ระบบสุดยอดเทพเจ้า

    ตอนที่ 40 วิชาจำแรงเทพ

    วิชาจำแรงหรือก็คือวิชาจำแรงเทพ มันเป็นวิชาที่ใช้ร่างจำแรงเทพให้เนื่อกว่าร่างจำแรงทั่วไป มันมีระดับขั้นเพื่อพัฒนาร่างจำแรงให้แข็งแกร่งขึ้น ว่ากันว่าวิชานี้เมื่อฝึกถึงขั้นสูงสุดของวิชาจะสามารถสร้างร่างเทพของตนเองได้และจะได้รับพลังเทพนั้นมาครอบครอง


    หวังอีฮังนั้นไม่ได้เข้าร่วการทดสอบเขาจึงยังเป็นเพียงศิษย์ธรรมดา แต่หวังสี่นั้นกลายเป็นศิษย์ของผู้อาวุโสคนหนึ่งในสำนัก เมื่อข่าวนี้ไปถึงตระกูลหวัง ประมุขตระกูลและบิดาของหวังสี่นั้นรู้สึกยินดีอย่างยิ่ง


    ระดับของตระกูลหวังในเมืองชูโจวนั้นเพิ่มขึ้นอย่างมาก เมื่อได้เป็นศิษย์ของผู้อาวุโสในสำนักย่อมการันตีแล้วว่าศิษย์ผู้นั้นมีโอกาสที่จะได้สืบทอดตำแหน่งผู้อาวุโส หลายตระกูลจึงมาร่วมยินดีแก่ตระกูลหวัง


    แต่มีข่าวหนึ่งที่ฟังดูแล้วน่าเศร้าหวังอีฮังนั้นได้หายตัวไปอย่างปริศนา จึงทำให้ไม่ได้เข้าร่วมการทดสอบ มารดาของหวังอีฮังนางนั้นรู้สึกเสียใจย่างยิ่ง “อีฮังลูกแม่ แม่นั้นยังคงเชื่อว่าลูกจะต้องไม่เป็นอะไรอย่างแน่นอน”นางมองดูดาวบนท้องฟ้ายามค่ำคืนแล้วอธิฐาน


    เหม่านั้นก็ได้เป็นศิษย์สืบทอดของเซียนอี้ หวังอีฮังนั้นรู้สึกตกใจอย่างมาก แต่พอคิดดูรวมๆแล้วทักษะการวาดภาพของเหม่านั้นเข้าขั้นพวกโรคจิตเลยก็ว่าได้ เพราะเขานั้นชอบวาดชุดชั้นในและสตรีที่งดงามที่เปลือยป่าว นั้นอาจเป็นเห็นผลที่เซียนอี้รับเขาเป็นศิษย์ 


    “ว่าแต่ทำไมเขาถึงได้มีคำว่าเซียนอยู่หน้าชื่อกัน”


    แต่หวังอีฮังก็ไม่ยากเสียเวลา ก่อนอื่นเลยเขาจะต้องหาร่างจำแรงเทพเสียก่อนจึงจะสามารถฝึกวิชาร่างจำแรงได้ เขานั้นเปิดประตูทั้งสามบานออกมา จากนั้นประตูสีม่วง สีทอง และสีดำก็ปรากฏอยู่ต่อหน้าเขา


    หวังอีฮังคิด”ข้าควรใช้ประตูบานไหนดีที่จะฝึกร่าจำแรงเทพก่อน” วิชาร่างจำแรงนั้นถ้าฝึกในช่วงระดับเปิดประตูมันจะทำให้รากฐานสมบูรณ์ขึ้นไปอีกขั้น เมื่อชีวิตก่อนของเขาหวังอีฮังนั้นได้ฝึกวชานี้ตอนที่เขาอยู่ระดับแท้จริง มันจึงไม่มีผลอะไรมากกับร่างจำแรงเทพของเขา


    ในตอนนี้หวังอีฮังเองก็ได้ปลดล็อคขีดจำกัดของตัวเองแล้วหนึ่งขั้นทำให้เขาแข็งแกร่งมากขึ้น โดยปกติคนทั่วไปจะสามารถปลดล็อคร่างกายช่วงเปิดประตูบานที่สี่ นั้นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคนที่เปิดประตูบานที่สี่ก่อนอายุยี่สิบปีถือได้ว่าเป็นอัจฉริยะ แต่มันก็แค่สำนักระดับกลางเท่านั้น


    สำนักระดับสูงอย่างเช่นสำนักฟ้าดินที่มีตัวตนระดับแท้จริงปกครองอยู่จึงจะสามารถเรียกได้ว่าเป็นสำนักระดับสูง ส่วนสำนักระดับล่างอย่างเช่นสำนักหมาป่าสีเงินที่มีเพียงตัวตนระดับเลือกเส้นทางเป็นคนปกครอง


    สำนักหับเขานภานั้นที่ได้ขึ้นเป็นสำนักระดับกลางเพราะมีตัวตนอย่างเซียนอี้ดำรงอยู่ ว่ากันว่าประมุขสำนักและเซียนอี้นั่นคือสหายกัน และช่วยกันก่อตั้งสำนักหุบเขานภาขึ้นมา


    “เจ้าหนูเจ้าคิดจะทำอะไรงั้นเหรอ” ปิงเฮยนั้นพูดขึ้นมา หวังอีฮังหันไปมองมันและพูด”ข้าต้องการร่างจำแรงเทพนะ”เขาตอบอย่างจริงจัง 


    “ร่างจำแรงเทพงั้นเหรอ แล้วเจ้าเรียกได้หรือยังว่าจะฝึกประตูไหน” ปิงเฮยนั้นรู้สึกว่าหวังอีฮังนั้นมีควารู้มากมาย มันมันยั้นไม่อยากจะเชื่อว่าหวังอีฮังคืคนของโลกไท่จงใบนี้


    “ข้าคิดว่าข้าจะฝึกร่างจำแรงศักดิ์สิทธิ์นะ เพราะวิธีการที่เจ้าสอนข้ามันคล้ายกับการจำแรงร่างเทพเลย” ปิงเฮยผงะไป มั้นนั้นจงใจให้หวังอีฮังฝึกร่างศักดิ์สิทธิ์ให้กลายเป็นร่างจำแรงเทพ แต่มันไม่คิดเลยว่าหวังอีฮังเองก็รู้วิธีเหมือนกัน


    “ไม่เลวเลยนิเจ้าหนู ข้าสักจะชอบเจ้าแล้ว รีบเปิดประตูบานที่สี่ละข้าจะได้พาเจ้าไปที่แห่งหนึ่ง” ปิงเฮยะูดออกมาอย่างลึกลับ หวังอีฮังมองไปที่ปิงเฮย จากนั้นเขาก็เห็นหีบใบเล็กที่วางอยู่


    “เจ้ารู้หรือยังว่ามันคือหีบอะไร” ในตอนที่เขาได้หีบมานั้นเขาไม่อาจที่จะเปิดมันได้ ะึงแม้ว่าเขาจะมช้ร่างของปีศาจแห่งความตายแล้วก็ตาม




    “มันคือกล่องกักเก็บจิตวิญญาณชั่วร้าย”ปิงเฮยกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดูน่ากลัว หวังอีฮังนึกในควาทางจำของเขานั้นไม่รู้อะไรเกี่ยวกับหีบนี้เลย


    “ข้าต้องตายแน่เลย”ปีศาจลำดับที่ยี่สิบร้องโอดควน มันรู้สึกเหมือนว่าชีวิตของมันนั้นจบสิ้นไปแล้ว มันมองปีศาจตนหนึ่งและออกคำสั่ง “เจ้าไปบอกสำนักปีศาจฟ้าดินของโลกไท่จงว่า ให้พวกมันตามหาคนหนึ่งที่มีมอนสเตอร์ระดับสูง ตามหาให้เจอและสั่งหารพวกมันซะ และก็เอาหีบสมบัติมาให้ข้า” ปีศาจรับคำสังจากนั้นมันก็หายไป


    “เจ้านี่ละก็ใจร้อนจริงๆ”สตรีผู้งดงามก็พูดขึ้น ปีศาจลำดับที่ยี่สิบนั้นรู้สึกโกรธที่หีบนั้นถูกเอาไป