"!!!อืออ่า" เสียงแสนรัญจวนใจดังอื้ออึงมาจากภายในม่านมุ้ง ซุนนานในร่างทารกน้อย วันนี้มันนับว่าได้รับความทรมานทางจิตใจไม่น้อย บิดามันกลับมาวันแรกเมื่อย่ำค่ำก็เล่นหนังสดทำรักแม่ใหญ่มันส่งเสียงควรคร่างแสนรัญจวนใจ โดยที่ทั้งสองไม่คิดเลยว่า ณ ตรงนี้ภายในห้องหับมีอีกหนึ่งบุรุษอยู่ด้วย แม้มันจะอยู่ในร่างทารกน้อยก็ตาม
ตัวมันอดกรดด่าและบ่นมิได้ เหตุผลก็เพราะตลอดหลายเดือนที่ผ่านมานี้ นับั้แ่มันตื่นขึ้นและจำความได้ มันพบว่าปกติตัวมันจะหลับนอนโดยมีเหล่าสตรีนางรับใช้อยู่ใกล้ตัว ผลัดเปลี่ยนกันมาดูแลมันตลอด หากมันส่งเสียงร้องจะมีหญิงสตรีมาดูแลมันทันที มันไม่เคยนอนร่วมห้องกับเหล่ามารดาคนใดทั้งสิ้น
ตอนแรกมันก็ไม่รู้สาเหตุ หากแต่วันนี้หลังจากบิดามันกลับบ้าน มันจึงพอเดาได้บ้าง นั่นเพราะในห้องหลับนอนของตัวมันนั้นมักจะมีกลิ่นฉุนของหยุกยาคละคลุ้งอยู่ตลอด มันจึงเดาว่ากลิ่นยาเหล่านี้คงเป็กลิ่นยาจากการรักษาอาการสูญเสีย [แก่นกำเนิด] ของตัวมันแม้จะไม่ใช่หากแต่อย่างน้อยก็รักษาความเ็ปทรมานของตัวมันเป็แน่ เพราะเมื่อมันได้รู้ว่าตัวเองอายุ 6 เดือน ทั้งๆ ที่ตัวมันรู้สึกตัวและตื่นขึ้น มันนับเวลาได้แค่ 3 เดือน มันคาดเดาว่า 3 เดือนที่หายไปที่มันไม่รู้สึกตัวนั้นอาจจะอยู่ใน่การรักษา แก้อาการเ็ปทรมานของตัวมัน ทำให้ตัวมันใน่เวลานั้นหลับอยู่ตลอด
เพราะมันจำความได้ว่า เมื่อมันรู้สึกตัวครั้งแรกในโลกใบนี้มันรู้สึกเ็ปเหลือเกินบริเวณท้องน้อย สาเหตุนี้น่าจะเป็เพราะความเ็ปนั้นคงเกิดจากการสูญเสียแก่นกกำเนิดของมันเป็แน่ ซึ่ง ณ ตอนนี้ตัวมันก็ไม่รู้ว่าสิ่งนี้คืออะไร หากแต่มันแลดูสำคัญกับผู้คนในดินแดนแห่งนี้เป็อย่างมาก
หากแต่ ณ ตอนนี้สิ่งที่มันเ็ปที่สุด คือวันแรกที่มันจะได้นอนเรือนเดียวกับแม่ใหญ่ที่แสนงดงามของตัวมันบิดาของมันดันกลับมากระทำการเื่ลามกของหญิงชายเช่นนี้ ทั้งๆ ที่เตียงนุ่มๆ นั้นควรเป็ของตัวมันที่ควรได้นอนโอบกอดแอบอิงเต้าอกอุ่นๆ ของมารดา หากแต่วันนี้บิดามันได้แย่งชิงไปเสียแล้ว หนำซ้ำเมื่อพามันเข้ามานอนด้วย เพียงมันแกล้งหลับได้ครู่เดียว บิดามันก็อุ้มมันออกจากเตียงอุ่นไปไว้ในเปลเด็กน้อยทารกในทันที
แน่นอนว่าซุนนานตัวมันมิอยากเห็นภาพบิดาของมันชำเราแม่ใหญ่ของมันเช่นไรหรอก หากแต่มันก็แอบโกรธเคืองเล็กๆ ที่บิดามันมาแย่งเตียงอุ่นและเต้าอกของแม่ใหญ่ไปเป็เ้าของเพียงผู้เดียวก็เพียงเท่านั้น ความปรารถนาในใจเล็กๆ ของซุนนานบุรุษข้ามมิติก็มีเพียงเท่านี้ บุรุษโสดผู้ไม่เคยผ่านสตรีเช่นมันใจจริงดุจมุสิกที่ขลาดกลัว ความสุขเล็กๆ ของมันต่อสตรีเพศนั้นก็มีเพียงแค่หวังหากำไรเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น
ณ ตอนนี้ทามกลางเสียงอื้ออึงรัญจวนใจของมารดามันที่คร่างเสียงหืดหอบเป็ระยะๆ เบาๆ ทารกน้อยซุนนานก็ได้แต่เหม่อมองฝ้าเพดานโบราณที่สร้างโดยไม้ขัด และเหล่าไม้ประดับ้าที่ทำหน้าที่เหมือนฝ้าเพดาน พร้อมคิดในใจถึงการใช้ชีวิตในโลกใบนี้ของมันต่อไปที่ชักจะไม่ง่ายอย่างที่ตัวมันคิด
'ดูเหมือนตัวข้าจะใช้ชีวิตทำเล่นสนุกอย่างเมื่อก่อนไม่ได้แล้ว ดูเหมือนสิ่งที่เรียกว่า [แก่นกำเนิด] นั้นจะเป็สิ่งสำคัญยิ่งของผู้คนในโลกใบนี้ไม่น้อย โลกก่อนของเราไม่มีสิ่งนี้ด้วยสิ ตัวเราที่เกิดมาและไม่มีมัน ได้ยินแม่ใหญ่สอบถามบิดาถึงอาการของตัวเรา คำตอบของบิดาทำให้ตัวเราถึงกับรู้สึกแบบโศกเศร้าอยู่ไม่น้อย อายุของเราถูกจำกัดเพียง 20 - 30 ปีเป็อย่างมากเท่านั้นหากไม่มีวิธีรักษาแก่นกำเนิด นอกจากนั้นอย่างเลวร้ายอาจจะตายั้แ่ยังเด็กก็ได้ และทั่วหล้านี้ก็ดูเหมือนจะไม่มีใครรักษาได้ ตัวเราที่ตอนแรกคิดว่าเมื่ออยู่ที่นี่ ได้เกิดใหม่ในอีกมิติหนึ่งตัวเราจะเป็เหมือนตัวละครเอกผู้นำแห่งยุคสมัยเป็จอมยุทธ์ะเืฟ้าดิน ดูเหมือนมันจะไม่เป็จริงซะแล้ว แม่ใหญ่พูดราวกับว่าเรานั้นเป็คนพิการ นอกจากนั้นจากการที่เหล่าแม่เล็ก แม่ใหญ่พูดคุยกับบิดา พวกเขาบอกว่าเราไม่สามารถฝึกพลังปราณได้ สิ่งนี้ทำให้ตัวเราไม่ต่างกับคนธรรมดาแม้แต่น้อย นี่มันเป็เื่ใหญ่เกินไป'
ซุนนานทารกน้อยเกาหัวพร้อมเอาขาไขว้กัน นอนกระดิกเท้าราวกับเป็ผู้ใหญ่ในเปลเล็กๆ ของมัน ตัวมันพยายามใช้สมองขบคิดอย่างหนักเพื่อจะเอาตัวรอดในดินแดนนี้ นิสัยแท้จริงของตัวมันหาใช่คนรักตัวกลัวตาย หากแต่คาดว่าคนผ่านมาสองชีวิตเช่นตัวมัน ก็คงพอทำใจเื่นี้ได้ในระดับหนึ่ง
ไม่ช้าตัวมันซุนนาน ตัวมันพลันคิดถึงหญิงชราที่เลี้ยงดูมันยามเด็กน้อยในโลกมิติเก่าก่อน ความยากจนทำให้ทั้งสองอดมื้อกินมื้อ อาหารการกินไม่ได้ดิบดี แต่มันก็มีความสุข บางครั้งมันนั่งนวดแขนนวดขาใหญ่หญิงชราผู้ที่มันรักดุจมารดาแท้ๆ ของตัวมัน ทำให้มันน้ำตาซึมไม่น้อยยามนึกถึงนาง หากแต่ชีวิตนี้ แม้มันจะไม่ได้มีบิดามารดาแท้ๆ เช่นเดิม หากแต่มันกลับมีบิดา และมารดาผู้งดงามมากมายที่รักมัน แค่มันคิดถึงตรงนี้ ซุนนานตัวมันก็นับว่าตัวเองได้ใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่าและมีความสุขไม่น้อยแล้ว
ตัวมันชอบความรู้สึกของการมีครอบครัวที่อบอุ่นเช่นนี้เหลือเกิน มันปรารถนาจะถนอมความรู้สึกเช่นนี้ไปนานแสนนาน แต่ยามเมื่อมันนึกว่าเวลาของมันมีเพียงแค่ 20 - 30 ปีเป็อย่างดีที่สุด ตัวมันก็ยังแอบรู้สึกเ็ปไม่น้อย
มันถามตัวเอง 'ข้าจะใช้ชีวิตในโลกนี้อย่างไรดี' ในหัวมันมีคำตอบมากมายปรากฏขึ้น บางคำตอบก็ต่ำทราม บางคำตอบก็ดูเหมือนจะเป็จริงไม่ได้ แต่สุดท้ายมันก็เลือกที่จะลองต่อสู้กับชะตาชีวิตแบบนี้ให้ถึงที่สุดสักครั้งดู อย่างน้อยๆ ตัวมันก็ได้ต่อสู้อย่างเต็มที่ 'ไหนๆ ข้าก็เป็คนสองภพ หรืออาจจะเรียกเป็คนทะลุมิติก็ตาม อย่างน้อยๆ ข้าก็มีข้อได้เปรียบอยู่ ส่วนแก่นกำเนิดที่เสียไป แม้คนอื่นรักษาไม่ได้ หากแต่มันหาใช่ว่าไม่มีทาง ข้าอาจจะค้นพบวิธีก็ได้หาพยายามอย่างเต็มที่ สิ่งแรกสุดก็คือตัวข้าต้องพยายามทำความรู้จักกับโลกใบนี้ให้ได้มากที่สุดเสียก่อน ส่วนเื่การหากำไรกับบรรดามารดาผู้งดงามทั้งหลาย คงต้องให้เป็เื่ของวาสนาเล็กๆ น้อยไป ตัวเราจะมาสนใจเื่พวกนี้ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว'
'นอกจากนั้นตัวข้ายังต้องใช้ชีวิตให้ดี จะได้ไม่เสียใจเช่นตอนสูญเสียมารดาผู้ชราของข้าไป ข้าจะใช้ชีวิตนี้ให้ดีที่สุด จะถนอมกลิ่นอายอุ่นของครอบครัวตระกูลซุนเช่นนี้ไปตลอดชีวิต ต่อให้แม้ข้าจะตายตอนอายุ 20 ตัวข้าก็จะไม่เสียใจเลยแม้แต่น้อย'
ซุนนานบุรุษผู้ข้ามมิติ จากที่เมื่อก่อนมันเคยคิดว่าจะใช้ชีวิตนี้อย่างง่ายดายและมีความสุขสำราญทุกวี่วัน แต่ตอนนี้ตัวมันเมื่อพบว่าสิ่งต่างๆ ไม่อาจจะเป็ดังใจคิด ตัวมันจึงคิดได้แต่ว่าจะพยายามให้ถึงที่สุดก่อน โดยในเื่หาความสำราญนั้น ตอนนี้มันพร้อมตัดทิ้งไป จะไม่หมกมุ่นในเื่พวกนี้อีก มันจะพยายามทุกทางรีบใฝ่หาความรู้ หาโอกาสให้ตัวเองมีชีวิตสืบไปแม้เพิ่มได้อีกเพียงหนึ่งวันก็ยังดี
หากแต่ในระหว่างนี้ ตัวมันก็จะดูแล ตอบแทนและกตัญญูต่อเหล่าบิดามารดาทั้งหลายของตัวมันให้ถึงที่สุดเช่นกัน ยามเมื่อมันจากไป มันจะได้ไม่รู้สึกผิดเช่นเมื่อครั้งที่มันมีมารดาผู้ชรา ผู้ด่วนจากมันไปก่อนเวลาอันควร
ไม่ช้าซุนนานในร่างทารกน้อยก็ค่อยๆ ปิดตาหลับใหลลงไป
...
--- และแล้วเวลาของซุนนานทารกน้อยก็ค่อยๆ ก้าวผ่านไปอย่างรวดเร็ว ตัวมันได้เรียนรู้ทำความเข้าใจกับโลกใบนี้มากขึ้น และได้เป็ที่รักของเหล่าบิดามารดาทั้งหลายของตัวมัน มันถึงกับได้ฉายยาว่าอัจฉริยะน้อยแห่งตระกูลซุน ---
เมื่ออายุ 9 เดือน ซุนนานทารกน้อยก็ได้สร้างความตื่นตะลึงไปทั่วตำหนักท่านแม่ทัพตระกูลซุน นอกจากจากทารกน้อยจะพูดได้แล้ว ทารกน้อยซุนนานยังอ่านหนังสืออักษรต่างๆ ออกอีกด้วย คาดว่าความจริงนี้คงจะไม่มีใครรู้ ซุนนานน้อยนั้นเป็ผู้ข้ามมิติ นอกจากนั้นอักษรของบ้านเมืองนี้ยังเหมือนอักษรโบราณบ้านเกิดของตัวมันที่ตัวมันเคยศึกษาเล่นๆ มาก่อน มันจึงอ่านออกและเข้าใจอักษรนี้ได้โดยง่ายๆ แม้จะมีอักษรหลายตัวที่ตัวมันไม่เข้าใจ แต่ด้วยความที่ตัวมันเป็คนที่มีความทรงจำดี มันถามแม่สองของมันซุนอีเหยียนเพียงครั้งมันก็จดจำอักษรเ่าั้ได้ นับว่าการจดจำอักษรต่างๆ ของมันช่างเป็เื่ง่ายดายเหลือเกิน
อายุครบ 1 ขวบ ตัวมันก็ได้รู้จักแม่สองซุนอีเหยียนของมันมากขึ้น นอกจากนั้นยังได้เรียนรู้เื่ต่างๆ ในโลกใบนี้อีกมากมายอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเื่อักษร ่เวลาที่ไหลผ่านมาซุนนานตัวน้อยหลังจากที่ทุกๆ คนรู้ว่าตัวมันพูดและอ่านเขียนได้ โดยเฉพาะแม่สองดูจะเป็คนที่มีความสุขเป็ที่สุด เพราะในตระกูลนั้นนางเป็ผู้ชำนาญในด้าน [ศาสตร์อักษริญญา] ซึ่งเป็ศาสตร์ลึกลับที่น่าสนใจของดินแดนนี้
และซุนนานน้อยก็ได้เรียนรู้เื่ราวของอักษรที่แสนจะไม่ธรรมดาของโลกใบนี้ได้อย่างรวดเร็ว ตัวอักษรนั้นมีความสำคัญอย่างน่าประหลาดใจจนถึงขั้นที่มีอาชีพ [นักอักษร] ซึ่งถือเป็หนึ่งในสี่อาชีพมีเกียรติของโลกใบนี้ นั่นเพราะตัวอักษรในโลกใบนี้มิใช่แค่ใช้เพียงเขียนอ่านเพื่อสื่อสารธรรมดาเท่านั้น หากแต่มันสามารถดึงพลังธรรมชาติอันลึกลับมาใช้ได้อีกด้วย
หากจะเรียกว่าผู้เป็ [นักอักษร] นั้นคือผู้เขียนยันนั้นก็มิผิด หากแต่มันก็มิถูก เพราะนักอักษรนั้นมิใช่ผู้เขียนยันบนกระดาษสีเหลืองแบบในละครหรือนิยายในโลกเก่าของตัวมันซุนนานได้รู้และเข้าใจ หากแต่นักอักษรนั้นมักจะเขียนผ่านแผ่นหนัง ศิลาแข็ง แผ่นไม้มงคล พร้อมกับมีศาสตร์เฉพาะที่ไม่อาจจะศึกษาได้โดยง่าย
อักษรเหล่านี้ก็มิได้ธรรมดา มันมีความสามารถแปลกประหลาดอยู่มากทีเดียว อย่างเช่นทำให้ห้องเย็น ทำให้เรือนแช่น้ำเป็น้ำร้อนน้ำอุ่น พวกนี้ต่างเกิดจากพลังของ [นักอักษร] ผ่านการเขียนจารึกอักษริญญาลงไป หากแต่การเป็นักอักษรนั้นก็มิใช่ง่ายๆ นักอักษรมีหลายระดับมากมาย
เบื้องต้นคือ [รู้อักษร] ถัดจากนั้นก็มี [ใช้อักษร] [เข้าใจอักษร] เมื่อผ่านสามระดับนี้ ระดับถัดไปจึงเป็ชื่อเรียกให้เกียรติในระดับต่างๆ เริ่มั้แ่ [นักอักษริญญา] [อาจารย์อักษร] [ท่านอาจารย์อักษร] ซึ่งในโลกใบนี้ว่ากันว่ามีระดับสูงสุดมีเพียงแค่อาจารย์อักษร ไม่มีสูงกว่านี้อีก
ส่วนในระดับถัดๆ ไปนั้นมีชื่อเรียกว่า [ปรมาจารย์อักษร] [มหาปรมาจารย์อักษร] [เทพอักษร] [มหาเทพอักษร] ส่วนต่างๆ ที่เกินมานี้ ซุนนานเด็กน้อยวัยหนึ่งขวบได้ถามแม่สองซุนอีเหยียนของตนว่า ได้ชื่อเรียกพวกนี้มาจากที่ใด
แม่สองซุนอีเหยียนนางก็ให้คำตอบว่า "ความรู้ด้านอักษรของพวกเรานั้นสืบทอดมาจากอริยะธรรมา มันมีเื่ราวเหล่านี้สลักอยู่ในสิ่งที่เรียกว่า [แผ่นจาลึกอักษร] ภายในแผ่นจาลึกอักษรนั้นมีความรู้ต่างๆ แฝงอยู่มากมาย หากแต่ผู้ที่จะทำความเข้าใจมันได้อย่างลึกซึ้งมีเพียงคนสองประเภทหนึ่งคือนักอักษร สองคือผู้มีวาสนา"
หลังจากซุนนานได้ยินถึงคำว่าผู้มีวาสนา มันจึงได้ถามแม่สองซุนอีเหยียนของมันต่อไปอีกมากมาย โดยที่แม่สองซุนอีเหยียนนั้นไม่มีทีท่าไม่พอใจแม้แต่น้อย มีแต่ยิ่งรักใคร่ชอบใจพอในตัวมันที่รักซึ่งการเรียนรู้ จนถึงบางครั้งถึงกับอุ้มมันมานั่งตักหอมแก้มฝอดใหญ่พร้อมป้อนผลไม้หวานให้มันกินไปสอนไปเลยทีเดียว
แม้เ้าซุนนานในร่างเด็กน้อยจะพยายามหักห้ามใจตัวมันว่าจะไม่คิดมาก จะไม่หากำไรจากเหล่าเรือนกายสตรีของมารดาทั้งหลายของตัวมัน แต่เมื่อแม่สองซุนอีเหยียนชอบมากอดมาหอมมันเช่นนี้ แถมมีเต้าอกนุ่มนิ่มของนางก็พลันชนหลังชนหัวมันอยู่บ่อยครั้ง ทำให้ตัวมันก็แอบเสียสมาธิไปไม่น้อยเวลาเรียน บางครั้งมันกับหน้าแดงอย่างไม่มีสาเหตุ จนถึงขนาดที่แม่สองซุนอีเหยียนต้องเอ่ยปากถามมัน
หากแต่มันจะตอบมารดาของมันได้อย่างไรเล่าว่าเป็เพราะเต้าอกนุ่มนิ่มของนางที่มาแนบชิดทำให้ตัวมันเขินอายจนเป็เช่นนี้ มันได้แต่อ้างว่าอากาศในห้องช่างร้อนอบอ้าว เพื่อเอาตัวรอด
และแล้ววันเวลาที่มันได้ใช้เรียนอักษรกับท่านแม่สองซุนอีเหยียนของตัวมัน ก็ทำให้ตัวมันได้รู้จักนิสัยใจคอของท่านแม่สองซุนอีเหยียนผู้นี้ของมันมากยิ่งขึ้น ปกติแล้วนางนั้นมิใช่คนพูดมาก เป็ดังศิลาประติมากรรมน้ำแข็งมากกว่า แต่พอตัวของซุนนานมันได้สนิทกับนางมากขึ้น มันจึงได้รู้ว่าแม่สองนั้นช่างเป็สตรีที่งดงามและจิตใจดียิ่งนัก
ข้อเสียของนางเพียงแต่เป็คนพูดน้อยไปเสียหน่อย พร้อมมีใบหน้านิ่งเรียบเชยราวกับไม่ไยดีต่อสิ่งใด หากแต่ตัวจริงของนาง นางเป็สตรีที่ช่างคิดเผื่อแผ่ผู้อื่นยิ่งนัก งานละเอียดอ่อนต่างๆ นางทำได้ดียิ่ง ทั้งงานเย็บปักใดๆ ก็ล้วนเป็เลิศ หากแต่นางไม่มีความคิดแก่งแย่งชิ่งดีชิ่งเด่นกับใครๆ ในบ้าน พร้อมทั้งไม่เรียกร้องความรักใดๆ จากบิดามันแม้แต่น้อย จะมาหาก็ช่าง ไม่มาหาก็ไม่เป็ไร หากแต่การดูแลของนางต่อบิดาของตัวซุนนานนับว่าไม่เคยขาดตกแม้แต่น้อย นางเป็คนมีนิสัยเช่นนี้
แม้แต่ตัวซุนนานเองเสื้อผ้าใหม่ของมันหลายชุดก็ถูกเย็บและปักจากมือของแม่สองซุนอีเหยียนเป็จำนวนมากที่สุด ซึ่งนี่แสดงถึงความใส่ใจของนางที่มีต่อมัน ชุดของแม่สองนั้นต่างจากชุดเสื้อผ้าทั่วไปของตัวมันอย่างเห็นได้ชัดเพราะมันมีความปรานีแฝงอยู่อย่างมากมาย พร้อมลายปักก็เป็เอกลักษณ์โดดเด่น
และนับจากวันที่ได้เริ่มเรียนอักษรกับแม่สอง ซุนนานตัวมันก็มักถูกแม่สองขอตัวจากแม่ใหญ่ไปนอนด้วยเสมอๆ
โดยหลังจากหนึ่งขวบ และตัวของซุนนานมันสามารถเดินได้เองแล้ว มันก็ไม่ได้ลงนอนในเปลอีกต่อไป แต่มักถูกอุ้มไปนอนบนเตียงนอนพร้อมกับแม่ๆ คนใดคนหนึ่งของตัวมัน มันพบว่าสตรีบ้านนี้เมื่อนี้ยามหลับนอน จะไม่ค่อยมิดชิดกันเสียเท่าไหร่ อย่างแม่สองเองเวลายามนางหลับนอน นางจะใส่เพียงผ้าคาดอกผืนบาง [ตู้โตว] ปิดเต้าอกคู่อันสวยงามของนาง นอกจากนั้นพวกนางก็ไม่คล้ายจะสวมใส่กระโปรงกัน มีแต่เพียงกางเกงขายาวผ้าขาวบาง [ไคตังคู่] ที่มิได้เย็บปิดที่ตรงส่วนเป้าคาดว่าคงเป็เพราะอยากจะหลับนอนอย่างสบายตัวที่สุด ทำให้เวลาที่พวกนางเดินไปมาหรือนอนบิดผลักตัวไปมาอย่างไม่ระวังจุดสงวนและแดนเร้นลับของสตรีก็โผล่แพล่มๆ มาให้เห็นได้โดยง่าย
และตัวซุนนานเองมันก็ใไม่น้อยเมื่อเห็นสิ่งเหล่านี้ในครั้งแรก คาดว่าเหล่าแม่เล็ก และแม่ใหญ่ของมันต่างไม่ระวังตัวต่อมันกันเลยไม่น้อย โดยเฉพาะแม่สองซุนอีเหยียน บางครั้งมันแกล้งเอามือล้วงก่อนจับเต้าอกบ้าง ยอดปทุมถันของนางบ้าง นางก็ไม่สนใจเลยแม้แต่น้อยพร้อมจับมันกอดแนบชิดกายกว่าเดิมอีก
ต่างกับแม่ๆ คนอื่นที่มีอาการต่างกันไป เช่นแม่ใหญ่ซุนลี่หรูนางจะคล้ายๆ แม่สองตามใจมันไม่ค่อยว่าไม่ค่อยทำอะไรมันเวลามันแอบหากำไรกับเต้าอกคู่งาม หากแต่เวลามันแกล้งเผลอจับเต้าอกนาง นางก็แอบชอบมีสายตาแปลกๆ มองมันเหมือนกันเพียงแต่เล็กน้อยเท่านั้น แต่เนื่องจากตัวมันแกล้งเนียนอย่างเป็ธรรมชาติ และดวงตาของมันก็น่ารักสดใสบริสุทธิ์แถมดูเป็ธรรมชาติยิ่ง ตัวมันจึงรอดตัวได้อยู่เสมอ มันทำคล้ายว่านี่เป็นิสัยของเด็กๆ ทารกน้อย
ส่วนที่เลวร้ายที่สุดต้องเป็แม่แปดซุนเฟิ่งย่า ในบรรดามารดาทุกคนนางดูทรงเสน่ห์และมีท่วงท่าเซ็กซี่รัญจวนใจเป็ที่สุด หากแต่นางก็ร้ายเป็ที่สุดเช่นกัน จนถึงขนาดทำให้ตัวมันซุนนานผู้ข้ามมิติขลาดกลัวเป็ดังมุสิกเจอแมวเลยทีเดียว
ในครั้งแรกที่มันถูกแม่แปดซุนเฟิ่งย่าขอไปนอนในเรือนด้วย ยามหลับนอนมันก็หวังเพียงหากำไรเล็กๆ น้อยเช่นเคย แน่นอนว่ามือมันก็แกล้งเนียนแกล้งหลับไปคว้าจับโดยเต้าอกของนางเช่นเดียวกับแม่ๆ คนอื่น ร่างเด็กน้อยอายุ 1 ขวบ อย่างไรใครๆ ก็ใคร่จะสนใจไม่คิดว่ามันมีความคิดร้ายอยู่แล้ว
หากแต่สิ่งที่แม่แปดซุนเฟิ่งย่ากระทำกับมันกับเป็การดึงเจี้ยวหนอนัน้อยของมันไปมาซ้ายทีขวาทีตอบโต้ทันที จนตัวมันถึงกับสะดุ้งตื่นมิอาจจะแกล้งหลับต่อได้ ตัวมันมิสามารถแกล้งเนียนเป็เด็กน้อยใสซื่อได้อีกต่อไปยามเจอนาง
วันนั้นเสียงเย้ายวนและการกระทำของแม่แปดซุนเฟิ่งย่าเกือบทำใหัตัวมันแทบบ้า เกือบเสียอาการตอบสนองผิดเด็กทารกน้อยไปแล้ว
แม่แปดซุนเพิ่งย่าในวันนั้นนางปดผ้าคาดอกตู้โตวออกเผยให้เห็นเต้าอกคู่งามที่มียอดปทุมสีชาดนวลเนียนกระจ่างเป็ธรรมชาติสวยงามของนาง และเมื่อผนวกเข้ากับเรือนกายของแม่แปดซุนเฟิ่งย่ามันก็คล้ายๆ จะทำให้ร่างของซุนนานบุรุษผู้ข้ามภพแตกดับได้อยู่ตลอด "ซุนน้อยเ้าชอบเต้าอกของสตรีมากรึ"
นางไม่พูดเปล่าดึงหนอนัน้อยของตัวซุนนานเล่นไปมาอีกด้วย
หน้าของซุนนานมันในยามที่ถูกถาม ตัวมันเหมือนกับเป็คนตายไปครึ่งหนึ่งแล้ว เมื่อมองลึกไปในดวงเนตรมองแม่แปดซุนเฟิ่งย่า ไม่รู้ทำไมสายตาของนางช่างน่าเสน่ห์หาเย้ายวนเกินห้ามใจซะเหลือเกิน ในใจซุนนานมันได้แต่คิด หากในโลกเก่าของมันมีภรรยาเช่นแม่แปด ต่อให้มันตายก็ตายตาหลับ เสน่ห์และกิริยาของนางหากตัวมันเป็สามีและบุรุษฉกรรจ์คาดเมื่อเห็นนางเป็เช่นนี้ทีไรต้องมีเหตุให้ร่วมชำเราทำเสน่หาบุรุษสตรีกับนางทุกครั้งคราวไปเป็แน่