"พวกเจ้าคือรายถัดไป!!"
คำๆนี้ หากเป็นระดับวีรชนห้าดาวคนอื่นกล่าวกับพวกมันคงเป็นที่ตลกขบขันยิ่ง แต่คำกล่าวนี้ของลั่วอู่หลินกำลังทำให้พวกนิกายหมื่นพิษทั้งหมดถึงกับตื่นตระหนกในทันใด
"อย่าได้ใจให้มันมากนัก!!!"ชายคนที่เป็นผู้นำกล่าวอย่างเดือดดาล ด้านหลังปรากฏร่างปราณของอสรพิษม่วงสามหัวดูน่ายำเกรงยิ่ง ทว่าลั่วอู่หลินกลับแสยะยิ้มและผายมือไปที่ชายหนุ่มคนนั้นอย่างเรียบเฉยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทักษะพิษอย่างนั้นหรือ? สำหรับชายหนุ่มนั้นไม่นับเป็นอะไรได้
"หมื่นพิษทำลายล้าง"
ชายดังกล่าวกล่าวปลดปล่อยพิษออกมาพร้อมกับอสรพิษสามหัวด้านหลังไม่แผ่ไอปราณพิษออกมาอย่างไม่หยุดยั้งจนทำให้พืชพรรณรอบข้างเหี่ยวเฉาภายในพริบตา ในเวลาต่อมาคนของนิกายหมื่นพิษอีกนับสิบคนก็พากันโจมตีเข้าใส่ลั่วอู่หลินเช่นเดียวกัน แน่นอนว่าทักษะที่พวกมันปล่อยออกมานั้นก็เกี่ยวข้องกับพิษเช่นเดียวกัน
"เยือกแข็งนิรันดร์"
ลั่วอู่หลินกล่าวอย่างเรียบเฉยทันใดนั้นละอองสีขาวคลายหมอกก็ถูกปล่อยออกมาปกคลุมร่างกายของทุกคนที่นี่เอาไว้ ไอปราณพิษของอีกฝ่ายก็พลันถูกแช่แข็งและตกผลึกอย่างรวดเร็ว
"นี่เป็นไปได้อย่างไร!! นั่นมันพิษของอสรพิษสามเศียรที่เป็นพิษอันดับต้นๆของนิกายเชียวนะ!"ชายที่เป็นผู้นำกล่าวด้วยความตกตะลึง เสียงหัวเราะของชายหนุ่มดังขึ้นมาจากด้านในหมอกสีขาว
"ฮ่าๆๆพิษของเจ้ามันยังอ่อนเกินไป"ลั่วอู่หลินกล่าว แต่เดิมพิษก็เป็นส่วนหนึ่งของปราณหยินอยู่แล้ว อีกทั้งต้องไม่ลืมว่าลั่วอู่หลินมีดวงจิตอสูรเทวะคืออสรพิษหยกจันทราที่เป็นอันดับต้นๆของเผ่าพันธุ์อสูรประเภทอสรพิษ และยังมีราชามังกรอัสนีบาตทรราช ด้วยสองตัวตนนี้เองกับอีพิษของอสรพิษสามเศียรจะทำอะไรเขาได้
การต่อสู้ในครานี้ไม่สมควรจะเรียกว่าการต่อสู้ด้วยซ้ำเพราะคนที่มาปะทะกับเขาล้วนแต่แพ้ทางชายหนุ่มทั้งสิ้น แต่หากไม่นับเรื่องแพ้ทางคนเหล่านี้ก็ประมาทในตัวเขาจนเกินไปด้วยที่เห็นว่าเป็นแค่ระดับวีรชน
"การล่านี้สมควรจบลงได้แล้ว!"น้ำเสียงเย็นยะเยือกดังขึ้น มือที่ผายอยู่ก็กำลง เหล่าคนของนิกายหมื่นพิษก็ถูกแช่แข็งฉับพลันโดยที่ยังไม่ทันร้องขอชีวิตด้วยซ้ำ ลั่วอู่หลินซึมซับไอปราณห้าส่วนที่ได้มาจากทุกคนที่ตายตกจากนั้นให้ไฉ่เยว่เอ่อร์เก็บสะสมเอาไว้ก่อนแล้วค่อยกลั่นและดูดซับภายหลัง
ในขณะที่ชายหนุ่มผ่อนคลายจากการต่อสู้เมื่อครู่อยู่นั้น เขาก็ต้องถอนหายใจออกมาอีกครั้ง เพราะในครานี้มีชายหญิงอีกสี่คนกำลังตรงมาหาเขาอีกทั้งตบะยังเป็นระดับเซียนขึ้นไป
"ให้ตายเถอะ มากันแบบไม่หยุดหย่อนจริงๆหากเป็นระดับจอมปราชญ์ก็อยากจะเล่นด้วยอยู่หรอก แต่ระดับเซียนตอนนี้มันห่างชั้นจนเกินไป"ชายหนุ่มกล่าวและเดินข้ามมิติไป แน่นอนว่าเขาไม่คิดจะรนหาที่ตาย หากต้องต่อกรกับระดับเซียนแม้อีกฝ่ายจะแพ้ทางเขาก็ตามแต่ด้วยระดับพลังที่มีมากจนเกินไปก็ทำให้เขาตายได้โดยที่ยังไม่ทันได้เปิดมิติหลบหนีด้วยซ้ำ
ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะหลบหนี แต่ก่อนไปเขายังปล่อยให้ละอองเยือกแข็งนิรันดร์จางๆให้ยังคงอยู่เช่นนั้น แม้มันจะสังหารเหล่าเซียนพวกนี้ไม่ได้แต่หากพวกมันมาถึงบริเวณนี้เมื่อไรพิษหยินก็จะเข้าสู่ร่างกายของพวกมันทันที และพิษหยินนี้จะสร้างปัญหาให้กับพวกมันไม่น้อยเลยทีเดียว
"ฟุ๊บๆๆๆ"
"คนของเราตายหมดแล้ว คงจะมียอดฝีมือช่วยเด็กคนนั้นเอาไว้"
"เหอะๆต่อให้เป็นยอดฝีมือเพียงใดคิดที่จะหลบหลีกหนีจากสองขุมอำนาจก็ไม่ใช่เรื่องง่ายดาย ถึงอย่างไรนางเด็กนั่นก็ต้องเป็นของพวกเราทั้งสองขุมกำลังอยู่ดี"
เมื่อทั้งสี่คมาถึงก็พลันมองสำรวจในทันที ทว่าทันใดนั้นเองเซียนหญิงสองคนของหุบเขาหิมะสีเลือดรู้สึกได้ถึงความหนาวเย็นก็ดวงตาเบิกกว้างโดยพลัน ก่อนที่จะร้องเตือน
"บัดซบ ถอยเร็วนี่มันพิษหยิน!"ทุกคนรีบพุ่งออกจากสถานที่นั้นในทันทีพร้อมกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยความบิดเบี้ยวยิ่ง
"คนที่ช่วยเด็กคนนั้นไปถึงกับใช้ปราณหยินได้! แถมยังจงใจทำให้มันเบาบางเพื่อไม่ให้พวกเราสังเกตุเห็นและเข้าไปสัมผัสมัน ช่างชั่วช้านัก!"หญิงสาวกล่าวขึ้นอย่างเดือดดาลแววตาของนางเต็มไปด้วยความแค้นเคืองอย่างยิ่ง แม้พิษนี้จะไม่เป็นอันตรายกับนางในตอนนี้แต่ก็ถอนออกไม่ได้ทำได้เพียงแค่ใช้ลมปราณยับยั้งเท่านั้นและไม่รู้ว่ามันจะลุกลามวันไหน
ส่วนเซียนชายสองคนตอนนี้เต็มไปด้วยความหวาดกลัว พิษในนิกายหมื่นพิษมีอยู่มากมาย แต่ทว่าพิษหยินนั้นเป็นพิษที่หายากและทั้งนิกายยังหาทางแก้มันไม่ได้ การที่ต้องอยู่กับพิษที่หาทางแก้นี้ไม่ได้บอกได้เลยว่ามันช่างน่าหวาดผวา
"บัดซบจริง!"พวกเขาล้วนแต่สบถออกมาเช่นนั้น ก่อนที่จะพากันทะยานกลับไปรายงานแก่ขุมกำลังของตนเองว่าการตามล่าใครครานี้ล้มเหลวแล้ว
ในขณะเดียวกันที่ด้านในหอคอยมหาสมบัติลั่วอู่หลินตอนนี้อยู่ในห้องที่เยียนลี่นอนหลับอยู่พร้อมกับไป่หนี่และไป่หลี่เอ่อร์ที่ตอนนี้กำลังเช็ดตัวให้กับนาง
ชายหนุ่มค่อยๆเล่าประวัติของเด็กน้อยให้พวกนางได้ฟัง ในใจของภรรยาสาวทั้งสองก็เกิดความสงสารยิ่ง "สามี เจ้าไม่ต้องห่วงพวกเราจะดูแลนางเป็นอย่างดี จะรักและเอ็นดูนางเสมือนกับลูกของพวกข้าเอง"
พวกนางกล่าวออกมาพร้อมกันลั่วอู่หลินก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ ภรรยาของเขาแต่ละคนล้วนจิตใจดีมีเมตตากับเด็กๆด้วยกันทั้งนั้น คงต้องบอกว่านี่คือความโชคดีอีกอย่างหนึ่งของลั่วอู่หลินเลยก็ว่าได้
"อืม คงต้องฝากพวกเจ้าแล้ว"ลั่วอู่หลินกล่าวก่อนที่เขาจะเดินออกไปด้านนอกมุ่งตรงไปยังทะเลสาบอัสนี เริ่มปลดอาภรณ์ลงไปแช่เผื่อขัดเกลาร่างกายและถือเป็นการผ่อนคลายไปในตัว ทั้งยังนำผลของท้อเซียนอัสนีออกมากินราวกับมันเป็นผลไม้กินเล่นอย่างไรอย่างนั้น
'อ๊า ช่างสบายตัวซะจริงๆ'ลั่วอู่หลินหลับตาลงด้วยความผ่อนคลาย อัสนีบาตในทะเลสาบสำหรับตัวเขาก็เหมือนกับราวมีคนมาบีบนวดให้ ส่วนผลท้อเซียนอัสนีก็ส่งเสริมดวงจิตอสูรเทวะราชามังกรอัสนีบาตได้เป็นอย่างดี นี่คือสรวงสวรรค์ของลั่วอู่หลินเลยก็ว่าได้
"เห้อ ข้าเข้ามาที่นี่ได้เพียงไม่นานก็สังหารคนไปเกือบห้าสิบคนแล้ว พี่สาวนี่คงไม่ใช่ว่าข้ากำลังเข้าสู่วิถีมารหรอกนะ"ลั่วอู่หลินกล่าว ไฉ่เยว่เอ่อร์หัวเราะอย่างขบขัน
"ฮิฮิ เจ้าหนูเจ้าเข้าใจคำว่าวิถีมารผิดไป ไม่ใช่ทุกคนที่สังหารคนจำนวนมากแล้วจะสามารถเข้าสู่วิถีมารได้เลยเสียเมื่อไร ตราบใดที่เจ้ายังคงยึดมั่นในหลักการและมีสติอยู่เสมอไม่ลุ่มหลงก็ไม่มีทางเข้าสู่วิถีมารได้"
"เรามาพุดคุยกันเรื่องในวันนี้ดีกว่า ศิษย์ของหุบเขาหิมะสีเลือดล้วนแต่งดงามและหยาดเยิ้มคิดไม่ถึงว่าเจ้าจะสังหารพวกนางทั้งหมดได้ พี่สาวคนนี้ภูมิใจในตัวเจ้ามากเลยทีเดียว"
"ไม่เอาน่าพี่สาว เลิกล้อข้าเล่นเถอะ"ลั่วอู่หลินกล่าวอย่างเหนื่อยใจ เพราะความเจ้าชู้แท้ๆถึงได้ทำให้ไฉ่เยว่เอ่อร์ชอบคิดว่าเขาไม่สามารถฆ่าหญิงสาวที่งดงามได้
และต้องบอกว่ามันเป็นความจริงแต่ก็เพียงแค่ส่วนเดียวเท่านั้น เพราะแม้ลั่วอู่หลินจะเจ้าชู้แต่ก็ไม่ใช่ว่าพอเห็นหญิงงามแล้วจะคว้าจับทำภรรยาไปเสียหมด อีกทั้งด้วยความงดงาม ยั่วยวน และแสนดีของภรรยาของเขาแต่ละคนมันก็ทำให้มารตราฐานในการมองสตรีของเขาสูงขึ้นไปโดยปริยาย