เพล้ง!
กระจกแตกกระจาย แต่เขาไม่สนใจเศษแก้วที่กระเด็นมาโดนมือ เขาคว้าสิ่งที่อยู่ข้างในออกมา
ขวานดับเพลิงฉุกเฉินด้ามจับสีแดงสด
"อย่างน้อยก็ดีกว่ามือเปล่า"
เขากล่าวกับตัวเอง พลางลองเหวี่ยงมันไปมาในอากาศ น้ำหนักของมันเหมาะมืออย่างน่าประหลาด
ความรู้สึกคุ้นเคยแล่นผ่านแขน ทั้งที่ในชีวิตพนักงานออฟฟิศ เขาจับเมาส์บ่อยกว่าจับมีดทำครัวเสียอีก
"แปลกชะมัด... เหมือนเคยจับมันมาเป็ร้อยครั้ง"
เขาพึมพำ แต่ความมั่นใจในมือขวาก็ทำให้เขายิ้มออก
เขาเดินลัดเลาะเข้าไปหลังเคาน์เตอร์ ทะลุเข้าไปในห้องพักพนักงานที่เล็กและรกไปด้วยเอกสาร
สายตาคมกริบกวาดมองไปทั่ว จนพบกับมีดปอกผลไม้เล่มเล็กวางอยู่บนซิงค์ล้างจาน
แม้จะดูธรรมดา แต่มันก็คมกริบ อคินหยิบมันขึ้นมา แล้วเสียบเหน็บไว้ที่ขอบกางเกงด้านหลังอย่างคล่องแคล่ว ราวกับเป็ที่ที่มันควรอยู่
"อาวุธพร้อม... ต่อไป เสบียง"
เขาเดินกลับออกมาที่โซนขายของ
ทันทีที่ก้าวเข้ามา กลิ่นต่างๆ ก็ปะทะจมูกรุนแรงกว่าเดิม
กลิ่นเหม็นเน่าของไส้กรอกในตู้แช่ที่ไฟดับมาข้ามวัน... กลิ่นบูดเปรี้ยวของนมที่เริ่มเสีย... และกลิ่นรา ที่เริ่มก่อตัวบนขนมปัง
มันผสมปนเปกันจนคนปกติคงต้องยกมือปิดจมูกด้วยความสะอิดสะเอียน
แต่อคินกลับพบว่าตัวเองไม่ได้รู้สึกรังเกียจขนาดนั้น เขาแค่รับรู้ว่ามันคือ 'กลิ่นของสิ่งที่กินไม่ได้'
จมูกของเขากลายเป็เครื่องแยกแยะคุณภาพอาหารชั้นยอด
เขาเดินผ่านชั้นวางแซนด์วิช จมูกบอกได้ทันทีว่าไส้ทูน่าในห่อนั้นเน่าแล้ว แม้พลาสติกจะยังซีลสนิท
เขาเมินมัน แล้วเอื้อมไปหยิบ 'โปรตีนบาร์' ที่วางอยู่ชั้นถัดไป
กลิ่นถั่ว... กลิ่นช็อกโกแลต... กลิ่นแห้งๆ ของธัญพืช
"อันนี้ดี"
เขาคว้าขวดน้ำเปล่า... กลิ่นพลาสติกสะอาด ไม่มีกลิ่นตะไคร่เจือปน
เขาคว้าห่อแครกเกอร์... กลิ่นแป้งและเกลือ ยังสมบูรณ์
"ไม่น่าเชื่อ... จมูกเรากลายเป็เครื่องสแกน อย. ไปแล้วเหรอเนี่ย"
อคินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ "ระบบที่พระเ้าสร้างให้นี่มัน... Service Mind ดีจริงๆ"
ชายหนุ่มกวาดเสบียงที่ 'ผ่านการตรวจสอบ' ลงในกระเป๋าเป้ใบเก่าที่พนักงานลืมทิ้งไว้ใต้เคาน์เตอร์
ในขณะที่เขากำลังก้มหน้าก้มตาจัดเรียงขวดน้ำ...
กึก... แกรก...
เสียงนั้นดังมาจากทางหน้าร้าน
อคินชะงักมือทันที ร่างกายแข็งทื่อ
มันไม่ใช่เสียงหนู... ไม่ใช่เสียงลม...
มันคือเสียงของแข็งบดขยี้เศษกระจกบนพื้น... จังหวะการย่ำเท้าหนักหน่วง มั่นคง และไร้ความปรานี
[กอบลิน เลเวล 1]
ความคิดแรกของอคินคือ
'หาที่กำบัง! มุดลงใต้เคาน์เตอร์! ซ่อนตัว!'
สมองของเขาสั่งการแบบนั้น สั่งให้หนี สั่งให้กลัว
แต่ร่างกายของเขาปฏิเสธคำสั่งนั้น
ก่อนที่สมองจะทันประมวลผลเสร็จ ขาของเขาก็ย่อลง กล้ามเนื้อต้นขาเกร็งตัวแน่นราวกับสปริงที่ถูกกดจนสุด
ร่างกายที่เขาคิดว่าเป็ของตัวเอง กลับเบาหวิวอย่างน่าเหลือเชื่อ
อคินไม่ได้ 'วิ่ง' ไปหลบ... แต่เขา 'กระโจน'
วูบ!
ร่างของเขาลอยขึ้นจากพื้นอย่างไร้เสียง ยื่นมือออกไปคว้าขอบเหล็กฉาก้าของชั้นวางขนมที่สูงที่สุด
และด้วยแรงส่งเพียงนิดเดียว ร่างทั้งร่างก็ดีดตัวขึ้นไปหมอบอยู่บนคานเหล็กแคบๆ ใต้ฝ้าเพดาน สูงจากพื้นเกือบสามเมตร
อคินกลั้นหายใจ เขานั่งยองๆ อยู่บนคานแคบๆ นั้น ทรงตัวได้อย่างสมบูรณ์แบบโดยไม่ต้องใช้มือจับยึด
ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงกับการกระทำของตัวเอง
'เมื่อกี้... ฉันทำบ้าอะไรลงไป? คนปกติที่ไหนะโสูงขนาดนั้นได้!'
ขวานฉุกเฉินในมือเย็นเฉียบ แต่หัวใจกลับเต้นแรง... ไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่ด้วยความระทึก
ฟุดฟิด... ฟุดฟิด...
ร่างสีเขียวซีดปรากฏขึ้นที่หน้าประตูร้าน
กอบลินตัวหนึ่งเดินย่ำเข้ามาในเขตหวงห้ามของเขา
มันสวมหมวกกันน็อกเก่าๆ ที่แตกครึ่ง ใบหูยาวแหลมกระดิกไปมา จมูกบานๆ ของมันสูดดมอากาศ
กลิ่น... มันได้กลิ่นมนุษย์
มันรู้ว่ามีเหยื่ออยู่ที่นี่
อคินมองลงมาจากมุมสูง สายตาของเขาจับจ้องไปที่เหยื่อเบื้องล่าง
ความรู้สึกกลัวหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงสมาธิที่จดจ่อ... และความกระหายที่จะ 'จัดการ' ผู้บุกรุก
เขาจ้องมองท้ายทอยที่เปิดโล่งของมัน มองเห็นเส้นเืที่เต้นตุบๆ อยู่ใต้ิัสีเขียว
'รอ... รอให้มันเผลอ'
กอบลินเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าชั้นวางขนม ใต้จุดที่เขาซ่อนตัวอยู่พอดี มันก้มลงคุ้ยเขี่ยห่อขนมที่ตกอยู่บนพื้น
มันหันหลังให้เขา
สัญชาตญาณดิบเถื่อนกรีดร้องออกมาจากทุกอณูของร่างกาย
...ตอนนี้!
อคินไม่ได้ปีนลง
เขาทิ้งตัว
ร่างของเขาพุ่งดิ่งลงจากความสูงสามเมตรเหมือนเพชฌฆาตที่โผเข้าตะครุบเหยื่อ ไร้เสียง ไร้การลังเล
กลางอากาศนั้น ร่างกายของเขาบิดตัวจัดระเบียบเองโดยอัตโนมัติ ขวานในมือขวาถูกเงื้อขึ้นสูงเหนือศีรษะ
ตุบ!
เท้าของเขาเหยียบลงบนไหล่ทั้งสองข้างของกอบลินเต็มแรง น้ำหนักตัวบวกกับแรงโน้มถ่วงกดร่างของมันจนทรุดฮวบ
และก่อนที่มันจะทันได้อ้าปากร้อง...
ฉับ!
คมขวานสับลงกลางก้านคอของอสูรร้ายอย่างแม่นยำและรุนแรง
เสียงกระดูกหักดังกร๊อบ สยดสยองแต่ก็ไพเราะในเวลาเดียวกัน เืสีดำข้นทะลักพุ่งออกมา
อคินไม่ได้หยุดแค่นั้น เขาใช้เท้าถีบร่างที่กำลังชักกระตุกส่งแรงดีดตัวม้วนหลังออกมาตั้งหลักยืนบนพื้นอย่างสวยงาม
กอบลินนอนแน่นิ่งไปแล้ว
อคินยืนหอบหายใจ เืสีดำเปรอะเปื้อนแขนเสื้อ แต่เขากลับรู้สึก... ดี
เขาก้มมองมือที่กำขวานแน่น มองผลงานการฆ่าครั้งแรกในชีวิต
"เรา... เราฆ่ามันได้"
เขาควรจะรู้สึกคลื่นไส้ ควรจะรู้สึกผิดบาป... แต่ทำไม... เขาถึงรู้สึกเหมือนแค่เพิ่ง 'ตบยุง' ที่น่ารำคาญไปตัวหนึ่ง?
"ท่าเมื่อกี้... ฉันไม่เคยเรียนที่ไหนมาก่อนเลยนะ"
ทันใดนั้น หน้าต่างระบบสีฟ้าก็เด้งขึ้นมาตรงหน้า จนเขาเผลอผงะถอยหลัง
ติ๊ง
[ท่านได้รับค่าประสบการณ์จากการสังหารกอบลิน เลเวล 1 จำนวน: 10 แต้ม]
"หา? เดี๋ยวนะ... บังชะมัด"
อคินปัดมือใส่อากาศ พยายามไล่หน้าต่างที่บดบังทัศนวิสัย
"เฮ้! ปิดยังไงล่ะเนี่ย! ปิด! ซ่อน! เก็บ!"
ไม่มีอะไรเกิดขึ้น... หน้าต่างนั้นยังคงลอยเด่นกวนใจ
แต่แล้ว เหมือนระบบจะรำคาญเสียงโวยวายของเขา มันวูบหายไป แล้วแทนที่ด้วยหน้าต่างใหม่ที่ละเอียดกว่าเดิม
[หน้าต่างสถานะ]
[ชื่อ: อคิน
เลเวล:??
อาชีพ: นักรบ (Warrior)
พลังชีวิต (HP) : 100% | พลังเวท (MP) :??]
[ค่าสถานะพื้นฐาน]
ความแข็งแรง (STR) : 6 (+15)
ความรวดเร็ว (AGI) : 19 (+13)
สมาธิ (WIS) : 15 (+14)
ปัญญา (INT) : 16 (+15)
[สกิลประจำตัว
พื้นฐานการต่อสู้ระยะประชิด : (Passive) ร่างกายจดจำวิธีการต่อสู้โดยสัญชาตญาณ
ปัดป้อง : (Active) เพิ่มโอกาสป้องกันการโจมตี
ขว้างปา : (Active) เพิ่มความแม่นยำในการโจมตีระยะไกล
ปฐมพยาบาล : (Active) ฟื้นฟูาแและพลังชีวิตเล็กน้อย]
"สเตตัส?"
อคินไล่สายตาอ่านอย่างรวดเร็ว คิ้วของเขาขมวดเข้าหากันจนเป็ปม
'เครื่องหมายคำถามที่เลเวลกับ MP คืออะไร? ระบบบัคเหรอ?'
'แล้วดูค่าพลังนั่นสิ... STR 6? นี่มันค่าพลังของคนธรรมดาชัดๆ แต่อไอ้บวก 15 ข้างหลังนั่นคืออะไร? บัฟจากพระเ้าเหรอ? มิน่าล่ะถึงได้แรงเยอะผิดปกติ'
'AGI 19... บวกอีก 13! นี่มันเร็วระดับนักกีฬาโอลิมปิกแล้วมั้ง ถึงว่าะโขึ้นคานได้สบายๆ'
แต่สิ่งที่ทำให้เขาสงสัยที่สุดคือรายการสกิล
' [พื้นฐานการต่อสู้] ... [ปัดป้อง] ... โอเค เข้าใจได้ สมกับเป็นักรบ'
สายตาของเขามาหยุดที่บรรทัดสุดท้าย
' [ปฐมพยาบาล] ?'
"เดี๋ยวนะ... นี่มันสกิลสายซัพพอร์ตไม่ใช่เหรอ? หรืออย่างน้อยก็นักบวช?"
อคินเกาหัวแกรกๆ
"ทำไม 'นักรบ' สายบู๊อย่างฉันถึงมีสกิลรักษาติดตัวมาด้วย? ระบบมันสุ่มสกิลมาให้มั่วหรือเปล่า? หรือเห็นฉันตัวคนเดียวเลยแถมให้เป็พิเศษ?"
เขามองหน้าต่างนั้นด้วยความเคลือบแคลง เหมือนกำลังพยายามจับผิด
แต่เสียงขู่คำรามต่ำๆ จากหน้าร้านดึงสติเขากลับมาสู่โลกความเป็จริง
กลิ่นคาวเืจากศพกอบลิน... มันเหมือนสัญญาณเรียกพวกพ้อง
อีกสองตัว... ไม่สิ สามตัว กำลังเดินเข้ามา
ดวงตาของพวกมันวาวโรจน์ในความมืด น้ำลายยืดหยดลงพื้นเมื่อเห็นศพเพื่อน
"มากันจนได้..."
อคินกระชับขวานในมือ แววตาของเขาเปลี่ยนไป
ไม่ใช่แววตาของพนักงานออฟฟิศที่หวาดกลัวอีกต่อไป
แต่เป็แววตาของสัตว์ป่าที่ถูกรุกล้ำอาณาเขต
"เออ... ระบบจะมั่ว หรือสเตตัสจะเพี้ยนก็ช่างหัวมัน"
เขาแยกเขี้ยว... รอยยิ้มแสยะปรากฏบนใบหน้าโดยไม่รู้ตัว
"ขอแค่ฆ่าพวกแกได้ ก็พอแล้ว!"
อคินพุ่งตัวออกไปในความมืด ร่างกายกลืนหายไปกับเงาของชั้นวางสินค้า
เสียงร้องโหยหวนของกอบลินดังขึ้นตามมาติดๆ ...
การล่าเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น
...
ราวหกชั่วโมงต่อมา
...
"แฮ่ก... แฮ่ก..."
อคินยืนพิงผนังคอนกรีต หอบหายใจหนักหน่วง
รอบกายของเขาคือซากกอบลินสามตัวที่นอนตายในสภาพดูไม่ได้
นี่เป็ชั่วโมงที่เจ็ดแล้ว... เจ็ดชั่วโมงแห่งการฆ่าฟัน และการค้นหาที่ไร้จุดหมาย
เขาเดินฝ่าดงอสูรไปทั่วละแวกใกล้เคียง ะโเรียกชื่อ 'แต้ม' จนเสียงแหบแห้ง
"แต้ม..."
เขาทรุดตัวลงนั่งยองๆ เรี่ยวแรงที่เคยมีมหาศาลเริ่มหดหายไป
ไม่ใช่เพราะความเหนื่อยล้าของกล้ามเนื้อ แต่เป็ความรู้สึก 'กลวง' ข้างใน เหมือนถ่านแบตเตอรี่ที่กำลังจะหมดประจุ
"แกอยู่ที่ไหน... ส่งเสียงหน่อยสิลูก"
ไม่มีคำตอบ... ความเงียบของเมืองร้างยังคงเป็คำตอบเดียวที่เขาได้รับ
และทันใดนั้น...
ติ๊ง
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:59:59]
"จะหมดเวลาแล้วเหรอ..."
อคินมองตัวเลขสีแดงที่เริ่มนับถอยหลังชั่วโมงสุดท้าย
"เกือบตีสามแล้วสินะ... เราคงต้องพักผ่อนแล้ว"
เขาตีความเอาเองว่า นี่คือขีดจำกัดที่ร่างกายจะรับไหว พระเ้าคงไม่อยากให้เขาโหมงานหนักจนตายรอบสอง
เขายันตัวลุกขึ้น เตรียมจะเดินกลับไปยัง 'ฐาน' ที่ร้านสะดวกซื้อ
แต่หน้าต่างข้อความใหม่ก็เด้งขึ้นมาขวางหน้า
ครั้งนี้ตัวอักษรเป็สีแดงกะพริบถี่ๆ ดูร้อนรนกว่าทุกครั้ง
[คำเตือน: โปรดหาที่กำบังที่ปลอดภัยก่อนการเชื่อมต่อสิ้นสุด!]
[ร่างกายของคุณจะไร้การป้องกันเมื่อหมดเวลา!]
อคินชะงัก เลิกคิ้วมองข้อความนั้น
"ระบบ... เตือนเราด้วยเหรอ?"
เขายิ้มมุมปาก
"ขอบใจนะ ใส่ใจผู้ใช้งานดีจัง"
"โอเคๆ กลับฐานเดี๋ยวนี้แหละ"
อคินเร่งฝีเท้า ขาของเขายังคงว่องไว แต่ความรู้สึกง่วงงุนอย่างรุนแรงเริ่มโจมตีเปลือกตา
สัญชาตญาณบางอย่าง... สัญชาตญาณที่เหมือนเข็มทิศในหัว พาเขาวิ่งลัดเลาะผ่านตรอกซอกซอยมืดๆ
กลับไปยังร้านสะดวกซื้อได้อย่างแม่นยำโดยไม่ต้องดูป้ายทาง
เขาปีนป่ายท่อระบายน้ำด้านหลังตึก กลับขึ้นไปบนดาดฟ้าด้วยความคล่องแคล่วที่แม้แต่ลิงยังต้องอาย
เมื่อกลับมาถึงดาดฟ้า... พื้นที่ปลอดภัยเพียงหนึ่งเดียวของเขา
อคินใช้เวลา 40 นาทีสุดท้ายอย่างคุ้มค่า... หรืออาจจะเรียกว่า 'หมกมุ่น'
เขาไม่ได้แค่นอนลง
แต่เขาลากตู้แช่ไอศกรีมเก่าๆ ที่พังแล้วมาขวางประตูเหล็กไว้อย่างแ่า
เขาเดินไปมุมอับที่สุดข้างแทงก์น้ำ มุมที่มองเห็นประตูทางเข้าได้ชัดเจนแต่คนข้างนอกมองไม่เห็นเขา
เขาดึงแผ่นสังกะสีและลังกระดาษมาวางซ้อนกัน สร้างเป็... 'โพรง'
ใช่... มันดูเหมือน 'รัง' มากกว่าที่นอนของมนุษย์
เขาจัดเรียงขวดน้ำและโปรตีนบาร์ไว้ใกล้มือที่สุด ในตำแหน่งที่คว้าถึงโดยไม่ต้องมอง
เขาตรวจสอบช่องทางหนีทีไล่รอบทิศทาง
ทุกอย่างต้องเป๊ะ ทุกอย่างต้องปลอดภัย
จนกระทั่ง...
ติ๊ง
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:10:00]
"รู้แล้วน่า..." อคินบ่นอุบอิบ ขณะมุดตัวเข้าไปในรังที่สร้างกระดาษลังเก่าๆ
เขารู้สึกเหมือนระบบนี้ขี้กังวลเป็พิเศษ เหมือนแม่ที่คอยเตือนลูกให้นอนเร็วๆ
[แจ้งเตือนสุดท้าย: การเชื่อมต่อภาคกลางคืนกำลังจะสิ้นสุดลง]
[หลับฝันดี...]
ข้อความสุดท้ายดูแปลกตาไปนิดหน่อย เหมือนมีความรู้สึกเจือปนอยู่ แต่มันหายไปเร็วเกินกว่าที่อคินจะทันสังเกต
"เออ... ปลอดภัยสุดๆ แล้วเนี่ย"
อคินจัดท่าทางให้นั่งพิงผนังคอนกรีต ขาชันเข่าขึ้นมาแนบอก กอดขวานฉุกเฉินไว้ในอ้อมแขนแน่น
เขาเหนื่อย... เหนื่อยมาก...
เปลือกตาหนักอึ้งเหมือนมีตะกั่วถ่วง ความรู้สึกเหมือนถูกแรงดึงดูดมหาศาลฉุดลงสู่ห้วงลึกกลับมาอีกครั้ง รุนแรงกว่าตอนตื่นเป็สิบเท่า
เขาจ้องมองนาฬิกาบนหน้าต่างระบบที่เป็สิ่งเดียวที่ส่องสว่างในความมืด
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:00:03]
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:00:02]
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:00:01]
[สิ้นสุดการเชื่อมต่อ]
วินาทีนั้น ราวกับมีคนดึงปลั๊กไฟออก
สติของอคินดับวูบลงทันที ไม่มีฝัน ไม่มีภาพค้าง
ร่างของชายหนุ่มทิ้งตัวลงซบกับเข่า คอพับลงอย่างหมดสภาพ ขวานในมือคลายออกเล็กน้อยแต่ยังคงเกี่ยวไว้กับนิ้ว
ลมหายใจของเขาแ่เบาลง... เบาลง...
จนกระทั่งร่างนั้นเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงท่ามกลางแสงจันทร์...
แต่เ้าตัวไม่มีวันได้รับรู้... จนกว่าจะถึงคืนพรุ่งนี้