ตอนที่ 41
อยากพบหน้านายน้อยหลิง
หวังเซียนกำลังเดินอยู่บนถนนสายที่เป็นทางมุ่งตรงไปยังจวนของท่านเจ้าเมืองโม่ตั้งแต่ยามสาย เพราะว่าเมื่อวานคุณชายใหญ่ส่งคนมาตามเขาด้วยเหตุผลอันใดบางอย่าง
เมื่อมาถึงจวนของทางเจ้าเมืองผู้คุ้มกันที่ยืนอยู่ด้านนอกก็ให้หวังเซียนผ่านเข้าไปอย่างง่ายดายเพราะว่าคุณชายใหญ่สั่งเอาไว้ก่อนแล้ว
หวังเซียนถูกบ่าวที่รอต้อนรับอยู่นั้นพาเดินตรงไปที่ห้องโถงของจวนโดยเมื่อเข้าไปถึงก็มีคุณชายใหญ่และคุณหนูรองที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว
หลังจากที่ได้รับการช่วยเหลือจากหลิงเฉินไปครั้งนั้นคุณหนูรองก็พักฟื้นอยู่หลายวันจนร่างกายของนางถึงจะมีสภาพที่ดีอย่างเช่นตอนนี้
เมื่อหวังเซียนก้าวเท้าเข้าไปภายในห้องโถงที่มีทั้งสองนั่งอยู่ สองพี่น้องได้ลุกขึ้นแล้วนำมือทั้งสองมาประสานกันพลันกับคารวะหวังเซียนก่อน
“ ขอบคุณท่านหวังเซียนมากขอรับที่มาตามคำขอของพวกเราสองพี่น้อง ” โม่เยี่ยนกล่าวออกมาอย่างมีมารยาท แม้ว่าฐานะจะสูงกว่าเขาแต่ก็กล่าวออกมาอย่างมีมารยาท
“ ยินดีขอรับคุณชายใหญ่ท่านมีอันใดให้ข้ารับใช้หรือขอรับ ” หวังเซียนกล่าวกลับไปด้วยรอยยิ้ม
“ ไม่ขอรับไม่ ข้าไม่กล้าใช้ท่านหวังเซียนหรอกขอรับท่านเองก็ถือว่าเป็นผู้มีพระคุณคนหนึ่งของสกุลโม่เรานะขอรับ ถ้าไม่ได้ท่านติดต่อกับท่านหมอให้น้องสาวของข้าจะหายป่วยได้เยี่ยงไร ”
โม่เยี่ยนรำลึกบุญคุณนี้อยู่ตลอดเวลาแม้ว่าเขาจะเป็นบุตรชายของท่านเจ้าเมืองที่มีอำนาจมากที่สุดภายในเมืองชิงลู่แต่ว่าเรื่องบุญคุณนั้นอย่างไรเสียก็ต้องตอบแทน
“ เชิญท่านมานั่งก่อนขอรับ ” คุณชายใหญ่กล่าวเชิญพร้อมให้เหล่าบ่าวไพร่นำน้ำชามาต้อนรับอย่างไม่ขาดตก
หลังจากนั้นวงสนทนาของทั้งสามคนก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง
“ แล้วท่านเชิญข้ามาเช่นนี้มีอันใดหรือขอรับ ” หวังเซียนถามอย่างสงสัย
“ ข้าเป็นเพียงแค่คนกลางเท่านั้นขอรับ ผู้ที่อยากจะสนทนากับท่านจริงๆคือน้องสาวของข้าต่างหาก ” โม่เยี่ยนกล่าวออกมาพลางทำมือไปทางน้องสาวของตนเองทำให้หวังเซียนปรายตามองตามมือนั้นไป
คุณหนูรองที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับหวังเซียนกล่าวนั่งนิ่งใบหน้าของนางเต็มไปด้วยบางอย่างที่กำลังติดอยู่ภายในใจ
“ คุณหนูรองมีอันใดหรือขอรับ ”
แม้ว่าหวังเซียนจะถามออกไปแต่นางก็ทำท่าทางอ้ำๆอึ้งๆอยู่ซักพักจนโม่เยี่ยนที่เห็นเช่นนั้นได้กล่าวขึ้นมา “ น้องสาวของข้าอยากจะพบกับท่านหมอเทวดาผู้นั้นน่ะขอรับ ”
“ เอ๊ะ!!! ” หวังเซียนประหลาดใจก่อนที่จะตอบกลับไปอย่างทันควัน “ ไม่ได้หรอกขอรับคุณชายรอง ท่านหมอเขากำชับข้าน้อยเอาไว้ว่าไม่ให้เปิดเผยตัวตนของเขาให้ผู้ใดรู้ ”
หวังเซียนนั้นยังคงไม่ลืมสิ่งที่หลิงเฉินสั่งเอาไว้กับเขาด้วยคำพูดที่หนักแน่นว่าไม่ให้เขาเปิดเผยตัวของตนให้ผู้ใดรับรู้ แม้จะเป็นคุณหนูรองและคุณชายใหญ่เขาก็คงจะไม่สามารถบอกความลับนั้นให้ผู้ใดรู้ได้
“ งั้นข้าขอถามท่านหวังเซียนหน่อยได้หรือไม่เจ้าคะ ” โม่ฉวี่หลิงที่นั่งอยู่ตรงข้านางกล่าวขึ้นด้วยเสียงอันไพเราะ
“ ได้ขอรับแต่ถ้าข้าตอบไม่ได้ข้าก็ไม่ขอตอบนะขอรับ ” หวังเซียนกล่าวกลับไปอย่างเป็นมารยาท
“ ผู้ที่ช่วยข้าไม่ใช่ท่านหมอที่เป็นผู้อาวุโสแต่ว่าเป็นเด็กหนุ่มที่อ่อนเยาว์กว่าข้าประมาณสองปีใช้หรือไม่เจ้าคะ ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นหวังเซียนถึงกับผงะชั่วครู่หนึ่งใบหน้าของเขาแสดงออกมาซึ่งความเป็นพิรุธอย่างมาก เพียงครู่เดียวเท่านั้นแต่คุณชายใหญ่โม่เยี่ยนก็สามารถสังเกตุเห็นจนเขานั้นยิ้มออกมา
“ เหตุใดคุณหนูรองถึงคิดเช่นนั้นหรือขอรับ ” หวังเซียนกล่าวถามด้วยความสงสัยไม่ว่าผู้ใดก็คงไม่มีทางรู้อยู่แล้วว่านายน้อยหลิงเฉินที่เป็นหมอเทวดามีวัยเพียง 16 ปีเท่านั้น
“ ตอนนั้นพบกับเขาในจิตใต้สำนึกของตนเอง เขาเข้ามาช่วยข้าเอาไว้ เด็กหนุ่มที่มีผิวกายสีขาวใบหน้าหล่อเหลาแต่แฝงไปด้วยความสุขุมใจเย็นและสวมอาภรณ์สีดำ ”
เมื่อได้ฟังหวังเซียนก็คิดได้ทันทีไม่ผิดแน่อย่างไรเสียนั้นก็ต้องเป็นนายน้อยหลิงเฉิน เพราะว่าไม่มีเด็ก 16 ผู้ใดจะแสดงใบหน้าที่สุขุมและเย็นชาได้เท่าเขาอีกแล้ว
“ ขอรับเขานั้นแหละขอรับ ” หวังเซียนตอบกลับไปอย่างจำใจ เขารู้อยู่แล้วว่าจังหวะนี้อย่างไรเสียเขาก็ดิ้นไม่หลุดแล้ว
“ เขาคือผู้ใดหรือเจ้าคะ!!! ” โม่ฉวี่หลิงนางเอ่ยขึ้นมาด้วยความสนอกสนใจทันที
“ เขาคือนายน้อยหลิงเฉินขอรับ ”
“ นายน้อยหลิงเฉินเขาคือผู้ใดหรือขอรับท่านหวังเซียน ” โม่เยี่ยนกล่าวออกมาด้วยความสงสัย เพราะว่าคนในเมืองชิงลู่แห่งนี้มีคนน้อยนิดถ้าเป็นคนของเมืองนี้เขาก็น่าจะรู้จัก
“ เขาไม่ใช่คนเมืองนี้ขอรับ และก็น่าเสียดายที่ข้าน้อยไม่สามารถบอกเรื่องเกี่ยวกับนายน้อยหลิงเฉินได้มากกว่านี้ เมื่อถึงเวลาพวกท่านทั้งสองก็จะรู้เอง และนายน้อยหลิงเฉินก็ฝากเรื่องหนึ่งมาบอกพวกท่านเอาไว้ด้วยนะขอรับ ในยามเดือน 1 ของปีหน้าเขาจะขอยืมอาวุธประจำตระกูลโม่หนึ่งวัน ”
หลิงเฉินวางแผนเอาไว้ทั้งหมดแล้วในตอนนี้เป็นยามประมาณเดือน 8 อีกสี่เดือนก็จะขึ้นเดือนหนึ่งตอนนั้นเขาน่าจะพร้อมเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรวิญญาณระดับสีดำแล้ว
จบตอน