ยอดคุณพ่อขั้นเทพ

    บทที่ 70 : สอน

    สอน
    เวลาประมาณเก้าโมงเช้า หลังจากที่หลินเฉินไปส่งหลิงหลิงที่โรงเรียน เขาก็กลับมาทำอะไรที่บ้านอีกเล็กน้อย ก่อนที่จะขับรถออกไป
    จุดหมายของเขาแน่นอนว่าเป็นบ้านของเซี่ยนจื่อเสวียนที่อยู่เขตเป่ยฝู ทางใต้ของเซี่ยงไฮ้
    วันนี้เขาตั้งใจที่ให้เซี่ยนจื่อเสวียนเริ่มฝึกตน ด้วยร่างกายเพลิงศักดิ์สิทธิ์ของเธอ เขาเชื่อว่าเธอจะเข้าสู่ระดับกำเนิดปราณขั้นต้นได้ไม่ยาก
    วันนี้หลินเฉินตั้งใจที่จะสอนเซี่ยนจื่อเสวียนสองอย่าง อย่างแรกคือสอนให้เธอฝึกตน เข้าสู่ระดับกำเนิดปราณขั้นต้น
    ส่วนอย่างที่สองก็คือทักษะการต่อสู้ ทักษะการต่อสู้ที่เหมาะกับเธอคือเพลิงนิรนาม
    ทักษะนี้ขึ้นชื่อเรื่องความลึกลับเป็นอย่างมาก ผู้ที่ฝึกฝนทักษะนี้ต้องมีร่างเพลิง หากว่าไม่มีร่างเพลิงชนิดใดชนิดหนึ่ง ย่อมไม่อาจที่จะฝึกได้
    เมื่อฝึกสำเร็จ จะสามารถใช้เพลิงนิรนามที่มองไม่เห็นหรือจับต้องไม่ได้ ลองคิดดูเถอะว่าหากเซี่ยนจื่อเสวียนที่มีร่างเพลิงศักดิ์สิทธิ์ใช้ทักษะการต่อสู้นี้ เธอจะน่าหวาดกลัวมากแค่ไหน
    เพลิงศักดิสิทธิ์ของเธอที่ถูกปกคลุมด้วยเพลิงนิรนามนั้น หากใช้ออกมา ไม่ว่าใครก็ยากที่จะต่อกรกับเธอได้
    หลินเฉินใช้เวลาไม่นานก็ขับรถมาถึงบ้านของเซี่ยนจื่อเสวียนในเขตเป่ยฝู
    ทันทีที่มาถึง เขาก็โทรหาเธอ ยืนรออยู่หน้าบ้านไม่ถึงนาที เธอก็วิ่งออกมาด้วยความรีบร้อน ใบหน้าของเธอปกคลุมด้วยความตื่นเต้นและมีความสุข
    จะไม่ให้เธอตื่นเต้นและมีความสุขได้ยังไง ในเมื่อวันนี้เธอกำลังที่จะได้กลายเป็นผู้ฝึกตนที่ไม่ธรรมดา
    ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าเมื่อวานนี้ หลังจากดื่มโอสถรักษาเข้าไป แม่ของเธอก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แตกต่างจากเมื่อก่อนอย่างสิ้นเชิง
    ด้วยความที่แม่ของเธอดีขึ้นอย่างผิดหูผิดตา เธอจึงขอให้แม่ของเธอไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลที่อยู่ใกล้ๆ ที่สุด
    “ท่านอาจารย์” เซี่ยนจื่อเสวียนรีบคารวะหลินเฉินตามแบบฉบับของผู้ฝึกตน
    หลินเฉินพยักหน้า จากนั้นเซี่ยนจื่อเสวียนก็พาเขาเข้าไปในบ้าน เมื่อเข้ามาในบ้าน เขาก็พาเธอเข้าสู่มุกมิติในทันที
    “ไปที่ห้องฝึกตนกัน วันนี้เธอต้องเป็นผู้ฝึกตนผู้ฝึกตนระดับกำเนิดขั้นต้น” หลินเฉินพูด ขณะที่เดินนำพาเซี่ยนจื่อเสวียนไปยังห้องฝึกตน
    หลังจากที่พาเธอมาถึงห้องฝึกตน เขาก็ไปนำโอสถกำเนิดมามอบให้เธอ
    เซี่ยนจื่อเสวียนเทเม็ดโอสถกำเนิดสามเม็ดออกมาจ้องมองด้วยความตื่นเต้นสงสัย เธอสงสัยว่ามันจะมีรสชาติแบบไหน
    หลินเฉินมองเธอที่ตอนนี้นั่งอยู่ใจกลางห้องฝึกตนก่อนพูด “รสชาติมันไม่ดีนัก พูดตามตรงมันค่อนข้างห่วยแตก”
    เซี่ยนจื่อเสวียนชะงักไปเล็กน้อย แต่ก็พยักหน้ารับอย่างรวดเร็ว
    “เริ่มเถอะ” หลินเฉินเริ่มสอนวิธีการเข้าสู่ระดับกำเนิดปราณขั้นต้นให้แก่เธอ เขาอธิบายสั้นกระชับ เข้าใจง่าย ส่งผลให้เซี่ยนจื่อเสวียนเข้าใจทุกอย่างได้อย่างรวดเร็ว
    เธอไม่ลังเลที่จะนำโอสถกำเนิดทั้งสามเม็ดเข้าปาก จากนั้นเริ่มเคี้ยว
    เมื่อเคี้ยวไป น้ำตาของเซี่ยนจื่อเสวียนแทบไหลออกมา เธอพบว่ามันเป็นอย่างที่อาจารย์ของเธอบอกเอาไว้จริงๆ
    รสชาติของโอสถกำเนิดไม่ดีเอาเสียเลย ตรงกับคำที่บอกว่า ‘ห่วยแตก’ ที่สุด แต่ถึงแม้รสชาติของโอสถกำเนิดจะห่วยแตกหรือแย่ยังไง เธอก็ยังคงเคี้ยวมันจนแหลกละเอียดและกลืนลงไป
    ภายในท้องของเซี่ยนจื่อเสวียนเริ่มร้อนวูบวาบขึ้นมา จุดกำเนิดพลังปราณถูกสร้างขึ้นภายในตันเถียนของเธออย่างช้าๆ
    เปลือกตาทั้งสองข้างของเธอปิดลง เซี่ยนจื่อเสวียนเริ่มดูดซับโอสถกำเนิด ทั่วร่างกายของเธอค่อยๆ แดงขึ้น ไอร้อนได้พุ่งออกมา
    เวลาค่อยๆ ผ่านไป พริบตาเดียวสามชั่วโมงก็ผ่านพ้นไป มีของเสียถูกขับออกมาจากร่างกายของเซี่ยนจื่อเสวียน ของเสียมีกลิ่นเหม็น มีลักษณะเป็นของเหลวหนืดสีดำ
    “ทำได้ดีมาก” หลินเฉินที่ยืนรออยู่พูด พยักหน้าเล็กน้อยด้วยความพึงพอใจ จากการมองดู ทำให้เขารับรู้ได้ไม่ยากว่าเซี่ยนจื่อเสวียนกลายเป็นผู้ฝึกตนระดับกำเนิดขั้นต้นแล้ว
    แม้ว่าจะใช้เวลามากกว่าเขาถึงสองชั่วโมงก็ตามที แต่ผลลัพธ์ไม่ได้แย่ กลับกัน มันดีมากด้วยซ้ำ มีน้อยคนมากที่สามารถเข้าสู่ระดับกำเนิดปราณขั้นต้นด้วยเวลาเพียงแค่สามชั่วโมงแบบนี้
    ดวงตาของเซี่ยนจื่อเสวียนเปิดขึ้นมาอย่างช้าๆ เธอรับรู้ได้ถึงการเปลี่ยนแปลงภายในตันเถียนและร่างกายของเธอได้อย่างชัดเจน
    ทันใดนั้น ความสุขก็ท่วมท้นอยู่ภายในใจของเธอ จากจุดนี้ เธอแน่ใจแล้วว่าเธอได้กลายเป็นผู้ฝึกตนแล้ว!
    “ท่านอาจารย์!” เธอพลันรีบลุกขึ้นยืน โดยไม่สนใจของเสียที่อยู่ตามร่างกายของเธอ มองไปที่หลินเฉินด้วยความตื่นเต้น
    หลินเฉินพยักหน้า ยิ้มเล็กน้อย พูดคำเดิมออกมาอีกครั้ง “ทำได้ดีมาก”
    “ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณท่านอาจารย์ หากไม่มีท่านอาจารย์ ฉันคงไม่สามารถที่จะกลายเป็นผู้ฝึกตนได้!” เซี่ยนจื่อเสวียนพูดด้วยความสำนึกขอบคุณอย่างสุดหัวใจ
    เธอสามารถบอกได้ตั้งแต่วินาทีนี้เลยว่า ชีวิตของเธอจะเปลี่ยนไปตลอดกาล แน่นอนว่ามันจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น
    หลินเฉินพยักหน้ารับคำขอบคุณจากเธอ จากนั้นสอนทักษะเพลิงนิรนามให้กับเธอ
    เซี่ยนจื่อเสวียนรับฟังอย่างตั้งใจ เมื่อสอนแล้วเสร็จ หลินเฉินก็พาเธอออกจากมุกมิติ
    “ตั้งใจฝึกให้ดี วันนี้พอเท่านี้ก่อน วันหลังค่อยว่ากันใหม่”
    “ค่ะท่านอาจารย์” เซี่ยนจื่อเสวียนตอบรับด้วยความเคารพ หลังจากที่บอกลากับหลินเฉิน เธอก็รีบเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำล้างตัว
    หลินเฉินออกมาจากบ้านของเซี่ยนจื่อเสวียน เตรียมตัวที่จะกลับบ้าน
    “หลินเฉิน?” แต่ในเวลานี้เอง ไม่คาดฝันว่าจะมีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาเรียกชื่อของเขา
    หลินเฉินที่กำลังจะเดินไปที่รถ ต้องมองไปอย่างช่วยไม่ได้ ทันใดนั้น เขาก็ได้เห็นหญิงสาวคนหนึ่งในชุดกางเกงยีนส์รัดรูป สวมเสื้อเชิ้ตสีฟ้า
    ผู้หญิงคนนี้ค่อนข้างสวยและมีสไตล์ เขามองเธออยู่สักพัก รู้สึกคุ้นหน้าไม่น้อย แต่จำไม่ได้ว่าเคยเจอที่ไหน คิ้วต้องขมวดขึ้นอย่างช่วยไม่ได้
    “อะไรกัน? อย่าบอกนะว่านายจำฉันไม่ได้?” หญิงสาวชักสีหน้าไม่พอใจใส่ จะไม่ให้เธอไม่พอใจได้ยังไง ในเมื่อขนาดไม่เจอกันมาหลายปี เธอยังจำหลินเฉินได้ในทันที แต่เขากลับจำเธอไม่ได้แบบนี้
    “ขอโทษ ฉันจำไม่ได้” หลินเฉินได้แต่ขอโทษออกมา บอกตามตรงว่าเขาจำไม่ได้จริงๆ เขาใช้ชีวิตอยู่ในโลกอมตะถึงหนึ่งหมื่นปี ใบหน้าของคนรู้จักล้วนลืมเลือนไปมาก เขาจำได้แต่ใบหน้าของคนที่สำคัญสำหรับเขาเท่านั้น
    “เว่ยจูเยียน” หญิงสาวพูด น้ำเสียงเต็มไปด้วยความไม่พอใจ “ฉันคือเว่ยจูเยียน!”
    “เว่ยจูเยียน?” หลินเฉินนึกสักพัก ก็พลันจำได้ขึ้นมา “เธอนั่นเอง”
    เขาจำได้แล้วว่าเธอเป็นเพื่อนสนิทของมู่อิงเสวี่ยภรรยาของเขา แต่สมัยมหาลัย ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ค่อยชอบเขานัก เพราะเวลาที่เขาอยู่กับมู่อิงเสวี่ย เธอมักจะเข้ามาขัดขวางและไล่เขาไปตลอด
    “หึ!” เว่ยจูเยียนพ่นลมหายใจอย่างช่วยไม่ได้ “นายมาทำอะไรแถวนี้ ยังคบกับอิงเสวี่ยอยู่ไหม?”
    หลินเฉินเงียบ เขาไม่ตอบ เพราะคิดว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องตอบ
    เห็นว่าหลินเฉินเงียบ เว่ยจูเยียนก็คิดเอาเองว่าคงไม่ได้คบกันแล้ว เธออดส่ายหน้าไปมาไม่ได้ “เห็นไหม ฉันเคยบอกนายแล้วว่า นายกับอิงเสวี่ยไม่เหมาะสมกัน คบกันไปก็มีแต่ต้องเลิกกัน!”
    จบบทที่ 70

    คล้ายกับเรื่องยอดคุณพ่อขั้นเทพ ที่คุณอ่าน