[จบ] เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง

    บทที่ 58 การบูชายัญมนุษย์ (2)

    บทที่ 58 การบูชายัญมนุษย์ (2)


    [ฉันเจอหัวหน้าวิศวกรและติดต่อเขาไปแล้ว ว่าให้รีบไปที่ไซต์ก่อสร้างโดยด่วน หวังว่าพี่เปาจะไม่เป็นไร ในเวลาเดียวกันฉันก็หวังว่าไป๋ลู่จะช่วยเขาตรวจสอบให้ชัดเจนด้วยว่าเป็นผีหรือคนที่ทำจริง ๆ นี่ฟังดูน่ากลัว...]


    [บูชายัญมนุษย์คืออะไร แค่ชื่อก็รู้สึกว่ามันต้องไม่ใช่เรื่องดีแน่]


    เฝ่ยไป๋ลู่อธิบาย “การบูชายัญมนุษย์เป็นประเพณีที่ไม่ดีซึ่งมีมาแต่โบราณ บางคนคิดว่าโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่จะทำลายฮวงจุ้ยดั้งเดิม พวกเขาจึงจะเลือกคนมาฝังไว้ในดินเพื่อเป็นสัญลักษณ์สังเวยแก่เทพเจ้าเพื่อปราบวิญญาณร้าย”


    “อย่างที่ทุกคนทราบดีว่า ความคั่งแค้นของคนตายจะยิ่งทำให้ฮวงจุ้ยผืนดินแห่งนั้นเลวร้าย ส่งผลให้คนเป็นล้มตาย หลังตายแล้วก็สถิตอยู่ ณ ที่แห่งนั้นไม่ไปไหน และความขุ่นแค้นจะไม่มีวันหายไป ยิ่งผู้คนสร้างสิ่งปลูกสร้างทับพื้นที่ของเจ้าที่เหล่านี้ ก็ยิ่งจะทำให้วิญญาณร้ายแผลงฤทธิ์ โดยเริ่มจากทำให้คนงานได้รับบาดเจ็บ และพวกมันจะไม่หยุดจนกว่าจะเจอตัวตายตัวแทน”


    “ถ้าหลี่เปาหลบไม่ทัน เขาคงถูกนั่งร้านเหล็กทับตาย และเนื่องจากสถานที่ก่อสร้างถูกระงับ นั่นจะทำให้ไม่มีใครพบเขา กว่าเพื่อนร่วมงานจะสังเกตได้ว่าเขาหายตัวไป ก็คงผ่านไปเจ็ดวันแล้ว และนั่นจะเป็นสัปดาห์แรกที่หลี่เปา…”


    [ให้ตายเถอะ… มีคนถูกฝังทั้งเป็นในสถานที่แห่งนี้]


    [ถูกฝังทั้งเป็นเหรอ ก่อนตายคนคนนั้นต้องเจ็บปวดมากแน่ จึงไม่น่าแปลกใจหากจะรู้สึกไม่ยินยอมหลังตายไปแล้ว แต่นี่ก็ปี 2023 แล้ว ทำไมยังมีความเชื่อพรรค์นี้อยู่อีก ใครมันทำกับชีวิตมนุษย์ด้วยกันเองแบบนี้ หรือจะเป็นอริของหัวหน้าวิศวกร?]


    [เพราะแบบนี้พี่เปาก็เลยเกิดเรื่องเหรอ? เขาจะไม่กลายเป็นตัวตายตัวแทนของผีเจ้าที่ใช่ไหม?]


    [คุณสตรีมเมอร์จะหาทางช่วยเขาได้ไหม ผมรู้จักพี่เปา เขาเป็นคนใจดีมาก ไม่เคยปฏิบัติต่อคนงานอย่างเลวร้าย ไม่ทุบตีหรือด่าใคร และไม่หักค่าจ้างด้วย ครั้งนี้เองเขาก็มาไซต์ก่อสร้างเพื่อประโยชน์ของคนงานครับ คนที่ติดตามเขาคือกลุ่มแรงงานอพยพซึ่งสามารถอยู่รอดได้ด้วยการทำงานหนักเท่านั้น พวกเขาต้องการพี่เปาและครอบครัวของพี่เปาก็ต้องการเขาด้วย เขาไม่สามารถประสบปัญหาได้ ได้โปรดช่วยเขาด้วยครับ]


    คอมเมนต์นี้ทำให้ผู้คนเศร้าใจ และชาวเน็ตหลายคนก็ออกมาขอร้องให้เฝ่ยไป๋ลู่ช่วยคน


    เฝ่ยไป๋ลู่ให้ความมั่นใจกับเขา “วางใจเถอะ คนไม่เป็นไร”


    ทั้งที่เธอนั่งมองสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่หน้ากล้องเหมือนกับคนอื่น ๆ


    แต่เพียงเฝ่ยไป๋ลู่พูดแค่ประโยคเดียวก็ทำให้คนฟังรู้สึกสงบ ต่อให้เรื่องจะใหญ่แค่ไหนก็รู้สึกถึงความปลอดภัย


    กล้องฝั่งหลี่เปามืดสนิท สิบนาทีแห่งความเงียบ มันเงียบมากจนทุกคนรู้สึกราวกับว่าพวกเขาถูกฝังอยู่ใต้ดิน


    แต่โชคดีที่หลังจากนั้นไม่นานก็มีเสียงของใครบางคนดังเข้ามา


    “ที่นี่...มีเลือด...”


    “ส่งคนไปโรงพยาบาล...”


    เมื่อชาวเน็ตในช่องไลฟ์สดได้ยินก็พากันใจเต้นแรง


    [สถานการณ์ในนั้นเป็นยังไงบ้าง!?]


    [ดูเหมือนเขาได้รับบาดเจ็บ แต่คงดีกว่าการกลายเป็นผีติดที่หลังจากตายไปเจ็ดวันละนะ]


    มือและเท้าของหลี่เปาอ่อนแรง หลังรอดชีวิตจากคราวเคราะห์ เขามองไปที่เจี่ยเจียอิ้นเจ้านายของเขาที่รีบเข้ามา เขากล่าวด้วยเสียงโรยแรง “ผ…ผมสบายดี ผมไม่อยากไปโรงพยาบาล...โทรศัพท์มือถือของผม...เอาโทรศัพท์มือถือผมมา...”


    “เรื่องมาถึงขนาดนี้แล้ว นายยังคิดถึงโทรศัพท์มือถือพัง ๆ ของนายอีกเรอะ ฉันจะซื้อเครื่องใหม่ให้นายวันหลัง” เจี่ยเจียอิ้นกล่าวด้วยสีหน้าเจ็บใจไม่สามารถหลอมเหล็กให้กลายเป็นเหล็กกล้าได้*[1] “ไซต์ก่อสร้างหยุดงานแล้ว ทำไมนายถึงมาที่นี่อีก ถ้าเพื่อนฉันไม่ติดต่อมา ฉันคงไม่รู้ด้วยซ้ำว่านายเกือบจะประสบปัญหาใหญ่แล้ว ว่าแต่นายรู้จักเพื่อนของฉันได้ยังไง?”


    เพื่อนของเขากับหลี่เปาผู้รับเหมาไม่ได้มาจากชั้นสายงานเดียวกัน แล้วสองคนนี้ติดต่อกันได้อย่างไร?


    หลี่เปาชี้ไปที่โทรศัพท์ซึ่งโดนนั่งร้านทับอีกครั้ง “ผมไม่รู้จักเพื่อนคุณหรอก แต่ผมคิดว่าเพื่อนของคุณเป็นแฟนคลับของอาจารย์ เขากำลังดูไลฟ์ของอาจารย์อยู่...”


    เจี่ยเจียอิ้นได้แต่งุนงง “?”


    อาจารย์? ไลฟ์เรอะ?


    นี่มันเรื่องบ้าบออะไรกัน???


    “นายโดนอะไรฟาดหัวหรือเปล่า?” หลังจากคิดถึงเรื่องนี้ เขาก็คิดได้เพียงคำอธิบายนี้เท่านั้น


    เห็นเจี่ยเจียอิ้นงุนเงา หลี่เปาจึงอธิบายเรื่องทั้งหมด แต่เจี่ยเจียอิ้นก็ยิ่งเกิดข้อสงสัย


    ปรมาจารย์ฮวงจุ้ยที่เขาจ่ายค่าจ้างสามแสนหยวนยังไม่สามารถแก้ปัญหาวุ่นวายในไซต์ก่อสร้างนี้ได้ แต่หลี่เปากลับจะสามารถแก้ปัญหาได้ เพียงติดต่อกับอาจารย์ผ่านช่องทางออนไลน์อย่างนั้นหรือ?


    บูชายัญมนุษย์? ถามจริง?


    คำพูดของสตรีมเมอร์คนหนึ่งเชื่อถือได้หรือ?


    ตอนนี้เอง เพื่อนผู้ติดต่อเจี่ยเจียอิ้นให้มาที่ไซต์ก่อสร้างก็ส่งข้อความหนึ่งมาว่า [สตรีมเมอร์คนนี้คือปรมาจารย์ตัวจริง ถ้านายพลาดการไลฟ์ครั้งนี้ จะต้องเสียใจไปตลอดชีวิต]


    “เอาจริง?” เจี่ยเจียอิ้นลังเล แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจเชื่ออีกสักครั้ง


    เขาเรียกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมายกนั่งร้านเหล็กที่หนักหลายร้อยกิโลกรัมขึ้น จนในที่สุดก็หยิบโทรศัพท์มือถือของหลี่เปาออกมาได้


    ชาวเน็ตทั้งหลายพลันถอนหายใจ ราวกับได้เห็นแสงวันใหม่อีกครั้ง*[2]


    [ให้ตายเถอะ กล้องของหลี่เปาตอนนี้มืดมนจนน่ากลัวเป็นบ้า!]


    เดิมทีเขาคิดว่าโทรศัพท์พังไปแล้ว แต่กลับยังไม่เสียหาย เมื่อหลี่เปาได้โทรศัพท์มา เขาก็เห็นข้อความแสดงความกังวลต่อสถานการณ์ของเขา จึงอธิบายว่า “ขาและข้อศอกของผมมีรอยถลอกและเลือดออกเล็กน้อย อาการไม่ร้ายแรงอะไร”


    “ท่านอาจารย์ การบูชายัญมนุษย์ที่คุณเพิ่งพูดถึงคืออะไรครับ?” น้ำเสียงที่เขาใช้กับเฝ่ยไป๋ลู่เปลี่ยนไปเล็กน้อย


    การบูชายัญมนุษย์ทำให้หลี่เปาหวาดกลัวไม่น้อย “ท่านอาจารย์ คุณมีทางแก้บ้างไหม?”


    “พวกคุณเหยียบย่ำร่างของวิญญาณตนนี้ทุกวัน แม้ไม่ได้ตั้งใจ แต่ก็ไม่ดีเช่นกัน แค่ล้างแค้นให้เขาและชำระวิญญาณชั่วร้ายของเขา เหตุการณ์คล้ายกันจะไม่เกิดขึ้นอีก” เฝ่ยไป๋ลู่กล่าว


    “หือ?” หลังจากเงียบไปนาน หลี่เปาก็ตระหนักว่าอีกฝ่ายกำลังพูดถึงศพที่ฝังอยู่ใต้งานก่อสร้างของเขา!


    เจี่ยเจียอิ้นพลันรู้สึกเย็นยะเยือกที่กระดูกสันหลัง


    เขาลอบกลืนน้ำลายจนเสียงดัง “เอื๊อก!” ต่อหน้ากล้อง “อาจารย์ครับ ผมเป็นเจ้าของที่ดินแห่งนี้ เราจะหาศพพบได้ยังไง แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าคนที่ฆ่าเขาคือใคร ไหนจะเรื่องแก้แค้นอีก ถ้าคุณยอมช่วย เงินเท่าไหร่ผมก็ไม่เกี่ยงครับ!”


    “ทุกงานล้วนมีผู้ชำนาญอยู่แล้ว คุณแค่โทรแจ้งตำรวจ เดี๋ยวพวกเขาก็จัดการเอง” เฝ่ยไป๋ลู่มองเจี่ยเจียอิ้น และเอ่ยอย่างใจเย็น “ฉันไม่ต้องการเงินของคุณ แต่จงนำเงินนี้ไปทำพิธีศพให้แก่เขาก็พอ”


    หากต้องการซื้อที่ฝังศพอย่างดีในเมืองเจียงก็ต้องใช้เงินไม่น้อย


    ดังนั้นเจียอิ้นจึงต้องสูญเสียทั้งเงินและโครงการของเขา เพื่อกำจัดปัญหาที่เกิดขึ้นนี้


    “ครับ ครับ ครับ ผมจะฟังคุณ แล้วก็จะหาที่ฝังศพเหมาะ ๆ ให้เขาแน่นอน” เจี่ยเจียอิ้นพยักหน้าเหมือนคนโง่ รับปากมั่นเหมาะราวกับการสูญเสียเงินไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับเขา


    เฝ่ยไป๋ลู่เฝ้าดูการเปลี่ยนแปลงของพลังปราณผ่านกล้องเงียบ ๆ


    ข้อมูลนับไม่ถ้วนแวบขึ้นมาในใจ และเธอก็ค้นพบมันหลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง


    “ศพถูกฝังอยู่ทางซ้าย เดินตรงไปข้างหน้าสองร้อยเมตร”


    “ไปดูกันเถอะ” เจี่ยเจียอิ้นกับหลี่เปาเดินตรงไป ตามด้วยคนงานและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย


    ในที่สุดพวกเขาก็มาหยุดอยู่หน้าห้องน้ำเรียบง่ายที่ทีมวิศวกรสร้างไว้


    สีหน้าหลี่เปาพลันเหยเกไป “ที่นี่มีห้องน้ำเพียงแห่งเดียว และคนงานก็มาที่นี่ทุกวัน ไม่น่าแปลกใจเลยที่อาจารย์บอกว่าเราเหยียบย่ำศพทุกวัน ที่แท้มันก็ถูกฝังอยู่ที่นี่นี่เอง”


    สถานที่ก่อสร้างล้วนเต็มไปด้วยกลิ่นอายของชายชาตรีทั้งหลาย และห้องน้ำก็ส่งกลิ่นเหม็นออกมา


    ต่อให้ศพเน่าเปื่อยจนส่งกลิ่นเหม็นก็ไม่แปลกที่พวกเขาจะไม่พบความผิดปกติใด 


    ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาพูดถึงเรื่องนี้ เฝ่ยไป๋ลู่พลันออกคำสั่ง “ศพอยู่ตรงหน้าประตู พวกคุณลองขุดดู”


    “ฉันเอง”


    สถานที่ก่อสร้างมีเครื่องมือขุดเจาะมากมาย ต่อมาเหล่าผู้กล้าก็เริ่มขุด


    ผิวดินถูกขุดเป็นร่อง ไม่นานกลิ่นเหม็นเปรี้ยวที่ไม่อาจบรรยายได้โชยออกมา


    “แหวะ!” เสียงอาเจียนดังตามมาติด ๆ


    ชาวเน็ตที่กังวลเกี่ยวกับการบูชายัญมนุษย์อดไม่ได้ที่จะดีใจ แต่ละคนล้วนคิดว่า ‘โชคดีที่เราไม่ได้กลิ่นนั่นผ่านหน้าจอ’


    ทว่าต่อมา ชาวเน็ตก็เห็นผ่านหน้าจอว่าคนงานใช้พลั่วขุด กระทั่งเห็นกะโหลกศีรษะโผล่ขึ้นมา และนั่นเป็นกะโหลกของเด็กสาว


    ขุดลุกลงไปก็เห็นซากศพ ซากศพที่โผล่ให้เห็นมีสีน้ำตาลเข้ม พลันกะโหลกศีรษะก็กลิ้งไปมาอยู่บนพื้นหลายครั้ง

     

    กระทั่งดวงตากลวงโบ๋จ้องมาที่กล้อง


    หนอนตัวอ้วนไชเบ้าตา ส่งเสียงเหนียวเหนอะขณะที่พวกมันขยับตัว



    [1] เจ็บใจที่ไม่สามารถหลอมเหล็กให้กลายเป็นเหล็กกล้า หมายถึง ความคาดหวังหรือกวดขันเพื่อทำให้คนคนนั้นได้ดิบได้ดี


    [2] การเห็นฟ้าวันใหม่อีกครั้ง เป็นคําอุปมา หมายถึง การได้เห็นความหวังที่ปลายอุโมงค์

    คล้ายกับเรื่อง[จบ] เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง ที่คุณอ่าน