมายหมั่นที่จะส่งนางเข้าร่วมงานประลองของสี่จักรวรรดิใหญ่ที่กำลังจะจัดขึ้นเร็วๆนี้แต่สำหรับส่วนที่ไปมีปัญหากับองค์หญิงอวี๋อิง จนอีกฝ่ายย้อนกลับมาแก้แค้นเซียถงเลือกที่จะไม่เล่ากล่าวออกไป
ฮูหยินที่ในทีแรกยังปรากฏร่องรอยความวิตกกังวลทั่วใบหน้าขณะนี้ดูคลายอ่อนผ่อนปรนดังเดิม ยกมือขึ้นลูบพวงแก้มขาวผ่องของเซียถงแผ่วเบาเอ่ยขึ้นว่า
“ถงเอ๋อร์หากวันใดวันหนึ่งฝ่าบาบีบคั้นจนตัวเจ้าไร้ซึ่งทางออกจริงๆถึงเวลานั้นก็มอบคัมภีร์วรยุทธ์ลับในมือให้ไปเถิด”
“ท่านแม่!ข้าจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนพรากคัมภีร์วรยุทธ์เล่มนี้ที่ท่านตาอุตส่าห์ทิ้งไว้ให้แน่นอน!”
เซียถงคว้าเรียวมือของฮูหยินหลี่ขึ้นมากลัดกุมไว้แน่นกล่าวขึ้นอย่างมุ่นมั่น
ท่านแม่ของนางต้องทนทุกข์ทรมานกับที่โดนกลั่นแกล้งรังแกนานนับหลายปีก็เพื่อปกป้องคัมภีร์เล่มนี้แล้วมีหรือที่นางจะยอมมอบมในให้กับฝ่าบาทหรือคนนอกคนใด?
“เทียบกับคัมภีร์วรยุทธลับเล่มนี้ความปลอดภัยและรอยยิ้มบนใบหน้าของเจ้าสำคัญกว่ามากมายนัก ตราบเท่าที่เจ้ายังอยู่ดีกินดีข้าก็ไม่สนใจเรื่องอื่นใดอีกแล้ว”
สายตาที่จับจ้องเซียถงของฮูหยินหลี่มันเปี่ยมล้นไปด้วยความรักแต่เจาะลึกลงไปในนั้น กลับเร่นแฝงแววความเจ็บช้ำและความกังวลอยู่คลุมเครือ
“ท่านแม่ข้าไม่เป็นไร ลูกสาวคนนี้ของแม่คืออัจฉริยะแห่งจักรวรรดิตงหลี่ นับวันต่อจากนี้ข้าจะแข็งแกร่งและแข็งแกร่งขึ้นเพื่อปกป้องท่านแล้วสักวันหนึ่ง...พวกเราจะได้ใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุข”
เซียถงคลี่ยิ้มส่งกำลังใจผ่านมือที่กลัดกุมไปให้ดวงตาคู่เฉี่ยวคมประดุจวิหคเพลิงช่างแน่วแน่ ปราศจากแววไสวรวนเรใดๆ
ยามได้เห็นดวงตาคู่แน่วแน่และมั่นคงของเซียถงฮูหยินหลี่ก็สัมผัสได้ถึง บริเวณรอบดวงตาที่เห่อร้อนขึ้นพร้อมน้ำตาแห่งความภาคภูมิใจที่รินไหลออกมา ลูกสาวของข้าโตขึ้นแล้วจริงๆหาใช่เด็กน้อยที่โดนรังแกอย่างวันวานอีกต่อไป
แววความเด็ดเดี่ยวมั่นใจที่ทอประกายออกจากดวงตาคู่นั้น....ช่างเจิดจรัสแพรวพราวเหลือเกิน
อาจูตุ๋นเห็ดหลินจือมรกตเสร็จพอดีนางยกมาเทลงบนชามกระเบื้องลายครามชั้นดีที่อยู่ในเรือนพักเนื่องจากก่อนหน้าไม่นานนี้ เซี่ยอี้เฉินทราบแล้วว่าเซียถงได้เป็นตัวแทนในงานประลองของสี่จักรวรรดิที่กำลังจะถูกจัดขึ้นเร็วๆนี้ โดยมีฝ่าบาทเป็นคนเสนอชื่อนางด้วยตัวเองมูลค่าของบุตรสาวคนนี้เพิ่มพูนขึ้นอย่างก้าวกระโดดและฟังว่านางยังเป็นห่วงเป็นใยแม่ของตนกว่าใครๆดังนั้นเขาก็เลยสั่งให้บรรดาบ่าวไพร่ทั้งหลาย ให้ขนเครื่องใช้ต่างๆนานานที่ชำรุดทรุดโทรมในเรือนฮูหยินหลี่ออกไปและนำของดีมีมูลค่ามาแทนที่
น้ำแกงที่เคี่ยวด้วยเห็ดหลินจือมรกตส่งกลิ่นหอมน่ารับประทานเซียถงหยิบถ้วยกระเบื้องลายครามขึ้นมาเป่าจนเริ่มอุ่นเพราะกลัวว่าจะลวกปากท่านแม่ได้ ก่อนจะค่อยๆตักป้อน มองดูฮูหยินหลี่ทานน้ำแกงยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างมีความสุข
“ท่านแม่น้ำแกงชามนี้ใช้เห็ดหลินจือมรกตเคี่ยวต้มผสมกับสมุนไพรอื่นสรรพคุณล้างพิษนับร้อยชนิด หลังจากดื่มมันจนหมดสภาพร่างกายของท่านแม่น่าจะดีขึ้นไม่มากก็น้อย”
ฮูหยินหลี่ยิ้มและอาสาหยิบชามกระเบี้องลายครามขึ้นมารับประทานต่อเอง
เซียถงเฝ้ามองท่านแม่ของตนรับประทานสีหน้าแววตาเต็มไปด้วยความหวัง เพราะพิษที่กระจายอยู่ทั่วร่างกายของท่านแม่เปรียบเสมือนเสี้ยนหนามตำหัวใจของนางเสมอมา หากกำจัดพิษตัวต้นเหตุได้คงเปรียบเสมือนยกหินก้อนยักษ์ออกจากหัวใจของนางเช่นกัน
แม่เป็นสุขสบายลูกเองก็มีความสุขดี
เมื่อเห็นว่าน้ำแกงในชามกระเบื้องลายครามเริ่มลดลงเรื่อยๆรอยยิ้มบนมุมปากบนใบหน้าเซียถงก็ยิ่งชัดเจน ดูราวกับว่านางกำลังจินตนาการถึงวันที่นางกับแม่ได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขหลังจากกำจัดพิษพวกนี้ได้แล้ว