จุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】

    เล่มที่ 1 ตอนที่ 1 ฉินอวี่

            “หลินอวี่ ข้าเห็นเจ้าเป็นพี่ชายของข้า ทำไม? ทำไมเจ้าจึงไร้ความปรานีเช่นนี้! ยมโลกคืนชีพ ยาพิษร้ายที่รุนแรง ข้าฉินอวี่ ไม่มีวันยอม!” ฉินอวี่ส่งเสียงตะโกนขึ้นไปบนฟ้า ใบหน้าของเขาแข็งทื่อพร้อมกระอักเลือดสีดำสนิทออกมาในทันทีจากนั้นร่างกายของเขาก็ถอยหลังออกไปอย่างช้าๆ

            ฉินอวี่รู้สึกเพียงผืนฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาราอันกว้างใหญ่กำลังพลิกกลับด้านเปลือกตาของเขาหนักอึ้งจนค่อยๆ ปิดลง ราวกับดวงดาวที่กว้างใหญ่นั้นได้ดับแสงลงเช่นกัน

            “พี่ พี่เป็นอะไรไป? พี่ชาย ท่านอย่าทำให้เสี่ยเอ๋อตกใจแบบนี้สิพี่ชาย... ขอร้องล่ะ อย่าทิ้งเสี่ยเอ๋อไปเลยนะ... เสี่ยเอ๋อกลัว...”

            ฉินอวี่ที่กำลังสับสนได้ยินเสียงร้องไห้ที่ดูวิตกกังวลดังเข้ามา

            ...

            “เสี่ยเอ๋อ ไม่ต้องกลัวนะ มีพี่อยู่ตรงนี้!”

            ฉินอวี่ลุกขึ้นนั่ง พร้อมพูดขึ้นเบาๆ แต่ภาพที่เห็นตรงหน้ากลับทำให้เขาต้องตกตะลึงที่นี่เป็นห้องซึ่งตกแต่งแบบโบราณ มีกลิ่นหอมของไม้จันทน์ส่งกลิ่นจางๆ อยู่ข้างกายแสงแดดส่องลอดเข้ามาตามช่องลวดลายแกะสลักบนหน้าต่าง ใต้หน้าต่างมีโต๊ะและเก้าอี้ที่แกะสลักจากไม้จันทน์ชุดหนึ่งจัดวางไว้เมื่อมองผ่านแสงแดดจึงเห็นเศษฝุ่นที่อยู่บนพื้นผิวได้อย่างเลือนรางและมีเสียงพูดคุยดังมาจากภายนอก

            ที่นี่ที่ไหนกัน?

            ฉินอวี่เริ่มประหลาดใจ

            จากนั้น ความทรงจำที่ผุดขึ้นในสมองก็ทำให้ฉินอวี่รู้สึกวิงเวียน

            เขตแดนฟ้าชิงเหลียน แคว้นอู่ ตระกูลฉิน บุตรชายคนที่สามของผู้นำตระกูลฉินฉินอวี่ อายุสิบห้าปี มีคุณสมบัติระดับทั่วไป...

            “ข้ากำลังฝันอยู่หรือ? หากนี่เป็นความฝัน ทำไมจึงดูเหมือนจริงเช่นนี้ล่ะ?” สีหน้าของฉินอวี่เริ่มไม่แน่ใจ เขามองไปรอบๆ ก่อนจะมองออกไปนอกหน้าต่างและตั้งใจเงี่ยหูฟังเสียงสนทนาที่ดังมาจากภายนอก

            “เฮ้อ คุณชายสามน่าสงสารจริงๆ แม้จะเป็นคุณชายตระกูลฉินแต่ทำไมจึงได้แตกต่างกันเช่นนี้ คุณชายสองชอบรังแกคุณชายสาม คราวนี้เขาถึงกับบังคับให้คุณชายสามคุกเข่าและยังทุบตีคุณชายสามจนหมดสติ เสี่ยวเถา เจ้าว่าควรบอกเรื่องนี้กับคุณหนูสี่หรือไม่?”

            “อย่าบอกเลยจะดีกว่า ข้าได้ยินมาว่าอีกไม่นานจะมีการชุมนุมใหญ่ของแคว้นอู่ผู้ที่เป็นลูกหลานแคว้นอู่สามารถเข้าร่วมการชุมนุมได้ เมื่อถึงตอนนั้นจะมียอดฝีมือของสำนักเซียนมาคอยสังเกตการณ์ล่วงหน้า เพื่อคัดเลือกผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะเข้าฝึกฝนในสำนักเซียนคุณหนูสี่มีความสามารถไม่ธรรมดา หากสามารถคว้าโอกาสนี้ไว้ได้ก็อาจจะได้เข้าสู่สำนักเซียน ดังนั้น ในช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้อย่าได้รบกวนคุณหนูสี่จะดีกว่า รอดูสักสองสามวันค่อยว่ากันอีกครั้งเถอะ”

            “เสี่ยวเถา ข้าว่าถ้าคุณชายสามเหมือนกับคุณชายใหญ่ได้ก็ดีสินะได้ยินมาว่าตอนนี้คุณชายใหญ่ได้เป็นแม่ทัพแล้วด้วย อนาคตรุ่งโรจน์สดใสมีโอกาสประสบความสำเร็จได้เป็นใหญ่เป็นโต แต่คุณชายสามนี่สิ มีคุณสมบัติธรรมดา...”

            “เฮ้อ คุณชายใหญ่กับคุณชายรองเป็นลูกที่เกิดจากนายหญิง ได้ยินมาว่าคุณชายสามกับคุณชายสี่เกิดจากนางทาสคนหนึ่งแม้ว่าจะเป็นบุตรชายของนายท่าน แต่สถานะย่อมต่างกันมากแน่นอน... อุ๊ยเสี่ยวฮวาคารวะนายท่าน!”

            ขณะที่ฉินอวี่กำลังประหลาดใจ ประตูห้องก็ถูกผลักออกอย่างกะทันหันเงาร่างอันสูงใหญ่และแข็งแกร่งร่างหนึ่งยืนอยู่ตรงประตู ฉินอวี่หันหน้ากลับไปมองเป็นเพราะแสงแดดที่เจิดจ้าสะท้อนเข้ามาจนแสบตาจึงมองเห็นหน้าตาของบุคคลที่เข้ามาได้ไม่ชัดนัก

            เขามีความสูงเจ็ดฉื่อ สวมชุดคลุมสีคราม มีรูปร่างแข็งแรงกำยำล่ำสัน ดวงตาดูกล้าหาญ คล้ายเอาแต่ใจ แต่กลับแผ่พลังของความองอาจออกมาราวกับแม่ทัพผู้ทรงอำนาจคนหนึ่ง และมีพลังความกดดันที่แข็งแกร่งบางอย่างได้แพร่กระจายจากร่างกายของเขาห่อหุ้มรอบร่างของฉินอวี่ ฉินอวี่หรี่ตาลง และพูดอย่างไม่สบอารมณ์“ขั้นยุทธ์สวรรค์ แต่มีพลังแข็งแกร่งเช่นนี้ เจ้านี่เยี่ยมไปเลยนะ! เรียกเสี่ยเอ๋อมานี่เดี๋ยวนี้!”

            ความคิดของฉินอวี่ในตอนนี้สับสนเป็นอย่างมาก เขาไม่แน่ใจว่ามันคือความฝันหรืออะไรกันแน่แต่ในฐานะที่เป็นผู้ดูแลหอตำราซึ่งเยาว์วัยที่สุดนับตั้งแต่มีการก่อตั้งสำนักเทียนฉีมาเขาจึงมีความหยิ่งในศักดิ์ศรีของตนมาก แม้จะถูกพิษยมโลกคืนชีพหรือแม้แต่ผู้แข็งแกร่งในขั้นทลายวิถีก็ยังไม่กล้าเสียมารยาทกับเขาเช่นนี้นับประสาอะไรกับแค่คนขั้นยุทธ์สวรรค์? ถ้าไม่ใช่เพราะคิดว่าเสี่ยเอ๋อล้อเล่นกับตนเองอยู่ฉินอวี่คงส่งเสียงตะโกนไล่ออกไปเสียให้พ้นแล้ว

            ในแดนเซียนอู่ อาณาเขตการฝึกฝนถูกแบ่งออกเป็นเจ็ดระดับขั้น ได้แก่ขั้นยุทธ์เก้าระดับ ขั้นปราณเสถียร ขั้นเทียนชุ่ยสามชั้น ขั้นกุมารทิพย์ขั้นเทพสวรรค์ ขั้นกายจุติ และขั้นทลายวิถี

            ลองนึกดูสิ? เมื่อมีคนระดับขั้นยุทธ์สวรรค์คนหนึ่งมากดดันฉินอวี่เช่นนี้จะไม่ให้เขาโมโหได้อย่างไร?

            เสี่ยวเถาและเสี่ยวฮวาที่กระซิบกันอยู่หน้าห้องเมื่อครู่นี้ได้มองลอดช่องประตูไปยังฉินอวี่ที่กำลังนั่งอยู่บนเตียง พวกนางต่างต้องตกตะลึงนี่มัน... เกิดอะไรขึ้นกับคุณชายสาม?

            “แค่ระดับขั้นยุทธ์สวรรค์อย่างนั้นหรือ? เยี่ยม นับตั้งแต่วันนี้ไปหากไม่สามารถเข้าสู่ขั้นยุทธ์ได้ ชั่วชีวิตนี้อย่าคิดจะได้ออกจากจวนตระกูลฉิน!” ชายที่น่าเกรงขามซึ่งยืนอยู่หน้าประตูส่งเสียงตะโกนขึ้นมาอย่างเคร่งขรึมและหันกลับไปอย่างขุ่นเคือง

            ฉินอวี่ขมวดคิ้วแน่น จ้องไปยังแผ่นหลังของชายผู้นั้นที่ค่อยๆห่างออกไป จากนั้นก็มองไปยังหญิงสาวสองคนที่มีสีหน้ามึนงงและเริ่มขมวดคิ้วมากขึ้นกว่าเดิม

            “นี่ไม่ใช่ความฝันหรือ? ถ้าไม่ใช่ความฝัน ข้าก็น่าจะตายไปแล้วสิ?” ฉินอวี่เริ่มสงสัยขึ้นในใจ เมื่อเขามองเห็นมืออันขาวผ่องทั้งสองข้างร่างกายก็สั่นเทา และถลึงตากลมโตด้วยความตกใจ

            นี่มัน...

            นี่ไม่ใช่ความฝันจริงหรือ? ข้ายังไม่ตาย? ความทรงจำมากมายที่ผุดขึ้นมานั่นคือเรื่องจริง?

            ข้ากลับมาเกิดใหม่หรือ?

            จะเป็นไปได้อย่างไร? แม้ว่าข้าจะเป็นผู้ดูแลหอตำราแห่งสำนักเทียนฉีแต่ก็เกิดมาพร้อมกับเส้นลมปราณพิการ ไม่อาจจะฝึกฝนวรยุทธ์ได้จึงเป็นเพียงปุถุชนคนหนึ่ง แล้วปุถุชนธรรมดาคนหนึ่งจะกลับมาเกิดใหม่ได้อย่างไร?

            ฉินอวี่ลุกขึ้นนั่งทันที และมองไปยังหญิงสาวสองคนนั้นก่อนถามขึ้นเบาๆ “ที่นี่ที่ไหน?”

            “คุณ... คุณชายสาม ที่นี่คือตระกูลฉิน นี่... นี่เป็นห้องของท่าน”หญิงสาวที่ชื่อเสี่ยวเถาหน้าถอดสี มองไปยังฉินอวี่ด้วยความกลัวและตอบกลับอย่างสั่นเทา

            “ตระกูลฉินหรือ? นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? ข้าเกิดใหม่แล้วจริงหรือ?”ฉินอวี่มีเพียงความรู้สึกขนลุกไปทั้งตัว ก่อนจะพูดจาตะคอกออกไป“ข้ากำลังถามเจ้าว่าที่นี่คือที่ใดของแดนเซียนอู่?”

            “เซียน... เซียนอู่หรือ? เอ่อ... ที่นี่คือแคว้นอู่”หญิงสาวอีกคนที่ชื่อเสี่ยวฮวารีบพูดขึ้นด้วยความตกใจ

            ฉินอวี่ลุกขึ้นยืนทันที ก่อนจะถามขึ้นเบาๆ “ตระกูลฉินมีหอตำราหรือไม่? พาข้าไปเดี๋ยวนี้!”

            “มี... มีเจ้าค่ะ...” เสี่ยวเถาพูดอย่างตะกุกตะกักใบหน้าอันงดงามของนางเต็มไปด้วยความหวาดกลัว นางแทบจะวิ่งหนีไปอย่างไม่หันกลับมาคุณชายสามในวันนี้แปลกไปอย่างสิ้นเชิง และช่างดูน่ากลัวมากจริงๆ

            “พาข้าไปเดี๋ยวนี้!” ฉินอวี่พูดอย่างเคร่งขรึม

            ครึ่งชั่วยามต่อมา!

            เสี่ยวเถาแอบมองฉินอวี่ที่กำลังสนใจอยู่กับตำราสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวของนางแปรเปลี่ยนไปเป็นความสงสารอย่างช้าๆ

            แย่แล้ว คุณชายสามคงจะเสียสติไปแล้ว นี่คือการอ่านหนังสือหรือ? นี่มันเป็นแค่การพลิกหนังสือชัดๆ

            เสี่ยวเถายังไม่รู้ นางยังไม่รู้ว่าฉินอวี่ในตอนนี้ไม่ใช่ฉินอวี่คนเดิมฉินอวี่ในตอนนี้คือผู้ดูแลหอตำราซึ่งเยาว์วัยที่สุดแห่งสำนักเทียนฉี

            หากมองดูชีวิตที่ผ่านมาของฉินอวี่มันช่างน่าทึ่งและน่าเสียดายเหลือเกินแม้แต่ปรมาจารย์สำนักเทียนฉีผู้เป็นอันดับหนึ่งแห่งแดนเซียนอู่ก็ยังต้องรู้สึกเสียดายไปกับเขา

            เขาอ่านออกเขียนได้ตั้งแต่อายุหนึ่งขวบท่องจำตำราหลายร้อยเล่มได้ตั้งแต่สามขวบ แตกฉานตำรากว่าหมื่นเล่มตอนอายุห้าขวบเมื่ออายุแปดขวบมันสมองของเขาก็เต็มไปด้วยความรอบรู้ด้านการเมืองอายุสิบสี่ปีได้ขึ้นเป็นหัวหน้าจัดการหอตำรา อายุสิบห้าปีก็เรียนรู้วิชาลับจำนวนมากได้ด้วยตนเองกระทั่งอายุสิบหกปีจึงกลายเป็นผู้ดูแลหอตำราซึ่งเยาว์วัยที่สุดของสำนักเทียนฉีได้รับแต่งตั้งเป็น ซิงเฉินจื่อ

            คนที่มีสติปัญญาดีเลิศจนน่าทึ่งเช่นนี้แม้ว่าจะมีคุณสมบัติระดับทั่วไป แต่ก็มีศักยภาพที่ไร้ขีดจำกัด แต่ด้วยชะตาฟ้าลิขิตฉินอวี่ผู้มีสติปัญญาอันน่าทึ่งกลับเกิดมาพร้อมกับเส้นลมปราณพิการแม้แต่ปรมาจารย์สำนักเทียนฉียังต้องแปลกใจกับเส้นลมปราณพิการนี้และไม่อาจฟื้นฟูเส้นลมปราณนี้ได้

            ฉินอวี่ที่กำลังหมกมุ่นอยู่กับตำรามิได้ล่วงรู้ความคิดของเสี่ยวเถาเลยแม้แต่น้อย เขาพลิกอ่านตำราทุกเล่มด้วยความเร็วอย่างยิ่งในฐานะที่เป็นผู้ดูแลหอตำราแห่งสำนักเทียนฉีแม้ว่าเขาจะมีเส้นลมปราณพิการแต่กำเนิดแต่สติปัญญาและพรสวรรค์ของเขากลับน่าตื่นตะลึงยิ่งนัก เขามีความจำเป็นเลิศ กวาดสายตามองครั้งเดียวก็จดจำได้กว่าร้อยบรรทัด

            หอตำราชั้นที่หนึ่ง ใช้เวลาไปเพียงครึ่งชั่วยามเท่านั้น

            หอตำราชั้นที่สอง ใช้เวลาไปทั้งหมดไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม

            หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ไปถึงชั้นที่สามของหอตำราฉินอวี่ถือตำราโบราณที่เย็บด้วยหนังสัตว์เล่มหนึ่งเอาไว้และออกแรงจับตำราหนังสัตว์นั้นไว้แน่น จนเส้นเอ็นที่แขนปูดโปนขึ้นมาทันทีดวงตาทั้งสองเบิกกว้าง รูม่านตาหดเล็กลง จ้องเขม็งไปยังข้อความที่อยู่บนตำราโบราณ

            “ยุคไท่กู่ตอนปลาย จอมอสูรหลินอวี่ได้ถือกำเนิดขึ้นพลังอสูรเทวะไม่มีผู้ใดหยุดยั้งได้ กวาดล้างเทียนฉี ทำลายฟ้าดินเข้าสู่ความว่างเปล่าอันไร้ที่สิ้นสุด...”

            “เสี่ยตี้ ใช้พลังเวทระดับสูงสุดรวบรวมแดนเซียนอู่ที่แตกสลายสร้างป้ายศิลาขนาดใหญ่ไว้ที่สำนักเทียนฉี สลักเป็นผืนดวงดาราอันกว้างใหญ่เผยแพร่วิชาแห่งนิรันดร สถาปนาสำนักโบราณซิงเฉิน เมื่อถึงช่วงเวลานี้ แดนเซียนอู่จึงเปลี่ยนชื่อเป็นแดนซิงเฉิน!”

            “จอมอสูรหลินอวี่! กวาดล้างเทียนฉี! หลินอวี่!ทำไม!” ฉินอวี่ส่งเสียงคำรามอย่างเบาๆและฉีกตำราหนังสัตว์อย่างโกรธเกรี้ยว

    คล้ายกับเรื่องจุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】 ที่คุณอ่าน

    กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

    กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.00M 2954
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ยอดคุณพ่อขั้นเทพ

    ยอดคุณพ่อขั้นเทพ

    นิยาย แฟนตาซี
    235K 400
    ประชันยุทธ์สะท้านฟ้า

    ประชันยุทธ์สะท้านฟ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.58M 3137
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.38M 1499
    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    นิยาย แฟนตาซี
    81K 280