ไอริสพาร่างของโรเบิร์ตที่หมดสติไปมาไว้ที่เตียงห้องของโรเบิร์ต เธอรีบตรวจเช็คร่างกายของโรเบิร์ตด้วยทักษะที่เกี่ยวกับการรักษาพบว่าร่างกายของโรเบิร์ตอ่อนแรงมากกว่าปกติและพลังความสามารถทั้งหมดไม่สามารถใช้ออกมาได้
“นี่มันคือสภาวะพลังเวทย์หยุดการไหลเวียน บางทีคงเป็นผลมาจากมิติที่โรเบิร์ตได้เข้าไป”
สภาวะพลังเวทย์หยุดการไหลเวียนคือสภาวะที่ร่างกายถูกกฎเกณฑ์บังคับปิดการไหลเวียนพลังเวทย์เฉียบพลันทำให้การรับรู้ของร่างกายและสมองหยุดการทำงานไป นั่นก็เพราะว่าพลังเวทย์คือปัจจัยสำคัญที่ยังทำให้สิ่งมีชีวิตยังคงมีชีวิตอยู่ได้ถ้าเมื่อใดที่สิ่งมีชีวิตขาดมันไปเมื่อนั้นก็จะถึงคราวที่ต้องดับสูญ
ส่วนชาร์ลอตต์ เซล่า เพย์ตันก็ยังคงมองดูอยู่ห่างๆเพราะไม่อยากเข้าไปขัดจังหวะของไอริสที่กำลังทำการรักษาอยู่
ไอริสจับมือข้างซ้ายของโรเบิร์ตขึ้นมาก่อนที่จะใช้ทักษะที่เกี่ยวกับการรักษาเปลี่ยนพลังเวทย์ของตนเองให้กลายเป็นตัวกระตุ้นให้กับร่างกายของโรเบิร์ต แต่ว่าในขณะที่ทักษะของไอริสได้ถูกใช้ออกไปนั้นก็ถูกบางสิ่งบางอย่างขวางกั้นการเข้าสู่ร่างกายของโรเบิร์ตนั่นทำให้ไอริสเกิดความตกใจขึ้นมาก่อนที่จะใช้ทักษะออกมาอีกทักษะเพื่อที่จะทะลวงเข้าไปด้านในร่างกายของโรเบิร์ต
ทันใดนั้นเองอาเธน่าก็โผล่ออกมาจากตัวของโรเบิร์ตในสภาพที่อ่อนแรงแต่ก็ยังพูดคุยสนทนาได้
“หยุดก่อนคุณไอริสตอนนี้ยังไม่สามารถปลุกมาสเตอร์ได้เพราะถ้าทำแบบนั้นมาสเตอร์จะยิ่งเป็นอันตรายมากกว่าเดิม”
“อันตราย? หมายความว่ายังไง? อาเธน่า”
“ในตัวของมาสเตอร์มีสายเลือดที่พิเศษมากกว่าแวมไพร์ตนอื่นและมีบางสิ่งบางอย่างที่แม้แต่ฉันเองก็ยังไม่รู้ว่ามันคืออะไรพวกมันพยายามยับยั้งสิ่งแปลกปลอมทุกชนิดเข้าไปภายในร่างกายของมาสเตอร์แม้แต่ฉันเองก็ยังถูกยับยั้งตั้งแต่กระบวนการคิดและการแทรกแซงเข้าไปในความคิดของมาสเตอร์ด้วย”
“แต่ถ้าปล่อยไว้แบบนี้โดยที่ไม่ทำอะไรสักอย่าง มันจะยิ่งไม่แย่เอาเหรอถ้าไม่รีบทำอะไรบางอย่าง.....”
“ไม่ได้เด็ดขาดห้ามทำอะไรทั้งนั้นถึงแม้ว่าคุณไอริสจะเป็นห่วงมากขนาดไหนก็ตามแต่ตอนนี้คงต้องรอให้มาสเตอร์ฟื้นคืนกลับมาด้วยตัวเองเท่านั้น เพราะฉะนั้น.....”
อาเธน่าที่พูดยังไม่ทันจบก็หมดสติไปในทันทีสภาพของเธอก็ดูไม่ต่างไปจากโรเบิร์ตมากนักเพราะเธอกับโรเบิร์ตเชื่อมต่อกันตลอดเวลาและเป็นหนึ่งเดียวกันอยู่แล้ว
ในขณะที่ไอริสเริ่มที่จะไร้หนทางที่จะช่วยโรเบิร์ตด้วยตนเอง ไอวี่ก็ปรากฏตัวออกมาจากอากาศธาตุในรูปลักษณ์ร่างแปลงมารแห่งคำสาปแล้วถามไอริสที่กำลังทำการรักษาโรเบิร์ต
“เป็นยังไงบ้างพี่สาว”
ไอริสตอบกลับไป
“พี่รู้สาเหตุและวิธีรักษาเพียงแต่อาเธน่าไม่ยอมให้พี่รักษาโรเบิร์ตเพราะเกรงว่าจะเป็นอันตรายต่อตัวของโรเบิร์ตที่มีพลังแปลกประหลาดบางอย่างอยู่ภายในตัวของเขา เธอยังบอกอีกว่าต้องรอให้เขาฟื้นขึ้นมาเอง”
“พลังแปลกประหลาด?”
“อาเธน่าที่มาบอกกับพี่เองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันคือพลังอะไร”
ไอวี่เดินเข้าไปนั่งลงข้างตัวของโรเบิร์ตจากนั้นก็กุมมือของโรเบิร์ตเอาไว้ก่อนที่จะใช้ทักษะบางอย่างเข้าไปภายในร่างกายของโรเบิร์ตแต่ผลที่ออกมาไม่ได้ต่างไปจากไอริสคือเธอไม่สามารถเข้าไปภายในร่างกายของโรเบิร์ตได้ทำให้เธอคิดที่จะล้มเลิกและกำลังที่จะถอดใจ
สภาพแวดล้อมทั้งหมดรอบตัวของไอวี่เปลี่ยนไป ก่อนที่โลกสีขาวจะปรากฏขึ้นมาตรงหน้าของไอวี่จากนั้นก็มีผู้หญิงคนหนึ่งลักษณะของเธอจะมีผมสีแดงยาวและมีเปลวเพลิงลูกโชนบนเส้นผมกำลังนั่งบนเก้าอี้สีแดงที่มีหัวของสัตว์ประหลาดตนหนึ่งประดับอยู่บนเก้าอี้เธอกำลังนั่งไขว่ห้างมองมาที่ไอวี่ ส่วนไอวี่ตอนนี้อยู่ในสภาพถูกตรึงแขนทั้งสองข้างและขาทั้งสองข้างเอาไว้ด้วยโซ่สีแดง
( โลกที่มาในครั้งนี้คือโลกที่เอลิซาเบธไปมาแล้วเมื่อตอนที่ 23 แต่ไม่ใช่ผู้หญิงคนเดียวกันที่ออกมาแต่เป็นคนละกัน ย้ำว่าคนละคน )
“ข้าจะให้เจ้ามายุ่งกับเรื่องนี้ไม่ได้ ปล่อยเขาไป”
ไอวี่ที่มองเห็นใบหน้าของผู้หญิงคนนั้นก็แสยะยิ้มออกมา ไม่คิดเลยว่าจะมาเจอกันที่นี่ คนที่เธออยากจะฆ่าให้ตายมากที่สุดในชีวิตนี้
“ทำไมละหรือว่าเธอจะทำมันอีกแล้วช่วงชิงสิ่งที่เป็นของฉันไปอีกแล้ว อย่ามาตลกไปหน่อยเลยถึงครั้งหนึ่งพวกเราจะเคยเป็นเพื่อนรักกันมาก่อน เป็นเพราะเธอนั่นแหละที่มีแต่ความริษยา สิ่งที่ฉันได้มาครอบครองมันก็ดีกว่าเธอทุกอย่างไม่อย่างนั้นเธอจะแย่งทุกอย่างไปจากฉันเหรอในครั้งนี้ฉันจะไม่ยอมเหมือนครั้งก่อน และไม่สนใจโชคชะตาบ้าบออะไรทั้งนั้น”
“ข้าจะไม่ปฏิเสธหรอกนะเรื่องที่ข้าแย่งชิงมันมาจากเจ้าทั้งหมดและเหตุผลก็คือความริษยามันคือความจริงแต่เจ้าเป็นคนที่ทำผิดกฎก่อนจึงไม่มีทางเลือกที่ข้าต้องทำแบบนั้น”
“ไม่ต้องหาข้ออ้างมาแก้ตัวกับฉัน กฎบ้าบออะไรกันอย่ามาอ้างเรื่องไร้สาระพวกนั้นให้ฉันได้ยินอีกและฉันก็จะไม่ฟังคำพูดอะไรจากปากเธอทั้งนั้นเพราะเธอมันเชื่อใจไม่ได้"
ไอวี่มองไปยังโซ่สีแดงที่ตรึงร่างของเธอเอาไว้
"ของแค่นี้คิดว่าจะพันธนาการฉันเอาไว้ได้เธอคิดผิดแล้วละ เพราะฉันในตอนนี้ไม่ใช่ฉันเมื่อก่อน”
ไอวี่สะบัดแขนเล็กน้อยก่อนที่โซ่สีแดงจะแตกสลายไปในทันทีทำให้ดวงตาของผู้หญิงคนนั้นเบิกกว้างก่อนที่จะตั้งท่าป้องกันเอาไว้
“เธอคิดผิดแล้วถ้าฉันต้องการฆ่าเธอจริงๆเธอได้ตายไปนานแล้วไม่ต้องพยายามเพื่อที่จะป้องกันตัวเองหรอก บอกมาพาฉันมาที่นี่ทำไม”
คำพูดของไอวี่ทำให้ผู้หญิงคนนั้นลดการป้องกันลงไป
“ง่ายๆเลยข้าจะมาบอกเจ้าว่าข้าจะเอาคนที่เจ้ารักและทุกสิ่งทุกอย่างของเจ้ามาอีกครั้ง”
“เฮ้อ คำพูดแต่ละคำของเธอมันน่ารังเกียจมากรู้ไหม แต่เสียใจด้วยเพราะเธอไม่ใช่แบบที่เขาชอบ และฉันก็ไม่กังวลเรื่องของเขา อย่าได้พยายามฝืนโดยที่รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ครั้งนี้ฉันมั่นใจว่าเธอจะไม่มีความสามารถมากพอที่จะแย่งทุกอย่างไปจากฉันอีกได้หรอก”
ไอวี่ดึงเคียวยักษ์สีดำที่มีรัศมีพลังงานสีดำอ่อนๆรายล้อมออกมาจากอากาศธาตุก่อนที่จะสะบั้นมิติตรงหน้าและกระโดดเข้าไปในนั้นก่อนที่จะหายไปจากโลกสีขาวแห่งนั้น
ที่ไอวี่ไม่ฆ่าผู้หญิงคนนั้นไปซะก็เพราะว่ามันมีสิ่งที่เธอเกรงกลัวมากที่สุดมันจะตามมาหลังจากที่ฆ่าผู้หญิงคนนั้นแล้ว
ผู้หญิงคนนั้นได้แต่ครุ่นคิดวิธีการทุกอย่างเพื่อที่จะช่วงชิงทุกสิ่งทุกอย่างมาจากไอวี่อีกครั้งและต้องทำให้ไอวี่เจ็บปวดเจียนตายให้ได้ เพราะอะไรถึงทำให้เธอทำแบบนั้นนั่นก็เป็นเพราะว่าเธออยากที่จะทำให้ไอวี่สยบอยู่แทบเท้าของเธอยังไงละ เพื่อที่จะทำให้ไอวี่ต้องเจ็บปวดเพื่อที่จะได้เห็นใบหน้าที่น่าสงสารของไอวี่ทำให้เธอต้องทำแบบนี้ขึ้นมา
"ไอวี่ไม่ว่าเธอจะครอบครองอะไรข้าก็จะแย่งชิงมันมาเป็นของข้าให้หมด ใช่แล้วแบบเมื่อครั้งก่อนที่ข้าได้ครอบครองทุกอย่างของเจ้า ฮ่า ฮ่า ......"
ไอวี่กลับมาในช่วงเวลาเดิมโลกเดิมของตนเองจากนั้นก็คืนกลับรูปลักษณ์เดิมของตนเองแล้วก็เขียนวงเวทย์บางอย่างไว้ที่หลังมือของโรเบิร์ตก่อนที่มันจะเรืองแสงสีแดงออกมาแล้วหายไปในทันที
ไอวี่หันไปพูดกับ ชาร์ลอตต์ เซล่า และเพย์ตันก่อนที่จะเดินออกห้องไป
“ปล่อยให้เขาพักผ่อนเถอะให้พี่สาวคอยดูแลโรเบิร์ตต่อไป”
ไอวี่กำหมัดแน่นเธอนึกไปถึงผู้หญิงคนนั้นซึ่งเป็นคนที่บ้าและโรคจิตมากพอสมควรไม่ว่าเธอจะทำอะไรผู้หญิงคนนั้นก็จะหาวิธีแย่งชิงมาจากเธอทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นเมื่อก่อนหรือตอนนี้นิสัยของผู้หญิงคนนั้นก็ไม่เคยเปลี่ยนไปเลย
ตลอดมาคงเฝ้าจับตามองการกระทำของเธออยู่ตลอดเวลาแน่ๆบางทีอาจคอยมองดูตั้งแต่ต้นแล้ว ถ้าบอกว่าเธอมั่นใจในตัวของโรเบิร์ตมากขนาดไหนแน่นอนว่าเชื่อใจเต็มร้อยแต่ว่าถึงจะพูดแบบนั้นออกไปเธอก็ยังคงมีความกังวลอยู่ภายในใจลึกๆอยู่ดี
ลูเชียโน่กับอิซาเบลล่าที่คอยดูแลเกี่ยวกับการต่อสู้ของทหารชั้นยอดก็กลับมาก่อนที่จะเดินเข้าไปในห้องของโรเบิร์ตเพราะได้ข่าวมาว่าโรเบิร์ตได้รับบาดเจ็บรุนแรงแต่ก็ถูกไอวี่ที่กำลังเดินออกมาจากห้องเข้ามาขวางเอาไว้
"ไม่จำเป็นต้องไปดูอาการอะไรของโรเบิร์ต"
ไอวี่มองไปที่อิซาเบลล่าก่อนที่จะพูดออกมา
"โดยเฉพาะเธอยิ่งไม่ต้องเข้าไป"
จากนั้นไอวี่ก็เดินออกไปก่อนที่จะเคลื่อนย้ายพริบไปที่ไหนสักแห่ง
ลูเชียโน่ก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมไอวี่ถึงตั้งตัวเป็นปฏิปักษ์กับอิซาเบลล่ามากขนาดนั้นเจอหน้ากันครั้งนี้ก็ราวกับกลายเป็นศัตรูกันไปแล้ว
ส่วนทางฝั่งของอิซาเบลล่าเผยรอยยิ้มที่น่าขนลุกออกมาก่อนที่จะกลับไปแสดงสีหน้าเรียบเฉยอีกครั้งโดยไม่มีใครสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงไปของอิซาเบลล่าได้
"ไปกันเถอะอิซาเบลล่ารอให้คุณริฮานน่าคนพี่รักษาโรเบิร์ตให้เสร็จก่อนค่อยมาดูอาการเขาอีกทีก็ไม่เสียหายอะไร"
"นั่นสินะ ไปกันเถอะ"
ถึงจะบอกว่าไม่มีใครสังเกตเห็นรอยยิ้มที่น่าขนลุกของอิซาเบลล่าเมื่อสักครู่แต่มันกลับทำให้เพย์ตันที่ตามมากับ ชาร์ลอตต์ และเซล่า เธอเห็นและได้ยินเรื่องราวทั้งหมดชัดเจนจนทำให้เพย์ตันฉุดคิดอะไรได้หลายเรื่อง นั่นก็ทำให้เพย์ตันต้องมองการเป็นปฏิปักษ์ของไอวี่ใหม่อีกครั้งแล้ว
หลังผ่านไปได้สามสิบนาทีที่ทุกคนออกไปกันแล้วไอริสที่ตอนนี้กำลังเฝ้าดูอาการของโรเบิร์ตก็เริ่มร้อนใจขึ้นเพราะร่างกายของโรเบิร์ตในตอนนี้กำลังมีอุณหภูมิที่ร้อนขึ้นเรื่อยๆจนตอนนี้มันพุ่งสูงถึงในระดับที่ว่าเตียงเริ่มที่จะละลายเพราะความร้อนสูง
"โรเบิร์ตนายเป็นอะไรไป นี่…..โอ๊ย!"
ไอริสต้องถอยออกห่างจากตัวของโรเบิร์ตที่ร้อนราวกับกำลังเตรียมตัวจะระเบิดตนเองออกมา จากนั้นพลังงานสีแดงก็เกิดการไหลเวียนขึ้นมาไม่หยุดกลายเป็นพลังงานสีแดงอันเข้มข้นที่แผ่ออกมารอบนอกจนกระจายออกไปทั่วทั้งห้อง ไอริสที่สัมผัสเข้ากับพลังงานสีแดงก็ทรุดลงกับพื้นก่อนที่จะดิ้นไปมาอย่างทรมานพร้อมกับส่งเสียงร้องออกมา
ตอนนี้ราวกับร่างกายของเธอจะแตกเป็นเสี่ยงๆออกจากกันพลังงานสีแดงเหล่านั้นแทรกซึมเข้ามาในร่างกายของเธอไม่มีหยุดและมันก็ยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆก่อนที่สีผิวทั้งตัวของเธอจะกลายเป็นสีแดงชุดของเธอที่ใส่อยู่นั้นค่อยๆละลายไปอย่างช้าๆ
ส่วนอาเธน่าที่นอนอยู่ข้างโรเบิร์ตตอนนี้ทั้งตัวของเธอก็เรืองแสงสีแดงอ่อนๆออกมาก่อนที่ตัวของเธอจะค่อยๆขยายส่วนสูงของตัวเธอขึ้นมาจนกระทั่งหยุดที่หนึ่งร้อยเจ็ดสิบสองเซนติเมตรรูปลักษณ์หน้าตาที่งดงามของเธอปรากฏออกมาพร้อมกับร่างกายที่สมบูรณ์แบบจากนั้นอาเธน่าก็เริ่มแสดงอาการไม่ต่างไปจากไอริสแต่ไม่ได้รุนแรงแบบไอริสออกมา
ผ่านไปกว่าหนึ่งชั่วโมงพลังงานสีแดงเริ่มจางหายไปกลับคืนสู่ร่างกายของโรเบิร์ต
ผมลืมตาตื่นขึ้นมาจากนั้นก็มองไปรอบๆก็พบว่าไอริสอยู่ห่างไปไม่ไกลตอนนี้กำลังนอนหมดสติอยู่พร้อมกับมีไอพลังงานประหลาดระเหยออกมาจากตัวของเธอ พอลองมองไปอีกหน่อยก็พบกับอาเธน่าที่มีส่วนสูงไม่ต่างจากมนุษย์ปกตินอนหมดสติอยู่เช่นกันแต่ว่าเธออยู่ในสภาพปกติ
ผมลุกขึ้นจากเตียง อืม จะบอกว่าเตียงก็ไม่ถูกเพราะมันละลายหายไปกับความร้อนแล้วเรียบร้อยต้องบอกว่านอนอยู่บนพื้นจะดีกว่า ผมเดินไปตรวจดูอาการของไอริสก่อนที่จะโล่งใจขึ้นมาเพราะว่าเธอไม่ได้เป็นอะไรมากตอนนี้เธอแค่หมดสติไปเท่านั้น จากนั้นก็มีหน้าต่างของระบบ “ความเป็นจริง” ปรากฏขึ้นมา
ติ๊ง!
* คุณได้รับฉายาผู้ข้ามผ่านมิติ
ติ๊ง!
** คุณได้รับฉายาผู้ที่ก้าวข้ามผ่านขีดจำกัดด้วยตนเอง
ติ๊ง!
*** ไอริส ริฮานน่า ปลุกพลังของทักษะ ???? สำเร็จ ผนึกของทักษะถูกปลดออก ได้รับทักษะ สกัดเงา
ติ๊ง!
ทักษะกลืนโลหิตยกระดับกลายเป็นทักษะที่มีความสามารถในการโจมตีไม่สนการป้องกันแบบพิเศษใดๆ สามารถโจมตีทะลุทะลวงมิติได้
* ผู้ข้ามผ่านมิติ – ไม่ได้รับผลกระทบจากการโจมตีของมิติ และการโจมตีแบบมิติใดๆที่ส่งผลด้านลบต่อผู้ครอบครองฉายานี้
** ผู้ที่ก้าวข้ามผ่านขีดจำกัดด้วยตนเอง – การจะก้าวข้ามผ่านขีดจำกัดต้องพึ่งพาการทดสอบเฉพาะที่มีในโลกแห่งนั้นเพื่อผ่านพ้นระดับของโลกใบนี้ขึ้นไปยังระดับของโลกที่สูงกว่าได้ ผู้ที่ได้รับฉายานี้จะเป็นผู้กล้าที่แท้จริง ผู้ที่ครอบครองฉายานี้จะได้รับความสามารถในการพัฒนาทุกอย่างได้รวดเร็วเพิ่มขึ้นสามเท่า
*** ทักษะสกัดเงา – ทักษะที่มีความสามารถในการปลุกซากศพให้มาเป็นอัศวินเงาข้ารับใช้ผู้ซื่อสัตย์ การสกัดเงานั้นจะขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้ครอบครองทักษะยิ่งพลังความสามารถของผู้ครอบครองสูงกว่าซากศพที่สกัดเงาก็จะยิ่งมีโอกาสสำเร็จที่สูงขึ้นโดยการสกัดเงานั้นจะใช้ได้เพียงแค่ 3 ครั้งต่อหนึ่งซากศพ สามารถเรียกออกมาได้สูงสุด 50 ตน . . .