อิดออดพักใหญ่จึงค่อย ๆ ลุกนั่งท่าทางอิดโรยหลิวเสียะผลุนผลันลุกยืนปัดเนื้อตัวเปื้อนดินออกก่อนจะกระตุกเชือกเตือนอีกฝ่ายให้ลุกตาม
“ลุกขึ้นได้แล้วข้าว่าตอนนี้เรามาหาวิธีว่าทำอย่างไรให้เอาเชือกที่ผูกข้ากับเ้าออกก่อนแล้วค่อยคิดทำอย่างอื่น”นางเอ่ยเสียงเบาขณะก้มตัวพยุงร่างสูงใหญ่
“ทำอย่างอื่น?” หยางซุนหยางทวนคำประกายตาวิบวับจับจ้อง“แล้วเ้าคิดจะทำสิ่งใดกับข้างั้นรึ”
“เ้าคนจร! นี่มิใช่เวลาเล่น”
“ข้าชอบเวลาเห็นเ้าหงุดหงิด” ว่าพลางเอื้อมมือมาคว้าสองมือเล็กของคุณชายหน้าหวานมากุมไว้จนนางถึงกับผงะแต่อีกฝ่ายกลับยื้อไม่ปล่อย
“เอ๊ะ!” เ้าปล่อยข้า ไม่อายฟ้าให้อายดินบ้าง”
นางชักมือออกแต่ไม่พ้นสองคนยื้อกันไปมาเพียงครู่นางถึงกับเบิกตากว้างเมื่อรู้สึกถึงแรงกระชากที่ข้อมือพริบตาเดียวเชือกที่รัดแน่นก็คลายตัวออกจนรู้สึกเืสูบฉีดถึงปลายนิ้ว
“นี่เ้า! เ้าทำ...”
“เ้า เ้า เ้าอันใดกัน... คุณชายน้อยของข้า” หยางซุนหยางขยิบตาพลันก้มกระซิบข้างหู “เ้าต้องแกล้งทำโวยวายถ่วงเวลาข้าจะตัดเชือกที่มือข้าสักครู่”
หลิวเสียะพยักหน้ารับคำอกใจเต้นระทึกรีบหันหลังให้สมุนทั้งสามบังมิให้เห็นว่าอีกฝ่ายกำลังใช้มีดสั้นของนางตัดเชือกด้วยความเร่งรีบปากก็โวยวายไปด้วย
“ข้าไม่ใช่คุณชายน้อยของเ้า! ช่างน่ารำคาญนัก”
“เ้าอย่าเร่งข้านัก ข้ากำลังป่วยอยู่เ้าก็เห็น”
“ก็พี่ชายทั้งสามรออยู่” นางแสร้งหันไปมองแล้วเสียงอ่อย“รอพี่ชายข้าหายเวียนหัวสักครู่นะพี่ชายใจดีทั้งสาม”
“ดีมาก ใกล้แล้ว”
ครู่หนึ่งก็ขยิบตาให้อีกครั้งเป็อันรู้กันแต่สมุนหนึ่งในสามที่ต้องพาทั้งสองไปขังความอดทนขาดผึงเมื่อได้ยินเสียงจากด้านในคล้ายมีคนต่อสู้กันจึงละล้าละลังแล้วพาลตวาดใส่
“ไปได้รึยัง!พวกเ้าจะรำพึงรำพันนานเกินไปแล้ว”
“ได้ ๆ ไปได้แล้วขอรับพี่ชาย” อดีตขุนนางหนุ่มค้อมตัวรับคำสีหน้าลนลาน
สองนายบ่าวจับมือพยุงกันด้วยท่าทางทุลักทุเลจนสมุนทั้งสามเกิดความรำคาญมากขึ้นกว่าเดิมโดยไม่รู้เลยว่าเชือกที่มัดทั้งสองได้คลายลงแล้ว
ชายร่างใหญ่สุดเอ่ยบอกอีกสองคนที่เหลือด้วยน้ำเสียงขุ่น
“รำคาญแล้วเว้ย! พวกเ้าพามันสองคนไปก่อนข้าได้ยินเสียงเอะอะด้านในจะไปดูทีรึว่าเกิดเื่อันใดหรือไม่”
“ถ้าเช่นนั้นข้ากับพี่กลางค่อยตามไป” ชายหน้าเสี้ยมร่างเล็กสุดพยักเพยิดตาม
เพียงคล้อยหลังพี่ใหญ่สองสมุนก็จัดการตามคำสั่งทันทียังไม่ทันก้าวไปได้สักกี่ก้าว เสียงเอะอะก็ดังขึ้นจากในบ้านตามมาด้วยไฟลุกโชนภายในจนน่ากลัวร่างท้วมบึกบึนของพี่ใหญ่ลอยละลิ่วออกมากระแทกพื้นเืโซมกาย
“เราถูกทลายแล้ว... พวกเ้า... หนีไป! ”
เอ่ยได้แค่นั้นคนเป็พี่ใหญ่ก็ขาดใจตายต่อหน้าสมุนทั้งสองตะลึงตาค้างมองหน้ากันเลิ่กลั่กก่อนที่คนตัวเล็กสุดจะตั้งสติได้ก่อนะโเรียกร่างไร้ิญญาตรงหน้า
“พี่ใหญ่! ใครทำพี่ข้าจะไปเอาเื่พวกมัน”
“เ้าเข้าไปไม่ได้! พี่ใหญ่ตายแล้วข้าว่าท่าทางไม่ดีหนีกันก่อนมิเช่นนั้นอาจจะตายหมู่เ้าไม่ได้ยินเสียงต่อสู้กันด้านในรึพวกมันมีกำลังคนเยอะกว่าเราแน่ๆ”
“แต่ข้าจะไปแก้แค้นมัน...”
“เ้ามีปัญญารึ ข้าว่าป่านนี้นายท่านอาจจะ...”
“หรวนตี้เกรียงไกรมิมีวันแตกสลาย”
คนเป็พี่หน้าซีดเมื่อได้ยินคนน้องกล่าวได้แต่กระชากเสียงใส่ให้ได้คิด “นั่นมันแต่ก่อนตอนยังไม่โดนฮั่วชีปิ้งตีพ่ายเ้าลืมแล้วรึว่าพวกเราต้องซ่อนตัวตามตะเข็บชายแดนเพื่อสิ่งใด”
“ข้าหาได้ลืมไม่ แต่เรา...”
“ไปก่อน เราต้องหนี” คนเป็พี่เสียงกร้าวลืมสิ้นเชลยทั้งสองพากันวิ่งหนีหายไปในความมืด
หยางซุนหยางฟังคำแล้วถึงกับตาโตนึกไว้ไม่ผิดว่าที่นี่คือสาขาที่ปิดเร้นของหรวนตี้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็ประมุขใหญ่สุดของพวกซงหนูอดีตขุนนางหนุ่มครุ่นคิดอยากหาทางเล็ดลอดเข้าไปดูสถานการณ์ภายในจึงรีบแก้เชือกออกจากมือตนและอีกฝ่ายโดยไม่ต้องอำพรางอีก
คุณชายน้อยเพ่งมอง ทว่าเขารู้ตัวจึงระมัดระวังมากขึ้นพลันคนหน้าบากก็วิ่งกระเซอะกระเซิงประคองชายชราร่างสูงใหญ่อีกคนออกมาร่างนั้นโดนฟันอาบเืเปรอะไปทั้งสองมือและเนื้อตัวเต็มไปด้วยแผลฉกรรจ์
ในมือข้างหนึ่งของมันมีดาบของเขาที่หยวนเฉินให้ไว้แทนตัว...
หยางซุนหยางกัดฟันกรอด ดาบของเขาเมื่ออยู่ในมือไม่ว่าชิ้นไหนไม่เคยประหัตปะาผู้ใดโดยไร้เหตุผลโดยเฉพาะกับคนที่ได้ชื่อว่าเป็ทหารของฮ่องเต้เช่นในอดีตที่เขาเคยเป็
ร่างสูงใหญ่ก้มหยิบอาวุธใกล้ตัวแล้วกระชับดาบปลายโง้งที่หยิบฉวยจากชายร่างใหญ่ที่นอนตายตรงเข้าขวางร่างโชกเืทั้งสองบุรุษผู้นั้นผลักอีกคนไปไว้ด้านหลังยืนจังก้าประชัน
“ถอยไป! ถ้าไม่อยากตาย”
“เหตุใดข้าต้องถอย พวกเ้าจะไปได้ก็ต่อเมื่อข้ามศพข้าไป”
“ข้าเตือนพวกเ้าแล้ว อย่าหาว่าข้าใจร้าย”
จบคำคนหน้าบากก็ประคองชายชราไว้ข้างหนึ่งอีกข้างกำดาบรับมืออดีตขุนนางหนุ่มที่พุ่งตรงเข้ามา แต่ถึงกระนั้นก็ยังทุลักทุเล สุดท้ายเสียหลักเพราะคนถูกประคองทรุดฮวบลงต่อไปหน้าทำให้ไม่ทันตั้งตัวบุรุษหน้าบากผู้เคลื่อนไหวเบาราวไร้เงาถึงกับชะงักเมื่อพลาดท่าถูกหยางซุนหยางแทงเฉียดสีข้างจนเืพุ่ง
“พวกเ้ายอมแพ้เถอะ มอบตัวกับทางการเสีย ข้าไม่ได้อยากฆ่าเ้า”
“ถุย! ฆ่าข้ารึเ้าลูกหมา”เยี่ยหลงไม่ฟังถุยน้ำเืกระอักลงพื้นหัวเราะลั่นไม่หวั่นเกรงก่อนเอ่ย“ข้าต่างหากที่ควรพูดคำนี้กับพวกเ้า”
“อาหลง! เ้าปล่อยข้าเอาไว้ที่นี่พวกมัน้าตัวข้ามิใช่เ้า”
“แต่ข้าทิ้งท่านไว้ที่นี่มิได้”
“เ้ากล้าขัดคำสั่งรึ ไปทางใต้ที่นั่นมีพวกเราอยู่เขาจะช่วยเ้าได้”
“แต่ว่าข้าไม่มีวันทิ้งท่าน...”
“ถ้าเช่นนั้นข้าจะทิ้งเ้าเอง...”
โดยไม่ทันตั้งตัวร่างที่ใกล้หมดลมฮึดเฮือกสุดท้ายคว้าดาบสั้นในมือหลิวเสียะที่มัวเหม่อตวัดฉับเข้าที่ลำคอตัวเองจนเืกระเซ็นเต็มหน้าคุณชายน้อยทันที
“ไป! ไป!”สั่งเสียได้เพียงเท่านั้นร่างของชายชราก็ชักกระตุกดวงตาเหลือกลานก่อนจะแน่นิ่งไปในที่สุด
“ท่านพ่อ! อย่าทิ้งข้า!”
คนเป็ลูกกอดร่างไร้ิญญาร้องโหยหวนครู่หนึ่งก็ได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆจำนวนมากดังใกล้เข้ามาเขาจ้องร่างไร้ลมหายใจสลับกับสองนายบ่าวที่ขัดขวางการหลบหนีด้วยแววตาอาฆาต
“ข้าเยี่ยหลง...พวกเ้าจำชื่อข้าไว้สักวันข้าจะมาเอาคืน”
ร่างโชกเืกัดฟันเอ่ยก่อนจะผลุบหายไปในความมืด...
หยางซุนหยางสะดุดกับดวงตาอาฆาตพานบังเกิดความเครียดยิ่งหันกลับไปมองดวงหน้าคุณชายน้อยที่ยังคงตะลึงงันเพราะเฒ่าชราผู้นั้นปาดคอตัวเองตายต่อหน้านางถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงคุกเข่าเอื้อมมือสั่นระริกดึงมีดออกจากมือชายชราด้วยความกล้าๆ กลัว ๆ
มีดประจำตัวของนางที่บิดาให้ไว้พกป้องกันตัวมันมิได้มีไว้สังหารผู้ใด แต่บัดนี้กลับอาบไปด้วยเืของหนึ่งชีวิตที่ดับสูญ
บิดาที่ไร้บุตรปิดตายามสิ้น...
“อย่าคิดมากไม่ว่าใครก็หนีความตายไม่ได้” เอ่ยพลางตบไหล่นางเบาๆ
“แต่เขาก็ไม่ควรตายด้วยมีดของข้า” หลิวเสียะเอ่ยพลางปาดน้ำตา “มีดสั้นที่ท่านพ่อให้ข้าเพียงไว้ป้องกันตัวมิใช่ฆ่าฟันผู้ใด”
“หากเ้าคิดจะเผชิญโลกกว้างเ้าหลีกเลี่ยงมันไม่ได้หรอก”
“แต่หากเราทำเป็ไม่เห็นพวกเขาอาจรอด” นางเอ่ยเสียงแ่ทั้งที่รู้ว่าเป็ไปไม่ได้ “ข้าเ็ปที่เห็นแววตาของชายผู้นั้น”
“เขาเลือกที่จะจบชีวิตเพื่อให้บุตรของเขามีชีวิต”
“ข้าก็รู้”นางพึมพำเบา ๆ รู้ทั้งรู้ว่ายังอ่อนแอเกินกว่าจะเผชิญโลกกว้างดังนั้นการมีหยางซุนหยางอยู่ด้วยทำให้นางอุ่นใจและคิดว่าคงดีไม่น้อยหากจะมีบุรุษผู้นี้นำขบวนสินค้าให้
ทันใดอดีตขุนนางหนุ่มก็หยิบดาบผุดลุกยืนหันไปด้านหลังระวังเต็มที่เมื่อเสียงฝีเท้าจำนวนมากพุ่งปราดเข้ามาปรากฏร่างล่ำสันหนึ่งแหวกวงล้อมเข้ามา
อดีตขุนนางหนุ่มถึงกับตะลึงเมื่ออีกฝ่ายเอ่ยทักน้ำเสียงทรงพลังนั้นแสดงออกถึงความประหลาดใจ
“เป็เ้าที่ฆ่าเยี่ยซือหรอกรึ...อาหยาง”
“ท่านแม่ทัพ!”