กิลด์พยัคฆ์คำรามถือว่าเป็กิลด์หนึ่ง ที่มีผู้เล่นเข้าร่วมอันดับต้น ๆ ของเกมส์เซียออนไลน์ แม้ว่าจะตั้งขึ้นมาเมื่อ 5ปีก่อนเวลานอกเกม แต่หัวหน้ากิลด์นี้มีดีกรีได้รับฉายาว่าพยัคฆ์หน้าโหด เพราะเขามีใบหน้าที่ดุกราดเกรี้ยวอยู่ตลอดเวลา แล้วยิ่งบวกกับนิสัยที่ป่าเถื่อนออกนักเลงเข้าไปอีก ก็เพิ่มความน่าเชื่อถือว่าฉายานี้เหมาะกับเขาจริง ๆ อีกทั้งแม้จะไม่ได้ติดอันดับผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในเกมส์เซีย แต่ฝีมือการต่อสู้ของเขาก็มิอาจดูถูกได้ แถมยังถูกจับตาจากผู้เล่นหลาย ๆ คนว่า เขาน่าจะติดอันดับผู้เล่นที่แข็งแกร่งที่สุดในอนาคตข้างหน้า ไม่อันดับใดก็อันดับหนึ่ง...
“ท่านพยัคฆ์หน้าโหด ถือว่าเห็นแก่หน้าผมช่วยอย่าถือสาได้ไหม” เทลเลอร์พยายามพูดดีกับฝ่ายตรงข้าม แต่ดูเหมือนว่ายังไงก็คงจะไม่ได้ผล เพราะฝ่ายนั้นตั้งท่าจะรุมเข้ามาอย่างเดียว
“เห็นทีจะไม่ได้ ถึงจะเป็อันดับที่ 5 ของเกมส์แต่ผมไม่ออมมือให้แน่ อีกอย่างเ้านี่มันฆ่าคนในกิลด์ผมไป 2คนยังไงเื่นี้ก็ไม่จบง่าย ๆ หรอก”
“ก็ใครใช้ให้พวกเ้ามาแส่หาเื่เอง”
จู่ ๆ ไคน์ก็แทรกขึ้นมา แล้วประโยคที่พูดนั่นก็เหมือนเอาฟืนไปสุมไฟโกรธของพยัคฆ์หน้าโหดเต็ม ๆ จนตอนนี้เขาเริ่มะเิพลังออร่ากดดันไปทั่ว ยังผลสมาชิกในกิลด์ของตัวเองก็ค่อย ๆ ถอนร่นไป 2-3ก้าว
“เดี๋ยวก่อน...” เทลเลอร์ขยับตัวออกมาบังหน้าไคน์ “ใจเย็นก่อนก็ได้ท่านพยัคฆ์หน้าโหด จริงอยู่ที่ไคน์ฆ่าสมาชิกกิลด์ของท่านไป 2 คน แต่ว่า 2 คนนั่นก็มาหาเื่เวียร่าก่อนนะครับ...ไคน์ใจเย็นก่อนสิ” ประโยคหลังเทลเลอร์ทำเสียงเบาเหมือนจะเตือนให้ไคน์รู้ แต่เขาก็ได้รับสายตาพิฆาตที่ราวกับว่าใช้ฆ่าคนได้กลับมาแทน
“ใครใช้ให้เ้ามาสั่งข้า...ถอยไปถ้าพวกนี้มันอยากตายนักเดี๋ยวฆ่าจะจัดให้” ไคน์บอกกับเทลเลอร์แล้วใช้มือผลักเขาเบา ๆ เพื่อให้พ้นทาง
“งั้นก็อย่าหาว่าพวกเราเป็หมาหมู่ก็แล้วกัน...จัดการ” สิ้นคำสั่งสุดท้ายพวกสมาชิกกิลด์ร้อยกว่าคนที่ได้รับสัญญาณ ก็กรูกันเข้ามาแล้วพากันชักอาวุธดาหน้าเข้าหาพวกเทลเลอร์อย่างรวดเร็ว แต่ชั่วพริบตานั้นกลับมีใครบางคนร่อนตัวเองลงมาอยู่ตรงกลางวงล้อมนั่นพอดี
“ข้าแต่เสียงกระซิบของิญญาแห่งเทพผู้ปกครองสายลม ข้ามิอาจหายใจอยู่ได้ หากปราศจากพลังแห่งสายลมรำพัน จงมอบลมหายใจให้แก่ข้า ทวยเทพแห่งวายุ”
ทักษะมนตราเทพวายุบทที่ 7 เอโดรันเรมัลดิอา (คลื่นลมอัดกระแทก)
บังเกิดคลื่นลมกรรโชกหนัก พัดผู้เล่นกว่าร้อยคนของกิลด์พยัคฆ์คำราม ให้เซถลาปลิวไปเป็แถบ ๆ แต่บางคนที่พอมีฝีมืออยู่บ้างก็พากันใช้ทักษะต้านเอาไว้แล้วพยายามมองว่าใครเป็ผู้มาขัดขวางพวกเขา
“เฮ้…มันมีผู้เล่นอาชีพนักบวชมาช่วย แต่ไม่ต้องกลัวพวกเรามีเยอะกว่า ลุย!” เป็พยัคฆ์คำรามที่ปลุกความฮึกเหิมให้กับสมาชิก จนพวกที่ปลิวไปก่อนหน้าลุกขึ้นมาอีกครั้งแล้ววิ่งมุทะลุมากันอีก
ทักษะเผ่าพันธุ์ กำแพงโครงกระดูก
เกิดแผ่นดินะเืขึ้นเล็กน้อย พลันปรากฏโครงกระดูกจำนวนมากผุดขึ้นจากพื้นดิน แล้วก่อตัวเป็กำแพงขนาดใหญ่ กันกลุ่มผู้เล่นกลุ่มหนึ่งที่วิ่งเข้าใกล้พวกเทลเลอร์มากที่สุด ก่อนจะมีใครบางคนค่อย ๆ ร่อนตัวลงบนกำแพงโครงกระดูกนั่นอย่างแ่เบา และกวัดแกว่งเคียวในมือชี้ออกไปทางผู้เล่นกลุ่มนั้น
“เอ้าใครอยากไปนั่งต่อจิ๊กซอว์กับNPC ที่จุดรอเกิดมั่งยกมือขึ้น”
ทักษะกระบวนท่าเคียวคร่ำครวญ กระชากิญญา
สิ้นคำพูดแกมล้อเล่นนั้น เคียวในมือของผู้ที่อยู่บนกำแพงโครงกระดูก ก็กวัดแกว่งอย่างพิสดารส่งคลื่นลมที่คมกริบนับสิบ เฉือนร่างผู้เล่นที่อยู่ข้างล่างให้หายไป 2คนติดกัน ทำให้พวกที่กำลังมุ่งเข้ามาหยุดเท้าไปชั่วครู่อย่างใ
“พวกมันมีเนโครเมเซอร์ ด้วย” หนึ่งในผู้เล่นข้างล่างะโบอกเพื่อนด้วยกัน
“ไม่ต้องกลัวข้าเป็ผู้อัญเชิญ รีบเข้าไปจัดการพวกมันเร็วเข้า”
ทักษะเผ่าพันธุ์ หักคอสูบโลหิต
อะไรบางอย่างโผบินมาจากข้างหลัง ของผู้เล่นที่บอกว่าตัวเองว่าเป็ผู้อัญเชิญ ก่อนสิ่งนั้นจะกางปีกค้างคาวสีดำทมิฬโอบปิดร่างนั่นไว้ ครั้นพอปีกนั่นคลี่ออกมาอีกครั้ง หัวของผู้ถูกอัญเชิญก็ขาดสะบั้นในพริบตา พร้อม ๆ กับเป็แสงหายไปเผยให้เห็นเพชรฆาตที่เป็ผู้สังหาร
“แท้งก์กิ้ว...เซฟ” ผู้ถูกเรียกว่าเซฟกระพือปีกค้างคาวตัวเอง บินจากข้างล่างขึ้นมาอยู่ข้าง ๆ ผู้ที่เอ่ยชื่อของมัน
“ไม่เป็ไร นายท่าน”
ทักษะมหาเวทย์ดูดดาว ฝนดาวหาง
ไม่ไกลจากที่แทซอนอยู่ เกิดเสียงร้องอืมครึมทั่วบริเวณกลุ่มผู้เล่นสมาชิกกิลด์พยัคฆ์คำราม มันฝั่งอยู่ตรงข้ามกับฝั่งกำแพงโครงกระดูก ชั่วขณะนั้นพลันปรากฏวงแหวนเวทอักขระโบราณสีขาว เหนือศีรษะพวกเขาไปพร้อมกับดางหางั์หลายลูกก็โถมตัวลงมาอย่างบ้าคลั่ง
ตูม! ตูม! ตูม!
ดาวหางนับสิบลูกพุ่งออกมาจากวงแหวนเวทย์ ถล่มลงเบื้องล่างที่ผู้เล่นเ่าั้อยู่ พวกเขาตระหนักถึงอันตรายที่เกิดขึ้นก็พากันแตกฮือไปทั่ว แต่กระนั้นก็ยังมีคนที่ไม่พ้นรัศมีการโจมตีกลายเป็แสงหายไปเช่นกัน ก่อนจะมีร่างของชายคนหนึ่งในชุดกาวน์สีขาวเหมือนคุณหมอถือไม้เท้า ยืนอยู่บนหลังคาบ้านหลังคาบ้านที่ไม่ห่างจากพวกเทลเลอร์นัก
“ผมเก็บได้ตั้ง 15 คนล่ะ แทซอน” ผู้อยู่บนกำแพงโครงกระดูกยักคิ้วให้หนึ่งทีเหมือนกับว่ายกความชอบให้ ก่อนจะสลายกำแพงที่ยืนแล้วร่อนตัวลงมาข้างล่างพร้อมกับผู้ติดตาม
“อย่าไปกลัวมันรีบจัดการเร็ว” ดูเหมือนพยัคฆ์คำรามจะสั่งสมาชิกกิลด์ให้กรูกันเข้าไปอีก หากั้แ่การโจมตีเริ่มขึ้นตัวเองยังไม่ขยับเลยแม้แต่ก้าวเดียว
“พวกเราลุย!...นักเวทย์ธาตุไฟยิงบอลไฟใส่เข้าไป เปิดทางให้พวกผู้เล่นดาบกับทวนเข้าโจมตี” ใครบางคนในกลุ่มสมาชิกกิลด์พยัคฆ์คำรามะโบอก แล้วบอลไฟจากนักเวทย์ไฟกลุ่มหนึ่งก็ถูกระดมยิงเข้ามา ในขณะที่นักดาบกับผู้เล่นทวน
รอโอกาสจังหวะเสียบ
ทักษะเพลงดาบปัญจวชิรา กงล้อธรรม
ชั่วขณะแห่งความชุลมุนนั้น ผมะโกั้นหน้าระหว่างพวกเทลเลอร์ในวิถีที่บอลไฟพุ่งเข้ามา พลางตวัดดาบกวาดออกไป แผลงฤทธิ์เป็ปราณดาบที่แผ่เป็วงกว้างต้านบอลไฟพวกนั้นได้ทั้งหมด ก่อนจะตวัดดาบในมือขึ้นอีกครั้ง แล้วฟาดทักษะลงตรงกลางที่พวกผู้เล่นอาชีพดาบและผู้เล่นอาชีพทวนทันที
ทักษะเพลงดาบปัญจวชิรา ประทับตรามาร
ปราณดาบขนาดใหญ่ปะทะลงอย่างจังจนเกินะเิตูมสนั่น ส่งผู้เล่นที่มีระดับไม่สูงพอให้หายกลายเป็แสงไปจำนวนหนึ่ง ส่วนผู้เล่นที่พอจะมีระดับอยู่บ้าง ก็รีบคว้าน้ำยาเพิ่มพลังชีวิตกรอกใส่ปากอย่างเร่งด่วนทันที
“เ้าคนไร้มารยาท นี่แกคลายผนึกข้าตามใจชอบอีกแล้วเรอะ” เสียงอันน่ารำคาญของดาบัพิโรธก่นด่าเมื่อได้โอกาส
“หยุดพูดก่อนเ้าดาบปากมากข้าไม่มีเวลามาปะทะฝีปากกับแกตอนนี้นะ” ผมพ่นด่ากลับด้วยสำเนียงของมันบ้าง
“เฮอะ...นึกว่าข้าอยากจะคุยกับเ้ารึไงไอ้คนไม่รู้จักกาลเทศะ” คิ้วผมกระตุกอย่างสุดน่ารำคาญ แล้วาน้ำลายขนาดย่อม ที่ไม่แยแสต่อประชาชนที่มองรอบข้างอย่างงง ๆ ก็เริ่มขึ้น
“แล้วนึกว่าข้าอยากจะจับเ้ามาใช้มากนักหรือไง”
“ก็เพราะว่าข้าเป็ดาบที่แข็งแกร่งที่สุดน่ะสิ”
“หลงตัวเองล่ะสิ ไอ้ดาบปากเน่า”
“เ้ากล้าด่าข้า ผู้ซึ่งเป็ผู้สูงศักดิ์เหรอ”
“สักลายตุ๊กแกไว้ที่สูงน่ะสิ อย่างแกถ้าเป็ผู้สูงศักดิ์ ไม้จิ้มฟันที่ข้าใช้แทะอยู่ก็คงเป็ขุนนางแล้วล่ะ”
“หนอย!...เ้า....”
ปุ้ง!
ในที่สุดผมก็ทนด่ากับมันไม่ไหวก็เลยผนึกเก็บเป็การ์ดเหมือนเดิม ก่อนจะโยนเข้าหน้าต่างเก็บไอเทมท่ามกลางสายตาที่มองอย่างสุดจะเชื่อ ว่าคนกับดาบกำลังโต้วาทีกันมันหยด
“มองอะไรกัน” ผมถามเมื่อเห็นว่าผู้คนมองผมอย่างกับตัวประหลาดไม่เว้นแม้แต่พวกเพื่อน ๆ ผม
“พวกเ้าเป็ใครกัน...มาแส่เื่ของพวกเรากิลด์พยัคฆ์คำราม ไม่คิดว่าจะเสียมารยาทบ้างเหรอ” ดูเหมือนจะเป็หัวหน้ากิลด์ที่พูดขึ้น
“ไม่เป็ใครที่ไหนหรอกพอดีว่าพวกเขา” ผมหยุดพูดแล้วชี้มือไปที่ไคน์ เวียร่า และเทลเลอร์ “เป็ผู้ติดตาม กับลูกศิษย์ของผม”
“ถ้างั้นก็ดีเลย วันนี้ข้าหัวหน้ากิลด์พยัคฆ์คำรามถ้าไม่ได้สั่งสอนพวกแก คงไม่มีหน้าไปมองลูกน้องที่ถูกฆ่าตายแน่ ๆ ”
“แต่ลูกน้องของเธอก็ทำร้ายผู้ติดตามของผมก่อนนะ” ผมโต้กลับอย่างง่าย ๆ
“ไม่ต้องพล่ามมากเข้ามาเลย...พวกเราลุย” สิ้นเสียงของผู้เป็หัวหน้ากิลด์พลังออร่าจากในกายก็ถูกแผ่กระจายออกไปทั่ว ส่วนสมาชิกในกิลด์ก็ชักอาวุธแล้วกรูกันเข้ามาอีกครั้ง
ทักษะมหาเวทย์ดูดดาว ลมสุริยะ
บังเกิดลมอุ่น ๆ หอบหนึ่งรอบตัวเอกอนทำให้ผู้เล่นที่กำลังถือดาบ แล้วจะะโขึ้นไปหาเอกอนบนหลังคาเกิดลังเลขึ้นมาชั่วขณะ และในวินาทีนั้นเองก็ปรากฏลมร้อนพัดรอบตัวของเขา ก่อนจะะเิตูมกลายเป็คลื่นลมร้อนกระจายเป็วงกว้างปะทะร่างของผู้เล่นที่อยู่ด้านล่างจนกลายเป็แสงหายไปหลายคน
“เสร็จไป 8”
เอกอนพึมพำแล้วะโลงจากหลังคามายืนข้างล่างบ้าง พร้อม ๆ กับไคน์ที่ดูเหมือนจะพุ่งร่างออกไปร่วมวงกับผู้เล่นที่กรูเข้ามา ก่อนจะซัดหมัดที่มีกรงเล็บอยู่เข้าที่ปลายคางของสมาชิกกิลด์พยัคฆ์คำรามอย่างจัง ส่งร่างนั่นให้กลายเป็แสงไปนั่งเป็เพื่อน NPC ที่จุดรอเกิด
ทักษะเผ่าพันธุ์ คมเขี้ยวหมาป่า
ร่างของไคน์ตีลังกาขึ้นสู่อากาศ ก่อนจะผนึกพลังออร่าไว้ที่กรงเล็บ แล้วฟาดออกเป็ทางยาวใส่กลุ่มผู้เล่นกลุ่มหนึ่ง จนเป็แสงหายไป 3 คน จากนั้นจึงร่อนตัวลงสู่พื้นอย่างสวยงาม ซึ่งเป็ขณะเดียวกับที่ไมร่ากำลังซัดทักษะใส่ผู้เล่น8 คนที่วิ่งมาทางด้านของเธอพอดี
“ข้าแต่เสียงกระซิบของิญญาแห่งนักรบอัคคีผู้กล้าแกร่ง ข้ามิอาจต่อสู้ได้หากปราศจากพลังอัคคีแผดเผา จงมอบพลังให้แก่ข้า นักรบอัคคี”
ทักษะมนตราเทพอัคคีบทที่ 5 เตโพลาคินลูดีลัส (กองเพลิงนักรบ)
ผู้เล่น 8 คนที่วิ่งเข้าหาไมร่ากระตุกวาบ พลันบังเกิดกองไฟขนาดใหญ่ลุกท่วมตัวพวกเขาในพริบตา ส่งร่างที่กำลังโอดครวญนั่น ให้เป็แสงหายตามเพื่อน ๆ ไปอย่างน่าอนาถ ซึ่งแทซอนก็เหลือบมาเห็นเหตุการณ์พอดีเลยอดที่จะประชดเธอไปไม่ได้
“แหม่ จะย่างบาบีคิวก็ไม่บอกกันนะ”
ทักษะคืนชีพเจ็ดิญญานรก ิญญาตัวที่ 1 ซอมบี้
แทซอนหันกลับมาทางเดิน เขากวาดเคียวในมือรอบหนึ่ง ก่อนจะปรากฏซอมบี้ที่มีผ้าพันแผลพันร่างของมันจนมิด ผุดขึ้นมาจากพื้นดิน ซอมบี้ตัวนั้นพุ่งเข้ารัดผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามคนหนึ่งที่กำลังเล็งปืนมาทางเขา ผู้เล่นเคราะห์ร้ายดิ้นขลุกขลักอยู่ในพันธนาการผ้าพันแผลอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะกลายเป็แสงหายไปด้วยอากาศหายใจไม่พอ พร้อม ๆ กับซอมบี้นั้นก็มุดดินกลับไปที่เดิมของมัน ราวกับว่าภารกิจของมันเสร็จสิ้น
“ถือว่าพวกแกมาเล่นผิดคนแล้วกัน” แว่วเสียงของเทลเลอร์ที่อยู่ไม่ไกลแทซอน กำลังเอ่ยบอกกับผู้เล่นสมาชิกกิลด์พยัคฆ์คำราม 4 คนที่กำลังยืนเก้ ๆ กัง ๆ เกี่ยงกันเข้าโจมตีผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็อันดับ5 ของปัจจุบัน
ทักษะัคลั่ง
ร่างของเทลเลอร์เรืองแสงสีเขียววูบหนึ่งพลันดวงตาของเขาแปรเปลี่ยนเป็สีเขียวมรกต ซึ่งเป็ขณะเดียวกับที่บังเกิดหมอกสีแดงจาง ๆ ขึ้นรอบตัวของผู้เป็เ้าของฉายานักดาบัคลั่ง เทลเลอร์หยิบดาบนรกานต์ที่อยู่ในหน้าต่างเก็บไอเทมขึ้นถึงไว้ แล้วพุ่งเข้าไปสอยผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามที่เคราะห์ร้ายเลือกมาสู้กับเขาทันที
ทักษะเพลงดาบระบำหงส์ ร่ายรำกลางฝน
ราวกับเทลเลอร์กำลังร่ายรำตามเพลง ร่างของเขาพลิ้วไหวดุจสายลมอย่างรวดเร็ว หมุนตัวเองพลิกดาบในมือตวัดเฉือนเหล่าสมาชิกกิลด์พยัคฆ์คำรามทั้ง4 ให้กลายเป็แสงไปในชั่วอึดใจ โดยที่พวกเขาไม่ทันสังเกตเห็นด้วยซ้ำว่าเทลเลอร์ลงมือตอนไหน
“กรี๊ดดดด….เอาน่องไก่ของนายท่านมานะ” ห่างจากเทลเลอร์ไปไม่มากเวียร่ากำลังตกอยู่ในวงล้อมผู้เล่นกิลด์พยัคฆ์คำราม 5 คนที่กำลังยื้อแย่งเอาสิ่งที่เวียร่าถือไว้อย่างสนุก
“นี่แนะ...ได้มาแล้ว” ในที่สุดหนึ่งในนั้นก็คว้าถุงน่องไก่จากเวียร่ามาได้ แล้วจัดการกินมันต่อหน้าต่าตาของเธอ
“บังอาจกินน่องไก่ของนายท่าน ไปตายซะให้หมด”
ทักษะเผ่าพันธุ์ เยือกแข็งสัมบูรณ์
เวียร่ากำลังอารมณ์บูด เธอใช้ทักษะอย่างเต็มกำลัง ปรากฏเป็วงแหวนเวทอักขระโบราณสีฟ้า เหนือศรีษะของพวกกิลด์พยัคฆ์คำรามทั้ง5 ก่อนมันจะเลื่อนลงมาแล้วแช่แข็งพวกเขาในพริบตานั้น แต่ดูเหมือนเวียร่าจะยังไม่พอใจ เธอะเิพลังออร่าเพียว ๆ ของตัวเองกระแทกร่างที่ถูกแช่แข็งรอบตัวอีกรอบ ส่งผลให้มันแตกละเอียดกลายเป็แสงเลือนหายไป ซึ่งเป็เวลาเดียวกับที่ผมกำลังปะทะหัวหน้ากิลด์พยัคฆ์คำรามอยู่พอดี
ทักษะเพลงหมัดพญาเสือ เขี้ยวเล็บพยัคฆ์
หมัดลุ่น ๆ ของผู้ที่ได้ฉายาว่าพยัคฆ์หน้าโหด ถูกปล่อยออกมาอย่างรัวเร็วและหนักหน่วง ทุกหมัดแฝงด้วยพลังออร่าที่ก่อตัวจนเป็รูปมือของเสือตามติดมาทุกครั้ง
ทักษะท่าเท้าข้ามภพ เดินชมดาว
ร่างของผมเบาโหว่งไปชั่วขณะ ก่อนจะขยับเท้าซ้ายขวาหลบเลี่ยงหมัดที่รัวออกมานั้นอย่างฉับไว แต่ก็มีบางครั้งที่หมัดเฉียดหน้าผมไป จนสร้างรอยแผลซิบ ๆ ที่ใบหน้าสองสามแผล
จากการวิเคราะห์ท่าทางต่อสู้ ศัตรูคนนี้ถือว่าเก่ง ใช้ทักษะที่ไม่เปิดโอกาสให้คู่ต่อสู้ได้ตอบโต้ก่อนเป็อันดับแรก แล้วค่อยต่อด้วยทักษะที่คาดไม่ถึงเพื่อให้ฝ่ายตรงข้ามตั้งตัวไม่ทัน ถ้าเป็ผมเมื่อก่อนอาจจะพลาดั้แ่ที่มันพุ่งเข้ามาแล้ว หากปัจจุบันนี้มันไม่ใช่ ทุกความคิดที่จะโจมตีมาจากชายคนตรงหน้านี้ ผมเดาออกราวกับว่ากำลังเดาใจของทนายฝ่ายตรงข้ามว่าจะงัดกฏหมายข้อไหนมาสู้กับผมก็ไม่ปาน
ทักษะท่าเท้าเข้าภพ ก้าวพริบตา
ผมก็หายไปจากการโจมตีนั้น ยังผลมาให้พยัคฆ์หน้าโหดต้องใ แต่เขาก็เดาการโจมตีของผมออกในเสี้ยววินาที เ้าตัวไม่รอช้าหันหลังกลับตามสัญชาตญาณ แล้วส่งหมัดที่ผนึกพลังออร่าสด ๆ เข้าหาผมทันที
ผมมองหมัดที่พุ่งเข้ามาด้วยดวงตาหรี่ลงอย่างพินิจ ก่อนจะคลายผนึกดาบัพิโรธเช่นกัน
“เ้าคนไร้....”
เคร้ง!
เสียงของดาบัพิโรธขาดหายไป ในขณะที่หมัดกับดาบปะทะกัน ผมบิดดาบในมือแล้วเปิดใช้ทักษะคลื่นลมดาบ ซึ่งผู้เป็หัวหน้ากิลด์พยัคฆ์คำรามก็คงจะััได้ถึงอันตรายนั้น จึงรีบชักมือกลับแต่ก็สายไปก้าวหนึ่ง
ตูม!
ร่างของพยัคฆ์หน้าโหดกับร่างของผมกระเด็นออกจากกัน ชั่วขณะที่เท้าของผมแตะพื้น ดาบในมือก็ถูกวาดทักษะโจมตีต่อเนื่องอย่างรีบ ๆก่อนที่อีกฝ่ายจะทันได้ตั้งตัว
ทักษะเพลงดาบปัญจวชิรา ชี้ทางมาร
ทักษะเพลงหมัดพญาเสือ รัวหมัดสังหาร
ผิดคาดจากที่ผมคิดไว้ พยัคฆ์หน้าโหดใช้ทักษะออกต้านรับได้ทัน เขารัวหมัดจนเกินเป็ปราณหมัดนับร้อยกำลังซัดปราณดาบที่ม้วนเกลียวของผมให้แตกละเอียดไปทีละเล่มอย่างรวดเร็ว ถึงแม้จะดูเหมือนเขาต้านสำเร็จ แต่มันกลายเป็ว่าเผยช่องโหว่ขนาดใหญ่ให้ผมปิดฉากทันที
ทักษะเพลงดาบปัญจวชิรา ประทับตรามาร
ดวงตาของผู้เป็หัวหน้ากิลด์พยัคฆ์คำรามเบิกตาโพล่ง เมื่อพบว่าผมโจมตีเข้ามาในขณะที่เขาไม่สามารถต่อต้านได้ สุดท้ายเ้าของฉายาพยัคฆ์หน้าโหด ก็ถูกปราณดาบขนาดใหญ่ของผม ฟาดทับไปบนร่างของเขาอย่างเต็มแรง ส่งร่างนั้นให้กลายเป็แสงสีขาวเลือนหายไป พร้อม ๆ กับสมาชิกกิลด์คนสุดท้ายที่ถูกแทซอนเอาเคียวเฉือนคอ ให้กลายเป็แสงไปเช่นกัน…
ในเวลาเดียวกันนั้น ห่างออกไปจากเหตุการณ์อันชุลมุนของกิลด์พยัคฆ์คำราม มีชายคนสองกำลังนั่งดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดบนหอระฆังของเมืองเกรย์อย่างสนุกสนาน ราวกับว่ากำลังดูละครฉากบู๊เืสาดก็ไม่ปาด พวกเขาสองคนแสยะยิ้มทุกครั้งที่เห็นพวกผมฆ่าใครได้
“ในที่สุด...ก็เปิดเผยตัวกันซักทีเหล่าอดีตผู้แข็งแกร่งทั้ง 4 ที่ฉันรอคอย” หนึ่งในสองคนนั้นเปรยออกมา
“ตอนที่ดราก้อนฟิชโผล่มา นายก็พูดแบบเนี่ย”
“ก็ฉันพูดจริงนี่” อีกฝ่ายตอบกลับด้วยสีหน้าจริงจังแบบเสแสร้ง ทว่าเพื่อนที่อยู่ด้วยกลับชักสีหน้าเอื่อมระอาให้ แล้วประชดกลับด้วยตำแหน่งของคนตรงหน้า
“นายก็พูดจริงไปหมดนั่นแหละ อดีตอันดับ 1 รุ่นที่ 2 เมื่อ 7 ปีก่อน”