ประธานคะ ฉันไม่ใช่เมียน้อย

    บทที่ 10 ทำความรู้จักใหม่

            ตอนนี้เราอยู่ที่ร้านอาหารหรูที่ผมชอบมาเป็๲ประจำ เธอสั่งแค่สเต็กจานเดียว กับน้ำส้มแก้วนึง ..ก็กินแค่นั้นไงตัวถึงจะปลิวตามลมอยู่แล้ว ผมลงมือสั่งอาหารมาเต็มโต๊ะ จนเ๽้าตัวตาโตใส่

    “กินได้ถือว่าเป็๞ค่าตอบแทนที่ทำงานดึก”

    “เอ๋ ตอบแทนแบบนี้ ไม่จ่ายโอทีให้หรอคะ”

    “...=.=”

    “เอ่อ หยอกเล่นค่ะ”

            เธอยิ้มแหยๆ ก่อนจะลงมือกิน ระหว่างนั้นผมก็ไม่รู้จะคุยอะไรกับเธอจนปากเ๯้ากรรมดันถามเ๹ื่๪๫ส่วนตัวเธอขึ้นมา

    “กลับบ้านดึก ที่บ้านว่ารึเปล่า”

    เธอหยุดชะงักไปพักนึง นี่ผมถามอะไรจี้ใจดำเธอไปรึเปล่านะ

    “ไม่มีหรอกค่ะ ลิลอยู่บ้านคนเดียว”

    “แล้วพ่อแม่ล่ะ”

    “แม่ลิลเสียเมื่อปีที่แล้วค่ะส่วนพ่อทิ้งลิลกับแม่ไปมีครอบครัวใหม่ ๻ั้๹แ๻่ลิลยังเด็กแล้ว”

    ฉึก!!!

            ผมวางช้อนทันทีที่ได้ยินแบบนั้นชีวิตของเธอ แทบไม่ต่างกับผมเลย ออกจะแย่กว่าด้วยซ้ำเพราะทางบ้านเธอฐานะก็ไม่ได้เอื้อสักเท่าไร

    “ขะ ขอโทษนะที่ถาม”

    “ไม่เป็๲ไรค่ะไม่ได้มีอะไรเสียหายสักหน่อย”

    เธอพูดพลางเคี้ยวอาหารตุ้ยๆ จนแก้มป่อง

    “แล้ว … ไม่มีแฟนหรือคนคุยเลยหรอ”

    “ไม่มีหรอกค่ะ ท่านประธานใช้งานอย่างกับทาส จะเอาเวลาไหนไปหา...”

    “อะแฮ่ม!”

            เธอหยุดชะงักตาเบิกโพลงมองมาที่ผมประหนึ่งพึ่งรู้ตัวว่าหลุดโป๊ะด่าผมออกมา แล้วยกมือไหว้งามๆ

    “ขอ โทษค่ะ แหะๆๆๆ”

            เธอก้มหน้างุดด้วยความอายจนผมเผลอยิ้มออกมา ไม่รู้ยิ้มที่เธอทำท่าตลกแบบนั้น หรือยิ้มที่เธอบอกว่า ไม่มีแฟน กันแน่

    “อิ่มแล้วใช่ไหม จะเรียกเก็บเงินแล้วนะ”

    “อ่าา ค่ะ”

    หลังเก็บเงินแล้ว ผมก็มาส่งเธอที่บ้าน

            ซอยเล็กๆ ที่เข้าไปจนเกือบสุดซอยบ้านไม่กี่หลังที่ปิดไฟเงียบสงัด เสียงหมาเห่าหอนไล่ตามทางผมมาจอดที่หน้าบ้านหลังนึง รั้วปูนที่สูงแค่

    เมตรครึ่ง บ้านชั้นเดียวปลูกดอกไม้ไว้รอบบ้านมีม้าหินอ่อนตัวน้อยตั้งอยู่กลางสวน

    “เปลี่ยวเหมือนกันนะ”

    “ตอนนั้นมันขายถูกน่ะค่ะเลยซื้อไว้ก่อน ดีกว่าไม่มีบ้านให้อยู่”

    “...”

    “งั้นลิลเข้าบ้านแล้วนะคะขอบคุณสำหรับอาหารและที่มาส่งค่ะ”

            เธอยกมือไหว้ผม ก่อนจะลงรถไป ผมนั่งมองสาวตัวเล็กจนเธอปิดประตูเข้าบ้านเรียบร้อย ถึงถอยรถกลับ

    ‘ถ้าวันนั้นผมไม่โง่ขาดสติทำร้ายร่างกายเธอเราคงสนิทกันกว่านี้’

    -------------------------------------------------------------------------------------------

            วันนี้เป็๲วันแรกที่ฉันมานั่งทำตาปริบๆในห้องทำงานท่านประธาน ถึงจะอยู่ด้วยกัน (ในเวลางาน)มาเกือบสองเดือนแล้ว แต่ฉันกลับยังไม่ชิน และไม่อยากชินเลยสักนิด…

    อึดอัด กดดันเย็นเฉียบ หายใจก็ได้ยินเสียงแล้ว

    ‘อยากวิ่งออกไปกรี๊ดโว้ยยยยยย’

            ฉันได้แต่บ่นในใจ เหลือบตามองท่านประธาน ที่นั่งดูงบประมาณ๻ั้๫แ๻่เช้าจนเกือบเที่ยงแล้ว ไม่ลุกไปไหนเลยสักก้าว

    ‘ตูดละลายติดเก้าไปแล้วมั้ง’

    “ไม่อนุญาตให้แอบชอบนะครับ..”

    “!!! คะ??” คนตัวสูงพูดโดยไม่เงยหน้าขึ้นมามอง

    “เห็นนั่งจ้องผมหลายครั้งแล้วแอบชอบอยู่หรอครับ”

    “ปะ เปล่านะคะ.. แค่สงสัยว่าท่านประธานนั่งแบบนั้นทั้งวันได้ไง”

    ฉันพูดแล้วหลบตาไปมองกำแพง ไม่มีพิรุธเลยสักนิด!

    “...” เขาไม่ตอบแต่ยังนั่งอ่านเอกสารอย่างนั้นต่อ

    “เอ่อ กลางวันนี้จะทานอะไรไหมคะเดี๋ยวลิลสั่งเดลิเวอรี่ให้”

    “อะไรก็ได้ครับ”

    “ค่ะ”

    พอเ๽้าตัวพูดอย่างนั้น ฉันเลยถือโอกาสชำระแค้นที่สะสมมานาน!! สั่งส้มตำปูปลาร้ากับข้าวกระเพรา ที่โฆษณาว่า เผ็ดแสบดาก มาให้

    ‘หึ โดนเล่นงานคืนบ้างละกัน อีตาท่านประธานปากปีจอ’

            ไม่นานอาหารก็มาส่ง ฉันลุกไปจัดการเทอาหาร แล้วมาเสริฟที่โต๊ะรับแขกพอยกออกมาเ๽้าตัวชะงักไปครู่นึง เพราะกลิ่นปลาร้าตลบอบอวนเต็มห้อง

    “ทานข้าวค่าาาา ฮิฮิ”

            ฉันที่กำลังอารมณ์ดีเพราะจะได้แกล้งคน ก็เรียกเ๽้าตัวมา เขานั่งลง และเริ่มตักส้มตำปูปลาร้าเป็๲คำแรก เล่นฉันหุบยิ้มเพราะแผนแตกทันที

    “ของโปรดผมเลย ...ขอบคุณนะครับ”

            ฉันสะอึกจนพูดไม่ออก ใครจะไปคิดล่ะว่าลูกชายนักธุรกิจหมื่นล้าน เรียนจบนอกจะมานั่งโซ้ยส้มตำปูปลาร้า แถมยังบอกว่าเป็๲ของโปรดอีก

    “ไม่ทานหรอ … นั่งอึ้งอะไร”

    “คะ!? … อ่าค่ะ”

            ฉันลงมือกินด้วยทันทีจนกินได้ไม่กี่คำ เผ็ดแสบดาก ตามคำเคลมของร้านก็เริ่มเล่นงานฉัน

    “อึก... อึก... อึก” เสียงยกกระดกน้ำของฉันดังขึ้น

    “หึ” ท่านประธานหัวเราะออกมาเบาๆ พลางมองฉันด้วยสายตาเยาะเย้ย

    “แห้ก คุณขำ .. แห้กๆ .. อะไรคะ อึก”

    ฉันถามขาดๆ หายๆ เพราะมัวหอบจากการเผ็ด

    “เผ็ดจัด ยิ่งกินน้ำเย็นจะยิ่งเผ็ดนะครับ”

    ท่านประธานบอกก่อนจะวางช้อนลงเพราะกินหมดแล้ว

    “มัน …แห้กๆๆ เผ็ดมาก..”

    ฉันเผ็ดร้อนจนน้ำหูน้ำตาเริ่มไหล เริ่มนั่งอยู่ไม่สุขมือพัดฝีปากร้านผ่าวไปมา

    ฟึ่บ!

            จู่ๆ ท่านประธานก็แกะลูกอมในกระเป๋าตัวเองกินและเอามาป้อนให้ฉันด้วย… ด้วยเม็ดเดียวกันกับในปากเขา!!

            ฉันลืมความเผ็ดจนสิ้นกลายเป็๲ความ๻๠ใ๽ผสมหวาบหวิวขึ้นแทนเสียงหัวใจเต้นแรง ที่ไม่รู้ว่าดังมาจากฉันหรือท่านประธาน..

            เขาใช้ลิ้นอุ่นๆ ดันลูกอมเม็ดเล็กเข้าปากฉัน และยังแวะเล่นกับลิ้นของฉัน จนฉันเผลอตัวเล่นตอบ

    จ้วบบบ~

            เสียงดูดริมฝีปากล่างดังขึ้นดึงสติฉัน ฉันรีบผลักท่านประธานออก แล้วนั่งเอามือปิดปากตัวเอง

    “ลูกอมมีลูกเดียวน่ะ ต้องแบ่งกัน...”

    ท่านประธานพูดพลางทำท่าเช็ดปากแล้วยักคิ้วให้

    อึก ชะช่วยด้วย ฉันใจเต้นแรงจนเหมือนจะวายแล้ว

            ฉันเบือนหน้าหนี ก่อนจะหลบหน้าด้วยการยกถ้วยจานไปเก็บในครัว มือไม้สั่นจนได้ยินเสียงช้อนส้อมกระทบจาน

    กึกๆๆๆ

    ‘ไอ้มือบ้า..หยุดสั่นนะ คนอื่นเขาจับอาการได้หมดแล้ว’

    “หึ..”

    ฉันได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ จากลำคอนั่นแล้วรีบวิ่งมาหลบในห้องครัว

    “อะ อะไรกัน… เมื่อกี้ เรียกจูบหรือเปล่า”

            ฉันตบหน้าเบาๆ เรียกสติตัวเองก่อนจะพยายามสลัดความคิดบ้าๆ นั่นแล้วไปนั่งทำงานต่อ