“อ้อ? อย่างนั้นหรอกเหรอ?”
ลู่เซิ่งได้ยินดังนั้นก็นึกสนใจขึ้นมาทันที
แม้ว่าเขาจะไม่รู้สึกถูกชะตากับผู้จัดการหวงคนนี้เลยแม้แต่นิดเดียว
แต่สุภาษิตว่าไว้‘มีเงินให้คว้าแต่ไม่คว้าไว้คือเสียชาติเกิด’
ถ้าอีกฝ่ายยอมรับซื้ออุปกรณ์ของเขาในราคาที่สูงกว่าท้องตลาดถึงสามเท่าจริงการจะขายให้ไปก็ไม่ใช่เื่เสียหายอะไร
“น้องชาย ช่วยเห็นแก่ที่เป็ผู้ใหญ่ไม่ถือสาหาความกับผู้น้อยด้วยเถอะผมก็แค่พนักงานหาเช้ากินค่ำคนหนึ่ง จะมาถือสาอะไรกับผมล่ะครับ?”
ในตอนนั้นเองเมื่อเห็นว่าลู่เซิ่งหยุดเดินหวงต้าหยวนรู้สึกราวกับว่าตนคว้าฟางเส้นสุดท้ายไว้ได้ เขาแทบจะไม่เสียเวลาคิดรีบล้วงหยิบบัตรสีทองใบหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ แล้วยื่นส่งให้ทันที
“จริงด้วยสิ นี่คือบัตรทองจอมราชันจากสมาคมการค้าซิงไห่ของเราคุณลูกค้าโปรดรับไว้ด้วยครับ!”
“บัตรทองจอมราชัน?”
ลู่เซิ่งมองดูบัตรสีทองตรงหน้าแล้วถามออกไปในทันที“ไอ้ของพรรค์นี้มันมีประโยชน์อะไร ถือไว้แล้วจะกลายเป็ VIP หรือไง?”
“ไม่ใช่ครับไม่ใช่ ไม่ใช่แค่ VIP แต่เป็ดับเบิล VIPเลยต่างหาก!” หวงต้าหยวนเน้นเสียงหนักแน่น
พรืด!
พอได้ยินคำเรียกสุดพิสดารนั่นลู่เซิ่งก็รู้สึกเหมือนสำลักลม หายใจติดขัดจนเกือบจะกลั้นขำไม่ไหว
ทว่าหวงต้าหยวนกลับไม่ได้ล้อเล่น
เมื่อเห็นว่าลู่เซิ่งดูเหมือนจะไม่เข้าใจความหมายของบัตรสีทองใบนี้เขาก็รีบอธิบายเสริมทันทีว่า “เอาอย่างนี้ละกันนะครับตราบใดที่คุณถือบัตรทองจอมราชันใบนี้ไว้ วันหน้าเมื่อมาที่สมาคมการค้าซิงไห่ของเรานอกจากจะได้รับการดูแลในระดับสูงสุดแล้ว ไม่ว่าคุณจะนำสิ่งของอะไรมาขายเราจะรับซื้อในราคาขายปลีกสูงสุดของโรงประมูลทันทีโดยไม่หักหัวคิวคุณเลยแม้แต่นิดเดียวครับ”
พูดจบเขาก็ทำตาละห้อยจ้องมองลู่เซิ่ง พลางถามด้วยสีหน้าคาดหวังว่า“น้องชายคิดว่าแบบนี้พอจะไหวไหมครับ?”
“หึๆ ดูเหมือนพวกคุณจะมีความจริงใจอยู่บ้างนะ”
ลู่เซิ่งได้ยินดังนั้นจึงพยักหน้าอย่างพอใจและไม่ได้ตั้งแง่หาเื่หวงต้าหยวนต่อ
เพราะสมาคมการค้าที่เป็ห้างร้านในเครือแบบนี้โดยปกติจะเน้นทำกำไรเป็หลักอยู่แล้ว
การที่หวงต้าหยวนยอมรับซื้อของในราคาโรงประมูลแบบนี้เห็นได้ชัดว่ามีความจริงใจมากพอ
อีกอย่างคือช่องเก็บของติดตัวของเขาก็ใกล้จะเต็มแล้วจริงๆต่อให้ไม่ขายที่สมาคมการค้าซิงไห่เขาก็ต้องไปหาสมาคมการค้าอื่นเพื่อทำธุรกรรมอยู่ดี
แทนที่จะต้องไปต่อคิวรอที่อื่นให้เสียเวลาเปล่าสู้ดำเนินการขายให้หวงต้าหยวนตรงนี้ไปเลยจะดีกว่า
เมื่อคิดได้ดังนั้นลู่เซิ่งก็โบกมือแล้วกล่าวว่า “เอาเถอะยังไงพวกอุปกรณ์ขยะนี่ผมก็ไม่ได้สนใจอยู่แล้ว ขายให้พวกคุณไปก็แล้วกัน”
“อุป... อุปกรณ์ขยะ?”
ซี้ด!
สิ้นคำพูดนี้ผู้คนโดยรอบต่างพากันสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตกตะลึง
“ขอบคุณน้องชายที่เมตตา ขอบคุณมากจริงๆ ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!”
ทางด้านหวงต้าหยวนนั้น
เมื่อเห็นว่าลู่เซิ่งตกลงใบหน้าของเขาก็ปรากฏรอยยิ้มเหมือนยกูเาออกจากอกในทันที
แต่เขายังไม่ทันจะได้ถอนหายใจโล่งอก
จังหวะนั้นเองลู่เซิ่งก็เปลี่ยนน้ำเสียงแล้วพูดลอยๆ ขึ้นมาว่า “แต่จะว่าไปฉันยังชอบท่าทางหยิ่งยโสไม่เห็นหัวใครของคุณเมื่อกี้มากกว่านะช่วยกลับไปเป็แบบเดิมหน่อยสิ”
“เอ๋?”
คำพูดนี้ทำเอาหวงต้าหยวนหน้าเหวอไปชั่วขณะตามไม่ทันว่าเกิดอะไรขึ้น
“ทำไม เข้าใจยากนักหรือไง?”
ลู่เซิ่งเบะปากพลางเหลือบมองไปทางลั่วเซวียนเซวียนที่อยู่ไม่ไกลอย่างจงใจ
ขณะนี้ลั่วเซวียนเซวียนยังคงอ้าปากค้างเห็นได้ชัดว่ายังไม่หลุดจากความตกตะลึงก่อนหน้านี้
“อ้อ... ผมเข้าใจแล้วครับ”
หวงต้าหยวนเห็นดังนั้นก็ถึงบางอ้อทันที
ในฐานะผู้จัดการของสมาคมการค้าซิงไห่แม้เ้านี่จะไม่ใช่ผู้ใช้อาชีพที่แข็งแกร่งอะไร แต่หัวหมอเป็เลิศแถมยังเชี่ยวชาญการประจบสอพลอเปลี่ยนสีตามสถานการณ์เพียงพริบตาเดียวเขาก็เข้าใจเจตนาของลู่เซิ่งทันที
วินาทีต่อมาเขาหันขวับกลับไปทันควัน แล้วกัดฟันชี้หน้าลั่วเซวียนเซวียนพลางตวาดลั่นว่า“เธอน่ะ!”
“ฉันเหรอ?”
ลั่วเซวียนเซวียนทำหน้างง
“ใช่ เธอนั่นแหละ!”
หวงต้าหยวนพยักหน้าเน้นย้ำ
แม้ว่าลั่วเซวียนเซวียนจะเป็สมาชิกVIPของสมาคมการค้าซิงไห่ แถมยังเป็ผู้ใช้อาชีพระดับอัจฉริยะอีกด้วย
แต่ในนาทีนี้เมื่อเห็นว่าลู่เซิ่งสามารถควัก ‘ธนูยาวแผดเผา’ ระดับทองออกมาได้ แถมยังทำท่าทางเหมือนไม่แยแสสักนิดเป็ไปได้สูงว่าในตัวเขาอาจจะมีอุปกรณ์ที่คุณภาพสูงยิ่งกว่านี้อีก
เมื่อคิดได้เช่นนี้หวงต้าหยวนจะไปสน VIP ขี้ปะติ๋วแค่คนเดียวทำไมเขาแผดเสียงไล่ลั่วเซวียนเซวียนอย่างไม่ลังเลว่า “ถอยไปข้างหลังซะอย่ามาเกะกะลูกค้าของฉัน”
“คุณ!!”
ลั่วเซวียนเซวียนได้ยินดังนั้นก็รู้สึกเหมือนจุกจนพูดไม่ออกเกือบจะอกแตกตายอยู่ตรงนั้น
“นี่มัน...”
ส่วนผู้ใช้อาชีพคนอื่นๆที่เห็นเหตุการณ์ ต่างก็พากันทำสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกเห็นได้ชัดว่านึกไม่ถึงว่าหวงต้าหยวนจะเปลี่ยนหน้าได้ไวปานกิ้งก่าขนาดนี้
ลู่เซิ่งไม่ได้สนใจท่าทีของคนอื่น
หลังจากดุว่าลั่วเซวียนเซวียนเสร็จหวงต้าหยวนก็หันกลับมาถามลู่เซิ่งด้วยใบหน้ายิ้มแย้มประจบประแจงว่า“คุณลูกค้า พอใจกับสิ่งที่ผมทำไหมครับ?”
“อืม ไม่เลว คุณนี่ก็รู้ความเหมือนกันนะ”
ลู่เซิ่งหัวเราะร่าออกมาอย่างสะใจพลางส่งสายตาอวดดีไปให้ลั่วเซวียนเซวียนทีหนึ่ง
เมื่อทำทุกอย่างเสร็จสิ้นเขาจึงโบกมือบอกหวงต้าหยวนว่า “ไปกันเถอะไปดูห้องส่วนตัวของพวกคุณหน่อย พอดีนอกจาก ‘ธนูยาวแผดเผา’คันนี้แล้ว ผมยังมีของอีกเพียบที่อยากจะโละทิ้งพร้อมกันทีเดียวเลย!”
“อะไรนะ? ยังมีของอย่างอื่นอีกเหรอครับ?”
หวงต้าหยวนตาเป็ประกายทันทีในใจคิดว่าข้อสันนิษฐานก่อนหน้านี้ของเขาไม่ผิดจริงๆเขาจึงรีบทำท่าเชิญลู่เซิ่งอย่างนอบน้อม
“คุณลูกค้า เชิญด้านในเลยครับ เร็วเข้า!”
วินาทีต่อมาทั้งคู่ก็เดินเคียงข้างกันเข้าไปยังส่วนหลังร้านของสมาคมการค้าซิงไห่อย่างผ่าเผยทิ้งให้ลั่วเซวียนเซวียนยืนอึ้งอยู่ตรงนั้นเพียงลำพังกว่าเธอจะตั้งสติได้ก็ผ่านไปครู่ใหญ่
“ไม่ว่าแกจะเป็ใคร!!! ฉันจะคิดบัญชีกับแกแน่!!!!”
หญิงสาวโกรธจนร่างบอบบางสั่นเทา
ให้ตายเถอะ!
การที่เธอมาเจอลู่เซิ่งที่สมาคมการค้าซิงไห่ครั้งนี้เดิมทีตั้งใจจะหาโอกาสสั่งสอนอีกฝ่ายให้เข็ดหลาบเพื่อระบายความแค้นที่เขาเคยดูิ่เธอครั้งก่อน
แต่ใครจะไปนึกว่านอกจากจะไม่ได้แก้แค้นแล้ว เธอกลับต้องมาแบกความแค้นไว้จนจุกอก
เื่นี้ทำให้ลั่วเซวียนเซวียนที่เป็พวกไม่ยอมคนอยู่แล้วทนไม่ได้และจะไม่มีวันทนเด็ดขาดเธอตัดสินใจแน่วแน่ในใจแล้วว่าจะต้องหาทางเอาคืนไอ้หมอนี่ให้ได้
……
เมื่อเข้ามาในห้องส่วนตัวของสมาคมการค้าซิงไห่แล้วลู่เซิ่งก็ไม่พูดพร่ำทำเพลงเขาเทของที่ไม่มีประโยชน์ทั้งหมดในช่องเก็บของติดตัวออกมากองรวมกันบนโต๊ะตรงหน้าทันที
“ผู้จัดการหวง รบกวนช่วยเช็กให้หน่อยว่าของพวกนี้มีมูลค่าเท่าไหร่”
ตู้ม...
วินาทีถัดมาแสงสีเจิดจ้าบาดตาพุ่งวาบออกมาจนหวงต้าหยวนแทบจะช็อกจนสลบไปตรงนั้น
“อะไรกัน? นี่มัน...มีแต่อุปกรณ์ระดับเงินกับทองทั้งนั้นเลยเหรอ?”
“แถมยังมีวัสดุหายากล้ำค่าเยอะขนาดนี้เลย?”
เมื่อมองดูอุปกรณ์และวัสดุคุณภาพสูงที่กองเป็พะเนินอยู่บนโต๊ะหวงต้าหยวนก็จ้องจนลูกตาแทบถลนออกมาจากเบ้า
แม้เขาจะคาดการณ์ไว้แล้วว่าลู่เซิ่งน่าจะมีของดีอยู่พอสมควร
แต่พอมาเห็นลู่เซิ่งขนเอาอุปกรณ์และวัสดุล้ำค่าออกมามากมายขนาดนี้ด้วยตาตัวเองหวงต้าหยวนก็ยังอดไม่ได้ที่จะสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความหวั่นเกรง
ทว่าทันใดนั้นเขาก็ตั้งสติได้ และเหมือนจะเดาอะไรบางอย่างออกจึงจ้องมองลู่เซิ่งเขม็งพลางถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า“นี่... คุณเคลียร์ถ้ำปีศาจลาวาในโหมดฝันร้ายมาเหรอครับ?”
“เื่นั้นดูเหมือนจะไม่ได้เกี่ยวอะไรกับคุณเลยนะ”
ลู่เซิ่งขมวดคิ้วมุ่นทันที
“ขอประทานอภัยครับคุณลูกค้า ผมพลั้งปากไปเอง”
เมื่อเห็นท่าทีของลู่เซิ่งหวงต้าหยวนก็รู้ตัวว่าพูดผิดไป จึงรีบเปลี่ยนประเด็นทันควัน“รบกวนรอสักครู่นะครับผมจะรีบสรุปมูลค่าของทั้งหมดนี้ให้คุณเดี๋ยวนี้เลย!”