“ข้าล้างแผลก่อน” หมอเจียงรีบตัดหน้า อันดาล้างเครื่องมือผ่าตัดย่อยด้วยแอลกอฮอล์
“ไม่ใช้น้ำร้อนหรือ” หยวนอิงถาม
"นี่สะอาดกว่า น้ำร้อนเอาไว้เช็ดทำความสะอาดอย่างอื่น
“ท่านหมอเราต้องฉีดยาชาไม่ให้เขาเจ็บ แล้วต้องคีบเอาหัวกระสุนออกมาด้วยปากคีบอันนี้ จากนั้นค่อยปิดปากแผลด้วยอันนี้ ข้าจะทำให้ท่านดูก่อน หากหลังจากนี้มีใครเป็นอะไรท่านจะได้ทำได้!” อันดาบอก หมอเจียงนั้นไม่รู้จะโกรธดีหรือไม่เพราะเขาเป็นหมอในสนามรบมาก็มาก อาจจะนานก่อนแม่หนูนี่เกิด เรื่องแผลโดนกระสุนเขาก็ทำมามาก ทำไมต้องมาสอน
“เครื่องมือแพทย์เหล่านี้ใช้เฉพาะทางและคมมาก และยาชาต้องฉีด ก่อนฉีดต้องไล่อากาศออกให้หมด ตอนกรีดแผลต้องแม่นยำเพราะมีดคมมาก ท่านดู” อันดาทำให้เขาดูละเอียดทุกขั้นตอน แผลที่ควรจะกว้างก็ไม่กว้างเท่าที่เคย
อันดาไม่ได้สงสัยในฝีมือของหมอ เธอแค่ต้องการให้เขาเรียนรู้การใช้เครื่องมือใหม่ต่างหาก จนเมื่อเธอทำให้ดูจนจบเขาจึงเข้าใจเจตนาของเธอ
“นี่ ให้ท่าน” อันดายกกระเป๋าแพทย์เคลื่อนที่ให้เขา และอธิบายวิธีใช้และดูแลรักษา
“มีดผ่าตัดถึงจะคมมากใช้ไปนานๆ มันจะทื่อท่านต้องเอาไปหลอมทำอย่างอื่นห้ามทิ้งสุ่มสี่สุ่มห้า ถ้าอยากได้เพิ่มให้ท่านแม่ทัพมาซื้อกับข้า” เรื่องอะไรจะให้ฟรีๆ
“ขอบคุณแม่นางอันดา ขอบคุณมาก” หมอเจียงแทบร้องไห้ เพราะในนั้นมีทุกอย่างที่ช่วยให้เขาทำงานได้เร็วและง่ายขึ้น โดยเฉพาะยาแก้อักเสบ
ในยุคสมัยนี้ บางครั้งแม้จะทำแผลได้ดี แต่บางครั้งการติดเชื้ออาจทำให้เสียชีวิตหลังจากรักษาแล้ว หรือถ้ารอดแต่การฟื้นฟูใช้เวลานานมาก แต่ยาของอันดานั้นรักษาได้เร็วกว่าสมุนไพรของเขาหลายเท่านัก
"ขอข้าล้างมือก่อนนะ อ้าว"อันดาหันไปหาอ่างน้ำแต่มีคนหน้ามุ่ยถือผ้าชุบน้ำรอเช็ดมือ ถึงหน้าจะไม่สบอารมณ์แต่เขาก็เช็ดอย่างเบามือ
“ขอบคุณ” อันดายิ้มแต่อีกคนไม่ยิ้มตอบ
“….” แม่ทัพหยาง
“ท่านโกรธข้าหรือเจ้าคะ” อันดาถาม
“……” แม่ทัพหยาง
“อ้อ งั้นท่านคงทำอะไรผิด คงจะเป็นข้าที่ต้องง้อสินะ” อันดาตอบ
“ข้าง้อเอง รู้หรือไม่ว่าเจ้าไม่ควรทำ ถึงเจ้าจะเป็นหมอแต่เขาเป็นผู้ชาย แล้วตรงจุดนั้นก็ใกล้มาก” แม่ทัพหยางทนไม่ไหวขนต้องหาผ้ามาคลุมทับเหนือแผลขึ้นไป
“ก็ข้าเห็นท่านเอาผ้ามาคลุมแล้ว ท่านรู้หรือไม่ว่าข้าน่ะกว่าจะได้รับอนุญาตให้จับมีดได้ ข้าต้องผ่ามากี่ศพเพื่อเรียนรู้อวัยวะของมนุษย์น่ะ” อันดา
“เจ้าเห็นหมดเลยหรือ” แม่ทัพหยางตะลึง นี่นางมีประสบการณ์มากกว่าเขาหรือนี่ ถึงแม่จะเป็นศพก็เถอะ แม่ทัพหยางคิดเลื่อนเปื้อนไปหมด
“เห็นสิเจ้าคะ ทั้งผู้หญิงผู้ชายเด็กผู้ใหญ่ คนทุกเพศทุกวัย” อันดาตอบ
“แล้วคนเป็นเล่า” แม่ทัพกลั้นใจถาม
“จะพูดยังไงดีนะ ตอนที่พวกเขาผ่าตัดก็ไม่ได้ใส่อะไรเลยนะ แต่มีผ้าคลุมเพื่อไม่ให้พวกเขาอายแม้ว่าพวกเขาจะไม่มีสติแล้ว แต่ข้าไม่ได้ดูส่วนอื่นนอกจากจุดที่ผ่า ท่านว่าข้าเห็นหรือไม่” อันดากำลังพยายามนึกย้อนกลับไป
“ไม่ต้องคิดแล้ว ผ่านมาแล้วก็ช่างเถอะ แต่คราวหลังอย่าทำได้หรือไม่” แม่ทัพหยางถาม
“ข้าขอให้ท่านไม่ต่อสู้ได้หรือไม่” อันดาถามกลับ
“มันไม่เหมือนกัน” แม่ทัพตอบ
“ไม่เหมือนกันยังไง ท่านเป็นทหาร ท่านก็ต้องต่อสู้ ข้าเป็นหมอ ข้าก็ต้องรักษา” อันดา
“แต่เจ้ากำลังจะเป็นชายาข้า จะไปถูกเนื้อต้องตัวชายอื่นให้คนหัวเราะเยาะข้ารึ” แม่ทัพหยางถาม
“ฟึด ฟึด” อันดาเหมือนได้กลิ่นอะไร
“มีอะไร” แม่ทัพหยาง
“ท่านได้กลิ่นมั้ย” อันดาถาม
“กลิ่นอะไร” แม่ทัพหยางดมตัวเองด้วยเพราะอันดาดมรอบๆ ตัวเขา
“กลิ่นน้ำส้มน่ะ คงมีใครทำไหน้ำส้มแตกแล้ว ท่านแม่ทัพของเราจึงเปรี้ยวใจขนาดนี้” อันดายิ้มหน้าเป็น
“อันดา ข้าจริงจังนะ” แม่ทัพหยางโกรธจริงๆ ที่จริงก็เขินที่ถูกจับได้
“เอาล่ะ เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ ข้าผิดเองที่ทำให้ท่านไม่พอใจ แต่ข้ายืนยันว่าการเป็นหมอไม่ผิดอะไร และข้าจะยังรักษาคนอยู่ ท่านต้องรับให้ได้ แต่ข้าสัญญาว่าถ้าเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ีอีกข้าจะโดนตัวคนเจ็บที่เป็นชายให้น้อยที่สุด อะไรที่ให้คนอื่นทำแทนได้ข้าจะให้เขาทำดีหรือไม่เจ้าคะ พบกันคนละครึ่งทาง” อันดาต่อรอง
“เห้อ” แม่ทัพหยางถอนหายใจแล้วเดินหันหลังออกไป แต่อันดาไม่เดินตาม คิดในใจว่านี่เธอยอมลงให้แล้วนะยังจะงอนอีกเหรอ ถ้างอนมาก็จะงอนกลับแล้วนะ
“เจ้าจะไม่ง้อข้าอีกหน่อยเหรอ” เฒ่าทารกงอแง ที่แท้อยากโดนง้อ เพราะรู้ว่าตัวเองนั้นผิดจริงๆ ใจแคบเอามากๆ ด้วย เขาไม่เคยหึงอย่างนี้มาก่อน หึงขนาดที่อยากจะตัดหัวไอ้ทหารซุ่มซ่ามนั่นให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย
“โอ๋ โอ๋ ไม่งอนนะ นะ ง้อแล้ว แต่ท่านเข้าใจแล้วใช่มั้ย” อันดา
“อันดา” แม่ทัพหยางพาเธอเดินออกมาที่ริมลำธาร
“มีอะไรหรือเจ้าคะ” อันดา
“ข้าใจแคบมากเลยใช่หรือไม่ ข้าไม่เคยรู้สึกหงุดหงิดเช่นนี้มาก่อนเลย ทำให้ตัวเองเสียหน้ากับเจ้าแล้ว” แม่ทัพหยาง
“เราเติบโตมาในสังคมที่ต่างกัน ท่านเข้าใจและขอโทษข้านี่แสดงว่าท่านพยายามทำความเข้าใจและยอมให้ข้ามากเช่นกัน ข้าก็ต้องขอโทษท่านเช่นกัน ความเคยชินของข้าอาจจะทำให้ท่านโดนหัวเราเยาะเช่นกัน” อันดาหายหงุดหงิดทันทีที่เขาขอโทษ
ไม่ใช่ว่าเธอไม่หงุดหงิด แต่เป็นกติกาของเธอเอง มานึกดูแล้วก็ดีเหมือนกัน เพราะทำให้เธออดทนฟังเขาที่กำลังโมโหอยู่มากขึ้น แล้วเขาเองก็โกรธน้อยลงเมื่อเธอมีท่าอ่อนและยอมลงให้เขา
“ดูเจ้าเป็นผู้ใหญ่มากว่าข้าอีกนะ” แม่ทัพหยางยิ้มหวาน ที่จริงเขาอยากทำหน้าจริงจัง แต่ไม่รู้ทำไมเมื่อเห็นหน้าเธอแล้วเขาไม่สามารถจะหุบยิ้มได้เลย
“ท่านไม่โกรธข้าเหรอ” อันดาถาม
“ถ้าจะโกรธก็คงโกรธตัวเองที่ยังไม่ยอมเข้าใจเจ้าที่แย่ที่สุดก็คือการลงอารมณ์กับเจ้า” แม่ทัพหยางบอกตามที่รู้สึกจริงๆ
“แต่ข้าดีใจนะ” อันดา
“ดีใจอะไร” แม่ทัพหยาง
“ก็ดีใจที่ท่านหึงอย่างไรล่ะ” อันดา
“ถ้าอย่างนั้นข้าจะหึงบ่อยๆ ดีหรือไม่” แม่ทัพหยาง
“ท่านก็เลือกเอานะ ถ้าท่านต้องหึงบ่อยๆ ก็แสดงว่ามีผู้ชายมาเกาะแกะข้านะ” อันดาเตือนสติ ตาลุงนี่คลั่งรักไม่ไหว
“นั่นสิ คอยดูนะ ใครมาทำรุ่มร่ามกับเจ้าข้าจะริบของกลางพวกมันให้หมดเลย” แม่ทัพหยางใช้ศัพท์แทนสิ่งนั้นว่าของกลางตามอันดาไปแล้ว
“จ้า พ่อคุณ กลัวแล้ว ท่านนี่มีความรักแล้ววัยกลับหรือเปล่านะ” อันดาถาม
“ข้าเพิ่งยี่สิบสามเอง ไม่เคยมีวัยเด็กกับเขา อยู่แต่ในสนามรบ ฟาดฟันศัตรูตั้งแต่สิบหนาว แถมคนส่งข้ามาที่นี่คือแม่แท้ๆ ของตัวเอง ดังนั้นขอให้ข้าได้เป็นเด็กบ้างเจ้าจะว่าอะไรไหม” แม่ทัพหยางถาม
“ได้สิ อยู่กับข้าท่านงอแงได้บ้างตามสมควรเพราะข้าอยากมีคนรัก มีสามีไม่ใช่ลูก” อันดาหัวเราะ
"ข้าล้อเล่นน่ะ อยู่กับเจ้าหัวใจของข้าเบิกบานเหมือนเด็กๆ ที่ผ่านคืนหนาวที่แสนจะทรมานที่เห็นแสงอาทิตย์ที่เจิดจ้าและอบอุ่น แค่นั้นข้าก็สุขใจแล้ว แต่การได้ดูแลเจ้าเป็นสิ่งที่ข้าอยากทำมากกว่า
____________________________
แม่ทัพคะ ท่านจะริบของกลางคนที่เข้ามาใกล้น้องทุกคนไม่ได้